01/05/2025
90 ปี ครูบาเจ้าศรีวิชัยเปิดถนนขึ้นดอยสุเทพ ตนบุญแห่งล้านนา ผู้เปิดเส้นทางศรัทธาและการต่อสู้กับสยาม
30 เมษายน 2568 วาระครบรอบ 90 ปี ของการเปิดใช้ถนนขึ้นดอยสุเทพเป็นครั้งแรกโดยครูบาเจ้าศรีวิชัย ผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น "ตนบุญแห่งล้านนา" ไม่เพียงในฐานะพระผู้ทรงศีลธรรม หากแต่ในฐานะผู้นำขบวนการเคลื่อนไหวทางศาสนา การเมือง และวัฒนธรรมของชาวล้านนาในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่รัฐสมัยใหม่ ภายใต้แรงกดดันของการรวมศูนย์อำนาจโดยสยาม
ถนนศรีวิชัย หรือที่รู้จักกันดีในนามถนนขึ้นดอยสุเทพ เริ่มตั้งแต่บริเวณอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัยที่เชิงดอยสุเทพ ไปจนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ เชื่อมต่อกับบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดิมทีการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก มีความพยายามอยู่ถึงสามครั้งก่อนจะสำเร็จในครั้งที่สามเมื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างถนนจนแล้วเสร็จในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2478
พื้นที่ดอยสุเทพในอดีตเป็นพื้นที่ทุรกันดาร วัดพระธาตุดอยสุเทพไม่มีชุมชนคอยเกื้อหนุน จึงมีแนวคิดริเริ่มสร้างถนนขึ้นดอยเพื่อให้เข้าถึงได้สะดวกขึ้น โครงการในระยะแรกต้องล้มเลิกไปเนื่องจากปัญหาทางภูมิประเทศและงบประมาณ จนกระทั่งครูบาเถิ้ม (พระอธิการโสภา โสภโณ) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ ปรึกษากับครูบาเจ้าศรีวิชัยเรื่องการนำไฟฟ้าขึ้นไปยังวัด ครูบาเจ้าศรีวิชัยแนะนำว่าควรสร้างถนนก่อนเพื่อให้การติดตั้งไฟฟ้าเป็นไปได้ง่ายขึ้น จึงได้มีการหารือกับภาครัฐและเริ่มโครงการอย่างเป็นทางการ โดยมีครูบาเจ้าศรีวิชัยเป็น "ผู้นั่งหนัก" บำเพ็ญภาวนาให้ศีลให้พรแก่ศรัทธาญาติโยมและควบคุมการก่อสร้างในบางส่วน
การสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพนั้นมีศรัทธาจำนวนมหาศาลจากทั้งฝั่งไทยและพม่า บ้างเดินทางมาจากเชียงตุงหรือเมืองกะเหรี่ยง ชนทุกชั้นวรรณะตั้งแต่เจ้าหลวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงใหม่ ไปจนถึงราษฎรทั่วไป ร่วมแรงร่วมใจกันในภารกิจศรัทธานี้ มีผู้คนมาร่วมงานสร้างถนนถึง 118,304 คน ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 5 เดือน 22 วัน ก่อนจะเปิดให้ทดลองวิ่งในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2478 ถนนสายนี้มีชื่อเรียกแต่เดิมว่าถนนดอยสุเทพ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น "ถนนศรีวิชัย" หลังการมรณภาพของครูบาเจ้าศรีวิชัย เพื่อเป็นเกียรติแก่ตนบุญของล้านนา
ครูบาเจ้าศรีวิชัย เกิดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2421 ณ บ้านปาง ตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เดิมชื่อ “เด็กชายอินท์เฟือน” แปลว่า “กระเทือน” ในภาษาล้านนา สื่อถึงปรากฏการณ์ฟ้าฝนพายุในยามคลอดที่สงบลงฉับพลัน จนถือเป็นลางบอกเหตุถึงบุญญาธิการในตัวเด็กน้อยผู้นี้ ท่านบรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 17 ปี และอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ 21 ปี ณ วัดบ้านโฮ่งหลวง ได้รับนามทางธรรมว่า "พระศรีวิชัย"
ด้วยจริยวัตรอันเคร่งครัด ฉันอาหารมื้อเดียว ไม่เสพหมาก เมี่ยง บุหรี่ และละเว้นเนื้อสัตว์ตั้งแต่อายุ 26 ปี ท่านยึดมั่นในธุดงควัตรและพระธรรมวินัยอย่างเด็ดเดี่ยว ความสำรวมของครูบาเจ้าศรีวิชัยเป็นต้นทุนทางศีลธรรมที่กลายเป็นพลังศรัทธาของมหาชน ซึ่งต่อมากลายเป็นฐานพลังสำคัญในการเคลื่อนไหวทางสังคมของท่าน
การสร้างถนนขึ้นพระธาตุดอยสุเทพในปี พ.ศ. 2477–2478 เป็นจุดสูงสุดของพลังศรัทธาดังกล่าว ถนนสายนี้สร้างขึ้นจากแรงงานและทุนทรัพย์ของประชาชนล้านนาโดยมิได้พึ่งพางบประมาณจากรัฐแม้แต่น้อย โดยมีครูบาเจ้าศรีวิชัย "นั่งหนัก" เป็นประธานอำนวยการก่อสร้าง กว่าหนึ่งแสนชีวิตร่วมแรงสร้างถนนในเวลาเพียง 5 เดือนเศษ เส้นทางนี้จึงกลายเป็นมากกว่าทางขึ้นไปสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านการรวมศูนย์ของสยามในรูปแบบสันติวิธี
เบื้องหลังถนนสายศรัทธานี้ คือเรื่องราวการต่อสู้กับระบบราชการและคณะสงฆ์ส่วนกลาง ที่รัฐสยามออกพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 (พ.ศ. 2445) เพื่อจัดระเบียบสงฆ์ให้ขึ้นตรงต่อส่วนกลาง พระสงฆ์ท้องถิ่นต้องได้รับแต่งตั้งจากกรุงเทพฯ จึงจะมีสิทธิบวชเณร ทว่าครูบาเจ้าศรีวิชัย ซึ่งยึดหลักปฏิบัติตามจารีตล้านนา กลับยังทำหน้าที่อุปัชฌาย์ในท้องถิ่นตามเดิม ทำให้ถูกกล่าวหาว่าเป็นอุปัชฌาย์เถื่อน และต้องอธิกรณ์กับเจ้าหน้าที่รัฐหลายครั้ง โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2463 ที่ถูกควบคุมตัวไปไต่สวนที่กรุงเทพฯ ก่อนจะถูกปล่อยตัวด้วยเหตุผลว่าการกล่าวหานั้นมีมูลเพื่อประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าความผิดทางพระธรรมวินัย
ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น เมื่อพระสงฆ์ล้านนาจำนวนมากแสดงเจตจำนงขอขึ้นตรงต่อครูบาเจ้าศรีวิชัย แทนที่จะขึ้นกับคณะสงฆ์ส่วนกลาง รัฐบาลจึงมองว่าท่านคือภัยต่อความมั่นคง นายปรีดี พนมยงค์ รัฐมนตรีมหาดไทยในขณะนั้นมีคำสั่งควบคุมตัวครูบาเจ้าศรีวิชัยไปยังวัดเบญจมบพิตรที่กรุงเทพฯ และกักบริเวณเป็นเวลากว่าหนึ่งปี ก่อนจะปล่อยตัวโดยมีเงื่อนไขให้ท่านลงนามรับรองว่าจะไม่ขัดขืนอำนาจคณะสงฆ์ส่วนกลาง
ครูบาเจ้าศรีวิชัยเดินสายบูรณะวัดวาอารามกว่า 100 แห่งทั่วล้านนา สร้างเครือข่ายศรัทธาที่ข้ามพรมแดนไปถึงเมืองยอง เมืองเชียงตุง เข้าถึงคนทุกชนชั้น ไม่เว้นแม้แต่คนกะเหรี่ยง ซึ่งภายหลังกลายเป็นฐานมวลชนสำคัญ ท่านยังปวารณาตนแสดงความปรารถนาพุทธภูมิ ถือเอาความมุ่งมั่นสู่พระโพธิสัตว์เป็นเป้าหมายสูงสุด
แม้ปัจจุบันครูบาเจ้าศรีวิชัยจะได้รับการจดจำในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีรูปเคารพประดิษฐานในทุกบ้านของชาวเหนือ ทว่าภาพแทนของท่านในอดีตยังแฝงไว้ด้วยความเป็น "นักต่อสู้แนวสันติวิธี" ผู้ปลุกศรัทธามหาชนเพื่อต่อต้านอำนาจของสยามที่ส่งต่อจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
#ครูบาศรีวิชัย #ดอยสุเทพ #ล้านนา #สื่อออนไลน์ภาคเหนือเพื่อคุณภาพชีวิตของทุกคน