14/02/2025
🇨🇳ตะลุยแดนมังกร!!! เที่ยว Harbin ด้วยตัวเอง 10 วัน 9 คืน ด้วยงบ 23,000 บาท!!!
ทริปนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปดูความสวยงามของ #เมืองจีน ขอเกริ่นไว้ก่อนเลยว่า ทริปนี้ #เป็นครั้งแรกที่ผมไปประเทศจีน พูดตรงๆว่า ผมเคยมีความคิดอคติกับประเทศจีน เนื่องด้วยภาพลักษณ์ที่เคยเห็นจากทั้งข่าวและประสบการณ์ด้วยตัวเอง เวลามีนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวในไทย แล้วทำกริยาบางอย่างที่ไม่ดี ไม่เหมาะสม มันทำให้ผมคิดว่าไปจีน คงไม่สนุกเท่าไร ห้องน้ำคงเข้ายาก ผู้คนคงวุ่นวาย...... แต่ที่ไหนได้ #โคตรสนุก!!!!
แพลนคร่าวๆ การเดินทางในทริปนี้ของผม
- ฮาร์บิน
- เหยียนจี๋
- ถูเหมิน
- ฉางไป๋ซาน
- Harbin Ice and Snow World 2025
- ยุนเฉิง
ทริปนี้ มีสมาชิก 4 คน ผม, พ่อ, แม่, และน้า ค่าใช้จ่ายหาร 4 ตกคนละ 23,000 บาท
เดินทาง 25 ธันวา - 3 มกรา
วันที่ 25 -
เราเริ่มเดินทางออกจากสุวรรณภูมิในช่วงบ่ายของไทย ไปต่อเครื่องกันที่ Yuncheng แล้วไปลงที่ Harbin ราวๆ 5 ทุ่ม จากนั้นเรานั่งรถบัสของสนามบิน เพื่อเข้าไปที่พักในเมือง ช่วงนี้คืออากาศหนาวมากกก ประมาณ -19 แล้วยังมีลมอีก!! เพื่อนๆที่เคยไปที่หนาวๆ แล้วต้องมาเจอกับแรงลมอีก คงเข้าใจ ว่ามันรู้สึกอย่างไร มันเหมือนกับโดนมีด หรือขอบกระดาษบาด ตลอดทั้งใบหน้า โดยเฉพาะหู เหมือนแทบจะหลุดออกมายังไงอย่างงั้น 5555
วันที่ 26 -
เราตื่นเช้า มาเดินเล่นในตัวเมืองและหาซื้ออุปกรณ์กันหนาว ในเมือง Harbin ใกล้ๆกับโบสถ์โซเฟีย จะมี #ร้านขายของกันหนาว #ราคาถูกมากกกกกกกก แบบตะโกนน แนะนำเพื่อนๆ ถ้าไป Harbin ต้องไปช็อปปิ้งเลยที่นี้ ร้านจะต้องเดินลงบันไดไปใต้ดิน แล้วจะเป็นสโตรขายของขนาดกว้าง คนค่อนข้างแออัด แต่ช็อปสนุกมาก เพราะราคาไม่แพง และ #คุณภาพการกันความเย็นดีมากๆ
หลังจากนั้นเรากลับไปเก็บของที่โรงแรม และเดินทางไปสถานีรถไฟ เพื่อเดินทางต่อไปที่เมือง Yanji
วันที่ 27 -
เมือง Yanji จะเป็นเมืองที่อยู่ #ใกล้กับประเทศเกาหลีเหนือ ภายในตัวเมืองจึงมีตัวอักษรเกาหลีอยู่บ้าง ตามป้ายไฟบนตึกต่างๆ เป็น Highlight #จุดถ่ายรูปของนักท่องเที่ยวที่จะมาถ่ายกันในยามค่ำคืน
ในช่วงกลางวัน เราจึงตัดสินใจนั่งรถบัสไปที่เมืองชายแดนของประเทศจีน Tumen ที่ติดกับเกาหลีเหนือกันก่อน Tumen เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีความน่าสนใจคือเส้นพรมแดนที่ติดกับประเทศเกาหลีเหนือ เส้นทางรถไฟที่พาดผ่านระหว่าง 2 ประเทศ มีคาเฟ่ และร้านขายของฝาก ให้ช็อปปิ้งและพักผ่อนกันเล็กๆน้อยๆ
ช่วงกลางคืน ผู้คนจะออกมาถ่ายรูปกันเพียบบบ แม้อากาศจะเกือบ -20 แต่ก็ไม่สามารถหยุดเขาเหล่านี้ได้!!! ตามข้างทางจะมีอาหารเล็กๆน้อยๆขาย โดยเฉพาะ ถังหูลู่ ที่มีอยู่ทุกที่ ทุกเมืองที่ไป จะล้มไปทางไหน ก็เจอร้านถังหูลู่แน่นอน และที่ผมติดใจที่สุด คือสุนัขจิ้งจอก!! สุนัขจิ้งจอกที่ถูกเลี้ยงไว้ เพื่อถ่ายรูปโดยเฉพาะ ตัวน้องขาวและนิ่มมากกก น่ารักสุดๆ เพียงคนละ 30 หยวน ก็จะได้ถ่ายรูปกับน้องกันอย่างไม่อั้น
วันที่ 28, 29, 30 -
#ฉางไป๋ซาน เป็นเมืองเดียวในทริปนี้ ที่เราจะเจอหิมะกันมากที่สุด มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมากกกก ตั้งแต่ในตัวเมือง ที่มีเทศกาลหิมะ จัดกันน่ารักๆ ไม่ต้องไปไหนไกล หรือจะซื้อทัวร์ไปเที่ยวบน #อุทยานที่แบ่งออกเป็นใหญ่ 3 ส่วน คือทิศเหนือ ใต้ และตะวันตก (แต่เราไม่ได้เข้าอุทยานเนื่องจากตั๋วเต็ม)
เราใช้เวลา 3 วันที่นี่ จากแพลนเดิมที่จะไปเที่ยวตามอุทยาน แต่ลืมคิดไปว่านเป็นช่วง High season คนแน่นเอียด ไม่สามารถหาตั๋วได้เลย จึงมาเดินเที่ยวกันในตัวเมืองและสถานที่รอบๆ ซึ่งบอกได้เลยว่า มีอะไรน่าสนใจเยอะมากๆ #เทศกาลหิมะที่มี snowman นับร้อย วางเรียงราย #อาคารน้ำแข็งรูปหัวใจ ที่แม้จะแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว แต่กลับ #ไม่มีความวุ่นวาย #ทุกคนมารยาทดีกันมากกกกกกกก
วันที่ 31 -
เรากลับมาที่เมือง Harbin และเที่ยวในตัวเมือง ซึ่งมีหลายสถานที่ๆ น่าสนใจมากๆ เช่น ถนนจงหยาง walking street อาคารพิพิธภัณฑ์ที่มี Snowman ขนาดใหญ่มากกกก แม่น้ำซงหัวที่แข็งตัวเป็นลานน้ำแข็งขนาดยักษ์ ที่มีการจัดสวนสนุกให้ผู้คนลงไปเล่น และอีกมากมาย
เราไม่ได้ Countdown ปีใหม่กัน เนื่องจากผู้คนเยอะมากกกก และทางประเทศจีนมีประกาศไม่ให้จุดพลุกันในบริเวณเมือง พวกเราจึงกลับที่พักกันไปพักผ่อน
วันที่ 1 -
เทศกาล Ice and Snow World ที่ Harbin เป็นเทศกาลที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใหญ่ เพราะ #มันใหญ่มากกกกกกกกกกกกกกกก ในงานจะมี #ประติมากรรมน้ำแข็ง ซึ่งนำเอาสถานที่เด่นๆ สำคัญๆของหลายๆประเทศมาจัดวางอย่างสวยงาม อีกทั้งชิงช้าสวรรค์ขนาดมโหฬาร และกิจกรรมอีกมากมาย พอตอนเย็นแสงอาทิตย์หมด ไฟหลากสีก็ถูกเปิดขึ้น เพิ่มความสวยงามของสถานที่ไปอีกกกกก
วันที่ 2 -
เป็นวันที่เราต้องเดินทางกลับประเทศไทย แต่ไฟล์ทของเราจะต้องไปพักเครื่องที่เมือง Yuncheng เป็นเวลากว่า 20 ชม เราจึงใช้โอกาสนี้ในการเยี่ยมชมเมือง ซึ่ง Highlight ของเมืองนี้ จะอยู่ที่ #ทะเลสาบน้ำเค็มขนาดใหญ่ ที่ถูกขนานนามว่า “เดทซี แดนมังกร” เนื่องจากค่าความเค็มของทะเลสาบนี้เกือบจะเทียบเท่า Dead Sea ทะเลสาบชื่อดังของโลกในประเทศจอร์แดน
วันที่ 3 -
เป็นอันจบทริปประเทศจีนครั้งแรกไปอย่างสวยงาม
#สรุป!!!
ทริปนี้ผมให้ 9/10 ที่หักไป 1 เพราะมีความลำบากนิสสสนึงในการสื่อสาร เพราะพวกเราพูดจีนไม่เป็น และคนจีนก็พูดอังกฤษกันไม่ได้ จึงต้องคุยกันผ่านทาง Google translate อย่างเดียว ก็สนุกไปอีกแบบ 55555 แต่สิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุด คือเรื่องของนิสัยคนจีนที่เปลี่ยนความคิดผมไปสิ้นเชิง จากที่คิดว่าคนจีนจะมีนิสัยกระโชกโฮกฮาก ไม่มีการเข้าแถว ต้องแก่งแย่งกันซื้อของ ห้องน้ำต้องเละ กลับกลายเป็นคนละเรื่องงง
จากที่ผมเจอ #คนจีนมีมารยาทมากๆ แม้จะพูดเสียงดัง แต่กลับยิ้มแย้ม #คอยช่วยเหลือพวกเราตลอดเวลา ถึงแม้จะสื่อสารกันลำบาก แต่พวกเขา ไม่มีท่าทีรังเกียจเลย แม้ในพื้นที่แออัด ก็ไม่มีการเบียดเสียด แก่งแย่งกัน ทุกคนรู้จักการรอ การเข้าแถว #ซึ่งทุกอย่างมันคนละอย่างกับสิ่งที่ผมคิด ก่อนจะย่างเท้าเข้าประเทศจีนเลย.... จากทริปนี้ จึงทำให้ผมอยากไปเที่ยวประเทศจีนอีกหลายๆที่ :)