หกทวีปสี่สมุทร Traveloque by Joe Muangman

  • Home
  • Taiwan
  • Taipei
  • หกทวีปสี่สมุทร Traveloque by Joe Muangman

หกทวีปสี่สมุทร Traveloque by Joe Muangman สาระความรู้สถานที่ที่เคยไปเยือน 6 ทวีป 20 ปี

นาวีภิรมย์  อาคารพักแรมบนทำเลที่ดีที่สุดของหัวหิน   คลื่นแรงคำรามสะบัด  ตะวันอมส้ม ซาบซึ้ง
10/03/2026

นาวีภิรมย์ อาคารพักแรมบนทำเลที่ดีที่สุดของหัวหิน คลื่นแรงคำรามสะบัด ตะวันอมส้ม ซาบซึ้ง

อันใดจะมีความสุขไปกว่าตอนตื่นขึ้นมา ลงไปชายหาดเพื่อเดินย่ำทรายขอบสูง ชมคลื่นแรงไล้รองเท้า แลม้าแกลบเหยาะแยะเผื่อมีนักท่อ...
06/03/2026

อันใดจะมีความสุขไปกว่าตอนตื่นขึ้นมา ลงไปชายหาดเพื่อเดินย่ำทรายขอบสูง ชมคลื่นแรงไล้รองเท้า แลม้าแกลบเหยาะแยะเผื่อมีนักท่องเที่ยว อาทิตย์ค่อยๆ เยี่ยมผ่านหลังเมฆจนฉายประกายฉานในเวลาไม่กี่นาที ผมเห็นเรือประมงพยายามขยับดันกันอยู่นาน ผมจึงเข้าไปออกแรงช่วยดันเรือเขาลงน้ำ ใช้เวลานานเหมือนกัน เพราะต้องเอาท่อยางสอดท้องเรือกันนับสิบครั้งเพื่อช่วยยู้ให้เรือค่อยๆ เคลื่อนตัวลงทะเลได้ ต้องระวังตอนท้ายที่เขาเริ่มสตาร์ทใบจักร มัวแต่ผลักเรือระวังจักรจะหมุนมาตัดคอเรา ชาวประมงต้องทำอย่างนี้ทุกเช้า ครอบครัวมาช่วยกัน เพื่อให้พ่อออกไปเก็บตาข่ายที่ดักปลาในทะเลไว้ตั้งแต่เมื่อคืนกลับมาฝั่งก่อนเก้าโมงเช้า ... ส่วนผมช่วยเสร็จเหงื่อยังแค่ซึมๆ เดินชมวิวอีกเล็กน้อย ก่อนกลับขึ้นมาทานข้าวในโรงแรม ชะอำช่างงามยามเช้าจริงๆครับ

ไม่ค่อยชอบการเปรียบรัสเซียกับยูเครนเหมือนผัวเมียทะเลาะกันเพราะเมียจะหนีไปหากิ๊กนาโต้  พวกคนที่คิดอย่างนี้ไม่เคยได้คุยกับ...
27/02/2026

ไม่ค่อยชอบการเปรียบรัสเซียกับยูเครนเหมือนผัวเมียทะเลาะกันเพราะเมียจะหนีไปหากิ๊กนาโต้ พวกคนที่คิดอย่างนี้ไม่เคยได้คุยกับคนที่รักและหวงแหนอธิปไตยของชาติตนอย่างแรงกล้า คนที่ดูถูกเขาอย่างนี้สมองมักอยู่แต่ในกะลาที่คิดว่าชาติตัวเองแจ๋วสุดไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นใคร ผมเคยเจอคนที่มาจากชาติยุโรปตะวันออกจำนวนไม่น้อย เวลาเขาเล่าประวัติศาสตร์ชาติของเขาในที่สาธารณะที่มีแต่การตกเป็นขี้ข้าชาติอื่น ดูเผินๆ ปราศจากความสำเร็จไม่น่าจะเท่อะไร แต่พวกเขากลับคิดว่าการได้ต่อต้านผู้รุกรานหรือปลดแอกตนเองออกจากชาติที่กดขี่ข่มเหงนั้นเป็นสิ่งที่น่าปลาบปลื้มยินดีของชีวิต ผมจึงเข้าใจดีว่าการได้เป็น"ชาติ" ตั้งแต่เมื่อปี 1991 เป็นสิ่งที่ชาวยูเครนปรารถนาขนาดไหน คนยูเครนเคยอยู่ใต้อำนาจของหลายชาติไม่ใช่แค่รัสเซีย แต่เขาต่อสู้ผู้กดขี่เรื่อยมาจนตลอดประวัติศาสตร์นับพันปีของพวกเขา และจะต่อสู้ต่อไป พวกเขาอาจเป็นชาวสลาฟเหมือนชาวรัส แต่ชาวยูเครนก็มีภาษาและวัฒนธรรมของตนเอง จะมาบอกว่าให้ยอมรัสเซียซะผัวเมียกัน ก็ไม่ต่างอะไรที่บอกว่าลาวไทยพี่น้องกันยอมๆ เราซะเถอะ ยกเกาะดินแม่น้ำโขงให้เรานะ ถามว่าอย่างนี้ลาวจะยอมไหมครับ

ภาพเขียนในรูปเป็นการศึกแห่ง Berestechko การศึกทางบกที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปในศตวรรษที่ 17 โดยทหารม้าคอสแซคที่โด่งดัง พยายามรบปลดแอกจากโปแลนด์-ลิธัวเนียเมื่อปี 1651 แต่ไม่สำเร็จ กระนั้นก็ตามชาวยูเครนยังคิดว่า Hetman Bohdan Khmelnytsky ผู้นำชาวคอสแซคคือวีรบุรุษของชาติ มีรูปปั้นอยู่กลางกรุงเคียฟ ทั้งนี้ชาวคอสแซคเคยตั้งเมืองเป็นเอกราชหรือกึ่งเอกราชในพื้นที่ยูเครนตะวันออกได้หลายเมือง คนไทยคุ้นกับคำว่าทหารม้าคอสแซคดีเพราะโซเวียตเอาไปใช้รบให้หลายสมรภูมิขัดแย้ง โดยไม่รู้ว่าพวกเขาไม่ใช่ชาวรัสเซีย แต่เป็นชาวยูเครน หลายครั้งก่อกบฎต่อรัสเซียด้วยซ้ำ ภาพเขียนผมเอามาจาก kafkadesk.org ครับ

เที่ยวไต้หวันกับเรือรัก ตอนที่สี่  มูทั้งวัน สัญญารักไทเป วันสุดท้ายที่มีเวลาเที่ยวเต็มวันน่าจะเป็นวันที่เรือรักชอบที่สุ...
14/02/2026

เที่ยวไต้หวันกับเรือรัก ตอนที่สี่ มูทั้งวัน สัญญารักไทเป

วันสุดท้ายที่มีเวลาเที่ยวเต็มวันน่าจะเป็นวันที่เรือรักชอบที่สุด เพราะอุตส่าห์เก็บตังค์ของตนเองไว้ ใช้แต่ตังค์พ่อซื้อตุ๊กตุ่น วันนี้เขาอยากจะซื้อหยกตาแมว ที่มีเฉพาะในไต้หวันเท่านั้น ไกด์ก็บิ้วตลอดทุกวัน เพราะวันนี้จะพาไปเฉือนที่ร้านขายสร้อยสุขภาพ อย่างไรก็ตาม หยกตาแมวสวยก็จริงแต่เกินงบของเรือรักเพราะราคาต่ำสุดก็ตั้ง 4500 เข้าไปแล้ว เรือรักมีแค่ 2000 จึงได้หยกพม่าไปคาดคอ ไม่ได้อยากให้ลูกเชื่อในเรื่องพวกนี้ แต่ก็ยืดหยุ่นไม่ถึงกับต้องขัดใจลูก ส่วนน้องชายมีตังค์ก็ซื้อหยกตาแมวไป 9000 แล้วก็ต้องมานั่งฉิวที่คนอื่น ๆ ซื้อตามได้ลดเหลือ 7-8000 บาท ส่วนคนที่ซื้อสร้อยสุขภาพ Germanium นั้นก็ขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะเขารู้กันมานานแล้วว่าใส่แล้วลดไขมันหรือป้องกันโรคอะไรไม่ได้หรอก เพิ่มความโง่อย่างเดียว

สถานที่สำคัญที่ใครมาทัวร์ไต้หวันก็ต้องมาเยี่ยมชม โดยเฉพาะคนไทยก็ต้องมากราบขอพรกัน คือวัด Longsan มีทุกเทพที่ต้องการ กวนอิม กวนอู เทียนกง เอาการศึกษาก็เหวินชาง เอาการค้าก็ตีจู่เอี้ย เอาเดินทางก็หม่าจู แต่ที่ผมดู คิวยาวที่สุดก็เป็นเทพจันทรา แต่ละคนเข้าไปขอพรเนื้อคู่กันทั้งนั้น หยิบด้ายแดงไปขอผัวขอเมียกับท่านได้เลย บอกลักษณะให้ถูกนะว่าจะเอาคนนนี้ ไม่ต้องไปโยนเซ้งปวยหรือท่อนไม้รูปเสี้ยวสองอันหรอก เพราะหากไม่ออกคว่ำ-คว่ำ แสดงว่าขอไม่สำเร็จ ต้องต่อคิวไปขอใหม่เสียเวลาเปล่า ๆ เมื่อขอแล่ว คนส่วนใหญ่ก็มักจะไปซื้อเครื่องรางก่อนออกประตูวัดหลงซาน คึกคักมาก มากกว่าวัดไทยเสียอีก คนต่อิวซื้อกันเนืองแน่น เมื่อออกประตูวัดแล้วห้ามกลับทางเดิม ประตูเข้าก็ออกประตูออกก็ออก ออกไปนั่งกินชานมไข่มุกร้านข้างวัดใหชื่นใจก่อนไปกินข้าว

บ่ายออกจากนครไทเป มุ่งหน้าไปสนามบิน ก็แวะช้อปปิ้งสั่งลาตามธรรมเนียม ทานข้าวที่นั่นเลย ผมช้อปจนดอลล่าร์สุดท้ายเหลือเงินให้เรือรักกินข้าวดี ๆ ตนเองยอมกินถูก ๆ เราอยู่ใน Gloria Outlet นานตั้งสาม ชม. ดูแบรนด์เนมทั้งของต่างชาติและท้องถิ่นไปเรื่อย ที่น่าสนใจหน่อยคือธีมฮาโลวีน ซึ่งผมกับน้องชายน้องสะใภ้ก็ถ่ายรูปเล่นกันสนุก ส่วนเรือรักให้ดูแลคนแก่ในคณะไป

บินกลับคืนนี้ด้วย Eva Air ยังมีเวลาเดินดูของในสนามบินนิดหน่อย แต่เลือกใช้ Travel Card ให้เรือรักทานอุด้งในร้านที่สนามบินดีกว่า สนามบินเถาหยวนมีของแบรนด์เนมและร้านอาหารเยอะมาก เดินเพลินดีเหมือนกัน จบทริปไต้หวันด้วยความประทับใจแล้วนะครับ ไกด์ทำงานดี เพื่อนร่วมทางก็สนุกสนาน ที่สำคัญคือสายสัมพันธ์พ่อลูก รักเรือรักมากที่สุดครับ

เที่ยวไต้หวันกับเรือรักตอนที่สาม หลงใหลตื่นใจคลังสมบัติกู้กง และสัมผัสจิ่วเฟินยามปราศจากพิรุณ ไม่ใช่ทุกทัวร์ที่มาไต้หวัน...
13/02/2026

เที่ยวไต้หวันกับเรือรัก

ตอนที่สาม หลงใหลตื่นใจคลังสมบัติกู้กง และสัมผัสจิ่วเฟินยามปราศจากพิรุณ

ไม่ใช่ทุกทัวร์ที่มาไต้หวันแล้วจะเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ส่วนใหญ่คนไทยจะชอบช้อปปิ้งกินดื่ม ไหว้พระชมธรรมชาติกันมากกว่า แต่ทริปนี้น้องชายผมเขารีเควสท์ให้บริษัททัวร์ที่ชนะการประมูลพาเข้าพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติไต้หวันให้จงได้ (อันนี้คือ National Palace Museum นะครับ อย่าสับสนกับ National Museum เพราะอันหลังนี้คือพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา) นับเป็นสิ่งที่ผมพอใจอย่างมาก ผมเคยมาพิพิธภัณฑ์กู้กงนี้ทีนึงแล้วเมื่อปี 2548 ได้ดูของชิ้นโบราณงามมากมายที่เขาว่าเจียงไคเช็คขนเป็นล้าน ๆชิ้นจาก Beijing มาเก็บไว้ที่นี่เพื่อหนีภัยคอม ฯ ของหลายอย่างดีกว่าที่อยู่บนแผ่นดินใหญ่ด้วยซ้ำ มายาคตินี้ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบันแม้ว่าจะเลือนไปบ้างแล้วเพราะจีนก็เปิดขุมสมบัติให้ชมในหลายเมือง กระนั้นก็ตาม ใครไปไต้หวันก็สมควรเยี่ยมชมสมบัติอารยธรรมหลายพันปีของไชน่าที่ไทเปนะครับ เพราะคุ้มค่าสายตาและเวลาชีวิตเป็นอย่างมาก

กู้กงวันนี้ทันสมัยกว่าเมื่อ 20 ปีก่อน ห้องจัดแสดงแต่ละส่วนบนอาคาร 3 ชั้นล้วนทันสมัย มีห้องหนึ่งจัดนิทรรศการพิเศษของสมัยราชวงศ์ชิง จัดในห้องมืดปิดไฟแต่ใช้สปอตไลท์ส่วนสว่างใสวัตถุ ยิ่งทำให้เห็นความงามล้ำค่าของอัญมณีสมัยราชวงศ์สุดท้ายของจีนได้งดงามมากยิ่งขึ้น ไฮไลท์ที่เด่นสุดของพิพิธภัณฑ์ก็มาจากศตวรรษที่ 17 นี่เอง คือหยกชิ้นเดี่ยวแกะสลักเป็นรูปผักกาดและมีตั๊กแตนเกาะ ช่างสมจริงอย่างน่าประหลาดใจ ตำนานเล่าว่าพบในห้องนางสนมชั้นล่างคนหนึ่ง คงเอาไว้ถวายฮ่องเต้เวลาโย้สำเภา ฮ่องเต้ก็ชอบมากเพราะจะได้มีลูกหลานเยอะเหมือนตั๊กแตน ของสมัยชิงที่เด่น ๆยังมีอีกมาก เช่น ชิ้นหมูสามชั้นแกะได้เหมือนจริง แต่ตะกร้องาขาวที่แกะเป็นลวดลายซ้อนกันในลูกกลมยี่สิบสามสิบชั้นอย่างน่าอัศจรรย์ ชิ้นงานผมชอบนั้นคือของโบราณมาก ๆ เช่น ติ่งหรือจอกเหล้าประเภทให้นักกล้ามยกดื่มสมัยราชวงศ์ซ่าง ตุ๊กตารูปสัตว์สมัยชุนชิวจ้านกว๋อ รูปปั้นหญิงงามสมัยราชวงส์ถังที่เขาอ้างว่าคือพระสนมหยางกุ้ยเฟย เป็นต้น แต่ชิ้นที่ผมชอบที่สุดกลับเป็นถาดใส่สบู่ชิ้นเล็ก ๆ สีฟ้าสมับราชวงศ์ซ่ง ที่เรียบสวยไร้ตำหนิอย่างยิ่ง

ช่วงบ่ายเราออกไปเที่ยวเมืองโบราณทางเหนือของไทเป เป็นหนึ่งในสถานที่ต้องแวะเพื่อซึมซับวิถีชีวิตแบบชาวบ้านของไต้หวัน และสัมผัสกับคลื่นโขดโคตรเวิ้งมหาสมุทร นี่คือเสน่ห์ของ Jiufen ตำบลที่ฝนตกตลอดปี แต่ตอนที่ผมไปนั้นมหัศจรรย์ชะมัดที่ไม่มีฝนตกเลย สิ่งที่คนควรจะไปชมจิ่วเฟินก็คือกินอาหารทะเลดี ๆ ชมวิวคลื่นมหาสมุทรกระแทกหน้าผาจากชายหาด และเรียกรู้ธรรมชาติวิทยาพื้นที่ แต่ที่มาคราวนี้เน้นเที่ยวชมร้านค้าขายของในตรอกซอกซอยโบราณของจิ่วเฟิ่น ที่มีของกินของเล่นขายลานตา จากสถานีตำรวจ เราเดินขึ้นบันไดสูงหลายร้อยขั้นที่มีร้านขายของเล่นญี่ปุ่นอยู่หลายร้าน เรือรักชอบมาก มีบ้านผีก่งก๊งให้เข้าชมด้วย แต่ผมได้แต่ถ่ายรูปด้านนอก เช่นเดียวกับรูปปั้นคนขุดทอง สัญลักษณ์ความรุ่งเรืองของจิ่วเฟิน นักท่องเที่ยวเยอะแยะพากันเดินเที่ยว ครอบครัวเราเข้าไปนั่งกินขนมที่เป็นเอกลักษณ์ของจิ่วเฟินอยู่หลายร้าน เช่น ชานมไข่มุก ไอศกรีมถั่วตัด และบัวลอย

ค่ำนี้เราออกไปเดินเล่นย่านซีเหมินติงอีกเช่นเคย เรือรักอ้อนอาสะใภ้ไปตึกของเล่นตึกเดิมที่ไปมาเมื่อวานได้ของเล่นมาอีกสองชิ้น ส่วนผมก็ตัดใจซื้อเกรทมาชีนก้ามาให้หลานต่อให้ (จนถึงวันนี้หลานฮีโร่ยังไม่ได้ต่อให้ผมเลยอ่ะ) เราเดินเล่นชมตลาดกลางคืนอย่างเพลิดเพลิน เห็นเทศกิจจับแม่ค้าหาบเร่แผงลอยด้วยล่ะ แม่ค้าเถื่อนนี้มีหลายคนเห็นเก๋งเทศกิจแล้วก็เข็นรถหาบเร่หนี ยายป้าคนนี้ดันเข็นผิดทิศไปปะทะกับเก๋งเทศกิจพอดี เลยโดนปรับไป น้องสะใภ้ซื้อกะเป๋าเดินทางแมวไม่มีปากไปใบนึง สวยและราคาถูกกว่าที่ญี่ปุ่น

ก่อนกลับโรงแรมผมเห็นร้านขายชาไทยชื่อตลกดี “ภริยาช้าง” ตั้งอยู่หัวมุมถนน จึงอยากเลี้ยงน้อง ๆลูก ๆซะหน่อย แวะเข้าไปซื้อจนเสร็จเรียบร้อย ปรากฏว่าผิดร้าน ป้ายบนเสาอย่างใหญ่แต่ดันเป็นร้านคูหาเดียว ผมเดินอ้อมป้ายเลยหลงไปเข้าร้านอีกคูหาหนึ่ง เลยได้กินชานมท้องถิ่นแทนอย่างเซ่อซ่าก่อนนอน หลงอย่างนี้ก็มีด้วย

เที่ยวไต้หวัน ตอนที่ 2 ย้อนมาเถาหยวน ชวนขึ้นตึก 101  ติ๊ดชึ่งย่านซีเหมินติงเที่ยวไต้หวันกันต่อนะครับ  เมื่อวานเราดิ่งลงม...
12/02/2026

เที่ยวไต้หวัน ตอนที่ 2 ย้อนมาเถาหยวน ชวนขึ้นตึก 101 ติ๊ดชึ่งย่านซีเหมินติง

เที่ยวไต้หวันกันต่อนะครับ เมื่อวานเราดิ่งลงมาทางใต้ วันนี้ย้อนกลับขึ้นไปจุดเดิม คือเมืองเถาหยวน อันเป็นที่ตั้งของสนามบิน ก่อนที่จะเข้าสู้เมืองหลวงไทเปในตอนบ่าย บนเส้นทางย้อนสู่เถาหยวนก็ต้องมีแวะไหว้พระขอพรให้สายมูได้ชุ่มชื่นใจกันหน่อย ที่เรียกว่าเอาแต่มูนี่ก็เพราะ วัด Daxi ไม่ได้เน้นเรื่องพระธรรมแต่อย่างใดแต่เน้นโชคลาภและความร่ำรวยเป็นหลัก มีพิธีกรรมหลายอย่างที่ทำให้เราอุดมไปด้วยความอยากรวย เช่น ด้านหน้าของวิหารมีบ่อน้ำ ล้างมือและล้างเงินทอง ลูบวนสามครั้งแล้วมาลูบที่ตัวเรา ในวัดมีทั้งเผากระดาษไล่ความจน ก้อนทองเรียกทรัพย์ ชุดไหว้ธูปเทียนต้องไหว้ 9 จุดที่เทพสถิตอยู่ทั่ววัด ใครยังคิดว่ารวยไม่พอ ยืมเงินวัดไปลงทุนก็ได้นะ โยนแท่งเขาควายแดง ๆสองอันที่เรียกว่าปัวะปวย ได้เท่าไหร่ก็ถือว่าวัดให้ยืมเงินทิพย์ แล้วก็เดินไปจ่ายหนี้วัดซะดี ๆ ประมาณ 5-600 ดอลลาร์หน้าตาเฉย อ้าว สรุปว่าผมก็เดินงง ๆ ออกจากวัดแล้วก้อยากจนต่อไป เพราะไม่ได้เสียตังค์ เอ๊ย ยืมตังค์วัด

เพราะเมาควันธูปกระมัง มื้อกลางวันเป็นบุฟเฟ่ต์เลยล่อซะเต็มคราบ จนเกือบจะลืมกล้องไว้ในร้าน รถแล่นออกไปแล้วต้องบอกให้จอดและวิ่งมาเก็บกล้องคืน บุฟเฟต์ร้านนี้คุ้มชะมัด มีครบทั้งชาบู อาหารสำเร็จ โค้กเบียร์และไอติมระดับฮาเกนดาส จากนั้นแวะร้านขนม Vigor Kobo ซื้อพายสับประรด ของฝากอันดับหนึ่งของเกาะ ผมหมดเงินจากที่นี่ไปครึ่งหนึ่งของที่เอาติดตัวมา เพราะน้องจูนชอบพายนี่มาก


กว่าจะถึงตึกไทเป 101 ก็ตอนบ่าย ไกด์นัดเวลากินอาหารเย็นเวลา 1700 ไว้ก่อน แล้วเขาให้เวลาเดินเที่ยวตึก ผมเคยขึ้นสู่ยอดตึกนี้ขณะที่สูงที่สุดในโลกเมื่อปี 2548 มาคราวนี้อยากพาเรือรักขึ้นไปให้เห็นจุดที่ผมเคยเห็น จึงซื้อตั๋วขึ้นลิฟท์ไปดูเส้นขอบฟ้าบนนั้น ลิฟท์ขึ้นลงเร็วขึ้นกว่าตอนโน้น คือไม่ถึงครึ่งนาทีก็ถึงชั้นบนสุดแล้ว (เมื่อปี 2548 ใช้เวลา 59 วินาทีซึ่งก็ว่าเร็วมากแล้ว) ใครที่นึกไม่ออกว่าภาพที่มองออกจากชั้นบนสุดของตึกไทเป 101 เป็นยังไงก็นึกถึงตึกใบหยกหรือตึกมหานครนะครับ แนวเดียวกัน คือมีชั้นที่มีกระจกบานใหญ่โดยรอบ เห็นทิวทัศน์ 360 องศาของนครไทเป ชั้นนี้จะมีร้านขายของที่ระลึกและนิทรรศการต่าง ๆ รวมทั้งลูกตุ้มหน่วงขนาดใหญ่ที่ป้องกันแผ่นดินไหว อันเป็นเทคโนโลยีที่ไต้หวันภาคภูมิใจ และมีชั้นที่ออกไปเดินด้านนอกได้ ซึ่งมีรั้วสูงกันคนตกลงไป หลังจากชมวิวและซื้อของ (หมดตังค์ไปอีกครึ่งนึง) ก็ต่อคิวลงลิฟท์ไปร้านอาหารตามที่นัดไว้

มื้อเย็นกินกันในภัตตาคาร Din Tai Fung ที่มีชื่อเสียง ชั้นล่างของตึกไทเป 101 ล่อแต่เสี่ยวหลงเปา หรือซาลาเปาลูกจิ๋วที่มีน้ำซุปอยู่ภายในกันอย่างเดียว คนละสิบกว่าลูก อิ่มไปตาม ๆกัน ผมว่าเสี่ยวหลงเปาที่นี่อร่อยกว่าที่เซี่ยงไฮ้อีกนะ

เช็คอินที่ รร. Midtown ใกล้ย่านถนนคนเดินที่โด่งดังที่สุด Ximinding เพื่อจะได้เดินช้อปปิ้งให้จุใจ สิ่งแรกที่ทำก็คือไปซื้อของขวัญวันเกิดให้เรือรัก เป็นตุ๊กตุ่นหุ่นยนต์ 3 กล่องในตึกที่ขายของเล่นเป็นหลัก ซีเหมินติงเป็นย่านช้อปปิ้งใจกลางไทเป เป็นย่านที่ฮิปที่สุดแล้ว มีของขายมากมายกายกรรมก็มี ไอ้หนุ่มที่เล่นกายกรรมหล่อมากไกด์สาวถึงกับพร่ำเพ้อแย่งชิงกับลูกทัวร์ ร้านขายลาบูบู้ใหญ่มากตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัส แต่ไม่ค่อยมีคนสนใจสักเท่าไหร่ คนที่สนใจรองเท้าอร วันนี้สำรวจของพรุ่งนี้ยังมีเวลาช้อปอีกวันนึง แต่สำหรับคนรักชานมไข่มุก กินได้ทั้งคืน

เที่ยวไต้หวันกับเรือรักตอนที่ 1 ล่องทะเลสาบสุริยันจันทรา เริงราตรีนครไถจงผมไม่ได้ไปเที่ยวกับลูกนานแล้ว ครั้งสุดท้ายก็ตอน...
09/02/2026

เที่ยวไต้หวันกับเรือรัก

ตอนที่ 1 ล่องทะเลสาบสุริยันจันทรา เริงราตรีนครไถจง

ผมไม่ได้ไปเที่ยวกับลูกนานแล้ว ครั้งสุดท้ายก็ตอนลูกยังเด็ก ไปวิ่งเล่นด้วยกันบนเขาวังเมืองเพชรกับกลุ่มเพื่อนเซนต์คาเบรียล ยิ่งไปต่างประเทศแล้วยิ่งนานไปใหญ่ เคยพาเรือรักไปฮ่องกงเมื่อตอนเขาอายุ 6 ขวบ และเกาะ Kyushu เมื่อตอนอายุ 8 ขวบ กว่าจะได้ไปต่างประเทศด้วยกันก็คูณสองใกล้ฉลองวันเกิดที่กรุง Taipei คราวนี้น้องชายจัดนำเที่ยวพวกครอบครัวที่ทำแอมเวย์กันมายาวนานสามสิบปี ผมจึงไปกับเขา รื้อฟื้นความทรงจำไม่เพียงแต่เฉพาะการท่องเที่ยวกับลูก แต่กับพวกแอมเวย์ที่เคยไปล่องทะเลสาบ lucerne ชมยอดเขา Matterhorn และนั่งรถไฟสาย Glazier Express ด้วยกันเมื่อปี 2546 อีกด้วย

บริษัททัวร์ที่ชนะการประมูลพาเราเหินฟ้าด้วย Evaair เวลาตี 2 ถึงสนามบิน Taoyuan ของไต้หวันหกโมงเช้า อากาศนับว่าดีผิดปกติ เพราะตลอด 4 วันจากนี้ไปไม่มีสักวันที่ฝนตก (แต่หลังจากที่เราไปแล้วฝนตกหนักกระจุยเพราะหน้านี้เป็นหน้ามรสุมแปลกดีแฮะ) ผ่าน ตม.แล้วก็ขึ้นรถออกจากสนามบินไปยังเมืองหนานโถว(Nantou) ที่อยู่ตอนกลางของประเทศก่อนเลย ไกด์สาวชาวมุสซี่แจกชานมไข่มุกให้ดื่มคนละแก้วเป็นอาหารเช้า ขณะที่ไกด์ท้องถิ่นชื่อวอ ชวนเล่นทายปัญหาเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไต้หวันให้ฟังแก้เบื่อตลอด 3 ชม. แน่นอนว่าผมทายถูกได้พวงกุญแจเอามาดูเล่นตั้งหลายอัน เรือรักหลับสบาย ตื่นมาอีกทีถึงภัตตาคารริมทะเลสาบ Sunmoon กินอาหารกลางวันกัน เมนูเด่นคือปลาประธานาธิบดี ก็ปลาเนื้ออ่อนนึ่งซีอิ้วธรรมดานี่แหล่ะแต่รสดีเนื้อหวานนุ่ม เมียอดีตประธานาธิบดี Chiang Kai-Shek แกชอบกินเลยสร้างตำหนักอยู่ริมทะเลสาบ จะกินปลานี้ทุกวัน เป็นผมก็จะกินแต่ปลานี่แหล่ะ เพราะจานอื่นยังธรรมดา กุ้งไม่แกะเปลือกมาให้ก็ขี้เกียจแกะ หน่อไม้น้ำที่ขึ้นอยู่ในทะเลสาปเขาหยิบยกมาให้กินก็ไม่อร่อยเลยอ่ะ ควรปล่อยจมใต้น้ำอย่างเดิมน่ะดีแล้ว

ทะเลสาบสุริยันจันทราเป็นทะเลสาบที่มีชื่อเสียงที่สุดของไต้หวัน ไม่ใหญ่นัก แต่มีทิวทัศน์น่าดึงดูดไม่น้อย ริมตลิ่งโรงแรมและบ้านพักหรูสอดประสานกับต้นไม้จำนวนมาก กลางทะเลสาบก็มีเกาะกลางน้ำที่ชาวเผ่าเศร้า (Thao) ชนท้องถิ่นแถบนี้มาบวงสรวงเทพเจ้ากัน เดิมทีมีกวางขาวอยู่บนเกาะตอนนี้เหลือแต่รูปปั้น เรือสปีดโบ๊ทแล่นมาขึ้นฝั่งที่ท่าเรือวัดสวนกวง (Xuanguang) วัดของพระถังซัมจั๋งเขาว่าบรรจุอัฐิธาตุอัญเชิญจากเมืองจีนไว้ที่วิหารด้านบน ต้องปีนบันไดเขาขึ้นไปอีก 500 กว่าขั้น เมื่อขึ้นไปแล้ววิวจากบนเขามองลงมาทะเลสาปสวยซะยิ่งกว่าตัววิหาร ด้านล่างลานวัดมีนักดนตรีและระบำพื้นเมืองเล่นเพลงให้ฟังเพลิน ๆ แต่ที่คนนิยมคือกินไข่ต้มใบชาอายุยืนกัน แต่สงสัยผมคงไม่ยืนเพราะกินไปใบเดียวที่เหลือต้องทิ้งแล้วทำหน้าเหยเก

ล่องเรือกลับไปท่าเดิม ผมจ่ายเงินสามร้อยดอลลาร์ซื้อหินก้อนเท่าฝ่ามือเป็นที่ระลึกมาก้อนหนึ่ง เห็นเขียนอักษรจีนสวยงามมารู้ทีหลังว่าแปลว่าขอให้คลอดลูกง่าย อ้าวเฮ้ย ตอนนี้จึงวางไว้ไหนแล้วไม่รู้ รถบัสแล่นต่อไปทางเหนือทะเลสาปอีกนิดถึงวัดกวนอู (Wenwu) วัดใหญ่ประชิดน้ำ เดินขึ้นไปสี่ชั้น ชมสถาปัตยกรรมสวยงามตั้งแต่สิงโตตัวใหญ่สองตัวหน้าวัด ผมชอบเพราะหน้าตลกดี วัดนี้ประดิษฐานวิหารขงจื้อ กวนอูและงักฮุย เรือรักก็เฉย ๆแต่วิ่งเข้าไปไหว้ขอพรความรักจากวิหารเทพเจ้าจันทราชั้น 2 ก่อนเลย เออแฮะ นี่แหล่ะวัยรุ่น

บ่ายนั้นก่อนจะถึงเมือง Taichung ทัวร์ก็พาไปเชือนที่ร้านขายชาเสียก่อนเลย ในคณะซื้อชาอู่หลงกันคึกคักหลายสิบกระป๋อง เพราะเล่นออกโปรโมชั่นซื้อสามแถมสอง ซื้อห้าแถมสามอะไรแบบนี้ ถูกจริตคนไทยที่อะไรลดก็ซื้อไว้ก่อน ส่วนจะกินจะใช้หรือไม่เอาไว้ชาติหน้าก็แล้วกัน

ไถจงเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ ราตรีจึงครึกครื้นพอประมาณ หลังจากเช็คอินและทานข้าวเย็น เราก็เดินไปเที่ยวดาวน์ทางน์ตลาดกลางคืนกัน กินชานมไข่มุกกันอีกแก้วตามแรงบิ้วของไกด์ เรือรักกินสตรีทฟู้ดไปสองสามอย่าง เช่น วาฟเฟิลแท่งที่เห็นในรูป หลายคนสนใจรองเท้า on ที่กำลังฮิต แต่ดูพอเป็นกษัย เพราะใจพวกเขากะจะช้อปปิ้งละลายเงินดอลล์กันที่ไทเปซึ่งจะนอนอีก 2 คืนต่อจากนี้ ติดตามตอนต่อไปนะครับ

ซ้อมไว้ก่อน หวังว่าจะได้แก่แต่ตัวใจยังหนุ่มไปตลอดกาล
07/02/2026

ซ้อมไว้ก่อน หวังว่าจะได้แก่แต่ตัวใจยังหนุ่มไปตลอดกาล

ตอนที่ 7 ตอนสุดท้ายแล้วครับ ซัปโปโรย่านบันเทิงตอนบ่ายเดินแต่ห้างครับ  ตึก ของสถานีรถไฟ JR อยู่ที่นี่  มีห้างใหญ่หลายแห่ง...
23/01/2026

ตอนที่ 7 ตอนสุดท้ายแล้วครับ ซัปโปโรย่านบันเทิง

ตอนบ่ายเดินแต่ห้างครับ ตึก ของสถานีรถไฟ JR อยู่ที่นี่ มีห้างใหญ่หลายแห่ง อยู่ในนั้นทั้งวันก็ไม่แปลก ร้านทั้งหรูทั้งถูกมีเยอะมาก ใต้ดินก็เชื่อมกันทั้งเมือง ผมหิวข้าวเลยไปถามเจ้าหน้าที่บริการนักท่องเที่ยวที่นั่น โอโห คุณยายอายุเหยียบร้อยเดินพาผมไปกินราเม็งเลยครับ อัธยาศัยยอดเยี่ยมมาก ออกจากห้างนี้ก็ไปเอาท์เลทขนาดใหญ่ของบริษัท Mitsui ใครไปอย่าลืมไปขอคูปองบัตรลด 5-20 เปอร์เซนต์ที่เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์นะครับ ราคาของที่นี่ไม่ถูกเลย แต่ผมก็ได้โอนิซูกะคู่นึง แซมโซไนท์ใบหนึ่ง ที่น่าสนใจคือร้านรวมผลิตภัณฑ์จากฟาร์มท้องถิ่น มีของเกษตรน่าสนใจเยอะ (แต่ยังหาหอยเม่นกระป๋องไม่เจอ) แนะนำผงโรยข้าว สาหร่าย หรือเนื้อม้ากระป๋อง นะครับ แปลกดี

โรงแรมของผมคือ Grand Mercure อยู่ด้านใต้ของเมือง อยู่บนย่านบันเทิงเรียกว่า Susukino ซอยข้างโรงแรมมีเป็นผับนางกระต่ายชิปเปนเดล แต่งชุดล่อแหลมเห็นตูดเสริ์ฟเหล้าให้ลูกค้า มียากูซ่าห้ามไม่ให้คนถ่ายรูป แต่สำหรับผมไม่เห็นมันห้ามนี่ หรือว่าผมตัวใหญ่กว่ามัน

ยามค่ำคืนผมเดินเล่นในตลาด Tanukikoji เป็นย่านการค้ามีหลังคาคลุมยาว 1 กม. มีเดินข้ามถนนเป็นช่วง ๆ ของแถวนี้ลดถูกหลายร้าน ผมเข้าไปกินราเม็งในร้านหนึ่ง เขาพยายามใช้เทคโนโลยีมาช่วย โดยให้คนกดสั่งอาหารจากเครื่องก็ทำกันไม่เป็น พนักงานต้องมาจับมือกดให้ (ทำนองเดียวกับการออกช่องอัตโนมัติ ตม.หรือช่องเช็คอินอัตโนมัติที่สนามบินไทย ที่ยังไงก็ต้องจ้างคนมาช่วย ปล่อยเครื่องจักรไม่ได้ คนมันโง่อ่ะ -- อันนี้ผมเองล่ะไม่ได้ว่าใคร) นอกจากนี้ยังต้องระวังไอ้พวกคนจีนพยายามจะแซงคิวอีก แย่มาก พวกมันมานั่งกดดันจ่อหลังผมเลยล่ะ เท่าที่สั่งเกต คนเดินบิลเสิร์ฟอาหารมักจะเป็นคนสวย ส่วนพ่อครัวเป็นผู้ชายไม่ออกมาหน้าร้าน ร้านญี่ปุ่นเป็นอย่างงี้

นอนเปิดม่านชมแสงสีก่อนนอนเหมือนทุกคืน มีวิวหอนาฬิกาแห่งใหม่ของเมืองซัปโปโรบอกเวลาดิจิตัลเป็นเพื่อน ฝนที่ตกหนักคืนนี้ทำให้นอนหลับสบายขึ้น แต่ว่าพอเช้าตรู่น่ะสิครับ ทั้งเมืองเปลี่ยนเป็นขาวโพลน พายุหิมะถล่มอย่างหนัก จะไปถึงสนามบินทันหรือเปล่านี่ คนขับก็หนักใจ แต่ยังไงก็ต้องฝ่าไป ไปสนามบินชิโตเสะสภาพอย่างนี้ต้องเผื่อไว้ชั่วโมงหนึ่ง

เห็นหิมะตกแล้วสงสารคนญี่ปุ่น พวกเขายังแต่งตัวดีแล้วพยายามเดินถือร่มฝ่าพายุไปทำงาน คงเพราะความขยันมุ่งมั่นแบบนี้ของคนทำให้ประเทศนี้รุดหน้า ส่วนผมไปสนามบินก่อนแระ หนาวมากเช้านี้ ร่ำลาคนขับที่เข้าไปในอาคารผู้โดยสารไม่ได้แล้วผมก็ไปเช็คอิน เจอน้องแบงก์ ไกด์ทัวร์คนสวยของบริษัท H.I.S. ซึ่งไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่ด้วยความที่เคมีด้านใจรักบริการท่องเที่ยวเหมือนกัน จึงคุยกันอย่างสนิทสนมแลกเปลี่ยนทริกกัน น้องเขาหัวเราะจนลืมว่ากำลังปวดฟันเลยล่ะ

ขาออกสนามบินชิโตเสะนี้ไม่ใหญ่นัก มีของขายไม่มากนัก ของบำรุงกำลังแบบพวกดอกไม้ทะเลหรือเม่นใต้น้ำชิ้นละเป็นหมื่น ๆ เยนก็มีขาย คงหลอกลูกค้าชาวจีนล่ะมั้ง ส่วนผมเงินเหลือ 5000 เยน เลยเดินไปดูเซรามิก ซื้อจอกเหล้ารูปซามูไรโป๊ ๆ จะเอามาแจกเพื่อน พวกคนขายสามสี่คนยกนิ้วให้ ร้องฮ้อ อืม พวกลามกกก กลับล่ะครับขึ้นเครื่องการบินไทยไปลงกรุงเทพ ที่ซึ่งอุณหภูมิแตกต่างสามสิบองศา เรียกคิวรถเล็ก มันเห็นกะเป๋าสามใบก็งอแง อ้างว่ารถมันเล็ก ต้องใส่เบาะหลัง ถ้าทำเบาะมันขาดคิดตังค์นะ ผมรำคาญเลยเรียกคิวรถใหญ่ ไอ้คนนี้บ่นไอ้คนแรกเลย “ไอ้ห่าเอ๊ย ลูกค้าคนไทยกะเป๋าไม่กี่ใบไปลาดพร้าวไปไม่ได้ ทีฝรั่งกะเป๋าห้าใบไปพัทยา ทำไมมึงไปได้”

เอาล่ะครับ จบแล้วทริปญี่ปุ่นคราวนี้ สวัสดีครับ

ตอนที่หก  ซัปโปโร ศูนย์อำนาจอุตตระทิศSapporo เป็นเมืองเอกของจังหวัดนี้ที่เรียกว่าเป็นศูนย์รวมของทุกอย่าง ประชากรบนเกาะมี...
23/01/2026

ตอนที่หก ซัปโปโร ศูนย์อำนาจอุตตระทิศ

Sapporo เป็นเมืองเอกของจังหวัดนี้ที่เรียกว่าเป็นศูนย์รวมของทุกอย่าง ประชากรบนเกาะมีไม่ถึงสิบล้านแต่อยู่ที่เมืองนี้สองล้านแล้วครับ เดิมทีตอนบุกเบิกฮอกไกโดเมื่อร้อยห้าสิบปีก่อน เมืองเอกคือ Hakodate แต่พึ่งย้ายศูนย์ราชการให้ลึกเข้าไปตอนในเมื่อปี 1870 เพื่อให้ใกล้กับแผ่นน้ำทิศอุดรของประเทศเพื่อกันอิทธิพลรัสเซียที่กำลังแผ่เข้ามาทางเหนือ หากเยือนย่านประวัติศาสตร์ของที่นี่จะพบความเป็นฝรั่งมากกว่าญี่ปุ่น

ผมให้รถออกแต่เช้าตรู่ เพื่อลองเข้าไปวนในมหาวิทยาลัย Hokkaido University ซะหน่อย เลยรู้ว่าเขาไม่ให้เอารถนักท่องเที่ยวเข้า ตาลุงซึ่งเป็นยามวัยใกล้ 80 ยังใจดียอมให้เราวนรอบหนึ่ง เลยวนรอบใหญ่แต่ไม่ลงเดิน โอโห อยากให้ทุกคนมาเห็นภาพพื้นขาวโพลน ต้นป็อปลาร์ยืนใบร่วง โรแมนติกเหมือนในหนังเชียวครับ ผมประทับใจมหาวิทยาลัยนี้เหมือนกับลูกผู้ชายคนอื่น ตรงที่อธิการบดีคนแรกของสถาบันคือ ศ.William S. Clarke ประกาศก้อง “Boys Be Ambitious” เป็นลูกผู้ชายมันต้องมุ่งมั่นทะเยอทะยาน ลูกฮอกไกโดทั้งหลายซึ่งส่วนใหญ่ยุคนั้นเรียนเกษตรเลยช่วยกันพลิกฟื้นดินแดนหลังเขาให้เจริญรุดหน้าอย่างทุกวันนี้

ขอบอกขอบใจลุงที่ให้วนดูสนามหญ้า ผมก็พาตัวเองไปเยือนอาคารว่าการรัฐบาลเก่าของฮอกไกโดหรือที่เรียกกันว่า Akarenga แปลว่าตึกแดง ด้วยว่าตึกออกสีแดงเหมือนตึกที่ รร.เซนต์คาเบรียลของผม นักท่องเที่ยวทั้งนั้นที่มาที่นี่ ผมได้ยินภาษาจีน มองโกล เกาหลี เวียดนามและแน่นอน ไทยกระตู้วู้ สนามหญ้าที่มีหิมะหนาสุม มีเด็กขว้างเล่นกัน ในอาคารมีแค่สองชั้น ข้าวของไม่เยอะนัก ชั้นล่างเป็นร้านขายข้องกับแกเลอรี่แสดงภาพของตากล้องเลือกฮอกไกโดที่ถ่ายภาพเก่า ๆ เอาไว้ให้ดูมาก

ชั้นบนมีหลายห้องแบ่งตามเรื่องราว ห้องที่ทันสมัยเป็นห้องเกี่ยวกับรถไฟ Shinkansen น่าสนใจตรงที่เมื่อมีนานี้เองที่ชินกันเซ็นแล่นจากโตเกียวลอดอุโมงค์ใต้น้ำถึงเมืองฮาโกดาเตะบนเกาะฮอกไกโด นับเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมอันน่าทึ่ง ห้องโบราณอย่างเช่นห้องอารยธรรมของเกาะนี้ก็มี ไม่อยากเชื่อเลยว่าขุดพบโบราณวัตถุหมื่นปีสมัย Jomon อย่างตุ๊กตาดินเผาที่นี่ด้วย แสดงให้เห็นว่าสมัยก่อนแผ่นดินนั้นเชื่อมกัน ห้องผู้ว่าราชการในอดีตก็มีโต๊ะผู้ว่าให้นั่งเล่น มีโต๊ะยาวสำหรับจัดประชุมให้ดู แต่ห้องที่ผมชอบมากที่สุดคือห้องกิจการต่างประเทศของฮอกไกโด มีภาพความสัมพันธ์กับรัสเซียอยู่ไม่น้อย และที่สำคัญคือการจัดแสดงสิ่งที่พวกเขาไม่มีวันลืม จ้องจะเอาคืนให้ได้ คือสี่เกาะของหมู่เกาะ South Kuril ที่รัสเซียยึดไปหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนบัดนี้ยังไม่ยอมคืน

ตรงข้ามกับตึกแดงคือสวน Odori เป็นลานที่ทำกิจกรรมหลายอย่างของเมือง รวมทั้งทุกกุมภาจะปั้นตุ๊กตาหิมะกันที่นี่ด้วย (ทีมของไทยมักจะชนะแทบทุกปี) แต่ตอนนี้หนาวครับ เดินเล่นไม่ได้ เดินไปทางอื่นดีกว่า เมืองฮอกไกโดตัดเป็นบล้อก เดินง่าย เท่าที่สังเกตมีแต่ผู้หญิงซะด้วย ผมเดินไปทางหอนาฬิกาประจำเมือง Tokeidai แปลว่านาฬิกาใหญ่ มีกลุ่มกองถ่ายนักศึกษาหรือดารากลุ่มหนึ่งอยู่แถวนั้น มีนางฟ้า 7 คนคอยโบกมือแบบเชียร์ลีดเดอร์เวลาคนเดินผ่านด้วยครับ

ตอนหน้า ตอนสุดท้าย เที่ยวซัปโปโรย่านใต้กันบ้างครับ

ตอนที่ 5 ยะเยือกบนยอดเขาริมทะเลสาบ Toyaเบื่อกันหรือยังครับ เที่ยวฮอกไกโดคราวนี้เราไปเจอทั้งหิมะ ทะเลสาบ ลำคลองและหุบเขาน...
21/01/2026

ตอนที่ 5 ยะเยือกบนยอดเขาริมทะเลสาบ Toya

เบื่อกันหรือยังครับ เที่ยวฮอกไกโดคราวนี้เราไปเจอทั้งหิมะ ทะเลสาบ ลำคลองและหุบเขานรก คราวนี้เราปีนขึ้นไปยอดภูเขาไฟที่ยังไม่ดับกันไหมครับ Usu San เป็นภูเขาไฟที่อยู่ในอุทยานนามว่า Shikotsu-Toya National Park ก็เป็นที่เดียวกับโนโบริเบ็ทสึ ดินแดนแถบนี้มีธรรมชาติที่สวยงาม ครบถ้วนมาก ตอนไปก็เจอทั้งฝนและหิมะ แต่เบา ๆ อากาศหนาวพอสบาย

จะขึ้นไปยอดภูเขาไปอุสุซังได้นี่ต้องใช้รถกระเช้าที่เรียกว่า ropeway ครับ ระหว่างรอรถก็ศึกษาประวัติการระเบิกของภูเขาไฟซี่งสูงราว 737 เมตรลูกนี้ ซึ่งน่าสนใจมากว่านับจากปี 1900 ระเบิดมาแล้วสี่ครั้ง ล่าสุดก็ตอนขึ้นสหัสวรรษใหม่พอดี ที่แปลกคือระเบิดเมื่อปี 1944 นั้นก่อให้เกิดภูเขาไฟลูกใหม่ขึ้นมาซะด้วย คงเป็นแนวสิวผุดล่ะมั้ง ยุคนั้นเป็นยุคจักรพรรดิฮิโรฮิโตครองอำนาจ เลยตั้งชื่อภูเชาที่สูง 398 เมตรลูกนี้ว่า Showa Shinzan หรือภูเขาใหม่ยุคโชวะ (ปีศักราชของพระจักรพรรดิ) ลูกสีแดง ๆ มองเห็นชัดเลยเมื่อขึ้นกะเช้าและอยู่บนจุดชมวิว

กะเช้าแล่นแค่ 6 นาทีก็ถึงข้างบน วิวสวยมากครับ มองไปเห็นไกลถึงทะเลสาบโทยะและมหาสมุทรแปซิฟิกเลยเชียว ภูเขาย่อยก็เห็นหลายลูก เมื่อขึ้นไปถึงบนเขาแล้วจะเห็นทุ่งหญ้าโล่ง มีทางเดินยาวต่อไปอีกสักกิโลนึงให้ไปถึงจุดชมวิว ทางเดินสบายไม่น่ากลัว เดินไป ชมดอกไม้ไป ดอกอะไรลูกเหมือนตะขบเห็นได้มากที่สุด บนนี้เจอไอ้กิ เพื่อนเซนต์คาเบรียล (มันได้ชื่อนี้เพราะเป็นเจ้าของแป้งทอดกรอบโกกิ) โดยบังเอิญ เขาพาดีลเลอร์มาเที่ยวยี่สิบเจ็ดคน คืนนี้จะไปนอนรีสอร์ทห้าดาวริมทะเลสาบโทยะนี่ล่ะ ส่วนผมจะตีรถกลับไปซัปโปโร

นั่งกะเช้าลงจากภูเขา 4 โมงกว่า ฟ้าก็ใกล้มืด ช้อปปิ้งของฝากที่สถานีกะเช้านั่นเอง ผลิตภัณฑ์ของฮอกไกโดนั้นเชื่อถือได้เรื่องความมันของนม พึ่งสังเกตว่ามีพิพิธภัณฑ์ภูเขาไฟอยู่ที่ชั้นใต้ดินถัดไป แต่ผมไม่มีเวลาดูเสียแล้ว รู้สึกถึงความเหมือนของเกาะบนสุดกับใต้สุดคือคิวชูของญี่ปุ่นหลายอย่าง โดยเฉพาะภูเขาไฟกับความเป็นนรก
ลงมาเดินเล่นแถวทะเลสาบโทยะ นภาเป็นสีน้ำเงินเลื่อมกับผืนน้ำ ทิวเขากับชายฝั่งที่ก็น้ำเงินเหมือนกัน เหมือนอยู่ในโลกสีคราม งามจนบรรยายไม่ถูก พึ่งเริ่มมืด ตามถนนมีประดับไฟราวสีแตกต่างกัน แต่เราอยู่ริมทะเลสาบที่ลมแรงนี้ไม่นานก็ต้องไปหาชาบูปิ้งย่างกินกันแล้วครับ

ร้านชาบูของญี่ปุ่นแห่งนี้บรรยากาศคึกคักนั่งพับเพียบ หม้อซุปแบ่งเป็นสองแบบในหม้อเดียวเหมือนร้านชาบูชิบ้านเรา ผมเลือกรสมิโซะกับรสใส่ปลาแห้ง อร่อยทั้งคู่ เมนูหมูเนื้อและเครื่องเคียงดูยุ่งยากกว่า เพราะมีไฮบริดหลายแบบ แต่พนักงานในชุดยูกาตะก็ช่างเอาอกเอาใจ แข็งขันไม่มีความรู้สึกว่าเธอเบื่อหน่ายงานเลย อากาศหนาวเช่นนี้กลับไปนอนคนเดียวในเมืองซัปโปโรดีกว่านะครับ

ตอนที่ 4  นรกฮอกไกโดและหมู่บ้านเอสกิโมกินอาหารเช้าแล้วก็ออกมายืนเก้กังถ่ายรูปที่พักเมื่อคืนหน่อย  โรงแรมชื่อ Grand Park ...
19/01/2026

ตอนที่ 4 นรกฮอกไกโดและหมู่บ้านเอสกิโม

กินอาหารเช้าแล้วก็ออกมายืนเก้กังถ่ายรูปที่พักเมื่อคืนหน่อย โรงแรมชื่อ Grand Park Otaru ถือว่าได้นอนที่เมืองลำคลองสวยแล้ว วันนี้มีธุระต้องออกไปตะลุยอีกหลายเมืองรอบตอนกลางของเกาะ ซึ่งคนไทยอาจไม่คุ้นหู เช่น Shiraoi Noboribetsu หรือ Toya แต่รับรองล่ะครับครบงามทั้งวัฒนธรรม ทะเลสาบ บ่อกำมะถัน และภูเขาไฟ

คนดั้งเดิมที่นี่เรียกว่าว Ainu หน้าตาก็คล้ายคนญี่ปุ่นปนไทย มีอยู่บนเกาะฮอกไกโดเท่านั้น เมืองชิราโออินี่มีพิพิธภัณฑ์ของพวกเขาเรียกว่า Porotokatan ให้เข้าไปชมชีวิตความเป็นอยู่ของคนกลุ่มน้อยเหล่านี้ หมู่บ้านโฟโรโตโกตันนี่อยู่ริมทะเลสาบ Poroto ที่โคตรสวยดังรูปที่เอามาลง สีฟ้าครามของน้ำทะเลนั้นเหมือนมนต์น่าหลงใหล ยิ่งมาเจอกับทิวสนกับความหนาวเย็นด้วยแล้ว ดั่งอยู่บนสรวงสวรรค์

ด้านหน้าจะเจอรูปปั้นหัวหน้าเผ่าของเขา ตัวใหญ่ยักษ์ให้ผมทำท่าเลียนแบบ จากนั้นก็จะเห็นเขตที่เลี้ยงหมาล่าสัตว์ตัวขาว ขังไว้เป็นคอก อาจดูน่าสงสาร ทำไมโดนกัก แต่ถ้าปล่อยออกมามีหวังขย้ำคอเราแน่ ในหมู่บ้านมีแปลงต้นไม้พื้นเมืองที่ผมไม่สนใจ เท่ากับรูปปั้นหมีสีน้ำตาลจังกา วัฒนธรรมคนไอนุผูกพันกับการล่าหมีมาก ถึงขั้นมีการเต้นระบำบูชาวิญญาณหมีที่ถูกล่า ยูเนสโกเห็นเข้าร้องฮัดช่า ยกให้เป็นมรดกโลกเลย ผมได้เข้าไปชมการแสดงในกะท่อมหลังแรก ซึ่งเป็นกะท่อมต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้าไปดูชาวไอนุร้องเพลง เต้นระบำ เป่าเครื่องดนตรี ท่าเต้นและเสียงโห่ในเพลงบางจังหวะคล้ายอินเดียแดง

ถัดจากกะท่อมรับแขกไปเป็นกะท่อมหลังใหญ่ หลังรอง แต่ละกะท่อมมีที่ตากปลาคอดแห้ง มีลวดลายศิลปะ และมีซุ้มไฟให้ไออุ่นกับกระท่อม แต่ละหลังน่าอยู่มาก ข้างนึงเป็นทะเลสาบอีกข้างหนึ่งเป็นป่า เปิดประตูออกมามีหมียืนจังกาตะปปหัวมับ

ขาออกจากหมู่บ้านก็ไปให้แม่ค้าไอนุเชือดซะโดยดี แม่ค้าคนสวยที่ขายอยู่เรือนแรกฟันไท่าไหร่ก็ไม่รู้ มารู้อีกทีตอนมาซื้อกับยายแก่เรือนหลัง ฮึ่ม ซื้อหนึ่งแถมหนึ่งซะด้วย

จากมืองชิราโออิ เราไปเมืองที่นามมีเสน่ห์มาก “โนโบริเบ็ทสึ” ญี่ปุ่นพูดภาษาไอนุไม่ชัดเลยออกมาเป็นแบบญี่ปุ่น ซึ่งแปลไม่ออก แต่ว่าดั้งเดิมที่นี่ชาวไอนุเขาเรียกว่า “แม่น้ำมืด” ไม่รู้ทำไมมืด หรือว่าจะคล้ายแม่น้ำ styx ของกรีกที่กั้นระหว่างโลกมนุษย์กับนรก เพราะที่นี่เองที่มีหุบเขานรก Jikogudani ที่เดินเข้าไปแล้วเหมือนอยู่ในนรกภูมิ เป็นพื้นที่ปากปล่องภูเขาไฟ Kattara ยังไม่ดับดี ปะทุควันและเถ้าให้เห็นแบบใกล้ชิด เขาเลยปั้นยักษ์สีแดงสีฟ้า นุ่งผ้าเตี่ยวลายเสือขนาดใหญ่ถือตะบองไว้หลายจุด เป็นไฮไลท์ให้คนถ่ายรูปด้วย ยักษ์นี้เรียกว่าพวก Yukijin ทำตัวเป็นยมทูต คอยอารักขายมบาล หรือราชา Enma ซึ่งเป็นเจ้าแห่งภพภูมินี้

ถ้าท่านผู้อ่านนึกภาพยักษ์ญี่ปุ่นไม่ออก นึกถึงการ์ตูนเรื่องลามูทรามวัยต่างดาวที่เราอ่านตอนเป็นเด็กนะครับ นั่นล่ะยักษ์ล่ะ ทุกหน้าร้อนจะมีพิธีขับไล่ยักษ์เอาถั่วขว้างสนุกสนาน ยักษ์เป็นจุดขายของที่ระลึกน่ารักของที่นี่ หุบเขานรกแบบนี้นอกจากโนโบริเบ็ทสึ ก็คือที่ Beppu บนเกาะคิวชูที่ผมเคยไปมา ที่นั่นมีบ่อน้ำนรกแปดบ่อ ก็เลยเรียกเหมือนกันและมียักษ์เช่นเดียวกัน

บ่ายแล้วแวะกินราเม็งในเมืองโนโบริเบ็ทสึนั่นแหล่ะ เฮ้ย โชคดีเจอสองสาวเมื่อคืน บังเอิญอะไรเช่นนี้ คือว่าร้านดังคนรอคิวเยอะ เลยมาเข้าคิวร้านไม่ดัง กินบะหมี่ชาชูรสเผ็ด ซึ่งก็ไม่ได้สะใจอะไร หลังทานกลางวันผมก็ช้อปปิ้งของที่ระลึกนิดหน่อย แหม เสื้อของเมืองนี้ขนาดเล็กกว่าผมทั้งนั้น ถามคนขายว่าทำไงดี ตาลุงคนขายบีบมือเข้าหากันทำนองว่าเอ็งก็ลดความอ้วนให้ตัวแคบเข้าสิวะ ผมชอบใจ เรียกตาลุงมึงมากอดคอถ่ายภาพเซลฟี่กันหน่อย ตาลุงบอกว่าได้ แล้วคว้างถุงมืออุ้งตีนหมีมาใส่ทำท่าตะปบคอผมซะอีก แหมลุง เฉือนคมเก่งชะมัด

Address

Taipei

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when หกทวีปสี่สมุทร Traveloque by Joe Muangman posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Share

Category