06/04/2023
✨วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา✨
⭐️วัดพนัญเชิง เป็นวัดเก่าแก่และสำคัญวัดหนึ่งของอยุธยา มีชื่อเสียงระบือไปทั่วประเทศโดยเฉพาะหลวงพ่อโตหรือเจ้าพ่อซำปอกงที่พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวจีนต่างให้ความเคารพนับถือมาช้านาน เมื่อมายังวัดแห่งนี้จะไม่แปลกที่จะต้องพบเจอผู้คนจำนวนมากที่ไหลเวียนมานมัสการหลวงพ่อโตกันอย่างเนืองแน่น
⭐️ประวัติ วัดพนัญเชิง เป็นวัดที่มีประวัติอันยาวนาน ก่อสร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาและไม่ปรากฎหลักฐานที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง ตามหนังสือพงศาวดารเหนือกล่าวว่าพระเจ้าสายน้ำผึ้งเป็นผู้สร้าง และพระราชทานนามว่า วัดเจ้าพระนางเชิงและในพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐกล่าวไว้ว่า ได้มีการสถาปนาพระพุทธรูปพุทธชื่อ”พระเจ้าพแนงเชิง” เมื่อปี พ.ศ. ๑๘๖๗ ซึ่งก่อนพระเจ้าอู่ทองจะสถาปนากรุงศรีอยุธยาถึง ๒๖ ปี
⭐️จุดน่าสนใจ หลวงพ่อโตหรือพระพุทธไตรรัตนนายกพระพุทธรูปศิลปะอู่ทองตอนปลาย ปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ ขนาดหน้าตักกว้าง ๑๔.๒๐ เมตร สูง ๑๙.๒๐ เมตร วัสดุ ปูนปั้นลงรักปิดทองหลวงพ่อโตหรือพระพุทธไตรรัตนนายก หรือพระโตของชาวอยุธยาองค์นี้ ถือกันว่าเป็นพระโบราณคู่บ้านคู่เมืองกรุงศรีอยุธยามาแต่แรกสร้างกรุง พงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๘๖๘ หรือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ สถาปนากรุงศรีอยุธยา ๒๖ ปีและเมื่อกรุงศรีอยุธยาใกล้จะแตกปรากฏในคำให้การขาวกรุงเก่าว่าพระปฏิมากรใหญ่ที่วัดพนัญเชิงมีน้ำพระเนตรไหลเป็นที่อัศจรรย์ หลวงพ่อโตเป็นพระองค์หนึ่งซึ่งเป็นที่เคารพนับถือในหมู่ชาวจีนมากโดยเรียกกันว่า“ซำปอกง” นอกจากชาวไทยแล้วยังมีผู้มีเชื้อสายจีนหลั่งไหลกันมากราบไหว้บูชาจำนวนมากและเป็นประจำทุกปี
ขอบคุณข้อมูลจาก:สำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
💫จุดเด่นอีกแห่งนอกจากหลวงพ่อโตหรือเจ้าพ่อซำปอกงที่ชาวจีนเรียกขานกันแล้ว วัดพนัญเชิงยังมีเนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่มาสักการะศาลพระนางสร้อยดอกหมากหรือศาลเจ้าแม่แอเนี้ย ที่เปี่ยมไปด้วยตำนานรักที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรมในยุคก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยา ตำนานปรัมปราของพระนางสร้อยดอกหมาก ผู้เป็นพระราชธิดาแห่งเจ้ากรุงจีน ซึ่งพระราชทานแด่พระเจ้าสายน้ำผึ้ง พระมหากษัตริย์แห่งกรุงอโยธยา เมื่อเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคถึงพระนครโดยปลอดภัยแล้ว พระเจ้าสายน้ำผึ้งรับสั่งให้พระนางรอที่เรือพระที่นั่งอยู่ก่อน แล้วจึงเสด็จเข้าสู่พระราชวังหลวงเพื่อให้จัดขบวนมาต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ ครั้นเมื่อขบวนมารับพระนาง กลับไม่แลเห็นพระเจ้าสายน้ำผึ้งเสด็จมารับด้วยพระองค์เอง พระนางน้อยพระทัยจึงรออยู่ที่เรือเสีย ไม่ยอมขึ้น พระเจ้าสายน้ำผึ้งจึงสัพยอกว่าเมื่อมาถึงแล้วไม่ขึ้นก็จงอยู่ที่นั่นเสีย เป็นเช่นนี้อยู่สองหน จนพระนางสร้อยดอกหมากทรงกลั้นพระทัยสิ้นพระชนม์ ยังความโศกสลดพระทัยแก่พระเจ้าสายน้ำผึ้งยิ่งนัก จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างศาลขึ้น ณ บริเวณที่พระราชทานเพลิงพระศพ เพื่อรำลึกถึงอดีตว่าที่อัครมเหสีผู้ด่วนจากไป หากความสำคัญของศาลแห่งนี้คือการเป็นเครื่องยืนยันความสัมพันธ์แนบแน่นระหว่างไทย-จีนมาช้านานตั้งแต่สมัยก่อนอยุธยา เพราะจังหวัดนี้ โดยเฉพาะละแวกวัดพนัญเชิงจนถึงวัดคลองสวนพลูมีชุมชนชาวจีนตั้งรกรากอยู่หนาแน่นเรื่อยมาจนปัจจุบัน ยังมีการจัดงานสืบสานประเพณีจีน เช่น งานเทกระจาด งานล้างป่าช้าจีน เป็นต้น ตัวศาลพระนางสร้อยดอกหมากนั้นเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมและศิลปะจีน ป้ายหน้าศาลมีทั้งอักษรไทยและจีน เขียนว่า เปยเหนียง หากแปลแยกจะได้ความว่า หญิงสาวผู้โศกเศร้า แต่หากแปลรวมจะหมายถึง พระแม่ผู้เปี่ยมเมตตา ศาลเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน2 ชั้น ตกแต่งลวดลายปูนปั้นสวยงาม ชั้นล่างเป็นเจ้าที่ ส่วนชั้น 2 ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งนับถือกันว่าเป็นตัวแทนรูปเคารพของพระนางสร้อยดอกหมาก มักมีผู้คนมาขอพรเรื่องความรัก คู่ครองและการมีบุตร เมื่อสมความปรารถนาแล้วมักนำผ้าแพร ไข่มุก เรือสำเภาจำลองหรือเชิดสิงโตถวาย ที่นี่ยังเก็บสมอเรือเก่าแก่ไว้อันหนึ่ง เชื่อกันว่าเป็นสมอเรือของพระนางสร้อยดอกหมาก
ขอบคุณข้อมูลจาก:ททท.
#อยุธยา #วัดพนัญเชิง #เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก #ไหว้พระ #ขอพร #เที่ยว #ถ่ายภาพ