Borderpress Songkhla

เส้นทาง

Borderpress Songkhla /ข่าวอาชญากรรม/ยาเสพติด/ความมั่นคง/สีสัน/อาชีพ

สถานีต่อไป คลองแงะไบค์วีคครั้งที่ 4 แฟนป๋าเอก ไม่ควรพลาด วันศุกร์ที่ 29 วันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2570 ครั้งนี้ เรามาคอนเทค ...
20/09/2026

สถานีต่อไป คลองแงะไบค์วีคครั้งที่ 4 แฟนป๋าเอก ไม่ควรพลาด

วันศุกร์ที่ 29 วันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2570 ครั้งนี้ เรามาคอนเทค อีสานใต้ ทั้ง ป๋าเอกชัยและน้องใหม่พัชรี เตยวีรยา วงกางเกง เบสขวางขวัญ รีบูทและอีกมากมาย และพร้อมดีเจ จาก RUN BKK investor จัดเต็มไปเลยทั้ง 2 วัน และเหมือนเดิมทุกครั้งที่ผ่านมา รายได้ส่วนหนึ่ง และเงินร่วมทำบุญบนเวที จะนำไปซื้ออุปกรณ์กีฬา ในพื้นที่และบริเวณโรงเรียนใกล้เคียง สถานีต่อไป

20/09/2026

ผ่านไปด้วยดี พุ่งหลาวเฟส ครั้งที่1 เงินที่เหลือจากหักค่าใช้จ่าย ทางผู้จัดได้นำไปซื้อเจ็ทสกี เพื่อเตรียมช่วยเหลือชาวบ้านเมื่อเจออุทกภัยน้ำท่วม จัดจริง ทำจริง ซื้อจริง แล้วมาร่วมทำบุญเพื่อการกุศลใน ไบค์วีค 4 29-30 มกราคม2570 กันต่อนะครับ ทุกคน ☺️

20/09/2026

#หลายคนถามทำไม ข่าวเงียบแล้ว #เรื่องในคืนงานพุ่งหลาวเฟสครั้งที่1 คลองแงะ

แอดอยากจะบอกว่า คนทำผิดก็ได้รับโทษเรียบร้อยแล้ว และไม่อยากไปซ้ำเติมแล้ว ซึ่งนั้นหมดหน้าที่แอดแล้ว เพราะแอดเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง ใครผิดก็ว่ากันไปตามความผิดและย่อมได้รับโทษ จะหนักหรือเบา แล้วแต่ ผบช. ของผู้นั้นสั่ง

ส่วนหน้าที่แอดคือ ถ้ายังไม่จบหรือยังไม่หยุดที่จะหาเรื่องแอดอีก แอดก็ยังมีเรื่องที่ให้แฉอีกเยอะ ที่นอกเหนือจากการเป็น ตร. แอดไม่เคยใส่ร้ายใคร ก่อนทำอะไร ทุกอย่างมีหลักฐานชัดเจนพอ!!! แอดบอกแค่นี้
อีกอย่างไม่อยากมีเรื่องกับใคร แต่ถ้าทำข่าวใครที่ทำตัวผิดวินัย ผิดกฎหมาย หรืออื่นๆก็เช่นกัน นั้นเรื่องของคุณ แอดทีหน้าที่เสนอข่าวประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เท่านั้น ส่วนใครจะพอใจหรือไม่นั้น อันนั้นคือเรื่องของคุณ แอดทำหน้าที่ของแอดให้ดีและถูกต้องที่สุด นี้คือคติของแอด 💓💓

#ขอบคุณหลายๆคนที่คอยให้กำลังใจ
#ขอบคุณผู้ใหญ่หลายๆท่านที่คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจ 🩷🙏🏻
#คนดีผีคุ้มครับ 🙏🏻

 #สะเดา นร.ถูกครูทำร้ายเป็นรอยฟกช้ำตามตัว ผปค.แจ้งความดำเนินคดีแล้ว วันนี้ 17 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายพั...
17/09/2026

#สะเดา นร.ถูกครูทำร้ายเป็นรอยฟกช้ำตามตัว ผปค.แจ้งความดำเนินคดีแล้ว

วันนี้ 17 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายพัดยศ (สงวนนามสกุล) ว่า บุตรสาวของตนชื่อ น้องโมจิ อายุ 5 ขวบ ซึ่งเรียนอยู่ในชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในสังกัดเทศบาลเมืองสะเดา มีบาดแผลถูกทำร้ายร่างกายหลายแห่ง โดยทางครอบครัวได้เปิดเสื้อผ้าของน้องโมจิให้ดูซึ่งพบว่าร่องรอยบาดแผลยังคงปรากฎเด่นชัด เป็นรอยฟกช้ำเขียวคล้ำเป็นจุดๆ
ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 14 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา หลังจากที่ภรรยาได้นำบุตรสาวไปส่งที่โรงเรียนตามปกติเวลาประมาณ 07.30 น. ต่อมาวันเดียวกันเวลาประมาณ 11.00 น. คุณครูประจำชั้นได้โทรศัพท์มาบอกว่าให้รับบุตรกลับบ้าน
เมื่อกลับมาผู้เป็นยายได้อาบน้ำให้น้องโมจิ ก็เห็นร่องรอยได้รับบาดเจ็บ จึงได้นำไปตรวจที่โรงพยาบาลเนื่องจากเกรงว่าจะถูกล่วงละเมิดทางเพศ เนื่องจากรอยฟกช้ำหลายแห่งอยู่บริเวณหัวเข่า และ ใกล้อวัยวะเพศ แต่เบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรืออาการที่เกี่ยวกับการล่วงละเมิด โดยบอกแต่เพียงว่ารอยบาดแผลที่เห็นน่าจะเกิดจากรอยหยิก
ก่อนที่จะไปแจ้งความที่ สภ.สะเดา
ด้านนางสาว ณัฐธิดา (สงวนนามสกุล) บอกว่าหลังจากเกิดเหตุเมื่อวานนี้ (16 กันยายน) ได้เดินทางไปพบนายกเทศมนตรีเมืองสะเดา โดยมี ผอ.การศึกษา ผอ.โรงเรียน และคนอื่นอีก 3 คนนั่งอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งทาง ผอ.โรงเรียนแจ้งว่าจากการสอบถามคุณครูๆยอมรับว่าได้ขยำแขนน้องจริงแต่ตรงจุดอื่นๆคุณครูบอกว่าไม่ได้ทำ

“ส่วนตัวอยากให้มีกล้องวงจรปิดทุกวันนี้ข่าวมันออกมาเยอะ เพราะมันเป็นเคสเด็กเล็กด้วยอยากให้เพิ่มความปลอดภัยในจุดนี้ด้วย ตอนนี้ยังไม่ให้ลูกไปโรงเรียนก่อนจนกว่าจะรู้เรื่องเกิดจากอะไร แม้ทางนายกฯบอกว่าต่อจากนี้จะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดทุกห้องเพื่อที่จะเผื่ออนาคตจะได้มีหลักฐานเวลาเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น และสั่งให้ตักเตือนคุณครูและให้น้องย้ายห้อง เผื่อว่าน้องอยู่กับกับคุณครูคนนี้ไม่ได้”
นายพัดยศฯ ผู้เป็นบิดาของเด็กเผยว่าอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อติดตามบุคคลต้องสงสัยที่ลงมือว่ามีกี่คนใครบ้าง รวมทั้งสำนักงานการศึกษาหรือทางโรงเรียนอยากให้มีความเป็นธรรมหาสาเหตุที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากอะไร เพราะว่าน้องอยู่ในระหว่างที่เรียนหนังสือ ซึ่งนายพัดยศ ย้ำว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากที่บ้าน

โดยล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ากำลังประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบฯให้ลงพื้นที่ตรวจสอบห้องเรียนที่เกิดเหตุซึ่งมีรายงานว่าไม่มีกล้องวงจรปิด นอกจากนั้นกำลังดำเนินการติดต่อสหวิชาชีพเพื่อร่วมสอบปากคำผู้ปกครองและเด็ก รวมถึงคุณครูประจำชั้นในเร็วๆนี้
ส่วนผลการชันสูตรบาดแผลของแพทย์ พบว่ามีร่องรอยหลายแห่งเช่น รอยฟกช้ำที่บรเวณหัวเหน่า ขนาดยาว 1ซม.กว้าง 3 ซม. รอยฟกช้ำที่บริเวณต้นขาขวาทั้งหมด 3 รอย รอยฟกช้ำที่บริเวณต้นขาซ้ายขนาดยาว 1 ซม.กว้าง 3 ซม. รอยฟกช้ำที่บริเวณต้นแขนซ้ายขนาดยาว 1 ซม.กว้าง 1 ซม. โดยใช้เวลารักษาประมาณ สิบสี่วัน หากไม่มีโรคประจำตัวหรือภาวะแทรกซ้อน

17/09/2026

ตื่นมาแบบ โอ้โห้!!!! แบบดังๆ พี่เสก มากดไลค์รูปด้วย โอ้ยยยย!!! ผมเขิล ขอบคุณพี่เสกมากมายเลยครับ ที่มองเห็นเพจเล็กๆของผม ขอบพระคุณจริงๆครับ💓💓

ป.ป.ส. ร่วมภาคี ขยายผลคดีซุกซ่อนไอซ์ 150 กก. รวบผู้ร่วมขบวนการ พร้อมยึดทรัพย์กว่า 13.45 ล้านบาทเมื่อวันที่ 15 กันยายน 25...
16/09/2026

ป.ป.ส. ร่วมภาคี ขยายผลคดีซุกซ่อนไอซ์ 150 กก. รวบผู้ร่วมขบวนการ พร้อมยึดทรัพย์กว่า 13.45 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นายกฤติพงศ์ บุญผา ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส. ภาค 1 มอบหมายให้ นางสาวศศิรัศมิ์ นามวงษ์ ผู้อำนวยการส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย สำนักงาน ปปส. ภาค 1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ร่วมกับบก.ขส., บก.ปส.4. บช.ปส. และ ขกท.ศปก.นศส. เข้าตรวจค้นและยึดทรัพย์ผู้ร่วมขบวนการรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี กรณีซุกซ่อนไอซ์ 150 กิโลกรัม ก่อนพยายามลักลอบลำเลียงไป จังหวัดชายแดนใต้
สืบเนื่องจากในเดือนกันยายน 2569 บก.ปปส.ภ.1 ได้รับการประสานจาก ขกท.ศปก.นศส. และ บก.ขส.บช.ปส. ให้ร่วมสืบสวนพฤติการณ์ของนายชัยวัฒน์ (สงวนนามสกุล) และพรรคพวก หลังพบว่ามีพฤติการณ์รับยาเสพติดจากพื้นที่ภาคกลาง เพื่อนำส่งไปจังหวัดชายแดนใต้และส่งต่อให้ลูกค้าปลายทางประเทศมาเลเซียต่อไป เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันสืบสวนและติดตามพฤติการณ์มาอย่างต่อเนื่อง
ต่อมา วันที่ 14 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายรอยะ (สงวนนามสกุล) และ นายมะยีดิง (สงวนนามสกุล) พร้อมของกลางไอซ์ 150 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนกับฟางอัดก้อนไว้บริเวณท้ายกระบะรถยนต์ ในพื้นที่อำเภอบางแพง จังหวัดราชบุรี ขณะพยายามลักลอบลำเลียงไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
นอกจากนี้ จากการสืบสวนขยายผลพบว่า นายชัยวัฒน์ (สงวนนามสกุล) เป็นหนึ่งในผู้ร่วมกระทำความผิดในคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับ จากนั้น เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักนายชัยวัฒน์ (สงวนนามสกุล) ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี และยึดทรัพย์สิน รวมมูลค่ากว่า 13.45 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินสดมูลค่าประมาณ 2.5 ล้านบาท นาฬิกา 1 เรือน แท่งโลหะสีเหลือง 2 แท่ง รถยนต์ จำนวน 5 คัน รถมอเตอร์ไซค์ จำนวน 1 คัน พร้อมอายัดสมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 4 บัญชี และบ้านเดี่ยวพร้อมโฉนดที่ดิน 1 แปลง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี และส่งทรัพย์สินให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม - 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด
#ปปส #สำนักงานปปส #ซุกซ่อนไอซ์ #นนทบุรี

กองปราบผนึกสืบทุ่งลุง ปิดล้อมทั้งภาคพื้น-โดรนล่า “หนุ่ม 22” ผู้ต้องหาฆ่าเพื่อน แทงดับริมถนน กระโดดหน้าต่างหนีไม่รอดสงขลา...
16/09/2026

กองปราบผนึกสืบทุ่งลุง ปิดล้อมทั้งภาคพื้น-โดรนล่า “หนุ่ม 22” ผู้ต้องหาฆ่าเพื่อน แทงดับริมถนน กระโดดหน้าต่างหนีไม่รอด

สงขลา – ตำรวจกองปราบ กก.6 บก.ป. ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.ทุ่งลุง เปิดปฏิบัติการปิดล้อมบ้านพักในพื้นที่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไล่จับ นายสุรินทร์ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฆ่า หลังพบหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้าน โดยเจ้าหน้าที่วางกำลังทั้งภาคพื้นดิน พร้อมใช้โดรนบินตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ ป้องกันการหลบหนี

ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พ.ต.ท.ธนาคาร อุชณรัศมี สว.กก.6 บก.ป. ร.ต.อ.พัทธดนย์ พูลพิพัฒน์ รอง สว.กก.6 บก.ป. ร่วมกับ พ.ต.อ.ชาญศราวุธ แสงอรุณ ผกก.สภ.ทุ่งลุง และ พ.ต.ท.อนุวัฒน์ ฤทธิชัย รอง ผกก.สส.สภ.ทุ่งลุง นำกำลังเข้าปิดล้อมบ้านพัก

ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าจู่โจม นายสุรินทร์พยายามกระโดดออกทางหน้าต่างเพื่อหลบหนี แต่ตำรวจได้วางกำลังสกัดเส้นทางไว้แล้ว จึงสามารถไล่ติดตามและควบคุมตัวไว้ได้ในที่สุด

จากการตรวจค้นภายในบ้าน พบ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก รถจักรยานยนต์ 1 คัน หมวกแก๊ป และรองเท้าแตะ 1 คู่ จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

นายสุรินทร์เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ลงวันที่ 1 กันยายน 2569 ในข้อหา ฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนอาวุธปืนที่พบ ผู้ต้องหาอ้างว่าซื้อมาจากญาติในราคา 2,500 บาท โดยเก็บไว้เพื่อป้องกันตัว

สำหรับคดีดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา บริเวณริมถนนประชาชื่น 1 ซอย 2 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ โดยนายสุรินทร์ใช้อาวุธมีดทำร้าย นายระนอง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งสองมีปากเสียงกัน โดยนายสุรินทร์ไม่พอใจที่นายระนองยืมรถจักรยานยนต์ไปแล้วนำไปก่อเหตุลักทรัพย์ จนทำให้เกิดความเดือดร้อน ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายและมีการใช้อาวุธมีดแทงกัน นายระนองพยายามวิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

หลังจับกุม เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายสุรินทร์ส่ง สภ.ทุ่งลุง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 #สะเดาวันนี้ปอดแทบพัง😳😨รายงานมลพิษทางอากาศ PM2.5 พื้นที่เขตเทศบาลเมืองสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา วันที่ 16 กันยายน 2569👉ดัชน...
16/09/2026

#สะเดาวันนี้ปอดแทบพัง😳😨
รายงานมลพิษทางอากาศ PM2.5 พื้นที่เขตเทศบาลเมืองสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา วันที่ 16 กันยายน 2569
👉ดัชนีคุณภาพอากาศ (US AQI): อยู่ที่ 165
👉ระดับความเสี่ยง: ไม่ถูกสุขภาพ
👉ฝุ่น PM2.5 : มีความเข้มข้นอยู่ที่ 75.0 µg/m³
⚠️แนะนำให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น (เช่น N95) เมื่ออยู่กลางแจ้ง
ที่มาข้อมูล : IQ Air /ทม.สะเดา

 #เราจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เงียบเด็ดขาด!!เพราะท่านแจ้งความดำเนินคดีกับเรา ท่าน ให้สัมภาษณ์สื่อสำนักนึงตอนท่านหายเมาว่า ท่า...
15/09/2026

#เราจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เงียบเด็ดขาด!!เพราะท่านแจ้งความดำเนินคดีกับเรา ท่าน ให้สัมภาษณ์สื่อสำนักนึงตอนท่านหายเมาว่า ท่านไม่ได้เมาเลย เป็นแค่การเข้าใจผิด หยอกล้อกัน คนบ้านเดียวกันกับภรรยาเจ้าของงาน แต่ลักษณะพฤติกรรมของท่าน คนเห็นกันทั้งงาน มันไม่ใช่แค่สองตาหรือสี่ตาที่เห็น แต่มันหลายตาที่เห็นพฤติกรรมของ ตั้งแต่งานไบค์วีคครั้งที่2-3 จนถึงงานพุ่งหลาวครั้งที่1
ท่านเป็นแบบนี้มาทุกปี แต่ท่านไม่รู้ตัวท่านเอง โดยเฉพาะปีนี้ก่อเรื่องถึง2 ครั้ง แล้วท่านว่าท่านไม่ได้ทำผิดอะไร ทุกคนงงไหม.?
#คลิปหลักฐานมีชัดเจนทุกอย่าง ท่านวิดพื้นต่อหน้าผู้กำกับ ต่อหน้าประชาชนหลายคนที่ยืนมุงดูอยู่ และต่อหน้าสื่อมวลชนราว 10 ท่าน ที่กำลังถ่ายคลิปท่านอยู่ในขณะนั้น แต่ท่านก็ยังอ้างว่า เป็นตำรวจมา 28 ปีไม่เคยทำความชั่วเลยสักครั้ง #แล้วคำพูดที่ว่า ถ้าผมจะพังงาน #ผมยิงเลยไม่ดีกว่าเหรอปืnก็มี อันนั้นคือความคิดของท่านรองเหรอ คนที่เป็นนายคนไม่สมควรจะพูดคำนี้ เพราะนี้ไม่ใช่งานที่จัดส่วนตัว แต่มันเป็นงานที่จัดเพื่อการกุศล นำรายได้ไปซื้อเรือเพื่อบริจาคให้กับมูลนิธิต่างๆใช้ในเวลาน้ำท่วม #ถ้าท่านยังแถไปเรื่อยเดี๋ยวเราจะเอาคลิปวิดพื้นมาลงนะให้ดู

#แล้วที่ท่านบอกว่าเราไม่ชอบท่านไปให้สัมภาษณ์สื่อดังว่าเราอคติกับท่านชอบลงข่าวให้ท่านเสียหายเราถามหน่อย เราอคติกับท่านเรื่องอะไร #แล้วท่านว่าเราไปดิสเครดิตของท่าน แล้วเราจะทำเพื่ออะไรในเมื่อเราไม่ใช่ตำรวจหรือท่านรองจะให้เราขึ้นไปเป็นรองผู้กำกับแทนเหรอ
#ถ้าเราจะดิสเครดิตท่านจริงๆเราเล่นนอกเรื่องที่ท่านไม่เมาไม่ดีกว่าเหรอ
#ท่านทำอะไรท่านรู้อยู่แก่ใจท่านรู้กฎหมายดีกว่าประชาชน 🤣🤣🤣🤣

#เราสงสารผู้กำกับมากเอ็นดูท่านจริงๆ
#ฝากถึงตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา
#ตำรวจตำรวจภูธรภาค9
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
#ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับ เจ้าของงาน และสื่อมวลชนด้วยนะครับ เพราะการกระทำของลูกน้องท่านมันโจ่งแจ้งเกินไป

ที่อยู่

กาญจนวานิช
Songkhla
90140

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Borderpress Songkhla โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์