Borderpress Songkhla

Borderpress Songkhla /ข่าวอาชญากรรม/ยาเสพติด/ความมั่นคง/สีสัน/อาชีพ

18/08/2026

สาวผวานอนโรงแรมดีๆตอนตี4มีผู้ชายมาเปิดประตูห้อง
ที่จ.สงขลา ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้จากผู้หญิงคนหนึ่งอายุ34ปี เธอมาเปิดห้องพักโรงแรมในหาดใหญ่นอนคนเดียวคือเปิดวันที่16ต่อเนื่องถึง17 สิงหาคม พอตอนตี4

มันมีผู้ชายไม่รู้ว่าเมาหรือว่าบ้าเที่ยวเดินไล่เคาะประตูห้อง แล้วก็มาไขกุญแจห้องพักเธอเปิดจนออกแต่ว่าประตูมันมีโซ่คล้องไว้ข้างในอีกชั้นก็ยังเอามือมาล่วงจะปลดออกอีก

เธอก็รีบโทรแจ้งพนักงานให้ขึ้นมาช่วย ปรากกฎว่าชายที่ก่อเหตุเป็นแขกที่พักอยู่ห้องข้างๆ ทำแบบนี้มาสองสามครั้งแล้ว โรงแรมก็ทำได้แค่นั่นแค่มาดูนอกนั้นไม่ทำอะไรเลย

เธอก็เลยเข้าแจ้งความที่สภ.คอหงส์ อ.หาดใหญ่เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีข้อหาบุกรุกเธอไม่ยอม เพราะถ้าชายคนนั้นเข้ามาได้แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น

ตอนนี้ทางพ.ต.อ.อภิชาติ วรรณโก ผู้กำกับสภ.คอหงส์ ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานพวกกล้องวงจรปิดเพื่อดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เพราะปล่อยไว้ไม่ได้แบบนี้อันตราย

🚨ป.ป.ส. ตามสืบจนเจอ‼️รวบครบแก๊ง 5 ตัวการ "ม้ง โป่งแยง" เครือข่ายลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญโยงยานรก 8 ล้านเม็ด13 สิงหาคม 256...
18/08/2026

🚨ป.ป.ส. ตามสืบจนเจอ‼️รวบครบแก๊ง 5 ตัวการ "ม้ง โป่งแยง" เครือข่ายลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญโยงยานรก 8 ล้านเม็ด
13 สิงหาคม 2569 – สำนักงาน ปปส.ภาค 5 เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดเชิงรุก เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น ทลายเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญ "ม้ง โป่งแยง" สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบแก๊งจำนวน 5 ราย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับขบวนการลำเลียงยาบ้าจำนวนกว่า 8 ล้านเม็ด
ปฏิบัติการทลายเครือข่ายในครั้งนี้ เป็นการสืบสวนแกะรอยขยายผลอย่างต่อเนื่อง จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่พริก ได้ทำการตรวจยึดยาบ้าซุกซ่อนในตะกร้าจำนวน 114 ใบ รวมจำนวนมหาศาลกว่า 8,000,000 เม็ด พร้อมรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ จำนวน 1 คัน ณ บริเวณด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก ตำบลพระบาทวังตวง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง
จากผลการตรวจยึดดังกล่าว สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ได้บูรณาการความร่วมมือกับ สภ.แม่พริก เร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม จนนำไปสู่การขอศาลจังหวัดลำปางอนุมัติออกหมายจับเครือข่าย "ม้ง โป่งแยง" ซึ่งทำหน้าที่เป็นทีมลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 5 ราย ในข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย, เป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 127
ล่าสุด ในวันนี้ (13 สิงหาคม 2569) สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ได้สนธิกำลังร่วมกับ บก.สส.ภ.5, นบ.ยส.35, ภ.จว.เชียงใหม่, ภ.จว.ลำปาง และ สภ.แม่พริก เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย จนสามารถบุกเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 5 รายได้สำเร็จ ประกอบด้วย
1. นายมงคล จับกุมได้ในพื้นที่ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
2. นายอมรศักดิ์ จับกุมได้ ณ โรงพยาบาลนครพิงค์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
3. นายวรวุฒิ จับกุมได้ในพื้นที่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
4. นายปฏิภาณ จับกุมได้ในพื้นที่ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
5. นางสาวภัทรภรณ์ จับกุมได้ในพื้นที่ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดเพื่อทำการสอบปากคำอย่างละเอียด และเตรียมเดินหน้าขยายผลการสืบสวนเพื่อติดตามล่าตัวผู้สั่งการเบื้องหลัง และทลายเครือข่ายนี้

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนมีเบาะแสเกี่ยวกับเครือข่ายยาเสพติด หรือพบเห็นบุคคลที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับสูงสุด

#ปปส #ปปสภาค5

18/08/2026

ดราม่าสนั่น ตร.ไทยจับ นทท.มาเล

sebab dia kata saya tipu memutar belit video fakta,mai tengok ni…kita tak takut sebab kita dipihak benar
เพราะเขาหาว่าฉันโกหก บิดเบือนคลิปวิดีโอข้อเท็จจริง มาดูกันนี่... เราไม่กลัวหรอก เพราะเราเป็นฝ่ายถูกต้อง

cr.Tok Singa

 #ดราม่าดัง🛑เราควรเคารพกฎหมาย ของ กันและกัน  เวลาคนไทยไปมาเลเชีย ทำผิดกฎ ก็โดนปรับ โดนจับเช่นกัน  ฝั่งมาเลย์เขาเข้มกว่าไ...
18/08/2026

#ดราม่าดัง

🛑เราควรเคารพกฎหมาย ของ กันและกัน เวลาคนไทยไปมาเลเชีย ทำผิดกฎ ก็โดนปรับ โดนจับเช่นกัน ฝั่งมาเลย์เขาเข้มกว่าไทยมากกว่าเสียอีก
คนมาเลย์เองก็น่าจะเข้าใจกฎหมายดี.

ปม ดราม่า อินพูลมาเลย์ ทำคลิปหาว่า ต้องจ่ายค่าปรับรวมกัน, 15,000 บาทไทย, และกระบวนการใช้เวลา 3 ชั่วโมง. ตำรวจยังขู่จะจับกุมผู้ที่จ่ายเงินช้า

ทําให้รู้สึกว่าพวกเขากำลังถูกปฏิบัติเหมือนอาชญากร ไม่ใช่นักท่องเที่ยว.

, ผู้บัญชาการแผนกจราจรใน Hat Yai, ได้อธิบายเหตุการณ์นี้อย่างละเอียด.

เขากล่าวว่า, ในวันที่เหตุการณ์เกิดขึ้น, เขาลาดตระเวนอยู่และสังเกตเห็นรถจักรยานยนต์ประมาณ 17 คัน, โดยมีบางคันมีไฟกระพริบและเสียงท่อไอเสียดัง. ด้วยความปลอดภัย, เขาได้หยุดจักรยานยนต์และนำพวกเขาไปตรวจสอบ, ตรวจสอบเอกสาร, ตรวจสอบประกัน, และตรวจสอบงยานพาหนะ.

หลังจากตรวจสอบ, 9 คันจักรยานยนต์ถูกพบว่าละเมิดกฎ, ส่งผลให้มีการปรับ 9 ครั้ง, โดยมีค่าปรับรวม 12,000 บาทไทย (ไม่ใช่ 15 .000ค่าปรับที่ถูกเผยแพร่ออนไลน์/15,000 บาทไทย). ระดับค่าปรับต่างกันระหว่าง 1,000 ถึง 3,000 บาท:

🔹 การละเมิดส่วนตัวของยานพาหนะ: การปรับเปลี่ยนไฟกระพริบ (ตามกฎหมาย, ไฟท้ายรถต้องเปิดตลอดเวลา) และเสียงท่อไอเสียที่ดัง

🔹 ใบขับขี่ไม่แสดง: กฎหมายไทยยอมรับเฉพาะใบขับขี่ระหว่างประเทศหรือใบขับขี่กระดาษที่ออกโดย JPJ ประเทศมาเลเซียเท่านั้น。

▪️เรื่องก็คือ กลุ่มแว้น 17 คัน ข้ามแดน
มาทางสะเดาซึ่งก่อนหน้าที่จะข้ามด่าน กลุ่มแว้นก็ถูกจราจรมาเลเซียตรวจ แต่ว่าทางจราจรทางมาเลเซียก็ปล่อยผ่านเรียบร้อย
(อันนี้ไม่รู้ว่าทางมาเลย์ ได้ออกใบปรับหรือเปล่า)

▪️หลังจากนั้นก็ได้เดินทางเข้าสู่ในตัวเมืองหาดใหญ่
และเช็คอินเข้าโรงแรมเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่พัก
ผ่อนพอสมควร พอถึงช่วงเย็นก็ออกไปเที่ยว

▪️ขณะที่พวกตน กำลังขี่จักรยานยนต์อยู่นั้น ก็ได้มีตำรวจจราจร 1 นาย ขอตรวจสอบรถและพาทั้งหมด
ไปที่ สภ.หาดใหญ่ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง

▪️หลังจากเช็ค จักรยานยนต์บางคนก็มีไฟกระพริบ
ซึ่งกลุ่มตน ไม่ทราบว่ากฎหมายไทยห้าม ตรงนี้ตนก็ยอมรับ

(อันนี้ฝั่งมาเลย์ ก็ผิดกฎหมายเช่นกัน ไม่ใช่ว่าแค่ฝั่งไทย)

▪️แต่หนึ่งในกลุ่มตน มีลักษณะท่อดัง ซึ่งท่อนั้นก็มา
จากโรงงานไม่ได้นำไปแต่งเติมแต่อย่างใด แต่จราจร
ไทยก็ยังคงบอกว่าเสียงดัง และเสียค่าปรับ

▪️ส่วนอีกคน ก็ลืมนำเอกสารประจำรถจักรยานยนต์
ไว้ที่โรงแรม พวกตนพยายามขอร้อง และอธิบาย แต่
ทางจราจร ไม่ยอมรับฟังใดๆ ซึ่งโดนไป 3 ข้อหา คือ
เอกสาร - ประกัน - ท่อดัง

▪️พวกตนรู้สึกไม่พอใจกับการทำงานของจราจรคนนี้ พวกตนเสียเวลาถึง 3 ชั่วโมง และพวกตนยังถูกขู่
อีกว่า หากจ่ายช้า จะให้นอนในคุก

▪️พวกตนรู้สึกว่า เหมือนเป็นผู้ร้ายหรือ มาท่องเที่ยว ไม่ได้มาทำสิ่งไม่ดี จึงอยากให้ทุกคน ช่วยบอยคอต หาดใหญ่ด้วยกัน

▪️พวกตนขับ ฮาเล่ย์เดวิซัน ที่ออกมาจากศูนย์ ก็ยัง
ถูกปรับ เพราะท่อดัง ทั้งๆที่ไม่ได้แต่งเติมใดๆ

▪️พวกตนไม่เข้าใจกฎหมายไทย อยากสกัดนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ทั้งๆที่ประเทศไทย จักรยานยนต์ก็ทำ
ผิดอีกมาก ทั้งเสียงดัง ไม่สวมหมวก ก็ไม่เห็นเป็นรัย

🛑(คนไทยก็โดนจับครับ ไม่ใช่ว่าไม่โดน)

▪️อีกเรื่องที่อยากจะพูด ใบขับขี่ ซึ่งทางมาเลเซีย ก็จะใช้แบบออนไลน์ ซึ่งบนบัตรจะไม่มีรูปแล้ว แต่ทาง
ตำรวจก็ปรับ เพราะไม่มีรูปบอกตัวตนเจ้าของบัตร

▪️ตนไม่รู้ว่าทำไมกฎหมายไทยถึงเละขนาดนี้ อย่างนี้ ทำให้นักท่องเที่ยวลำบากยิ่งขึ้น ตนจะไม่ขอมาใน
ประเทศไทยอีกแล้ว เสียเวลา.
(ขอบคุณภาพจากมติชน -สื่อโซเชียล)

17/08/2026

วินาที เจ้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด ชปส.ภ.9 ชุดตะวัน สส.บก.ภ.9สนธิกำลังหลายหน่วยงานบุกจับเอเย่นค้ายาข้ามชาติ ปลายทางมาเลเซีย #บิดหน้าให้หใด🤣🤣 แลหน้าจนท.แค่ภาพนิ่งพอ

ตร.หาดใหญ่ แจงดราม่าไบค์เกอร์มาเลย์ โพสต์โวยถูกจับขู่จับขัง-ปลุกบอยคอต ยันทำตามกฎหมาย ไม่ได้รังแกนักท่องเที่ยวเกิดกระแสด...
17/08/2026

ตร.หาดใหญ่ แจงดราม่าไบค์เกอร์มาเลย์ โพสต์โวยถูกจับขู่จับขัง-ปลุกบอยคอต ยันทำตามกฎหมาย ไม่ได้รังแกนักท่องเที่ยว
เกิดกระแสดราม่าในโซเชียลมีเดีย หลังชาวมาเลเซียเจ้าของบัญชี Facebook ชื่อ "Tok Singa" โพสต์คลิปวิดีโอระบุข้อความอ้างว่า ทีมรถจักรยานยนต์ของตนรวม 17 คัน ถูกตำรวจจราจร สภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดีโดนใบสั่งรวม 15 ใบ เป็นเงินประมาณ 15,000 บาท โดยอ้างว่าตำรวจปฏิบัติหน้าที่เพียงนายเดียว ใช้เวลาตรวจค้นนานเกือบ 3 ชั่วโมง มีการขู่ว่าจะนำตัวเข้าห้องขังหากจ่ายค่าปรับช้า ทั้งยังอ้างว่าท่อไอเสียเป็นท่อเดิมจากโรงงาน และไม่รับใบขับขี่แบบดิจิทัล จนโพสต์ดังกล่าวกลายเป็นไวรัล พร้อมเชิญชวนชาวมาเลเซียให้บอยคอตไม่มาท่องเที่ยวที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังตึกงานจราจร สภ.หาดใหญ่ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจาก จ.ส.ต.วีรศักดิ์ พันธุ์สะและหมัน (เจ้าของเพจ Facebook "จ่าวีหาดใหญ่")ผบ.หมู่งานจราจร สภ.หาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปรากฏในเหตุการณ์
จ.ส.ต.วีรศักดิ์ ชี้แจงว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรบริเวณหน้าสถานีตำรวจ ได้สังเกตเห็นกลุ่มรถจักรยานยนต์จากประเทศมาเลเซียประมาณ 17 คัน ขับผ่าน โดยพบว่าบางคันมีการดัดแปลงไฟท้ายเป็นไฟกระพริบ และบางคันท่อไอเสียมีเสียงดัง จึงได้ติดตามไปเรียกตรวจค้นบริเวณสี่แยกสะพานดำ เพื่อความปลอดภัยและเป็นไปตามระเบียบ จึงได้เชิญกลุ่มรถดังกล่าวมาตรวจสอบอย่างละเอียดที่ สภ.หาดใหญ่ ทั้งเรื่องเอกสาร พ.ร.บ. ใบขับขี่ และอุปกรณ์ส่วนควบ
จากการตรวจสอบทั้งหมด 17 คัน พบกระทำผิดกฎหมายจริง จำนวน 9 คัน ออกใบสั่งรวม 9 ใบ เป็นเงินค่าปรับรวม 12,000 บาท (ไม่ใช่ 15 ใบ 15,000 บาท ตามที่โพสต์อ้าง) โดยมีอัตราค่าปรับตั้งแต่ 1,000 - 3,000 บาท ตามฐานความผิด อาทิ:
* ข้อหาอุปกรณ์ส่วนควบไม่เป็นไปตามที่กำหนด: ดัดแปลงไฟท้ายกระพริบ (ตามกฎหมายต้องเป็นไฟนิ่งไม่กระพริบ) และท่อไอเสียเสียงดังเกินมาตรฐาน
* ไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่: เจ้าหน้าที่ได้อธิบายว่า กฎหมายไทยรองรับเฉพาะใบอนุญาตขับขี่สากลหรือใบขับขี่แบบบัตรแข็งที่มีรูปถ่ายออกโดยกรมการขนส่งทางบกของประเทศมาเลเซีย(JPJ)เท่านั้น ไม่สามารถใช้สลิป Renew หรือแสดงผ่านแอปพลิเคชัน(JPJ)ได้
* ไม่แสดง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
ส่วนประเด็นเรื่องท่อไอเสียเสียงดัง จ.ส.ต.วีรศักดิ์ ยืนยันว่าได้ใช้เครื่องมือวัดระดับเสียงตามหลักเกณฑ์ทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยตรวจดูแผ่นเพลตระบุค่าความดังจากโรงงาน (+5 เดซิเบล) หรือหากไม่มีแผ่นเพลต จะอิงตามปีที่จดทะเบียนรถ (รถจดทะเบียนก่อนปี 2567 กำหนดไว้ไม่เกิน 95 เดซิเบล ส่วนรถจดทะเบียนตั้งแต่1 ม.ค.2567เป็นต้นไป กำหนดไว้ไม่เกิน 90 เดซิเบล) ซึ่งได้อธิบายหลักเกณฑ์ดังกล่าวให้นักท่องเที่ยวฟังอย่างชัดเจนแล้ว
จ.ส.ต.วีรศักดิ์ ย้ำว่า คลิปไวรัลดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงบางส่วน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพและทำตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเท่าเทียม ทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทย ไม่ได้มีการบังคับหรือรังแกเฉพาะชาวมาเลเซียแต่อย่างใด
"การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย อยากให้ศึกษากฎหมายจราจรของประเทศนั้นๆ และเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด แม้จะกังวลเรื่องผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว แต่เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดถือความถูกต้องและความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวหาดใหญ่ เพราะนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยว ส่วนใหญ่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด " จ.ส.ต.วีรศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียได้ดำเนินการชำระค่าปรับเสร็จสิ้นแล้ว บรรยากาศเป็นไปด้วยดี โดยมีการร่วมถ่ายรูปหมู่เป็นระลึก และสมาชิกในกลุ่มยังได้เอ่ยปากขอให้ จ.ส.ต.วีรศักดิ์ นำคลิปวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวไปโพสต์ลงในเพจ Facebookส่วนตัว(เพจ"จ่าวีหาดใหญ่")ของเจ้าหน้าที่อีกด้วย
#ภาพจ่าวี

17/08/2026

ลากไส้เครือข่ายสงขลา–ชายแดน เตรียมส่งมาเลเซีย
ปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ ยึดไอซ์ 205 กิโลกรัม พร้อม ผตห.4 ราย

ลากไส้เครือข่ายสงขลา–ชายแดน เตรียมส่งมาเลเซียเน้นปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ ยึดไอส์205 กิโลกรัมวันนี้ (17 ส.ค.) นายรัฐศาสตร์ ...
17/08/2026

ลากไส้เครือข่ายสงขลา–ชายแดน เตรียมส่งมาเลเซีย
เน้นปฏิบัติการเจ้าหน้าที่ ยึดไอส์205 กิโลกรัม

วันนี้ (17 ส.ค.) นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย ตำรวจภูธรภาค 9, ฝ่ายปกครองจังหวัดสงขลา และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ภาค 9 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ สามารถยึดไอซ์ จำนวน 205 กก. ซึ่งมีการลักลอบส่งเป็นพัสดุมากับบริษัทขนส่งเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีปลายทางส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซีย

โดยการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ภ.9, ชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ และเจ้าพนักงานปปส.ภ.9 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบส่งพัสดุซึ่งมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่จำนวนมาก จึงร่วมกันบูรณาการกำลังจนกระทั่งจับกุมตัว นายวิชาญ หรือดอน (ผู้ถูกจับที่ 1) ขณะรับพัสดุซุกซ่อนไอซ์ จำนวน 205 กก. โดยใช้รถยนต์กระบะ ทะเบียน บฉ 5577 สตูล เป็นยานพาหะ จากบริษัทขนส่งเอกชนแห่ง ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

จากการขยายผลทราบว่า นายวิชาญหรือดอนฯ จะนำไอซ์ดังกล่าวไปส่งมอบให้กับ นายอิสมาแอล หรือแอน (ผู้ถูกจับที่ 2) และนายรุ่งตะวัน หรือรุ่ง (ผู้ถูกจับที่ 3) ที่บ้านพักภายในหมู่บ้านธารทิพย์วิลล่า ม.3 ต.ควนลังอ.หาดใหญ่ฯ จึงขออนุมัติครอบครองยาเสพติดเพื่อขยายผลฯ นำสู่การจับกุม นายอิสมาแอล (ผู้ถูกจับที่ 2) และนายรุ่งตะวัน (ผู้ถูกจับที่ 3) ขณะเข้ามาตรวจนับจำนวนไอซ์ที่บ้านพักดังกล่าว

จากการสอบถาม นายอิสมาแอล ให้การว่า ได้รับการว่าจ้างให้พวกตนรับพัสดุซุกซ่อนไอซ์และส่งต่อไปให้ลูกค้า เคยร่วมกันก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้ว 3 ครั้ง รับไอซ์มาแล้วมากกว่า 800 กิโลกรัม ได้รับค่าจ้างครั้งละ 160,000-200,000 บาท

ต่อมาขยายผลจับกุม นายอัส ดันณี หรือนี (ผู้ถูกจับที่ 4) ชาว จ.นราธิวาส ผู้มารับพัสดุไอซ์อีกทอดหนึ่ง ได้พร้อมรถยนต์กระบะ ทะเบียน งค 4251 สงขลา ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการลำเลียง จับกุมได้บริเวณริมถนนกาญจนวนิช (ฝั่งขาออก) ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดย นายอัสดันณี ให้การรับสารภาพว่า ได้รับคำสั่งให้นำไอซ์ไปส่งมอบให้แก่ลูกค้าชาวมาเลเซีย บริเวณท่าเทียบเรือชายแดนไทย-มาเลเซีย ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยมีผู้ร่วมขบวนการอีก 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์คอยสำรวจเส้นทางให้ตนเอง

โดยผลการตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดฯ ในครั้งนี้ ประกอบด้วย ไอซ์จำนวน 205 กก. มูลค่าประมาณ 41 ล้านบาท พร้อมด้วย รถยนต์ จำนวน 3 คัน, รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน และบ้านอาคารพาณิชย์ จำนวน 1 หลัง รวมมูลค่าประมาณ 4,500,000 บาท

นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการสนองนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนบูรณาการทำงานร่วมกัน ทั้งด้านการปราบปราม ป้องกัน และบำบัดรักษายาเสพติดอย่างเข้มข้น ซึ่งผลสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากการประสานงานร่วมกันระหว่างตำรวจภูธรภาค 9, ปปส. ภาค 9 และจังหวัดสงขลา หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับเรื่องการขนส่งยาเสพติดผ่านบริษัทเอกชน จนนำไปสู่การสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดได้ในพื้นที่สงขลา โดยพบว่ายาเสพติดดังกล่าวมุ่งหมายจะส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อลำเลียงไปยังประเทศที่สามต่อไป

ขณะที่ ปปส.ภาค 9 กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มนักค้ายาเสพติดได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการลำเลียงโดยหันมาใช้ระบบขนส่งพัสดุภัณฑ์และขนส่งเอกชนมากขึ้น เนื่องจากมีต้นทุนต่ำและเสี่ยงต่อการถูกจับกุมน้อย พร้อมฝากเตือนประชาชนห้ามรับฝากสิ่งของ สัมภาระ หรือพัสดุจากผู้อื่นโดยเด็ดขาด เพราะหากเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผู้รับฝากจะต้องถูกดำเนินคดีด้วย นอกจากนี้ ยังย้ำเตือนผู้ประกอบการขนส่งให้ปฏิบัติตามมาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการไว้อย่างน้อย 180 วัน การแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อพบสงสัย และการติดป้ายเตือนโทษยาเสพติดให้เห็นชัดเจน โดยหากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 50,000 บาท ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสยาเสพติดได้ที่สายด่วน ปปส. โทร. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

📣📣ผลประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลสำนักขาม และสมาชิกสภาเทศบาลตำบลสำนักขาม เขต 2 (แทนตำแหน่งที่ว่าง) วันอาท...
16/08/2026

📣📣ผลประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลสำนักขาม และสมาชิกสภาเทศบาลตำบลสำนักขาม เขต 2 (แทนตำแหน่งที่ว่าง) วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2569 (อย่างไม่เป็นทางการ)

นายกคนใหม่ สำนักขาม เมืองผ่านจะกลับคืนสู่เมืองพัก
16/08/2026

นายกคนใหม่ สำนักขาม เมืองผ่านจะกลับคืนสู่เมืองพัก

ที่อยู่

กาญจนวานิช
Songkhla
90140

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Borderpress Songkhlaผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์