สำนักงานกฎหมาย บริษัท ดับเบิ้ลยู พี ลอว์ จำกัด

สำนักงานกฎหมาย บริษัท ดับเบิ้ลยู พี ลอว์ จำกัด ให้คำปรึกษาอรรถคดีและรับว่าความทั?

7 สิงหาคม "วันรพี" ขอน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์  ("...
07/08/2021

7 สิงหาคม "วันรพี"
ขอน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ("พระบิดาแห่งกฎหมายไทย")

บริการทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร โนตารี พับลิค Notary Public Service » รับรองสำเนาเอกสาร  » รับรองการแปลเอกสาร  » รับ...
18/07/2021

บริการทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
โนตารี พับลิค Notary Public Service
» รับรองสำเนาเอกสาร
» รับรองการแปลเอกสาร
» รับรองลายมือชื่อผู้แปล
» รับรองลายมือชื่อบุคคลทั่วไป
» รับรองความมีอยู่จริงของเอกสาร
» รับรองอำนาจกรรมการบริษัท
» รับรองคำสาบาน คำเบิกความ
» รับรองการทำสัญญาระหว่างเอกชน
» รับรองข้อเท็จจริง

มีข้อสงสัยปรึกษา ทนาย วิทยา ราชนู
โทร 086-8572-939

การยืมเงินผ่านทางไลน์สามารถฟ้องร้องได้หรือไม่?  1.การกู้ยืมเงินกว่า 2,000 บาทขึ้นไปกฎหมายกำหนดว่าจะต้องมีหลักฐานในการกู้...
17/07/2021

การยืมเงินผ่านทางไลน์สามารถฟ้องร้องได้หรือไม่?
1.การกู้ยืมเงินกว่า 2,000 บาทขึ้นไปกฎหมายกำหนดว่าจะต้องมีหลักฐานในการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้กู้ยืมเป็นสำคัญ ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ยืมจะไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีกับผู้กู้ยืมได้
2.ในกรณีที่มีการคืนเงินตามที่กู้ยืมหากจะนำสืบว่า มีการชำระเงินที่กู้ยืมแล้วนั้นจะต้องมีหลักฐานลงลายมือชื่อของผู้ให้ยืมซื้อระบุข้อความว่า ได้รับเงินคืนแล้วหรือได้รับหลักฐานแห่งการกู้ยืมคืนหรือมีการแทงเพิกถอนในเอกสารนั้นเช่นขีดฆ่าในสัญญาว่าชำระครบถ้วนแล้ว เป็นต้น
3.หากการกู้ยืมเงินซึ่งมีหลักฐานเป็นหนังสือ แต่ในการคืนเงินนั้นชำระเงินคืนเป็นเงินสดและไม่มีหลักฐานใดๆมาแสดงว่าผู้ให้กู้ยืมได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว
เช่นนี้หากผู้กู้ยืมถูกผู้ให้กู้ยืมฟ้องเป็นคดีผิดสัญญากู้ยืมเงินเช่นนี้ผู้กู้ยืมยอมเสียเปรียบในทางคดีกล่าวคือเมื่อไม่มีหลักฐานมาแสดงผู้กู้ยืมอาจต้องรับผิดและชำระเงินตามสัญญากู้ยืมให้กับผู้ให้กู้ยืม
4.การกู้ยืมเงินโดยทำหลักฐานเป็นหนังสือนั้นจะต้องติดอากรแสตมป์ให้ถูกต้องตามกฎหมายโดยติดอากรแสตมป์ในอัตรามูลค่ากู้ยืมจำนวน 2,000 บาทติดอากรแสตมป์ 1 บาท และเมื่อคำนวณแล้วค่าอากรเกิน 10,000 บาทให้เสีย 10,000 บาท
ทั้งนี้ผู้ที่มีหน้าที่ในการเสียค่าอากรแสตมป์คือผู้ให้กู้ยืมส่วนผู้มีหน้าที่ขีดฆ่าในอากรแสตมป์คือผู้กู้ยืม ซึ่งในการขีดฆ่าอากรแสตมป์นั้น หากเป็นการติดอากรแสตมป์กรณีแสตมป์ปิดทับ จะต้องขีดฆ่าบนแสตมป์และลงวันที่ทำนิติกรรมบนแสตมป์ด้วย
การติดอากรแสตมป์ควรกระทำในวันที่กระทำนิติกรรมการกู้ยืม แต่ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่การทำสัญญากู้ยืมจะยังไม่ได้ติดอากรแสตมป์ในวันดังกล่าวมักนำมาติดเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นฟ้อง เพราะสัญญากู้ยืมเงินที่ไม่ติดอากรแสตมป์หรือติดอากรแสตมป์ไม่ครบถ้วนย่อมไม่สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อบังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมได้นั่นเอง
5.กรณีการกู้ยืมเงินด้วยวาจา ไม่สามารถใช้ฟ้องร้องบังคับคดีให้ผู้กู้ยืมชำระหนี้ตามการกู้ยืมได้
6.แต่หากเป็นกรณีกู้ยืมเงินโดยแสดงเจตนาขอกู้ยืมเงินผ่านโปรแกรมบทสนทนาในสื่อสังคมออนไลน์และมีการส่งมอบเงินตามสัญญากู้ยืมผ่านบัญชีธนาคารออนไลน์
กรณีเช่นนี้สามารถฟ้องบังคับให้ผู้กู้ยืมชำระหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์พศ. 2544 เนื่องจากข้อความที่มีการแสดงเจตนากู้ยืมเงินผ่านบทสนทนาไม่ว่าจะเป็น application line โปรแกรม messenger เป็นต้น ถือเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อมูลที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลงให้ถือว่าข้อความเหล่านั้นได้กระทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือประกอบกับการส่งมอบเงินผ่านบัญชีธนาคารออนไลน์ถือเป็นการยืนยันตัวบุคคลและลงชื่อเข้าใช้กรณีเช่นนี้สามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้เช่นเดียวกัน
ดังนั้น หากมีคนประสงค์จะกู้ยืมเงินทางที่ดีที่สุดควรทำสัญญากู้เป็นลายลักษณ์อักษรจะสามารถใช้ฟ้องร้องดำเนินคดีได้ง่ายกว่าการกู้ยืมเงินและต้องนำพยานหลักฐานซึ่งอยู่ในระบบออนไลน์มาใช้ประกอบการฟ้อง

มีข้อสงสัยปรึกษา ทนาย วิทยา ราชนู
โทร 086-8572-939

คดีรถชนหรือเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ปัจจุบัน อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทางสำนักงานฯจึงขอนำเสนอบทความทางกฎหมา...
14/07/2021

คดีรถชนหรือเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์
ปัจจุบัน อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทางสำนักงานฯจึงขอนำเสนอบทความทางกฎหมาย
การเรียกร้องค่าเสียหาย ในส่วนคดีแพ่ง
กรณีไม่ตาย อ้างอิง ป.พ.พ. มาตรา 438,441 443,446
1 ค่าซ่อมรถ ค่าเสื่อมราคารถค่าลากจูงรถค่าขาดประโยชน์ในการใช้รถ
2 ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงในอนาคตด้วย หากมีการรักษาต่อเนื่อง
3 ค่ากายภาพบำบัด
4 ค่าเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน เช่น หน้าเสียโฉม แขนขาพิการ หรือใช้การได้ไม่เป็นปกติ เป็นต้น
5 ค่าขาดรายได้ ที่ต้องหยุดงาน

กรณีตาย อ้างอิง ป.พ.พ. มาตรา 443,444,445 ,446
1 ค่าปลงศพ ตามประเพณีและฐานะ เช่น ค่าเผาศพ ค่าโลงศพ ค่าพิธีกรรมทางศาสนา เป็นต้น
2 ค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในการจัดการศพ เช่น ค่าอาหารเลี้ยงแขก ค่าเช่าศาลาวัด ค่าเงินถวายพระ ค่าดอกไม้ ค่าหนังสือ ค่าของชำร่วย เป็นต้น
3 ค่ารักษาพยาบาลก่อนตาย แม้จะเบิกได้ หรือได้รับส่วนลด อ้างอิงคำพิพากษาศาลฏีกาที่ 2258/2527 806/2533
4 ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ก่อนตาย เช่น ช่วงที่รักษาพยาบาลก่อนตาย ทำงานไม่ได้ เป็นต้น
5 ค่าขาดไร้อุปการะ
6 ค่าขาดแรงงานในครอบครัว อ้างอิงคำพิพากษาศาลฏีกาที่ 567/2538
ค่าความเศร้าโศกเสียใจ --- เรียกร้องไม่ได้

ความคุ้มครองประกันภัย พ.ร.บ. เกิดอุบัติเหตุจากรถ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563
ผู้ประสบภัยจากรถจะได้รับความคุ้มครองหากได้รับความเสียหายแก่ ชีวิต ร่างกายหรืออนามัย ซึ่งผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันต้องรับผิดตามกฎหมายดังนี้
กรณีได้รับความเสียหายต่อร่างกาย หรืออนามัย บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล ตามความเสียหายที่แท้จริงแต่ไม่เกิน 80,000 บาทต่อหนึ่งคน
กรณีสูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพอย่างถาวร หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง บริษัทจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน 200,000 – 500,000 บาทต่อหนึ่งคน (กรณีสูญเสียอวัยวะ ความคุ้มครองเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ)
กรณีเสียชีวิต บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 500,000 บาทต่อหนึ่งคน

กรณีที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล (คนไข้ใน) บริษัทจะจ่ายค่าชดเชยรายวันวันละ 200 บาท (จำนวนรวมกันไม่เกิน 20 วัน)

ประกันภาคบังคับ มี 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 คือ ค่าเสียหายเบื้องต้น
บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยจากรถที่ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่บริษัทได้รับคำร้องขอ โดยไม่รอการพิสูจน์ความรับผิด ดังนี้
-กรณีผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อร่างกาย บริษัทจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล ตามจำนวนที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อหนึ่งคน
-กรณีผู้ประสบภัยสูญเสียอวัยวะ/ทุพพลภาพอย่างถาวร บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น จำนวน 35,000 บาทต่อหนึ่งคน
-กรณีผู้ประสบภัยเสียชีวิต บริษัทจะจ่ายค่าปลงศพตามจำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาทต่อหนึ่งคน
-หากเกิดความเสียหายหลายกรณีรวมกันจะได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นรวมกันแล้วไม่เกิน 65,000 บาทต่อหนึ่งคน
(หมายเหตุ : กรณีผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับขี่รถคันที่เอาประกันภัย จะได้รับความคุ้มครองไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น)

ส่วนที่ 2 คือ เมื่อมีสรุปผลคดี หรือมีคำพิพากษาของศาล จ่ายเงินตามกรมธรรณ์ที่คุ้มครองไว้

บุคคลคู่กรณี : ผู้ขับขี่ นายจ้าง เจ้าของรถ บริษัทประกัน

อายุความ
1 ฟ้องคนขับขี่ นายจ้าง : 1 ปีนับแต่วันรู้ตัวผู้กระทำผิด หรือ 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด
2 ฟ้องบริษัทประกัน : 2 ปี

การรับโทษ ในส่วนคดีอาญา อ้างอิง ป.อ. มาตรา 290,300,390
1 กรณีรับสารภาพ ศาลจะลดโทษให้กึ่งหนึ่ง หากมีการบรรเทาผลร้ายหรือความเสียหายด้วย ศาลก็จะหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเพื่อเป็นเหตุแห่งการรอการลงโทษ ซึ่งส่วนใหญ่ศาลจะลงโทษจำคุก แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ หรือศาลอาจกำหนดเงื่อนไขคุมประพฤติ โดยให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ และให้พนักงานคุมประพฤติเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขในการคุมประพฤติ เช่น ให้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะ เป็นเวลากี่ชั่วโมง หรือศาลอาจกำหนดในคำพิพากษาห้ามขับรถภายในระยะเวลาที่กำหนด เป็นต้น
2 กรณีชนกันธรรมดา ไม่มีคนบาดเจ็บหรือคนตาย มีความผิดฐานขับรถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว มีโทษ ปรับไม่เกิน 1000 บาท ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 43(4)
3 ความผิดทางอาญาในข้อหานี้เป็นความผิดยอมความไม่ได้

ตัวอย่างคดีคำพิพากษาศาลฏีกา ที่น่าสนใจ
ประเด็น โจทก์ต้องบรรยายคำฟ้องให้ชัดเจน ในส่วนของกรมกรรม์ประกันภัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2582/2551
ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายฟ้องมีใจความว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันที่ก่อเหตุ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2544 จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์คันที่จำเลยที่ 2 รับประกันภัยไว้ไปตามถนนด้วยความประมาท เป็นเหตุให้รถชนทรัพย์สินของโจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยที่ 2 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เห็นว่า แม้โจทก์แนบตารางกรมธรรม์ประกันภัยไว้ท้ายคำฟ้องซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง แต่โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องให้ชัดเจนว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์คันที่จำเลยที่ 2 รับประกันภัยไว้ในฐานะใด หรือมีนิติสัมพันธ์อย่างไรกับ จ. ผู้เอาประกันภัย อันจะเป็นเหตุให้ ผู้เอาประกันภัยต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 เนื่องจากจำเลยที่ 2 ย่อมไม่มีโอกาสทราบได้เลยว่า ผู้เอาประกันภัยต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วยข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาอย่างไร และไม่อาจต่อสู้คดีของโจทก์ได้ การบรรยายฟ้องในเรื่องดังกล่าวจึงเป็นสาระสำคัญ มิใช่รายละเอียดที่สามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา เพราะโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยค้ำจุนร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 887 คำฟ้องของโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 จึงเป็นคำฟ้องเคลือบคลุม ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง

ประเด็น ค่าเสียหายเบื้องต้นตาม พ.ร.บ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2110/2551
สิทธิในการได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2533 มาตรา 20 เป็นสิทธิทางแพ่งที่ผู้ประสบภัยจะได้รับเพื่อเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นโดยเจ้าของรถต้องจัดให้มีการประกันความเสียหายสำหรับผู้ประสบภัย โดยประกันภัยกับบริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยและต้องเสียเบี้ยประกันภัย กองทุนทดแทนผู้ประสบภัยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนสำหรับจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัย ส่วนสิทธิของผู้ประกันตนตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 เกิดจากการเป็นผู้ประกันตนและออกเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนตามมาตรา 46 สิทธิของผู้ประสบภัยและสิทธิของผู้ประกันตนจึงเป็นสิทธิตามกฎหมายต่างฉบับ วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยและกองทุนประกันสังคมก็แตกต่างกัน การก่อให้เกิดสิทธิจากเบี้ยประกันภัยกับเงินสมทบและการจ่ายเงินแก่ผู้มีสิทธิได้รับแตกต่างกันไปตามกฎหมายแต่ละฉบับ กฎหมายทั้งสองฉบับไม่มีบทบัญญัติมิให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินตามกฎหมายอื่น แล้วมารับค่าเสียหายเบื้องต้นหรือประโยชน์ทดแทนอีก
โจทก์ซึ่งเป็นผู้ประกันตนได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุถูกรถจักรยานยนต์ชน เข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาล ม. อันเป็นสถานพยาบาลที่จำเลยกำหนด แม้โรงพยาบาล ม. เรียกเก็บเงินค่ารักษาพยาบาลซึ่งเป็นค่าเสียหายเท่าที่จ่ายจริงจากบริษัท ว.ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาล ม. ได้รับจึงเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มาตรา 4 แต่จำเลยยังมิได้ให้ประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเป็นค่าบริการทางการแพทย์ (ค่ารักษาพยาบาล) จากกองทุนประกันสังคม ถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้รับประโยชน์ทดแทนตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 58, 59 แล้ว จำเลยจึงต้องจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้โจทก์

ประเด็น การอ้างรายงานการสอบสวนของเจาหน้าที่ตำรวจ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 407/2551
จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกหัวลากและรถพ่วง ในทางการที่จ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 ไปจอดบริเวณไหล่ทางในเวลากลางคืนไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง เป็นเหตุให้ ส. ขับรถยนต์บรรทุกคันที่โจทก์รับประกันภัยไว้เฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย โจทก์คงมี ส. เบิกความกล่าวอ้างลอยๆว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้เปิดไฟของรถยนต์ไว้ โดยไม่มีพยานอื่นมาสนับสนุน จึงมีน้ำหนักน้อยที่จะรับฟัง ประกอบกับในคดีอาญา ส. ผู้ขับรถยนต์บรรทุกคันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ก็ให้การรับสารภาพว่า ขับรถยนต์โดยประมาทเฉี่ยวชนรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 จนได้รับความเสียหาย และมีผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว พยานหลักฐานที่จำเลยที่ 2 นำสืบจึงมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ คำเบิกความของพนักงานสอบสวนที่ว่าได้ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ทำแผนที่เกิดเหตุ และให้ความเห็นจากการตรวจที่เกิดเหตุ และแผนที่เกิดเหตุประกอบกันว่า เหตุเกิดเพราะความผิดของฝ่ายใด มิใช่พยานบอกเล่า รับฟังได้

ประเด็น โทษจำคุก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3189/2530
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย 2 กรรมต่างวาระกัน รวมจำคุก 7 ปีและปรับ 1,000 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำเลยบทหนักกรรมเดียว จำคุก 1 ปี 6 เดือน เช่นนี้ เป็นเพียงการแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี คู่ความต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 โจทก์ฎีกาว่าจำเลยไม่ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ร่วมโดยรู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายแห่งความผิดนั้น หากแต่จำเลยพยายามบ่ายเบี่ยงหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับผิดมาแต่ต้นขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฎีกาของโจทก์เป็นการคัดค้านดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการกำหนดโทษจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว.

ประเด็น การขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ผู้ตายจะต้องเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย (ไม่มีส่วนประมาทด้วย)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5055/2559
เหตุคดีนี้เกิดจากการที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์แล่นแซงรถกระบะที่อยู่ด้านหน้าล้ำเข้าไปเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายที่แล่นสวนทางมาในช่องเดินรถของผู้ตาย ซึ่งหากจำเลยไม่ขับรถจักรยานยนต์แล่นล้ำเข้าไปในช่องเดินรถของผู้ตายเหตุครั้งนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ผู้ตายขับรถโดยไม่ชิดขอบทางด้านซ้ายและขับรถมาด้วยความเร็ว ก็อาจเป็นเพียงการไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 เท่านั้น ซึ่งเป็นคนละกรณีกับการกระทำความผิดของจำเลย ประการสำคัญขณะเกิดเหตุผู้ตายขับรถจักรยานยนต์แล่นอยู่ในช่องเดินรถของตน การที่ผู้ตายขับรถโดยไม่ชิดขอบทางด้านซ้ายและขับรถมาด้วยความเร็วดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นเหตุโดยตรงที่ทำให้รถจักรยานยนต์ของผู้ตายถูกรถจักรยานยนต์ของจำเลยเฉี่ยวชน แต่การที่รถจักรยานยนต์ของผู้ตายถูกรถจักรยานยนต์ของจำเลยเฉี่ยวชน และผู้ตายถึงแก่ความตายเป็นผลโดยตรงจากการกระทำโดยประมาทของจำเลย ผู้ตายหามีส่วนประมาทด้วยไม่ ผู้ตายจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย โจทก์ร่วมทั้งสองซึ่งเป็นบิดามารดาของผู้ตายย่อมมีสิทธิเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีนี้


ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
มาตรา 443 ในกรณีทำให้เขาถึงตายนั้น ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ ค่าปลงศพ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่นๆ อีกด้วย
ถ้ามิได้ตายในทันที ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่ารักษาพยาบาล รวมทั้งค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้ เพราะไม่สามารถประกอบการงานนั้นด้วย
ถ้าว่าเหตุที่ตายลงนั้น ทำให้บุคคลหนึ่งคนใดต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายไปด้วยไซร้ ท่านว่าบุคคลคนนั้นชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
มาตรา 444 ในกรณีทำให้เสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัยนั้น ผู้ต้องเสียหายชอบที่จะได้ชดใช้ค่าใช้จ่ายอันตนต้องเสียไป และค่าเสียหายเพื่อการที่เสียความสามารถประกอบการงานสิ้นเชิงหรือแต่บางส่วน ทั้งในเวลาปัจจุบันนั้นและในเวลาอนาคตด้วย
ถ้าในเวลาที่พิพากษาคดีเป็นพ้นวิสัยจะหยั่งรู้ได้แน่ว่าความเสียหายนั้นได้มีแท้จริงเพียงใด ศาลจะกล่าวในคำพิพากษาว่ายังสงวนไว้ซึ่งสิทธิที่จะแก้ไขคำพิพากษานั้นอีกภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปีก็ได้
มาตรา 448 สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้น ท่านว่าขาดอายุความเมื่อพ้นปี 1 นับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือเมื่อพ้น 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด
แต่ถ้าเรียกร้องค่าเสียหายในมูลอันเป็นความผิดมีโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา และมีกำหนดอายุความทางอาญายาวกว่าที่กล่าวมานั้นไซร้ ท่านให้เอาอายุความที่ยาวกว่านั้นมาบังคับ

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535
มาตรา 20 เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นแก่ผู้ประสบภัยจากรถที่บริษัทได้รับประกันภัยไว้ ให้บริษัทจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยเมื่อได้รับคำร้องขอจากผู้ประสบภัย
ความเสียหายที่จะให้ได้รับค่าเสียหายเบื้องต้น จำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้นการร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นและการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

ประมวลกฎหมายอาญา ที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 291 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
มาตรา 300 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 390 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
มาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถ
(4) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน

ข้อแนะนำเพิ่มเติมจากทนายความ
1 การเรียกร้องดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิด
2 ค่าซ่อมรถส่วนใหญ่ บริษัทประกันของฝ่ายเรา จะรับช่วงสิทธิจากเราไปฟ้องอีกที
3 ในคดีอาญา ผู้เสียหายสามารถยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์รวมกับอัยการ และขอเรียกบริษัทประกันเข้ามาเป็นจำเลยร่วมได้ เพื่อเรียกค่าเสียหายได้ ในดคีอาญาโดยไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ แต่ไม่สามารถเรียกนายจ้างเข้ามาเป็นจำเลยร่วมได้ ต้องยื่นฟ้องคดีแพ่งอีกต่างหาก
4 นอกจากความผิดทางอาญาแล้ว ผู้กระทำความผิดจะต้องรับผิดทางแพ่งด้วย เรียกว่า คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา โดยผู้เสียหายสามารถนำคดีอาญาที่ยุติแล้วไปเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้เลย ไม่ต้องนำสืบเรื่องประมาทอีก แต่ถ้าคดีอาญาผลคำพิพากษาไม่มีความผิดประมาท ก็ไม่เป็นการตัดสิทธิที่จะนำมาฟ้องเรียกค่าเสียหายในคดีแพ่งได้ เพียงแต่ต้องนำสืบถึงความประมาทด้วย
5 จำนวนค่าเสียหายที่ต้องชดใช้ ศาลจะใช้ดุลยพินิจกำหนด

มีข้อสงสัยปรึกษา ทนาย วิทยา ราชนู
โทร 086-8572-939

คดีเช่าซื้อรถยนต์ หรือ "ลิสซิ่ง"    ในปัจจุบัน คดีไฟแนนซ์ฟ้องผู้เช่าซื้อมีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการมีเช่าซื้อรถยนต์กันมา...
12/07/2021

คดีเช่าซื้อรถยนต์ หรือ "ลิสซิ่ง"
ในปัจจุบัน คดีไฟแนนซ์ฟ้องผู้เช่าซื้อมีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการมีเช่าซื้อรถยนต์กันมาก ด้วยเหตุจูงใจหรือเหตุผลจำเป็นของแต่ละคน แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับประสบปัญหาไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ไหว ทางสำนักงานฯ ขอคลายข้อสงสัยผ่านการถาม-ตอบในแง่กฎหมาย ดังนี้

คำถาม ข้อ 1 ขาดผ่อนรถกี่งวด เขาถึงจะมาถึงรถได้?
ตอบ 3 งวดติดกัน ทางไฟแนนซ์จะมีหนังสือบอกใช้ชำระหนี้อีก 30 วัน ดังนั้นรวมแล้วประมาณ 4 เดือน

คำถาม ข้อ 2 ผ่อนต่อไม่ไหว จะบอกเลิกสัญญาได้ไหม?
ตอบ ผู้เช่าซื้อจะเลิกสัญญาเช่าซื้อเมื่อไรก็ได้ แต่ต้องส่งมอบรถยนต์คืนแก่ผู้ให้เช่าซื้อ ถ้ายังไม่คืนรถ ถึงแม้จะบอกเลิกสัญญาก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 573 อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3149/2530

คำถาม ข้อ 3 รถยนต์หายในระหว่างผ่อนชำระ ผู้เช่าซื้อยังคงต้องรับผิดอยู่ไหม?
ตอบ ยังต้องรับผิดอยู่ อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 155/2535
โดยในสัญญา ไฟแนนซ์มักจะเขียนไว้ให้ต้องรับผิด แม้จะสูญหาย หรือเสียหายโดยเหตุสุดวิสัย

คำถาม ข้อ 4 ค่าขาดประโยชน์ กล่าวคือ ค่าใช้รถยนต์หลังผิดสัญญา ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดไหม เพียงใด?
ตอบ ต้องรับผิด ซึ่งไฟแนนซ์สามารถเรียกร้องได้ ในระหว่างที่รถยนต์อยู่ในความครอบครองของผู้เช่าซื้อ โดยนับตั้งแต่วันผิดนัด จนถึงวันที่ได้รับรถยนต์คืน อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1960/2545
แต่ค่าขาดประโยชน์ ไม่ถือเป็นหนี้ค้างชำระ จึงไม่สามารถเรียกดอกเบี้ยได้ แม้สัญญาจะระบุไว้ก็ตาม อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3668/2532

คำถาม ข้อ 5 ค่าติดตามยึดรถ ค่าทวงถาม ค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล ไฟแนนซ์สามารถเรียกได้ไหม?
ตอบ ได้ ตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ที่สมเหตุสมผล

คำถาม ข้อ 6 การยึดรถ มีขั้นตอนตามกฎหมายอย่างไร?
ตอบ ผู้เช่าซื้อจะต้องค้างชำระ 3 งวดติดต่อกัน และอีก 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าว รวมเป็น 4 เดือน ไฟแนนซ์จึงจะสามารถติดตามยึดรถคืนได้
A ถ้ายึดก่อนสัญญาสิ้นสุดลง ผู้เช่าซื้อมีสิทธิไม่คืนรถให้ได้ การยึดรถต้องเป็นกรณีที่ผู้เช่าซื้อให้ยินยอมเท่านั้น ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 หากถูกยึด ผู้เช่าซื้อควรถ่ายรูปหรือคลิปวิดิโอไว้ แล้วนำไปแจ้งความต่อตำรวจไว้เป็นหลักฐาน เพราะไฟแนนซ์เป็นฝ่ายผิดสัญญา เว้นแต่จะตกลงกันในสัญญา ระบุผิดนัดเพียงงวดเดียวสามารถบอกเลิกสัญญาได้ อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3842/2526
ถ้ามีการบังคับขู่เข็ญใดๆ จากผู้ติดตามยึด ถือเป็นการกระทำที่มีความผิดต่อเสรีภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309
B ถ้าติดตามยึดรถคืน หลังสัญญาสิ้นสุดลง ไฟแนนซ์สามารถเรียกค่าติดตามรถ ค่าขาดราคารถยนต์ ค่าขาดประโยชน์ได้ เพราะถือว่าผู้เช่าซื้อเป็นฝ่ายผิดสัญญา

คำถาม ข้อ 7 ไฟแนนซ์ยึดรถยนต์ไปขายทอดตลาด แล้วมีราคาที่ยังขาดอยู่ ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดไหม เพียงใด?
ตอบ ยังต้องรับผิดอยู่ ในส่วนของค่าขาดราคารถยนต์ แต่เป็นจำนวนที่ขาดจากราคารถยนต์ที่แท้จริง มิใช่ ราคาค่าเช่าซื้อที่ยังขาดอยู่
แต่ในทางปฏิบัติ ไฟแนนซ์ซื้อมักจะฟ้องมาเท่ากับจำนวนหนี้ค่าเช่าซื้อในสัญญาที่ยังขาดอยู่ อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5363/2545
เมื่อไฟแนนซ์ได้รับรถคืน ไม่ว่าจะเป็นกรณีผู้เช่าซื้อนำรถไปคืนเอง หรือถูกตามยึดรถได้ เมื่อไฟแนนซ์นำรถไปขายทอดตลาด (ซึ่งต่ำกว่าราคาในท้องตลาดมาก) หากได้เงินเกินกว่าหนี้ ส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญา ประกอบด้วย ค่างวดส่วนที่เหลือ ค่าปรับ ค่าทวงถาม ค่าติดตามยึดรถ ค่าขายทอดตลาด ไฟแนนซ์จะคืนเงินส่วนที่เกินให้ แก่ผู้เช่าซื้อ (ซึ่งมีโอกาสน้อยมาก) แต่หากได้ราคาน้อยกว่าหนี้ส่วนที่ขาดตามสัญญาเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำ(ถ้ามี) จะต้องรับผิดชำระเงินส่วนต่างที่ขาดอยู่

แต่ไฟแนนซ์ ต้องปฎิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย คือ
A ก่อนขาย ไฟแนนซ์ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้เช่าซื้อ หรือผู้ค้ำประกัน ทราบก่อนไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อให้สิทธิแก่ผู้เช่าซื้อ สามารถซื้อรถยนต์คืนได้ในราคาที่ค้างชำระ
B หลังจากขายแล้ว ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันทราบว่า ขายรถยนต์คันที่เช่าซื้อได้ราคาเท่าไหร ยังเหลือหนี้อยู่อีกเท่าไหร หรือขายได้กำไรกี่บาท ภายใน 15 วัน นับจากวันขายทอดตลาด
ถ้าไม่แจ้งให้ทราบตามกฎหมาย ก็เรียกค่าเสียหายค่าขาดราคารถไม่ได้ ยกเว้นจะระบุไว้ในสัญญา

คำถาม ข้อ 8 ค่าขาดราคารถยนต์นั้น คิดคำนวณจากอะไร ?
ตอบ ศาลจะคิดคำนวณจากราคารถยนต์คันที่เช่าซื้อในราคาตลาดในขณะที่ขาย หักด้วยค่างวดค่าเช่าซื้อทั้งหมดที่จ่ายมาแล้ว หักด้วยราคารถยนต์คันที่เช่าซื้อที่ขายทอดตลาดได้

คำถาม ข้อ 9 การเรียกค่าขาดประโยชน์ มีอายุความกี่ปี?
ตอบ 10 ปี อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2576/2546

คำถาม ข้อ 10 การเรียกให้ชำระราคาส่วนที่ขาดทุน โดยมิได้เรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ อายุความกีปี?
ตอบ 10 ปี ป.พ.พ. มาตรา 193/30 อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1643/2546 8879/2547

คำถาม ข้อ 11 การเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ มีอายุความกี่ปี?
ตอบ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33(6) อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่3358/2530

คำถาม ข้อ 12 เมื่อสัญญาเลิกกัน ภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดหรือไม่?
ตอบ ไม่รับผิด อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 550/2543

คำถาม ข้อ 13 เมื่อสัญญาเลิกกัน ดอกเบี้ย ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชอบเพียงใด?
ตอบ ไฟแนนซ์เรียกดอกเบี้ยผิดนัดได้เพียงในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 ( กฎหมายที่แก้ไขใหม่ )

คำถาม ข้อ 14 หลังจากแพ้คดีแล้ว ไฟแนนซ์สามารถบังคับคดีได้อย่างไรบ้าง?
ตอบ ถ้าผู้เช่าซื้อ มีทรัพย์สินในนามของตน ก็จะถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาด หรืออายัดเงินเดือนได้ แต่ถ้าไม่มีทรัพย์สิน ก็ไม่สามารถดำเนินการบังคับคดีได้ และก็ไม่ติดคุก เนื่องจากเป็นคดีแพ่ง มิใช่คดีอาญา

คำถาม ข้อ 15 ผู้ตามยึดรถ ข่มขู่จะยึดรถ และเรียกค่าติดตามทวงถาม โดยไม่มีหนังสือมอบอำนาจจากไฟแนนซ์ มีความผิดฐานใด?
ตอบ มีความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5146/2557

คำถาม ข้อ 16 ผู้เช่าซื้อมีสิทธิที่จะนำรถยนต์ไปขายดาวน์ต่อให้บุคคลอื่นได้ไหม?
ตอบ ได้ ตามสิทธิที่กฎหมายรับรอง อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6862/2550

คำถาม ข้อ 17 หากผู้ซื้อดาวน์นำรถไปขายต่อหรือนำรถหนี้หาย ไม่ยอมผ่อนต่อตามสัญญา ผู้เช่าซื้อมีสิทธิฟ้องร้องดำเนินคดีได้ไหม?
ตอบ ได้ ทั้งคดีแพ่งหรือร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญา อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2551

คำถาม ข้อ 18 กรณีผู้เช่าซื้อนำรถยนต์ไปจำนำโดยไม่คิดจะผ่อนต่อ หรือขายขาดแก่บุคคลอื่น สามารถทำได้ไหม?
ตอบ ไม่ได้ เพราถือว่าเป็นความผิดข้อหายักยอกทรัพย์ กรณีผู้รับจำนำ ยังมีความผิดข้อหารับของโจรอีกด้วย อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6540/2548 7727/2544

คำถาม ข้อ 19 ในระหว่างกันผ่อนชำระ ผู้ให้เช่าซื้อที่สิทธิของตรวจดู เป็นครั้งคราวตามระยะเวลาที่สมควร ได้ไหม?
ตอบ ได้ ตามสิทธิที่ระบุไว้ใน ป.พ.พ มาตรา 555

คำถาม ข้อ 20 ถ้าผู้เช่าซื้อผิดสัญญา เงินที่ชำระไป สามารถขอคืนบ้างได้ไหม?
ตอบ ไม่ได้ เพราะไฟแนนซ์มีสิทธิริบไว้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 574

คำถาม ข้อ 21 หลังจากบอกเลิกสัญญาแล้ว ไฟแนนซ์พาคนมายึดรถเราในที่สาธารณะโดยใช้กุญแจสำรอง ถือว่าละเมิดไหม?
ตอบ ไฟแนนซ์มีสิทธิสามารถทำได้ แต่จะมาปีนเข้ามาในบ้าน หรือยื้อยุดฉุดกระชากเราไม่ได้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ ที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 572 อันว่าเช่าซื้อนั้น คือ สัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้น หรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว
สัญญาเช่าซื้อนั้น ถ้าไม่ทำเป็นหนังสือ ท่านว่าเป็นโมฆะ
มาตรา 573 ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ ด้วยส่งมอบทรัพย์สินกลับคืนให้แก่เจ้าของ โดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง
มาตรา 574 ในกรณีผิดนัดไม่ใช้เงิน 2 คราวติดๆกัน หรือกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ เจ้าของทรัพย์สินจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้ ถ้าเช่นนั้นบรรดาเงินที่ได้ใช้มาแล้วแต่ก่อน ให้ริบเป็นของเจ้าของทรัพย์สิน และเจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะกลับเข้าครองทรัพย์สินนั้นได้ด้วย
อนึ่ง ในกรณีกระทำผิดสัญญา เพราะผิดนัดไม่ใช้เงินซึ่งเป็นคราวที่สุดนั้น ท่านว่าเจ้าของทรัพย์สินชอบที่จะริบบรรดาเงินที่ได้ใช้มาแล้วแต่ก่อน และกลับเข้าครองทรัพย์สินได้ ต่อเมื่อระยะเวลาใช้เงิน ได้พ้นกำหนดไปอีกงวดหนึ่ง

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2555
ข้อ 3 ในประกาศนี้
(4) ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้ ในกรณีผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อรายงวด 3 งวดติดๆ กัน และผู้ให้เช่าซื้อมีหนังสือบอกกล่าวผู้เช่าซื้อให้ใช้เงินรายงวดที่ค้างชำระนั้น ภายในเวลาอย่างน้อย 30 วันนับแต่วันที่ผู้เช่าซื้อได้รับหนังสือ และผู้เช่าซื้อละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามหนังสือบอกกล่าวนั้น
(5) เมื่อผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ โดยแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้เช่าซื้อ และกลับเข้าครอบครองรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ให้เช่าซื้อ เพื่อนำออกขายให้แก่บุคคลอื่น
ก. ก่อนขายให้แก่บุคคลอื่น ผู้ให้เช่าซื้อต้องแจ้งล่วงหน้าให้ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกัน(ถ้ามี) ทราบเป็นหนังสือไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อให้ผู้เช่าซื้อใช้สิทธิซื้อได้ตามมูลหนี้ส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาเช่าซื้อ โดยผู้ให้เช่าซื้อจะต้องให้ส่วนลดแก่ผู้เช่าซื้อตามอัตราและการคิดคำนวณตาม (10)
ข. ในกรณีที่ผู้ให้เช่าซื้อนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ออกขาย หากได้ราคาเกินกว่ามูลหนี้ส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อจะคืนเงินส่วนที่เกินนั้นให้แก่ผู้เช่าซื้อ แต่หากได้ราคาน้อยกว่ามูลหนี้ส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญาเช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อจะรับผิดส่วนที่ขาดนั้น เฉพาะกรณีการขายโดยวิธีประมูล หรือขายทอดตลาดที่เหมาะสม ทั้งนี้ ผู้ให้เช่าซื้อจะต้องมีหนังสือแจ้งชื่อผู้ทำการขาย วัน เวลา สถานที่ที่ทำการขาย ราคาที่ขายได้ และรายละเอียดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขาย เพียงเท่าที่ได้ใช้จ่ายไปจริง โดยประหยัดตามความจำเป็นและมีเหตุผลอันสมควร (ถ้ามี) รวมทั้งจำนวนเงินส่วนเกินที่คืนให้แก่ผู้เช่าซื้อ หรือจำนวนเงินที่ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดในส่วนที่ขาดอยู่ตามสัญญา ในกรณีการขายโดยวิธีประมูลหรือขายทอดตลาดที่เหมาะสม ให้ผู้เช่าซื้อทราบภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทำการขาย

ข้อแนะนำเพิ่มเติมจากทนายความ
1 เมื่อได้เงินขายทอดตลาดมาไม่เพียงพอกับค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ ไฟแนนซ์จะเรียกค่าเสียหายในส่วนนี้จากผู้เช่าซื้อ ซึ่งมักเรียกมา Over เกินจริงมาก แนะนำให้แต่งตั้งทนายสู้คดี ส่วนใหญ่ศาลพิพากษาให้ไม่เกิน 50%
2 ในการพิสูจน์ค่าเสียหายในคดีเช่าซื้อ ค่าขาดประโยชน์ ต้องมีพยานบุคคลที่เคยเช่ารถจากผู้อื่น มาเบิกความต่อศาลยืนยันในเรื่องค่าเช่า แต่ส่วนมากโจทก์ก็จะอ้างว่าสามารถเอาออกให้คนอื่นเช่าได้ในแต่ละเดือนเป็นเงินเท่ากับค่างวดตามสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งผู้เช่าซื้อสามารถโต้เถียงได้ว่าไม่ใช่ เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ของโจทก์ ซึ่งศาลสามารถใช้ดุลพินิจลดให้ได้ตามสมควรในค่าเสียหายส่วนนี้ แม้เราไม่สู้คดี
3 ค่าติดตามยึดรถ ต้องมีหลักฐานการชำระเงินค่ายึดรถ และผู้ยึดรถ ต้องมาเบิกความต่อศาล ก็ต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปจริง โดยประหยัด ตามความจำเป็นและมีเหตุผลตามสมควร
4 ความชำรุดบกพร่องหรือความเสียหายในตัวรถ จะต้องมีภาพถ่ายที่เห็นชัดเจนมาส่งศาล บิลค่าซ่อมหรือค่าเปลี่ยนอะไหล่และต้องมีช่างมาเบิกความต่อศาล
5 การลากจูงรถยนต์ที่เช่าซื้อ เนื่องจากใช้การไม่ได้ ต้องมีใบเสร็จค่าลากจูงมาส่งศาล

มีข้อสงสัยปรึกษา ทนาย วิทยา ราชนู
โทร 086-8572-939

คดีบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อ O/D    บัตรเครดิต (Credit Card) คือ บริการสินเชื่อ ซึ่งเป็นเงินที่ธนาคารหรือบริ...
11/07/2021

คดีบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อ O/D
บัตรเครดิต (Credit Card) คือ บริการสินเชื่อ ซึ่งเป็นเงินที่ธนาคารหรือบริษัทผู้ให้บริการ ได้ออกทดรองจ่ายไปก่อน แล้วเรียกเก็บเงินในภายหลัง โดยเรียกเก็บค่าบริการหรือค่าธรรมเนียมรายปีจากสมาชิก สำหรับการฟ้องร้องคดีมีเป็นจำนวนมากในชั้นศาล
• มูลคดีการฟ้องร้อง ณ ภูมิลำเนา(ตามทะเบียนบ้าน) ของผู้ใช้บริการบัตรเครดิต

โดยคดีหนี้บัตรเครดิต ไม่จำต้องมีการทวงถามหรือบอกเลิกสัญญาก่อน โจทก์สามารถบังคับให้จำเลยชำระหนี้ดังกล่าวได้ทั้งหมดทันที ดังนั้น คดีบัตรเครดิตโดยทั่วไป เมื่อเจ้าหนี้ได้แจ้งกำหนดการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ทราบแล้ว ครั้นถึงกำหนดลูกหนี้ไม่ชำระ อายุความจะเริ่มนับทันทีในวันถัดไป เว้นแต่ เป็นกรณีที่อายุความสะดุดหยุดลงตามมาตรา 193/14 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น ลูกหนี้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ หรือชำระหนี้ให้บางส่วน เป็นต้น

«อายุความ»
1 บัตรเครดิตทั่วไป มีอายุความ 2 ปี นับตั้งแต่ผิดนัดชำระหนี้งวดสุดท้าย กล่าวคือ วันครบกำหนดชำระหนี้ตามใบแจ้งหนี้
2 หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล มีอายุความ 5 ปี นับตั้งแต่ผิดนัดชำระครั้งสุดท้าย (สัญญากู้ยืมที่มีการผ่อนต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยเป็นงวดๆ)
3 หนี้วงเงินเบิกเกินบัญชี(OD)หรือสัญญาบัญชีเดินสะพัด มีอายุความ 10 ปี นับแต่เลิกการหักทอนบัญชี (วันที่หยุดการเดินบัญชีเข้า–ถอนเงินออก)

ลูกหนี้ส่วนมากเข้าใจว่า เมื่อหนี้ขาดอายุความแล้ว เจ้าหนี้ฟ้องไม่ได้ก็จบกัน หรือถ้าฟ้อง ศาลก็คงจะไม่รับคำฟ้อง เพราะขาดอายุความ แต่ความจริงแม้หนี้จะขาดอายุความไปแล้ว แต่เจ้าหนี้ก็สามารถยื่นฟ้องได้
การที่จะให้ศาลหยิบยกเอาเรื่อง การขาดอายุความขึ้นมาพิจารณานั้น ลูกหนี้จะต้องยื่นคำให้การต่อสู้คดีในเรื่องของการขาดอายุความ ขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งศาลก็จะพิจารณาตรวจสอบดูข้อเท็จจริง และถ้าหากเป็นจริงตามที่ลูกหนี้ยื่นคำให้การ ศาลก็จะมีคำพิพากษา"ยกฟ้อง" ตามมาตรา 193/29 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า "เมื่อไม่ได้ยกอายุความขึ้นเป็นข้อต่อสู้ ศาลจะอ้างเอาอายุความมาเป็นเหตุยกฟ้องไม่ได้"

การต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ จำเลยต้องให้การโดยชัดแจ้ง ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 177 ดังนี้
1 ขาดอายุความเรื่องอะไร
2 ขาดอายุความเมื่อใด
3 เพราะเหตุใด

ข้อสังเกตุ
หนี้ที่มีการซื้อขายและโอนสิทธิเรียกร้อง ระหว่างธนาคารกับบริษัทรับบริหารหนี้เสีย ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่หมดอายุความแล้วทั้งสิ้น

ประเด็น อายุความ + การรับสภาพหนี้ โดยการหักบัญชีเงินฝาก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5384/2551
หนี้จากการใช้บัตรเครดิตไม่ว่าจะเป็นหนี้จากการซื้อสินค้าและบริการต่างๆ หรือหนี้จากการถอนเงินสด ล้วนเป็นหนี้อันเกิดจากการใช้บัตรเครดิตด้วยกัน จึงมีอายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (7) ไม่อาจแยกบังคับนับอายุความแตกต่างกันได้
การรับสภาพหนี้โดยการชำระหนี้บางส่วนที่จะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงนั้น จำเลยจะต้องเป็นผู้กระทำหรือยินยอมให้กระทำ ดังนั้น การที่โจทก์หักทอนบัญชีเงินฝากของจำเลยชำระหนี้บัตรเครดิตอันเป็นการใช้สิทธิหักกลบลบหนี้ โดยมิได้มีข้อตกลงกันไว้ขณะทำสัญญา ดังนี้ แม้จำเลยไม่ได้โต้แย้งคัดค้านจะถือว่าจำเลยยินยอมในการกระทำของโจทก์ดังกล่าวด้วยหาได้ไม่ กรณีไม่ถือว่าจำเลยชำระหนี้บางส่วนอันเป็นการรับสภาพหนี้ซึ่งจะมีผลให้อายุความสะดุดหยุดลงได้ สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงขาด

คำแนะนำเพิ่มเติมจากทนายความ
1 ดอกเบี้ยค้างชำระและค่าธรรมเนียมอื่นๆ รวมกันแล้วต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 28 ต่อปี
2 เมื่อยกเลิกบัตรเครดิตแล้ว ตามกฎหมาย ธนาคารไม่มีสิทธิคิดค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับหรือค่าทวงหนี้ใดๆ อีกต่อไป มีบรรทัดฐานในคำพิพากษา ได้มีคำวินิจฉัยไว้ชัดเจนว่า เมื่อสัญญาบัตรเครดิตสิ้นสุดลง คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่สถานะเดิม ตาม ป.พ.พ.มาตรา 391 ส่วนธนาคารมีสิทธิเพียงคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สมควร ซึ่งส่วนใหญ่ศาลจะพิจารณาให้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี
3 เมื่อลูกหนี้แพ้คดีในชั้นศาลแล้ว มีเงินเดือนไม่เกิน 20,000 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่สามารถอายัดเงินเดือนได้ตามกฎหมาย แต่ถ้าเงินเดือนเกินมีสิทธิถูกอายัดเงินเดือน แต่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลหรือต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีให้กำหนดจำนวนเงินใหม่ได้ โดยศาลจะลดลงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับฐานะทางครอบครัว จำนวนบุพการีและผู้สืบสันดาน ซึ่งอยู่ในความอุปการะของลูกหนี้ตามคำพิพากษา โดยจะต้องยื่นคำร้องภายใน 15 วัน ตาม ป.วิ แพ่ง มาตรา 286 (2) (3) ตามลำดับ หากศาลลดจำนวนเงินอายัดน้อยไป ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ ตามวรรคท้าย
4 เมื่อลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้บัตรเครดิตรายหนึ่งอายัดเงินเดือนแล้ว ห้ามมิให้อายัดซ้ำ ตาม ป.วิ แพ่ง มาตรา 290 แต่เจ้าหนี้บัตรรายอื่นมีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ได้
5 ถ้าลูกหนี้ไม่อยากให้ถูกอายัดเงินเดือน ลูกหนี้ต้องไปตกลงกับสถาบันการเงินนอกรอบ โดยทำเป็นหนังสือ เจ้าพนักงานบังคับคดีจะงดการอายัดเงินเดือนไว้ชั่วคราวตาม ป.วิ แพ่ง มาตรา 292 (3)
6 การตกลงชำระหนี้ตามคำพิพากษาหรือการถูก อายัดเงินเดือนต้องคอยตรวจสอบยอดเงินที่ค้างชำระสม่ำเสมอ เพราะเคยมีหลายคดีที่อายัดเงินจากลูกหนี้เกินยอดหนี้ตามคำพิพากษา
7 กรณีธนาคารฟ้องคดีที่หมดอายุความ จำเลยสามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้น เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอสืบพยาน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24

8 คดีหนี้วงเงินเบิกเกินบัญชี(OD) ควรต่อสู้ในประเด็นดอกเบี้ยเกิน 5 ปี ดอกเบี้ยทบต้น และขอบเขตความรับผิดของผู้ค้ำประกัน
9 ประวัติการค้างชำระหนี้มีผลต่อการกู้ยืมเงินในอนาคตแน่นอน และชื่อของท่านอยู่ในเครดิตบูโร(Credit Bureau) เป็นเวลา 3 ปี

มีข้อสงสัยปรึกษา ทนาย วิทยา ราชนู
โทร 086-8572-939

ที่อยู่

Udon Thani
41000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สำนักงานกฎหมาย บริษัท ดับเบิ้ลยู พี ลอว์ จำกัดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์