12/06/2026
💚
17 ปี จาก "ร้านหนังสือเล็กๆ บนโลกใบใหญ่" ถึง "ร้านหนังสืออิสระยังไม่ตาย" จากสานแสงอรุณ ถึง สารคดี จากร้านหนังสือเล็กๆ ถึง ร้านหนังสืออิสระ
เมื่อปี 2552 เป็นช่วงปีสุดท้ายที่เรายังทำงานเป็นกองบรรณาธิการนิตยสารสานแสงอรุณ ในยุคสมัยเดียวกับบก.น้อย-ทวีศักดิ์ แก้วเข้ม เราและทีมงานสานแสงอรุณ 2-3 คน (บางวันก็มีช่างภาพอาสาสมัครมาช่วยถ่ายรูป) ออกตระเวนสัมภาษณ์ร้านหนังสือเล็กๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อเก็บเรื่องราวมาถ่ายทอดลงในนิตยสาร ฉบับเดือน กรกฏาคม-สิงหาคม 2552 "ร้านหนังสือเล็กๆ บนโลกใบใหญ่"
บทสัมภาษณ์หลัก
คอลัมน์ อาคันตุกะมาเยือน "ร้านหนังสือในสายตาของ เวียง-วชิระ บัวสนธ์" บรรณาธิการสำนักพิมพ์สามัญชนและเจ้าของร้านหนังสือสามัญชน เชียงใหม่
คอลัมน์ เล็กนั้นงาม "ร้านหนัง(สือ) ๒๕๒๑ ให้คนที่เหมาะสมได้มาพบในเวลาที่เหมาะสม" หมอนิล มารุต เหล็กเพชร เจ้าของร้านหนัง(สือ) ๒๕๒๑ ภูเก็ต
คอลัมน์ คนของเส้นขอบฟ้า "เรื่องเล่าของร้านเล่า เรื่องเล่าของเก็ท-เสาวนีย์ เมฆานุพักตร์" ร้านเล่า เชียงใหม่
คอลัมน์ ประกายอรุณ "ร้านหนังสือเล็กๆ บนโลกใบใหญ่ โลกที่ความฝันและความจริงสอดประสาน" (บทสนทนากับเจ้าของร้านหนังสือเล็กๆ ในกรุงเทพฯ)
นำโดย อำนาจ รัตนมณี หรือพี่หนุ่ม แห่งร้านหนังสือเดินทาง , 10 เดซิเบล และ กิตติพล สรัคคานนท์ แห่งร้านหนังสือก็องดิด (ยุคเริ่มแรก), มิ หรือวรนุช ชูเรืองสุข ผู้ดูแลร้านศึกษิตสยาม, กิตติชัย งามชัยพิสิฐ แห่งร้านหนังสือของเรา(คลองสาน), ประโรม คณานุรักษ์ ผู้ดูแลร้านหนังสือโกมล, จำนงค์ ศรีนวล ผู้จัดการร้านหนังสือริมขอบฟ้า, พี่แป๊ะ สุรพล ลีลาภานุมาศ แห่งร้านประตูสีฟ้า และเป้ วาด รวีแห่งร้านหนังสือใต้ดิน (ขณะนั้นปิดตัวไปแล้ว)
17 ปีที่ผ่านมา ร้านหนังสือบางร้านเร้นหายไป แต่บางร้านยังคงเปิดบริการอยู่ที่เดิม และหลายร้านเคลื่อนย้ายไปเปิดในพื้นที่ที่เหมาะกับตัวเอง และหลายคนพาตัวเองเดินออกจากร้านเก่าไปเปิดร้านหนังสือแห่งใหม่ของตน ฯลฯ
17 ปี ที่แนวรบด้านร้านหนังสือเหตุการณ์ไม่เปลี่ยนแปลงไปมากสักเท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เปอร์เซ็นต์จากสายส่งและสำนักพิมพ์ ร้านหนังสือกับงานหนังสือฯแห่งชาติ มุมเครื่องดื่มและสินค้าอื่นที่ยังคงเป็นรายได้หลักเพื่อความอยู่รอดของร้าน ฯลฯ แต่ทุกร้านก็ยังพยายามหาที่ทางลงให้ชีวิตและจิตใจเพื่อให้อยู่ได้ในโลกความเป็นจริงได้มากขึ้น
แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงก็มีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน คือ การเปลี่ยนจากร้านหนังสือเล็กๆ มาเป็นร้านหนังสืออิสระ ในปัจจุบันร้านหนังสือมีความหลากหลาย มีความเป็นตัวเอง และมีเพิ่มมากขึ้น มีความนับถือตัวเองมากขึ้นในการนำสินค้าอื่นๆ มาจำหน่ายร่วมกับหนังสือ เปิดมุมเปิดพื้นที่ให้นักอ่านได้เข้ามาแชร์พื้นที่ได้มากขึ้น มีการขายผ่านทางออนไลน์ เจ้าของร้านหนังสือต่างๆ มีการพยายามรวมตัวกันมากขึ้นเป็นเครือข่ายและอื่นๆ แม้จะมีหลายร้านที่ปิดตัวไป แต่ก็ยังมีร้านหนังสือใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกๆ ปี ฯลฯ (สามารถหาอ่านได้ในนิตยสารสารคดี ฉบับร้านหนังสืออิสระฯ หรือเดินทางไปสัมผัสร้านหนังสือต่างๆ ด้วยตัวคุณเอง)
หลังจากสานแสงอรุณฉบับ "ร้านหนังสือเล็กๆ บนโลกใบใหญ่" ออกมาได้ไม่นาน ต้นปี 2553 เราจึงเริ่มออกเดินทางหาพื้นที่ของตัวเองเพื่อทำร้านหนังสือ จนมาพบเมืองเล็กๆ ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง เราตกลงเช่าเรือนแถวไม้สองชั้น 1 คูหา และเปิดร้านหนังสือกาลครั้งหนึ่ง เป็นร้านหนังสือเล็กๆ (เป็นยุคที่ยังไม่มีคำว่า "ร้านหนังสืออิสระ") ในตัวเมืองอุทัยธานี นานราว 12 ปี จึงตัดสินใจซื้อบ้านที่อำเภอหนองฉาง เพื่อทำเป็นร้านหนังสือเร้นในสวนลับ และจำหน่ายทางออนไลน์ ขณะเดียวกันก็เริ่มต้นไปทำร้านหนังสือที่ตลาดซาวไฮ่ ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี ร้านจึงแล้วเสร็จ กลายเป็นร้านหนังสือกาลครั้งหนึ่ง ณ ตลาดซาวไฮ่ ดั่งในปัจจุบัน
วันเสาร์-อาทิตย์ ตลาดซาวไฮ่ และร้านหนังสือกาลครั้งหนึ่ง ยังคงเปิดรอคอยบริการนักอ่านและนักท่องเที่ยวอยู่เช่นเคย
หมายเหตุ ตลาดซาวไฮ่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 8.00 น. -16.00 น. (ร้านหนังสือกาลครั้งหนึ่ง วันเสาร์เปิด 10.00 น., และวันอาทิตย์ ปิด 15.30 น.)
#ร้านหนังสืออิสระ
#ตลาดซาวไฮ่
#ร้านหนังสือกาลครั้งหนึ่ง