13/10/2023
✍️วัดสีกุก
สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเมื่อปี พ.ศ. 2240 ตรงกับรัชสมัยของ สมเด็จพระเพทราชา และมาปรากฏชื่อในพระราชพงศาวดารว่าเป็นที่ตั้งค่ายของมังมหานรธา แม่ทัพฝ่ายใต้ของพม่าในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เพื่อใช้โจมตีกรุงศรีอยุธยา จึงไม่ได้รับความเสียหายซึ่งมังมหานรธาได้ล้มป่วยและถึงแก่กรรมที่วัดนี้ก่อนกรุงจะแตกเพียงไม่กี่เดือน โดยปัจจุบันได้มีการขุดค้นพบแนวกำแพงค่ายของพม่าบริเวณวัดสีกุก กล่าวกันว่า ศพของมังมหานรธา ได้ทำการฝังและมีการสร้างเจดีย์ไว้ที่วัดสีกุก ค่ายสีกุกที่สร้างนั้นเป็นกำแพงอิฐและดิน สันนิษฐานว่าได้รื้ออิฐมาจากวัดสีกุกและวัดใกล้เคียงเพื่อมาสร้างค่ายทัพพม่า[1]
หลังจากนั้นวัดสีกุกก็ได้ปรากฏชื่ออีกครั้งเมื่อคราวที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสต้นครั้งที่ 2 พร้อมเชื้อพระวงศ์และขุนนางข้าราชบริพารผู้ตามเสด็จมาถึงวัดสีกุกในช่วงบ่ายถึงเย็นของวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2449 โดยพระองค์ได้พักเสวยพระกระยาหารที่ใต้ต้นสะตืออายุกว่า 300 ปีของวัดและได้ประทับพักค้างแรมก่อนจะเสด็จออกจากวัดสีกุกในเช้าวันรุ่งขึ้น
✍️ต้นสะตือ
ขบวนเสด็จผ่านมาถึงสีกุกเวลาบ่าย ขณะที่มีลมฝนเกิดขึ้น พระองค์จึงได้ประทับแรม ณ วัดสีกุก ซึ่งภายในคืนดังกล่าวเกิดปรากฏการณ์ จันทรุปราคา แต่เนื่องด้วยฝนตกฟ้ามืดครึ้มจึงมองไม่เห็นสิ่งใดเลย กระทั่งรุ่งเช้าพระองค์เสด็จเข้ามาไหว้พระในมณฑป ทรงถ่ายภาพและบันทึกความทรงจำด้วยลายพระหัตถ์ พระองค์และข้าราชบริพาร ได้นั่งลงใต้ต้นสะตือแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันมีอายุกว่า 300 ปีแล้ว ซึ่งชาวบ้านที่มีความศรัทธา ได้ร่วมกันทูลเกล้าฯ ถวายปัจจัยเพื่อปรับปรุงพื้นที่โดยรอบ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ช่วงบูรณะ