เที่ยวไป ถ่ายไป กับน้องแก้มแก้ว

เที่ยวไป ถ่ายไป กับน้องแก้มแก้ว เลิกสนใจกับเรื่องคนอื่น....คุณจะมีความสงบสุขใจขึ้น

สุขสันต์วันลอยกระทง ปี 2567
27/11/2023

สุขสันต์วันลอยกระทง
ปี 2567

18/11/2023

เพจเที่ยวไป ถ่ายไป กับน้องแก้มแก้ว #ขอส่งกำลังใจเชียร์ ‘แอนโทเนีย’ สายสะพายไทยแลนด์ ขอให้ได้มง 3👑 👸🏻ไทยแลนดดด์🇹🇭

✍️วัดสีกุกสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเมื่อปี พ.ศ. 2240 ตรงกับรัชสมัยของ สมเด็จพระเพทราชา และมาปรากฏช...
13/10/2023

✍️วัดสีกุก
สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเมื่อปี พ.ศ. 2240 ตรงกับรัชสมัยของ สมเด็จพระเพทราชา และมาปรากฏชื่อในพระราชพงศาวดารว่าเป็นที่ตั้งค่ายของมังมหานรธา แม่ทัพฝ่ายใต้ของพม่าในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เพื่อใช้โจมตีกรุงศรีอยุธยา จึงไม่ได้รับความเสียหายซึ่งมังมหานรธาได้ล้มป่วยและถึงแก่กรรมที่วัดนี้ก่อนกรุงจะแตกเพียงไม่กี่เดือน โดยปัจจุบันได้มีการขุดค้นพบแนวกำแพงค่ายของพม่าบริเวณวัดสีกุก กล่าวกันว่า ศพของมังมหานรธา ได้ทำการฝังและมีการสร้างเจดีย์ไว้ที่วัดสีกุก ค่ายสีกุกที่สร้างนั้นเป็นกำแพงอิฐและดิน สันนิษฐานว่าได้รื้ออิฐมาจากวัดสีกุกและวัดใกล้เคียงเพื่อมาสร้างค่ายทัพพม่า[1]

หลังจากนั้นวัดสีกุกก็ได้ปรากฏชื่ออีกครั้งเมื่อคราวที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสต้นครั้งที่ 2 พร้อมเชื้อพระวงศ์และขุนนางข้าราชบริพารผู้ตามเสด็จมาถึงวัดสีกุกในช่วงบ่ายถึงเย็นของวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2449 โดยพระองค์ได้พักเสวยพระกระยาหารที่ใต้ต้นสะตืออายุกว่า 300 ปีของวัดและได้ประทับพักค้างแรมก่อนจะเสด็จออกจากวัดสีกุกในเช้าวันรุ่งขึ้น
✍️ต้นสะตือ
ขบวนเสด็จผ่านมาถึงสีกุกเวลาบ่าย ขณะที่มีลมฝนเกิดขึ้น พระองค์จึงได้ประทับแรม ณ วัดสีกุก ซึ่งภายในคืนดังกล่าวเกิดปรากฏการณ์ จันทรุปราคา แต่เนื่องด้วยฝนตกฟ้ามืดครึ้มจึงมองไม่เห็นสิ่งใดเลย กระทั่งรุ่งเช้าพระองค์เสด็จเข้ามาไหว้พระในมณฑป ทรงถ่ายภาพและบันทึกความทรงจำด้วยลายพระหัตถ์ พระองค์และข้าราชบริพาร ได้นั่งลงใต้ต้นสะตือแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันมีอายุกว่า 300 ปีแล้ว ซึ่งชาวบ้านที่มีความศรัทธา ได้ร่วมกันทูลเกล้าฯ ถวายปัจจัยเพื่อปรับปรุงพื้นที่โดยรอบ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ช่วงบูรณะ

✍️วัดช้างรอบเป็นโบราณสถานร้างตั้งอยู่บนเนินเขาลูกรัง นอกกำแพงเมืองทางด้านทิศเหนือที่เป็นเขตอรัญญิกของเมืองโบราณกำแพงเพชร...
13/10/2023

✍️วัดช้างรอบ
เป็นโบราณสถานร้างตั้งอยู่บนเนินเขาลูกรัง นอกกำแพงเมืองทางด้านทิศเหนือที่เป็นเขตอรัญญิกของเมืองโบราณกำแพงเพชร ในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ตำบลหนองปลิง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร

วัดช้างรอบ
สิ่งก่อสร้างสำคัญคือ เจดีย์ประธานทรงระฆังขนาดใหญ่ มีรูปแบบเจดีย์ช้างล้อมในศิลปะสุโขทัย เจดีย์ประธานประกอบด้วยฐานประทักษิณสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ฐานเจดีย์กว้าง 31 เมตร[1] มีบันไดอยู่ที่กลางด้านทั้งสี่ เพื่อใช้ขึ้นไปถึงลานด้านบนหรือลานประทักษิณ บริเวณผนังฐานสี่เหลี่ยมของเจดีย์ประธานประดับประติมากรรมรูปช้างปูนปั้นจำนวน 68 เชือก ปรากฏเฉพาะส่วนหัวและสองขาหน้าโผล่พ้นจากฐานประทักษิณ[2] ชานบันไดแต่ละด้านประดับสิงห์และทวารบาลปูนปั้นแต่ชำรุดเสียหายไปจนเกือบหมด ด้านข้างของลานก่อเป็นกำแพงเตี้ย ๆ ด้วยอิฐ เชื่อมต่อระหว่างซุ้มประตูแต่ละทิศ ตรงมุมมีฐานเจดีย์เล็ก ๆ ส่วนยอดหักสันนิษฐานว่าเป็นเจดีย์ทรงกลีบมะเฟือง

ด้านหน้าเจดีย์ประธานมีฐานวิหารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีมุขทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ภายในวิหารยังปรากฏแนวแท่นอาสนสงฆ์และฐานประดิษฐานพระประธาน องค์พระประธานชำรุดหักพัง เสารับเครื่องบนและหลังคาเป็นเสาศิลาแลงสี่เหลี่ยม อุโบสถอยู่เยื้องวิหารไปทางเหนือเหลือเฉพาะฐานขนาดเล็ก มีใบเสมาปักโดยรอบอุโบสถ[3]

✍️วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางของเมือง เป็นวัดที่มีความสำคัญมากที่สุด เปรียบดังวัดหลวงประจำราชธานีสุโขทัย   ภายในวั...
13/10/2023

✍️วัดมหาธาตุ
ตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางของเมือง เป็นวัดที่มีความสำคัญมากที่สุด เปรียบดังวัดหลวงประจำราชธานีสุโขทัย ภายในวัดมีโบราณสถานมากมายประกอบด้วย เจดีย์ประธาน วิหาร มณฑป อุโบสถ(โบสถ์) และเจดีย์รายจำนวนมากถึง ๒๐๐ องค์
เจดีย์ประธานของวัด เป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือทรงยอดดอกบัวตูม อันเป็นรูปแบบเจดีย์ที่เป็นเอกลักษณ์ของศิลปะสุโขทัยโดยเฉพาะ รายรอบเจดีย์ประธานมีเจดีย์บริวาร จำนวน ๘ องค์ ได้แก่ เจดีย์ประจำด้าน(ทิศ)ทั้งสี่เป็นเจดีย์ทรงปราสาทแบบสุโขทัย ได้รับอิทธิพลจากศิลปะขอมและมีลวดลายปูนปั้นแบบอิทธิพลศิลปะลังกา ส่วนเจดีย์ประจำมุมทั้งสี่เป็นเจดีย์ทรงปราสาทห้ายอด ที่มีอิทธิพลของศิลปะพุกาม-หริภุญไชย-ล้านนา รอบ ๆ เจดีย์ประธานมีปูนปั้นรูปพระสาวกในท่าอัญชุลีเดินประทักษิณโดยรอบพระมหาธาตุ
ในศิลาจารึกหลักที่ ๑ ได้บรรยายว่า “...กลางเมืองสุโขทัยนี้มีพิหาร มีพระพุทธรูปทอง มีพระอัฎฐารศ มีพระพุทธรูปอันใหญ่ มีพระพุทธรูปอันราม...” นอกจากนี้ในศิลาจารึกวัดป่ามะม่วง ปี พ.ศ. ๑๙๐๔ สมัยพระมหาธรรมราชาลิไท ยังกล่าวถึงพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ พระพุทธรูปทอง ที่ประดิษฐาน ณ กลางเมืองสุโขทัยด้วย พระพุทธรูปทองที่กล่าวถึงนี้ เข้าใจโดยทั่วไปว่าหมายถึง หลวงพ่อโต ของชาวเมืองเก่า ที่เคยประดิษฐานอยู่ภายในวิหารหลวงวัดมหาธาตุ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญล่องแพไปประดิษฐาน ณ วิหารหลวงวัดสุทัศน์เทพวราราม กรุงเทพมหานคร ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้พระราชทานนามว่า พระศรีศากยมุนี ปัจจุบันภายในวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จึงยังปรากฏแท่นฐานขนาดใหญ่ของพระพุทธรูปองค์นี้เหลือให้เห็น ส่วนพระอัฎฐารศ ที่กล่าวถึงในจารึกหลักที่ ๑ หมายถึงพระพุทธรูปยืนที่มีขนาดใหญ่สูง ๑๘ ศอก ประดิษฐานภายในมณฑปที่ขนาบอยู่สองข้างของเจดีย์ประธาน

ถัดจากวิหารหลวงไปทางตะวันออกเป็นวิหารสูง ที่เรียกชื่อเช่นนี้เนื่องจากวิหารหลังนี้มีฐานสูงก่ออิฐเป็นลักษณะฐานบัว มีความสูงประมาณ ๑.๕ เมตร เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา ซึ่งสร้างขึ้นในภายหลัง ทำให้พื้นที่ว่างระหว่างหน้าวิหารสูงกับกำแพงวัดเหลือเพียงพื้นที่แคบ ๆ ไม่ได้สัดส่วนกับความสูงของตัวอาคาร

นอกจากนี้ภายในวัดมหาธาตุยังมีกลุ่มเจดีย์ จัดแยกออกเป็นกลุ่มหนึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเจดีย์ประธาน มีศูนย์กลางอยู่ที่เจดีย์ห้ายอด ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นที่สองรองจากเจดีย์ประธาน ได้พบหลักฐานจารึกลานทองมีข้อความระบุเป็นที่น่าเชื่อว่าเจดีย์ห้ายอดนี้ เป็นที่บรรจุอัฐิของพระมหาธรรมราชาลิไท

ข้อมูล : อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

✍️"วัดศรีชุม" หรือ "วัดฤๅษีชุม" เป็นโบราณสถานในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรู...
12/10/2023

✍️"วัดศรีชุม" หรือ "วัดฤๅษีชุม" เป็นโบราณสถานในเขตอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ซึ่งมีนามว่า "พระอจนะ" ซึ่งแปลว่า ผู้ไม่หวั่นไหว มั่นคง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยปรากฏอยู่ในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่1 ว่า "เบื้องตีนนอนเมืองสุโขทัยนี้ ..... มีพระอจนะ มีปราสาท" พระประธานในมณฑปจึงมีชื่อว่า "พระอจนะ"
พระมณฑปกว้างด้านละ 32 เมตร สูง 15 เมตร ผนังหนา 3 เมตร ผนังด้านซ้ายเจาะเป็นทางทำบันได ในผนังขึ้นไปถึงหลังคา ตามฝาผนังอุโมงค์มีภาพเขียนเก่าแก่แต่เลอะเลือนเกือบหมด ภาพเขียนนี้มีอายุเกือบ 700 ปี เพดานผนังมีแผ่นหินชนวนสลักภาพลายเส้นเป็นเรื่องในชาดกต่างๆ มีจำนวน 50 ภาพ เรียงประดับต่อเนื่องกัน ทั้งหมดนี้ถือได้ว่าเป็นงานจิตรกรรมไทยที่เก่าแก่ที่สุด
ในสมัยอยุธยา เมื่อครั้ง "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ประกาศอิสรภาพในปี พ.ศ. ๒๑๒๗ ที่เมืองแกลง ทำให้หัวเมืองต่าง ๆ ยกเลิกการส่งส่วยให้กับพม่า แต่ยังมีเมืองเชลียง (สวรรคโลก) ที่ไม่ยอมทำตามพระราชโองการของพระองค์ พระองค์จึงนำทัพเสด็จมาปราบเมืองเชลียง และได้มีการมาชุมนุมทัพที่ "วัดศรีชุม" แห่งนี้ก่อนที่จะไปตีเมืองเชลียง และด้วยการรบในครั้งนั้น ถือเป็นการรบระหว่างคนไทยกับคนไทยด้วยกัน ทำให้เหล่าทหารไม่มีกำลังใจในการรบ และไม่อยากรบ "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" จึงได้วางแผนสร้างกำลังใจให้กับทหารโดยการให้ทหาร คนหนึ่งปีนบันไดขึ้นไปทางด้านหลังองค์พระ และพูดให้กำลังใจแก่เหล่าทหาร ทำให้ทหารเกิดกำลังใจที่จะต่อสู้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดตำนาน "พระพูดได้" ที่วัดศรีชุมแห่งนี้ และ "สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ยังได้มีการทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาขึ้นที่วัดแห่งนี้อีกด้วย

วัดสิงห์✍️ตั้งอยู่ที่ ถนน อบจ. กพ. 1040 ตำบลหนองปลิง อำเภอเมืองกำแพงเพชร เป็นวัดโบราณเก่าแก่ สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 2...
29/09/2023

วัดสิงห์
✍️ตั้งอยู่ที่ ถนน อบจ. กพ. 1040 ตำบลหนองปลิง อำเภอเมืองกำแพงเพชร เป็นวัดโบราณเก่าแก่ สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 (สมัยสุโขทัยตอนปลาย) อยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ใกล้กับวัดพระสี่อิริยาบถ ไปทางทิศเหนือประมาณ 100 เมตร โบราณสถานส่วนใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่าใช้เวลาสร้าง 2 สมัยคือสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยา ผังรวมของวัดแบ่งเขตพุทธาวาส ให้อยู่ในกลุ่มกลาง ล้อมรอบด้วยเขตสังฆาวาส หรือกุฏิสงฆ์ โดยมีพระเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยมมีซุ้มทั้ง 4 ด้าน เป็นประธาน ด้านหน้าเป็นพระอุโบสถขนาดใหญ่ ยกฐานประทักษิณสูง บนฐานประทักษิณนี้ประดิษฐานพัทธสีมา ไว้ทั้งแปดทิศ มุขด้านหน้าของฐานประทักษิณ มีรูปสิงห์รูปนาคประดับ ภายในวัดสิงห์ มีโบราณสถานที่ประกอบด้วย
กำแพงศิลาแลง สร้างด้วยแผ่นที่โกลนจากศิลาแลง ปักเรียงกันเป็นแนวกำแพง โดยมีทับหลังอยู่หลังกำแพงอีกที บางส่วนมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์
พระอุโบสถ อยู่ด้านหน้าสุดของวัด ตั้งอยู่บนฐานทักษิณขนาดฐานหน้ากระดานล่างโดยรอบเป็นบัวลูกแก้วอกไก่ มีการย่อมุมด้านหน้าและหลังพระอุโบสถ บันไดทางขึ้นไม่เหมือนทั่วไปที่ยื่นออกมาจากฐาน แต่จะเป็นบันไดที่สร้างเข้าไปในฐาน ที่ลานประทักษิณมีเสมาหินชนวนประดับอยู่โดยรอบ ด้านหน้าพระอุโบสถ มีทวารบาล นาค และสิงห์ซึ่งโกลนจากศิลาแลง ภายในพระอุโบสถ พบพระประธานซึ่งประดิษฐานบนฐานชุกชี ผิวขององค์พระได้กะเทาะออกไป คงเหลือแกนในที่โกลนจากศิลาแลง ด้านข้างพระประธานปรากฏแนวที่เป็นอาสนสงฆ์ จึงทำให้ทราบว่าเดิมเคยใช้เป็นพระวิหารมาก่อน ซึ่งเป็นแบบแผนของสุโขทัยที่นิยมการสร้างพระวิหารอยู่ด้านหน้า แต่ภายหลังได้ใช้เป็นพระอุโบสถตามแบบแผนอยุธยา โดยมีเสมาที่ประดับอยู่โดยรอบ บางใบประดับลวดลายด้วยศิลปะแบบอยุธยา ส่วนเสารองรับเครื่องบนนั้นเป็นเสารูปแปดเหลี่ยม
พระเจดีย์ประธาน ตั้งอยู่ด้านหลังพระอุโบสถ ก่อด้วยอิฐ ด้านล่างเป็นฐานบัวสี่เหลี่ยมลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ บริเวณกึ่งกลางของแต่ละด้าน มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป ยื่นออกมาจากฐานล่าง ทั้ง 4 ด้าน ส่วนบนเป็นหน้ากระดานรูปสี่เหลี่ยม ประดับด้วยบัวลูกแก้วอกไก่ ส่วนที่อยู่เหนือขึ้นไปได้ทลายลงไป

✍️ประวัติวัดช้างรอบเป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่บนเนินเขานอกกำแพงเมืองทางด้านทิศเหนือที่เป็นเขตอรัญญิกของเมืองโบราณกำแพงเพชร ...
29/09/2023

✍️ประวัติ
วัดช้างรอบเป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่บนเนินเขานอกกำแพงเมืองทางด้านทิศเหนือที่เป็นเขตอรัญญิกของเมืองโบราณกำแพงเพชร ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร วัดแห่งนี้เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุด และสำคัญที่สุดในบรรดาวัดนอกกำแพงเมือง โดดเด่นด้วยเจดีย์ประธานทรงลังกา รูประฆังกลม ฐานเจดีย์กว้าง 31 เมตร บริเวณฐานเจดีย์ประดับด้วยรูปปั้นช้างครึ่งตัวกับสองขาหน้า หันหน้าออกจากฐานรายรอบเจดีย์ เป็นช้างทรงเครื่องจำนวน 68 เชือก แต่ละเชือกคั่นด้วยลายปูนปั้นเป็นรูปใบโพธิ์ มีบันไดทางขึ้นจากฐานสี่ทิศ เชิงบันไดประดับด้วยสิงห์ จากฐานเจดีย์ถึงลานด้านบนมีความสูงประมาณ 7 เมตร ด้านหน้าฐานเจดีย์เป็นวิหารใหญ่ กว้าง 17 เมตร ยาว 34 เมตร ใกล้กับวิหารเป็นสระขนาดใหญ่ กว้าง 23 เมตร ลึก 8 เมตร

นอกจากนี้ยังได้มีการขุดพบโบราณวัตถุบริเวณวัดแห่งนี้ด้วย เช่น รูปปั้นดินเผารูปเทวดา ยักษ์ นางรำ และมนุษย์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาศิลปะและโบราณคดีเป็นอย่างมาก ที่สำคัญคือมีการขุดพบศิลาจารึกที่เล่าเหตุการณ์ในระหว่าง พ.ศ. 1905 – 1933 ทำให้ได้ทราบถึงประวัติการสร้างวัดว่าผู้สร้างคือขุนนางนามว่าพนมไสดำได้จัดสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นเพื่อถวายแด่พระมหาธรรมราชาลิไทหลังจากที่พระองค์ท่านเสด็จสวรรคต

27/09/2023
สุขสันต์วันแม่ 12 ส.ค.2566
12/08/2023

สุขสันต์วันแม่ 12 ส.ค.2566

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเจริญพระชันษา ๖๖ ปี วันพฤหัสบ...
13/07/2023

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเจริญพระชันษา ๖๖ ปี วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖

ข้าพระพุทธเจ้า ขอประทานพระวโรกาส ถวายพระพรแด่ใต้ฝ่าพระบาท ขอทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ขอทรงหายจากพระอาการประชวร ทรงพระเกษมสำราญ เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนานเทอญ
ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

เกล้ากระหม่อม...ผู้ดูแลหน้าเพจ เที่ยวไป ถ่ายไป กับน้องแก้มแก้ว

ที่อยู่

Uthai Thani
61000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เที่ยวไป ถ่ายไป กับน้องแก้มแก้วผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์