MAKEitproduct ถ่ายภาพ วิดีโอ ออกแบบ กราฟฟิคสินค้า

MAKEitproduct ถ่ายภาพ วิดีโอ ออกแบบ กราฟฟิคสินค้า รับถ่ายภาพ/วีดีโอ Graphic Design Logo ฉลากสินค้า วางแผนการตลาด Online-Offline

🔥 ข่าวดี! Facebook เปิดตัวฟีเจอร์ "Content Protection" เพื่อปกป้องผลงานครีเอเตอร์! 🛡️Meta เข้าใจดีว่าคอนเทนต์ต้นฉบับของค...
18/11/2025

🔥 ข่าวดี! Facebook เปิดตัวฟีเจอร์ "Content Protection" เพื่อปกป้องผลงานครีเอเตอร์! 🛡️
Meta เข้าใจดีว่าคอนเทนต์ต้นฉบับของคุณมีค่าแค่ไหน! ตอนนี้ Facebook ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า "Content Protection" (การป้องกันคอนเทนต์) เพื่อช่วยให้คุณควบคุมการเผยแพร่ Reels ต้นฉบับของคุณบนแพลตฟอร์มได้ดีขึ้น!

✨ ฟีเจอร์นี้ทำงานอย่างไร?

ป้องกันอัตโนมัติ: เมื่อคุณเข้าร่วมโปรแกรมนี้ ทุก Reels ต้นฉบับที่คุณโพสต์ลง Facebook จะได้รับการป้องกันโดยอัตโนมัติ

สแกนหาคู่ที่ตรงกัน: ระบบจะสแกนทั้ง Facebook และ Instagram อย่างต่อเนื่อง เพื่อหา Reels ที่ ตรงกันทั้งหมดหรือตรงกันบางส่วน กับ Reels ที่คุณโพสต์

แจ้งเตือนคุณ: เมื่อพบว่ามีคนนำคอนเทนต์ของคุณไปใช้ซ้ำ (Reel ที่มีลักษณะคล้ายกัน) คุณจะได้รับการแจ้งเตือนผ่าน Professional Dashboard ทันที!

🔑 จัดการคอนเทนต์ที่ถูกนำไปใช้ซ้ำได้อย่างง่ายดาย!
เมื่อระบบตรวจพบคอนเทนต์ที่ตรงกัน คุณมี 3 ทางเลือกในการจัดการผ่าน Dashboard:

1. 🔎 ติดตาม (Track): (ค่าเริ่มต้น) ปล่อยให้ Reels นั้นยังคงปรากฏอยู่ แต่คุณสามารถติดตามผลการทำงานของมันได้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถเลือก เพิ่มเครดิต "Original by" ที่เชื่อมกลับมายังเพจ/โปรไฟล์ของคุณได้ด้วย!

2. 🚫 บล็อก (Block): ทำให้ Reels ที่ตรงกันนั้นไม่สามารถมองเห็นได้บน Facebook หรือ Instagram (แต่จะไม่ส่งผลให้บัญชีนั้นถูกลงโทษทางวินัยโดยตรง)

3. ✅ อนุญาต (Release): ยกเลิกการเรียกร้องสิทธิ์ของคุณ อนุญาตให้ Reels นั้นยังคงปรากฏอยู่ และจะถูกลบออกจาก Dashboard ของคุณโดยสิ้นเชิง

💡 จุดเด่นที่สำคัญอื่นๆ:
ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ Rights Manager: ระบบนี้ใช้กระบวนการตรวจจับเดียวกับเครื่องมือ Rights Manager ของ Meta ทำให้แม่นยำในการหาคู่ที่ตรงกัน

ป้องกัน Reels เก่าได้: คุณสามารถเลือก Reels ที่เคยอัปโหลดไปแล้วมาป้องกันด้วยตนเองได้

ป้องกันการนำไปใช้ซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต: ครีเอเตอร์สามารถให้สิทธิ์การใช้ซ้ำแก่บัญชีที่ต้องการได้ผ่าน Allow List (รายการอนุญาต)

ข้อควรระวัง:

การอ้างสิทธิ์ที่ไม่ถูกต้อง: หากคุณพยายามอ้างสิทธิ์และดำเนินการกับ Reels ที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของซ้ำๆ อาจส่งผลให้ถูกจำกัดหรือถูกยกเลิกการเข้าถึงฟีเจอร์นี้ได้

คอนเทนต์บางประเภทไม่เข้าเกณฑ์: เช่น วิดีโอ Reaction หรือวิดีโอรวม (Compilation) จะไม่สามารถขอรับการคุ้มครองได้

นี่คืออีกก้าวสำคัญที่ Meta ต้องการสนับสนุนให้ครีเอเตอร์ได้รับเครดิตอย่างเต็มที่สำหรับผลงานสร้างสรรค์ของตนเอง และต่อสู้กับการนำคอนเทนต์ไปโพสต์ซ้ำโดย Aggregator Accounts ค่ะ!

📌 คุณจะเริ่มใช้ฟีเจอร์นี้ได้อย่างไร?
ฟีเจอร์นี้เริ่มใช้งานได้แล้วสำหรับครีเอเตอร์ที่อยู่ในโปรแกรม Content Monetization ของ Facebook และเป็นไปตามมาตรฐานความสมบูรณ์และเป็นต้นฉบับที่กำหนด

นอกจากนี้ กำลังทยอยเปิดให้ครีเอเตอร์ที่ใช้ Rights Manager ผ่านแอป Facebook บนมือถือด้วย

คุณสามารถตรวจสอบและยื่นคำขอเข้าถึงได้ตามลิงก์ที่เกี่ยวข้อง!

พร้อมที่จะปกป้อง Reels ของคุณหรือยังคะ? บอกเราหน่อยว่าคุณคิดอย่างไรกับฟีเจอร์ใหม่นี้! 👇

#ครีเอเตอร์ #ลิขสิทธิ์ #ปกป้องคอนเทนต์ #เครื่องมือครีเอเตอร์

Credit :

The tool will enable creators to block unauthorized re-posts of their content. 

🚀 Facebook เพิ่มเครื่องมือ AI ใหม่ใน Marketplace ช้อปง่ายขึ้น ค้นหาไวขึ้น!Facebook ประกาศอัปเดต Marketplace ครั้งใหญ่! ร...
17/11/2025

🚀 Facebook เพิ่มเครื่องมือ AI ใหม่ใน Marketplace ช้อปง่ายขึ้น ค้นหาไวขึ้น!

Facebook ประกาศอัปเดต Marketplace ครั้งใหญ่! รอบนี้เน้นให้การเลือกซื้อสินค้ามือสองในแอปง่ายขึ้นกว่าเดิม ด้วยฟีเจอร์อย่าง Collections รวมของเข้าหมวด, แชทซื้อร่วมกับเพื่อน, คำถามแนะนำโดย AI และประสบการณ์จ่ายเงินแบบใหม่ที่โปร่งใสกว่าเดิม ✨

แต่… แม้จะดีต่อผู้ซื้อ ก็อาจทำ ปวดหัวผู้ขาย อยู่เหมือนกัน เพราะต้องเจอผู้ซื้อที่มี “ผู้ช่วย AI สายซักไซ้” มากขึ้น 🤣

📌 ทำไม Marketplace ยังสำคัญกับ Facebook?

Facebook เผยว่า:
➡️ ผู้ใช้งานวัยหนุ่มสาวในสหรัฐและแคนาดา 1 ใน 4 เข้าใช้ Marketplace ทุกวัน!
ไม่ว่าจะหาซื้อของแต่งห้องแรก ซื้อรถคันแรก หรือหาเสื้อผ้าเดทแรก Marketplace เป็นพื้นที่ซื้อ-ขายที่ยังคึกคักและสร้างรายได้โฆษณาได้ดีมาก

🛒 ฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามามีอะไรบ้าง?
1️⃣ Collections — รวมโพสต์ขายเป็นหมวด เหมือน Pinterest Board

เซฟสินค้าที่เล็งไว้ แล้วจัดเป็นโฟลเดอร์ เช่น “โต๊ะ-เก้าอี้คาเฟ่”, “ของตกแต่งคอนโด”, “รถมือสอง”
ชวนเพื่อนเข้ามาดู ให้ช่วยตัดสินใจได้ด้วย

2️⃣ Collaborative Buying — ชวนเพื่อนเข้าแชทคุยกับผู้ขาย

ช่วยเช็คราคา นัดรับ หรือช่วยต่อราคา (!?) ก็มีโอกาสใช้ได้
แต่ผู้ขายอาจเจอ “ทีมต่อราคา” ก็เป็นได้ 😅

3️⃣ กด ♥ และคอมเมนต์บนโพสต์สินค้าได้

ช่วยให้ระบบรู้ว่าเราชอบสินค้าแบบไหน เพื่อแนะนำได้ตรงใจขึ้น
แต่คอมเมนต์สาธารณะอาจเพิ่มแรงกดดันให้ผู้ขาย

4️⃣ AI Question Suggestions — AI ช่วยแนะนำคำถามก่อนซื้อ

เช่น
🔹 รองเท้ามีตำหนิไหม?
🔹 โซฟามีกลิ่นหรือสัตว์เลี้ยงไหม?
🔹 รถเคยชนหรือซ่อมอะไรบ้าง?
โดยเฉพาะหมวดรถ จะมีข้อมูลเชิงวิเคราะห์จาก AI ช่วยตัดสินใจ

👉 ส่งผลให้ผู้ซื้อฉลาดขึ้น แต่ผู้ขายต้องตอบละเอียดขึ้นเช่นกัน

5️⃣ Checkout ใหม่ โปร่งใสทุกค่าใช้จ่าย

ก่อนจ่ายเงิน ผู้ซื้อจะเห็นค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด เช่น ค่าจัดส่ง + ภาษี
พร้อมระบบแจ้งสถานะออเดอร์ตลอดทาง คล้ายประสบการณ์บน eBay

👍 ดีต่อผู้ซื้อ แต่…อาจหนักใจผู้ขาย

เครื่องมือใหม่ทำให้ทุกคนกลายเป็น “นักเช็กสภาพของมือสองระดับผู้เชี่ยวชาญ” ในทันที 😆
สำหรับคนที่แค่อยากระบายของเก่าออกจากบ้าน ราคาถูก ๆ อาจต้องใช้แรงตอบคำถามมากกว่าเดิม

📍 ความหมายต่อธุรกิจและการลงโฆษณา

เมื่อ Marketplace ใช้ง่ายและน่าเชื่อถือขึ้น
➡️ ผู้คนอาจช้อปในแอปมากขึ้น
➡️ โฆษณา Marketplace อาจกลายเป็นพื้นที่ทำเงินที่น่าจับตามากขึ้นสำหรับธุรกิจ

#ตลาดมือสองออนไลน์ #อัปเดตโซเชียลมีเดีย

Credit :

Some new ways to find the best deals on Marketplace.

ตอบคอมเมนต์ = เพิ่มยอดเข้าถึงได้จริง! 🗣️✨ผลวิจัยล่าสุดจาก Buffer ยืนยันว่าการ “ตอบกลับ” มีผลชัดเจนต่อประสิทธิภาพโพสต์หลา...
14/11/2025

ตอบคอมเมนต์ = เพิ่มยอดเข้าถึงได้จริง! 🗣️✨
ผลวิจัยล่าสุดจาก Buffer ยืนยันว่าการ “ตอบกลับ” มีผลชัดเจนต่อประสิทธิภาพโพสต์

หลายคนทำคอนเทนต์ดีแล้ว แต่โพสต์เสร็จก็ปล่อยทิ้งไว้ ไม่ได้กลับมา “ตอบคอมเมนต์” ซึ่งจริง ๆ แล้วการมีส่วนร่วมแบบนี้คือหัวใจสำคัญของการทำโซเชียลมีเดีย เพราะยิ่งมีการโต้ตอบมาก อัลกอริทึมก็ยิ่งมองว่าโพสต์มีความน่าสนใจ ส่งผลให้เข้าถึงคนมากขึ้นโดยอัตโนมัติ

แล้วคำถามคือ… การตอบคอมเมนต์มีผลมากแค่ไหน?
Buffer วิเคราะห์โพสต์กว่า 2 ล้านโพสต์ จากหลายแพลตฟอร์ม และพบข้อมูลน่าสนใจมากๆ 👇

🔍 ผลลัพธ์: การตอบคอมเมนต์ช่วยเพิ่ม Engagement อย่างมีนัยสำคัญ

โพสต์ที่ผู้สร้างเนื้อหาตอบกลับคอมเมนต์
➡️ มี Engagement เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 42%

โดยเฉพาะบน Threads ที่เห็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุด เพราะแพลตฟอร์มตั้งใจออกแบบให้ “Reply” มีความสำคัญในระบบแสดงผล

📊 ตัวเลขเพิ่มขึ้นของแต่ละแพลตฟอร์ม

LinkedIn ➜ เพิ่มขึ้น 30%

Instagram ➜ เพิ่มขึ้น 21%

Facebook ➜ เพิ่มขึ้น 9%

X/Twitter ➜ เพิ่มขึ้น 8%

แม้ตัวเลขจะต่างกันตามรูปแบบผู้ใช้แต่ละแพลตฟอร์ม แต่ภาพรวมคือ “การตอบกลับ” มีผลดีต่อการมองเห็นอย่างชัดเจน

🤔 ทำไมการตอบคอมเมนต์ถึงสำคัญ?

อัลกอริทึมดันโพสต์ที่มีปฏิสัมพันธ์กลับไปสู่คนในวงเชื่อมต่อของคุณ

คนมักมีแนวโน้มมาตอบเพิ่มเมื่อเจ้าของโพสต์เข้ามามีส่วนร่วม

ทำให้บทสนทนาในโพสต์มีชีวิตชีวาและอยู่ได้นานขึ้น

พฤติกรรมผู้ใช้อยู่ในจุดที่ “ไม่ค่อยโพสต์หรือคอมเมนต์แล้ว”
→ การตอบกลับของเจ้าของโพสต์จึงยิ่งช่วยกระตุ้นบทสนทนาได้ดีขึ้น

📌 ข้อสังเกตเล็กน้อย

งานวิจัยนี้ไม่ได้ฟันธง 100% เพราะอาจมีปัจจัยอื่น เช่น
– โพสต์ที่ปังอยู่แล้วอาจมีคอมเมนต์เยอะเป็นทุนเดิม
– ประเภทโพสต์ (ถามคำถาม, โพล ฯลฯ) ก็มีผล

แต่เมื่อดูข้อมูลจำนวนมาก การตอบคอมเมนต์ “มีความสัมพันธ์เชิงบวก” กับยอดเข้าถึงจริง

🎯 ข้อแนะนำสำหรับคนทำเพจ/ครีเอเตอร์

หากต้องการให้โพสต์เข้าถึงคนให้มากที่สุด
👉 อย่าแค่โพสต์แล้วปล่อยทิ้ง
👉 ให้เวลาตอบคอมเมนต์อย่างสม่ำเสมอ
นี่คือหนึ่งในกลยุทธ์ง่ายที่สุด แต่ได้ผลจริงที่สุดในยุคที่ผู้คนโต้ตอบน้อยลงกว่าเดิมมาก

สรุปสั้นๆ:
การตอบคอมเมนต์ ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่คือเครื่องมือเพิ่ม Reach ที่ใช้ได้ทันที และได้ผลจริง 🔥

#สรุปงานวิจัย #โพสต์ให้ปัง #ตอบคอมเมนต์สำคัญมาก

Credit :

Engaging with comments can have a significant effect on post performance.

🧠💡 Google เปิดตัว “Ads Advisor” และ “Analytics Advisor” — ผู้ช่วยโฆษณาและวิเคราะห์เว็บไซต์ด้วยพลัง AI จาก Gemini!Google ...
13/11/2025

🧠💡 Google เปิดตัว “Ads Advisor” และ “Analytics Advisor” — ผู้ช่วยโฆษณาและวิเคราะห์เว็บไซต์ด้วยพลัง AI จาก Gemini!
Google ประกาศเปิดตัว 2 ผู้ช่วยใหม่สุดล้ำที่ขับเคลื่อนด้วย AI รุ่น Gemini เพื่อช่วยนักโฆษณาและเจ้าของเว็บไซต์บริหารจัดการประสิทธิภาพได้ง่ายขึ้น คือ
🚀 1. Ads Advisor – ผู้ช่วยจัดการแคมเปญโฆษณาอัจฉริยะ
Ads Advisor ทำหน้าที่เหมือน “ที่ปรึกษาโฆษณาส่วนตัว” ภายใน Google Ads ที่เรียนรู้จากพฤติกรรมและข้อมูลธุรกิจของคุณโดยตรง เพื่อให้คำแนะนำที่เฉพาะเจาะจง เช่น

❓ “จะปรับแคมเปญให้เหมาะกับเทศกาลที่กำลังจะมาถึงได้อย่างไร?”
AI จะเสนอแนะแนวทาง เช่น การเพิ่ม sitelink extensions หรือองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มผลลัพธ์ พร้อมทั้งสามารถนำไปปรับใช้จริงในบัญชีของคุณได้ทันที ✅

นอกจากนี้ Ads Advisor ยังช่วยด้านครีเอทีฟ เช่น

แนะนำ คีย์เวิร์ดใหม่ๆ ที่เหมาะกับเว็บไซต์และสินค้าของคุณ

วิเคราะห์ข้อมูลจาก Performance Max และ Search เพื่อเพิ่มการมองเห็นในหน้า Google Search

เพราะ Ads Advisor ใช้ข้อมูลจริงจาก Google Ads เป็นฐาน ทำให้คำแนะนำที่ได้มีความแม่นยำและอิงจากพฤติกรรมผู้ใช้จริง 🧩

📊 2. Analytics Advisor – ผู้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเว็บไซต์แบบเข้าใจง่าย
ใครที่รู้สึกว่าข้อมูลใน Google Analytics เยอะจนงง ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก!
เพียงถาม AI ด้วยคำถามง่ายๆ อย่าง

“เว็บไซต์ของฉันช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?”
หรือ
“ผู้ใช้ที่ยังคงใช้งานอยู่ใน 30 วันที่ผ่านมา ทำอะไรอยู่บ้าง?”

Analytics Advisor จะสร้างรายงานแบบเฉพาะกิจ พร้อมกราฟและอินไซต์เข้าใจง่าย ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของธุรกิจแบบรวดเร็ว 🔍
คุณยังสามารถใช้มันเพื่อหาคำตอบอย่าง

ทำไมทราฟฟิกถึงพุ่งขึ้นหรือตกลง

หน้าคอนเทนต์ไหนได้รับความนิยมสูงสุด
โดยไม่ต้องนั่งไล่ดูข้อมูลทีละตารางอีกต่อไป 📈

🌍 พร้อมใช้ทั่วโลกเร็วๆ นี้
Google ระบุว่า Ads Advisor และ Analytics Advisor จะเริ่มเปิดให้ใช้ในบัญชี ภาษาอังกฤษทั่วโลกตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมนี้
ทั้งสองฟีเจอร์นี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการใช้ AI ช่วยนักการตลาดทำงานได้ฉลาดขึ้น ประหยัดเวลา และเข้าใจข้อมูลลึกขึ้นกว่าที่เคย 🚀



Credit :

Google providing advertisers with AI guidance for their campaigns. 

📣 Meta ยุติปุ่ม “Like” และ “Comment” สำหรับเว็บไซต์ภายนอกอย่างเป็นทางการ!ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณชัดเจนว่า “ยุคของการกดไลก์...
12/11/2025

📣 Meta ยุติปุ่ม “Like” และ “Comment” สำหรับเว็บไซต์ภายนอกอย่างเป็นทางการ!

ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณชัดเจนว่า “ยุคของการกดไลก์” ใกล้จบลงแล้ว 🔚
Meta ประกาศว่าจะ ยกเลิกการใช้งานปุ่ม Facebook Like และ Comment บนเว็บไซต์ภายนอก (third-party websites) ที่เราเคยเห็นอยู่ตามบล็อกหรือเว็บข่าวต่าง ๆ — ปุ่มที่ให้เรากดไลก์หรือคอมเมนต์ผ่าน Facebook ได้โดยตรงจากหน้าเว็บนั้นเลย

🗓 เริ่มมีผลวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026
หลังจากวันนั้น ปลั๊กอินเหล่านี้จะไม่ทำงานอีกต่อไป โดย Meta ระบุว่า

“ปลั๊กอินจะค่อย ๆ หายไปโดยไม่กระทบต่อการทำงานของเว็บไซต์”

กล่าวคือ เว็บไม่ต้องปรับอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่ปุ่มเหล่านี้จะ “หายไปเฉย ๆ”

💡 ทำไม Meta ถึงยกเลิก?

Meta อธิบายว่า การใช้งานฟีเจอร์นี้ “ลดลงตามธรรมชาติ” เพราะพฤติกรรมของผู้ใช้และแพลตฟอร์มดิจิทัลเปลี่ยนไปมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ในยุคก่อน การกดไลก์คือการแสดงตัวตนและความสนใจ แต่ปัจจุบัน อัลกอริทึมฉลาดขึ้นมาก
มันสามารถ “เข้าใจว่าเราชอบอะไร” จากพฤติกรรม เช่น สิ่งที่เราดู อ่าน หรือหยุดดูนาน ๆ — โดยไม่ต้องรอให้เรากดไลก์เลย

📱 เมื่อ TikTok เปลี่ยนเกม

TikTok คือผู้จุดกระแสใหม่นี้ 🔥
แทนที่จะเน้น “การติดตาม” หรือ “การกดถูกใจ”
แพลตฟอร์มกลับแสดงคอนเทนต์แบบ For You ที่วิเคราะห์จากพฤติกรรมของผู้ใช้จริง ๆ

ผลคือ ทุกแพลตฟอร์ม — ไม่ว่าจะเป็น Instagram, YouTube หรือ Facebook เอง — ต่างก็ปรับตามแนวทางนี้
กลายเป็นว่ายุคของ “Feed ที่เราคัดเอง” ได้ถูกแทนที่ด้วย “Feed ที่อัลกอริทึมเลือกให้”

📉 หมดยุค Like & Comment จากเว็บภายนอก

แม้ Facebook ยังมีผู้ใช้นับพันล้านคนทั่วโลก
แต่ “วิธีที่คนใช้ Facebook” เปลี่ยนไปอย่างมาก
การมีปุ่ม Like/Comment จากเว็บภายนอกจึงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป

Meta จึงตัดสินใจ “ปิดตำนาน” ปุ่มยอดฮิตนี้อย่างเป็นทางการ —
ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของการเปลี่ยนผ่านจากยุค Social Network → สู่ยุค AI Algorithm

✨ สรุปสำหรับเจ้าของเว็บไซต์

ปุ่ม Facebook Like/Comment จะหายไปอัตโนมัติหลัง 10 ก.พ. 2026

ไม่ต้องปรับโค้ดใด ๆ เพิ่มเติม

แต่สามารถลบโค้ดปลั๊กอินออกเพื่อให้หน้าเว็บดูสะอาดขึ้นได้



Credit:

Another acknowledgement that likes are no longer as relevant.

🌐 3 สถิติที่กำหนดทิศทางโซเชียลมีเดียปี 2026โซเชียลมีเดียในปี 2026 ไม่ได้เป็นแค่ “ช่องทางสื่อสาร” อีกต่อไป แต่เป็นพื้นที่...
11/11/2025

🌐 3 สถิติที่กำหนดทิศทางโซเชียลมีเดียปี 2026

โซเชียลมีเดียในปี 2026 ไม่ได้เป็นแค่ “ช่องทางสื่อสาร” อีกต่อไป แต่เป็นพื้นที่สำคัญที่ผู้คน “ค้นหาแบรนด์ ตัดสินใจซื้อ และเชื่อมต่อกับประสบการณ์ดิจิทัลในชีวิตประจำวัน”
และข้อมูลต่อไปนี้ — จากรายงาน Digital 2026: Global Overview Report — คือ 3 สถิติสำคัญที่นักการตลาดควรรู้เพื่อวางกลยุทธ์ให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ 👇

📊 1. 72.3% ของผู้ใช้ออนไลน์ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อ “ค้นหาข้อมูลแบรนด์”

แบรนด์ไม่สามารถละเลยการมีตัวตนบนโซเชียลได้อีกต่อไป 💬
เพราะกว่า 72.3% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอายุ 16 ปีขึ้นไป ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ

Instagram คือแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้ติดตามหรือค้นหาแบรนด์มากที่สุด

แม้แต่ LinkedIn ก็มีถึง 26.6% ของผู้ใช้ที่เข้ามาศึกษาแบรนด์เช่นกัน

💡 ดังนั้น แบรนด์ควรถามตัวเองว่า “เรากำลังเป็นคนเล่าเรื่องของแบรนด์เราเองอยู่หรือเปล่า?”
เพราะถ้าไม่ใช่ — คนอื่นอาจเป็นคนกำหนดภาพลักษณ์นั้นแทนเรา

🔁 2. 80.7% ของผู้ใช้ Snapchat ใช้ Facebook ด้วย

หลายคนคิดว่าผู้ใช้แพลตฟอร์มใหม่จะ “ทิ้ง” แพลตฟอร์มเก่า แต่สถิติกลับบอกตรงข้าม 😮

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอายุ 16 ปีขึ้นไป ใช้โซเชียล เฉลี่ย 6.75 แพลตฟอร์มต่อเดือน

80.7% ของผู้ใช้ Snapchat ยังใช้ Facebook อยู่

ขณะที่ 81.8% ของผู้ใช้ TikTok ก็ยังอยู่บน Facebook ด้วย

แต่มีเพียง 34.8% ของผู้ใช้ TikTok ที่อยู่บน Snapchat

📈 สิ่งนี้แปลว่า “กลุ่มผู้ใช้ของแต่ละแพลตฟอร์มซ้อนทับกันมากกว่าที่คิด”
นักการตลาดจึงควรเข้าใจว่า “ทำไม” และ “อย่างไร” ผู้ใช้กระโดดข้ามแพลตฟอร์ม — เพื่อออกแบบประสบการณ์แบรนด์ที่สอดคล้องในทุกช่องทาง

📱 3. 96% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเข้าออนไลน์ผ่านมือถือ

ยุคของ “เดสก์ท็อปเป็นหลัก” หมดไปแล้ว
เพราะ 96% ของผู้ใช้ออนไลน์เข้าผ่านสมาร์ทโฟน แต่มีเพียง 59.6% เท่านั้นที่ใช้แล็ปท็อปหรือคอมพิวเตอร์

หมายความว่า...
คนส่วนใหญ่เห็นคอนเทนต์ของคุณผ่านจอเล็กในมือ ไม่ใช่จอใหญ่ของนักออกแบบในออฟฟิศ 👀

ดังนั้น แบรนด์ควรออกแบบคอนเทนต์ที่:

อ่านง่าย ดูชัดบนจอมือถือ

โหลดเร็ว และไม่ซับซ้อน

เหมาะกับบริบทการใช้งาน เช่น ระหว่างเดินทาง ก่อนนอน หรือระหว่างต่อคิว

💬 สรุปสำหรับนักการตลาดในปี 2026

การวางกลยุทธ์โซเชียลไม่ใช่แค่ “อยู่ทุกที่” แต่ต้อง “เข้าใจผู้ใช้ในทุกบริบท”
📍รู้ว่าเขาใช้แพลตฟอร์มไหน
📍ใช้ทำไม
📍และใช้เมื่อไหร่

ข้อมูลที่ถูกต้องคือ “เข็มทิศ” ของกลยุทธ์ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว
ปี 2026 จึงไม่ใช่แค่ปีแห่งการทดลอง — แต่คือปีแห่ง “การใช้ข้อมูลนำทางอย่างชาญฉลาด”



Credit :

The data points marketers need to know about how social media usage is changing in the new year.

📦 TikTok เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อในแอป ชูมาตรการใหม่ป้องกันผู้ใช้จากสินค้าปลอมและการหลอกลวงTikTok กำลังผลักด...
10/11/2025

📦 TikTok เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อในแอป ชูมาตรการใหม่ป้องกันผู้ใช้จากสินค้าปลอมและการหลอกลวง

TikTok กำลังผลักดัน “TikTok Shop” อย่างจริงจัง เพื่อให้คนสามารถ “ดูคลิปแล้วช้อปได้เลย” แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งสำคัญที่สุดที่แพลตฟอร์มต้องสร้างให้ได้คือ “ความปลอดภัยและความไว้วางใจ” จากผู้ซื้อ 👀

เพราะแม้ว่าการช้อปผ่านโซเชียลจะฮิตมากในเอเชีย แต่ผู้ใช้ในตะวันตกยังไม่มั่นใจเท่าไร ยังคงนิยมซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหลัก ๆ ที่คุ้นเคยมากกว่า

ล่าสุด TikTok ได้เผยรายงาน “TikTok Shop Safety Report” ที่รวมทุกมาตรการด้านความปลอดภัยที่ใช้ในการปกป้องผู้บริโภค พร้อมข้อมูลเชิงลึกน่าสนใจ 👇

📊 สรุปตัวเลขสำคัญจากรายงาน (มกราคม–มิถุนายน 2025)

🚫 ปฏิเสธคำขอลงทะเบียนจากผู้ขายกว่า 1.4 ล้านราย ที่ไม่ผ่านมาตรฐานของ TikTok Shop

❌ ลบผู้ขายกว่า 700,000 ราย จากการละเมิดนโยบายของร้าน

🧾 ปฏิเสธรายการสินค้ากว่า 70 ล้านรายการ ที่เข้าข่ายสินค้าปลอมหรือไม่ปลอดภัย

⚠️ ลบสินค้าต้องห้ามกว่า 200,000 รายการ หลังพบว่าเป็นสินค้าผิดกฎ

นอกจากนี้ TikTok ยังมีระบบตรวจสอบเข้มตั้งแต่ขั้นตอนสมัครขายของ
🪪 ผู้ขายใหม่ต้องยืนยันตัวตนและเอกสารจดทะเบียนธุรกิจ
🧩 ผ่าน “ช่วงทดลองขาย” ที่จำกัดจำนวนคำสั่งซื้อและจำนวนสินค้า เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ขายเข้าใจกฎของแพลตฟอร์ม

🎯 เป้าหมายของ TikTok คือการสร้างวัฒนธรรมการช้อปที่ “ปลอดภัย โปร่งใส และเชื่อถือได้”
โดยเน้นให้ “การค้นพบสินค้า” และ “ความปลอดภัยของผู้ใช้” ไปด้วยกัน

💬 ปัญหาความน่าเชื่อถือในโลกโซเชียลยังคงเป็นเรื่องใหญ่ — มีรายงานว่า Meta สร้างรายได้จาก “โฆษณาหลอกลวง” กว่า 16 พันล้านดอลลาร์ต่อปี และกว่า 23% ของผู้ใหญ่ทั่วโลก เคยสูญเสียเงินจากการโดนหลอกบนออนไลน์ โดย Facebook และ WhatsApp ติดอันดับต้น ๆ ของแพลตฟอร์มที่ถูกรายงานมากที่สุด 😨

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม TikTok ถึงต้องเน้นเรื่อง “ความปลอดภัยของผู้ซื้อ” เป็นอันดับแรก เพื่อสร้างความมั่นใจให้คนกล้าที่จะช้อปผ่านแอปมากขึ้น

🛍️ แม้จะยังอยู่ในช่วงสร้างความเชื่อมั่น แต่ถ้า TikTok สามารถทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้เหมือนในตลาดจีน — ก็อาจเห็น TikTok Shop กลายเป็นแหล่งช้อปสำคัญของผู้บริโภคทั่วโลกในไม่ช้า

#อีคอมเมิร์ซ #ช้อปออนไลน์

Credit :

TikTok's Shop Safety Report outlines all of its evolving enforcement efforts.

07/11/2025

🎥Make it Product ขอขอบคุณ Amornpan decor ผ้าม่าน วอลล์เปเปอร์ พรม ที่ไว้ใจให้ถ่ายทำและตัดต่อวิดีโอโปรโมทให้กับบริษัทคุณภาพของคุณเสมอมา
📩หากท่านใดสนใจการสร้าง Personal Brand หรือต้องการโปรดักชันคุณภาพ
สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
inbox : m.me/makeitproduct
โทร : 0941787954

📊 เทรนด์การตลาดโซเชียลปี 2026: นักการตลาดจะใช้ AI, อินฟลูเอนเซอร์ และกลยุทธ์ใหม่อย่างไรรายงาน “State of Social Media Mar...
06/11/2025

📊 เทรนด์การตลาดโซเชียลปี 2026: นักการตลาดจะใช้ AI, อินฟลูเอนเซอร์ และกลยุทธ์ใหม่อย่างไร

รายงาน “State of Social Media Marketing 2026” จาก Emplifi เผยข้อมูลสำคัญจากนักการตลาดกว่า 500 คนทั่วโลก ว่าพวกเขากำลังวางแผนใช้เทคโนโลยีและกลยุทธ์ใดเพื่อรับมือกับปีหน้า
และแน่นอนว่า “AI” และ “Influencer Marketing” คือ 2 คำที่ถูกพูดถึงมากที่สุด 💡

🤖 การใช้ AI ในงานการตลาด: มีเยอะ แต่ยังไม่เห็นผลเต็มที่

กว่า 82% ของนักการตลาด ใช้เครื่องมือ AI อยู่แล้วในกระบวนการทำงานประจำวัน โดยเฉพาะในด้าน

วิเคราะห์ข้อมูล (Analytics)

สร้างคอนเทนต์ (Content Creation)

ยิงโฆษณา (Ad Targeting)

แต่มีเพียง 35% เท่านั้น ที่บอกว่าได้ “ผลลัพธ์ที่ชัดเจน” หรือประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนใหญ่เห็นผลในระดับ “ปานกลาง” เท่านั้น

📌 สาเหตุหลัก ๆ อาจมาจาก

นักการตลาดยังไม่เข้าใจการใช้เครื่องมือ AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ

พฤติกรรมการทำงานแบบเดิมที่ยังปรับยาก

หรืออาจเพราะ AI ไม่ได้ “อัจฉริยะ” อย่างที่หลายคนคาดไว้ — จริง ๆ แล้ว AI แค่เก่งในการจับรูปแบบข้อมูล (Pattern Recognition) ไม่ได้ “คิด” เองได้เหมือนมนุษย์

👉 ดังนั้น แทนที่จะหวังให้ AI เข้ามาแทนแรงคนทั้งหมด ควรมองว่าเป็น “ผู้ช่วย” ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเฉพาะจุดมากกว่า

👩‍💻 Influencer Marketing ยังมาแรง และงบจะเพิ่มขึ้นอีกในปีหน้า

ถึง 67% ของนักการตลาด วางแผน เพิ่มงบด้านอินฟลูเอนเซอร์ในปี 2026
โดยมี “การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness)” เป็นเป้าหมายหลัก

🔥 การเติบโตของ “วิดีโอสั้น (Short-form Video)” ทำให้แบรนด์ต้องพึ่งพาอินฟลูเอนเซอร์มากขึ้น
เพราะคอนเทนต์แนวนี้ต้องเข้าใจเทรนด์และพฤติกรรมผู้ใช้เป็นอย่างดี ซึ่งอินฟลูเอนเซอร์มีความรู้ตรงจุดนี้มากกว่าแบรนด์โดยตรง

💬 User-Generated Content (UGC) และการขยายช่องทาง

นักการตลาดยังให้ความสำคัญกับ UGC (คอนเทนต์จากผู้ใช้งานจริง) ที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและการมีส่วนร่วมของชุมชน

ในด้านแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นสำหรับปี 2026

Instagram ยังคงครองแชมป์

ตามมาด้วย LinkedIn ที่น่าสนใจ เพราะถูกใช้มากขึ้นในการสร้างคอนเน็กชันทางธุรกิจ

ส่วน Reddit ก็ถูกพูดถึงมากขึ้น เพราะหลาย AI chatbot ดึงข้อมูลจาก Reddit ทำให้แบรนด์เริ่มหันมาสนใจมากขึ้น

📈 แนวโน้มคือ นักการตลาดจะ “กระจายคอนเทนต์หลายแพลตฟอร์ม” มากกว่ามุ่งเน้นเฉพาะที่เดียว
โดยใช้เครื่องมืออัตโนมัติ เช่น AI Scheduling และ Cross-channel Analytics เพื่อช่วยจัดการประสิทธิภาพ

⚠️ แต่ก็มีคำแนะนำว่า อย่าข้ามโพสต์คอนเทนต์เดียวกันทุกช่องทาง เพราะผู้ติดตามอาจรู้สึกซ้ำซาก — แต่ละแพลตฟอร์มควรมีกลยุทธ์เฉพาะของตัวเอง

🎥 เป้าหมายและประเภทคอนเทนต์ปี 2026

วิดีโอสั้น (Short-form video) จะยังคงเป็นคอนเทนต์หลัก

การเพิ่ม Engagement คือเป้าหมายสูงสุด

ส่วน “การสร้าง Leads” อยู่ในอันดับ 3 — แต่หลายแบรนด์มองว่าการเพิ่มการมองเห็นและการมีส่วนร่วมในโซเชียลจะนำไปสู่การสร้างลูกค้าในระยะยาว

📍สรุปภาพรวม

ปี 2026 จะเป็นปีที่นักการตลาดต้องบาลานซ์ระหว่าง

การใช้ AI อย่างชาญฉลาด

การร่วมมือกับ อินฟลูเอนเซอร์ที่เข้าใจแพลตฟอร์ม

และการสร้างคอนเทนต์ที่ “หลากหลายแต่มีเอกลักษณ์ในแต่ละช่องทาง”

ทั้งหมดนี้คือก้าวสำคัญในการสร้างกลยุทธ์โซเชียลมีเดียที่มีประสิทธิภาพ และเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง 🌐💬

Credit :

Emplifi's latest report highlights key trends as marketers plan for the new year.

📱 Instagram ปล่อยอัปเดตใหญ่ให้แอป “Edits” – เพิ่มลูกเล่นใหม่ทั้งซับเคลื่อนไหว สีภาพ เอฟเฟกต์ และอีกเพียบ! 🎬✨Instagram ยั...
05/11/2025

📱 Instagram ปล่อยอัปเดตใหญ่ให้แอป “Edits” – เพิ่มลูกเล่นใหม่ทั้งซับเคลื่อนไหว สีภาพ เอฟเฟกต์ และอีกเพียบ! 🎬✨

Instagram ยังเดินหน้าพัฒนาแอปตัดต่อวิดีโอ Edits อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีอัปเดตชุดใหญ่ ที่สายครีเอเตอร์หรือคนทำคอนเทนต์ไม่ควรพลาด!

🎨 ฟีเจอร์ใหม่ที่มาในรอบนี้

🔸 ซับไตเติลเคลื่อนไหวได้ (Animated Captions)
เพิ่มลูกเล่นให้ซับของคุณด้วยเอฟเฟกต์และแอนิเมชันหลากหลายรูปแบบ ให้ข้อความในวิดีโอดูน่าสนใจและมีชีวิตชีวามากขึ้น

🔸 ระบบปรับสี (Color Correction Tools)
ปรับโทนวิดีโอได้ละเอียดกว่าเดิม ด้วยเครื่องมือ Hue, Saturation, Luminance รวมถึง White Balance เพื่อคุมโทนให้ตรงอารมณ์ หรือสร้างสไตล์เฉพาะตัวแบบผู้กำกับมืออาชีพ

🔸 เอฟเฟกต์วิดีโอใหม่กว่า 28 แบบ
ตั้งแต่ “Super Zoom”, “Low Res”, ไปจนถึง “Tunnel Vision” เพิ่มลูกเล่นให้คลิปโดดเด่น ดึงดูดสายตาให้คนหยุดเลื่อนฟีดแน่นอน

💡 ฟีเจอร์เด่นที่ Edits เพิ่มเข้ามาตลอดช่วงที่ผ่านมา

ตั้งแต่เปิดตัวในเดือนเมษายน Meta ก็ปล่อยอัปเดตใหม่แทบทุกสัปดาห์ เช่น
✅ ฟอนต์และฟิลเตอร์ใหม่ ๆ
✅ เอฟเฟกต์เสียงและเพลงลิขสิทธิ์ฟรี
✅ ตัวช่วยตัดต่อ Transition ให้ง่ายขึ้น
✅ ตัวชี้จังหวะเสียง (Beat Markers) ให้ซิงค์กับเพลงเป๊ะ
✅ เครื่องมือตัดต่อเฟรมเรต ปรับสปีด และคีย์เฟรม
✅ โหมด Teleprompter สำหรับอ่านสคริปต์ในคลิป
✅ AI Restyle แปลงสไตล์วิดีโออัตโนมัติ
✅ ฟังก์ชันลดเสียงรบกวน
✅ ระบบครอปวิดีโอและส่งออกไฟล์ที่ยืดหยุ่นขึ้น

📌 สรุปง่าย ๆ:
Edits กำลังกลายเป็นแอปตัดต่อวิดีโอครบเครื่องที่เหมาะกับครีเอเตอร์ยุคใหม่สุด ๆ
ถ้าคุณทำคอนเทนต์ Reels หรือวิดีโอสั้นบน Instagram – ต้องลอง!
ตอนนี้ดาวน์โหลดได้แล้วทั้งบน iOS และ Android 💥



Credit :

There's also a range of new effects being added to the app.

ที่อยู่

Nonthaburi
11120

เบอร์โทรศัพท์

+66933962654

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MAKEitproduct ถ่ายภาพ วิดีโอ ออกแบบ กราฟฟิคสินค้าผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง MAKEitproduct ถ่ายภาพ วิดีโอ ออกแบบ กราฟฟิคสินค้า:

แชร์

ประเภท