ศรีประกาศ Sriprakard Chiangmai

ศรีประกาศ Sriprakard Chiangmai ร่วมมือร่วมใจ ชุบชีวิตอาคารประวัติศาสตร์กว่า 100 ปี ให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง

14-15 มีนา นิทรรศการของนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ช่วบมาให้กำลังใจกันหน่อย  น่าสนใจมากจริงๆ
14/03/2026

14-15 มีนา นิทรรศการของนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์
ช่วบมาให้กำลังใจกันหน่อย น่าสนใจมากจริงๆ

30/01/2026
รายงานล่าสุด เช้าวันที่4 มกราคมท่อประปาแตกย่านP 1  อีกแล้วคราวนี้หน้า วีทีแหนมเนือง ติดศรีประกาศสภาพเหมือนน่ำท่วมครึ่งถน...
04/01/2026

รายงานล่าสุด เช้าวันที่4 มกราคม
ท่อประปาแตกย่านP 1 อีกแล้ว
คราวนี้หน้า วีทีแหนมเนือง ติดศรีประกาศ
สภาพเหมือนน่ำท่วมครึ่งถนน
เหตุการณ์ดำเนินมาเรื่อยๆตลอดปีเศษ
หลังน้ำท่วม การทำลายล้างครี้งนั้นสูงมากอย่างที่เห็น
เดือดร้อน จนสงสารช่างของการประปา
ที่เทียวไปเที่ยวมาแก้ปัญหาแบบเฉพาะจุดเฉพาะที่
ก็ได้แค่นี้แหละ

ปีนี้จำใจต้องของดจัดงานศรีประกาศอิชิเพราะมีปัญหาที่ควบคุมไม่ได้เกิดขึ้นเสมอมานับตั้งแต่น้ำท่วมในปี 2567 แม้ว่าจะผ่านมาปี...
03/01/2026

ปีนี้จำใจต้องของดจัดงานศรีประกาศอิชิ
เพราะมีปัญหาที่ควบคุมไม่ได้เกิดขึ้นเสมอมา

นับตั้งแต่น้ำท่วมในปี 2567 แม้ว่าจะผ่านมาปีเศษแล้ว แต่ ความเสียหายยังดำเนินอยู่เป็นระยะๆ

ถ้าขับรถมาที่ถนนเชียงใหม่-ลำพูนขณะนี้
ตั้งแต่เชิงสะพานนวรัฐลงไปทางค่ายกาวิละ
จะเห็นร่องรอยขุด และปะที่ขอบถนนเป็นระยะๆ
นั่นคือท่อประปาแตก
แตกมาตั้งแต่ช่วงที่ น้ำลดปี2567
ล่าสุดวันปีใหม่2569
เกิดขึ้นบ่อยมาก
บางคน โชคดีได้เห็นน้ำพุพุ่งริมถนน
บางครั้งห้าวันท่อประปาแตกสองแห่ง
นั่นหมายความว่าย่านนี้จะไม่มีน้ำใช้
บรรดาร้านและบ้านเรือนแถวนี้
ถึงกับต้องซื้อน้ำไว้สำรองใช้
เพราะท่อประปาแตกแต่ละทีบางครั้งไม่มีน้ำใช้ถึงสามวัน ตอนน้ำลดใหม่ๆถึง 10 วันก็มี
ด้วยเหตุดังกล่าว จึงไม่สามารถจัดงานใหญ่
เพราะน้ำใช้เป็นปัจจัยสำคัญ
และการแตกแต่ละครั้งไม่ได้บอกล่วงหน้า
จึงไม่สามารถเชื่อมั่นได้ว่าในช่วงจัดงานจะเกิดอะไรขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้นปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5
ปีนี้ก็มาเร็ว แม้จะมีมาตรการห้ามเผา
แต่ก็ห้ามมาทุกปีแล้วก็มีการเผาทุกปี
การจัดงานในช่วงนี้ฝุ่นเป็นเรื่องเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

ดังนั้นเป็นการสุดวิสัยจริงๆที่จะจัดงาน
ในช่วงที่เคยจัด หากมีโอกาสที่เหมาะสม
เราก็พร้อมเปิดบ้านให้คนมาเยี่ยมอาคารศรีประกาศ เหมือนเคยด้วยความคิดถึงและผูกพันมีมานับ 10 ปี

ขอเล่าถึงเรื่องหนังสืออีกนิ๊ดนึง  เรื่องเล่าจากดงลึกของมาลา คำจันทร์ที่ไปอ่านที่ R Ree Doiอ่านแล้วยังมันไม่หายเลยอยากเล่...
14/11/2025

ขอเล่าถึงเรื่องหนังสืออีกนิ๊ดนึง
เรื่องเล่าจากดงลึกของมาลา คำจันทร์
ที่ไปอ่านที่ R Ree Doi
อ่านแล้วยังมันไม่หาย
เลยอยากเล่าน่อ

มีอยู่ปีนึงซึ่งนานมาแล้ว
ญาติพี่น้องที่อยู่กรุงเทพ
และลำปางต่างก็มาขบวนใหญ่
ทะยอยกันมาล่องแก่งแม่ปิง
เป็นการส่งท้าย เพราะว่าจะไม่มีเส้นทางนี้อีกแล้ว
เขากำลังสร้างเขื่อนภูมิพล
ความทรงจำทุกอย่างจะจมไปในน้ำ
สภาพภูมิศาสตร์เปลี่ยนโดยสิ้นเชิง
ญาติพี่น้องจึงอยากจะมาดูเป็นครั้งสุดท้าย

แต่เรื่องราวสองข้างทางสมัยที่ยังไม่มีเขื่อน
เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ไม่ควรจะจมหายไปกับเขื่อน
ไม่เพราะเส้นทางน้ำเส้นนี้หรอกหรือ
ที่พญาจ่าบ้าน ซึ่งภายหลังได้รับแต่งตั้งให้เป็น
พญาเชียงใหม่คนแรก เริ่มต้นกอบกู้เชียงใหม่จากพม่าเนื่องจากท่่านต้องทำงานให้กับพม่า
และพม่ากำลังจะ เดินทัพไปทำสงครามกับ
ฝ่ายพระเจ้าตาก
พระยาจ่าบ้านอาสาเป็นกองกำลัง
ไปแผ้วถางที่เป็นป่ารกริมฝั่งปิง
การเดินทัพของพม่าจะได้รับความสะดวก
แท้จริงแล้ว ล่วงหน้าไปแอบซุ่มโจมตี
ขัดขวางการเดินทางของทัพพม่า
แล้วก็พา กันไปตั้งหลักขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าตาก จากนั้นจึงมีการ “ ฟื้นม่าน”
หรือกู้อิสรภาพก็ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
ทั้งล้านนา

จึงขอเก็บบางส่วน เรื่องเกาะแก่ง หินผาสองฝั่งปิงช่วงอำเภอฮอดถึงตาก มาเล่าสู่กันฟัง ตลอดระยะทางจะมีสภาพภูมิประเทศและตำนานที่มีเรื่องราวต่างๆที่เลือนหายไปเช่น

ผาวิ่งชู้ คือผาสูงชัน เป็นที่มาของ เป็นตำนานรักแห่งแม่ปิง

ที่มาของชื่อนี้เพราะ ลูกสาวเจ้าเมืองลี้ ลำพูน
เกิดรักใคร่กับไพร่ ไพร่ก็คือประชาชนทั่วไป
แต่สาว เป็น ถึงลูกเจ้าเมืองมีโอกาสที่จะแต่งงานกับคนที่มีศักดิ์สูงเสมอกันมากกว่า
ดังนั้นเมื่อ ครอบครัวรู้เข้าก็ไม่พอใจ
พยายามให้เลิก แยกทางตัดขาดออกจากกัน
ด้วยความมั่นคงในรัก ทั้งสองเลือกวิธีหนีไปด้วยกัน ไปสร้างอนาคตใหม่ข้างหน้า

วันที่หนีไปนั้น ทั้งสองขี่ม้าแม่ลูกอ่อน
แม่ม้า ซึ่งแบกคนถึงสองคนไว้บนหลัง
วิ่งนำ ลูกม้าก็วิ่งตามแม่ไปด้วย
แม่ม้าพา สองหนุ่มสาวก็ทะยานไปข้างหน้า
แต่ยังไม่ทันถึงไหน เจ้าเมืองก็รู้เรื่อง
จึงตามติด ในระยะประชิดจนกระทั่งสุดแผ่นดิน
ข้างหน้าคือผาสูงเหวลึก

ฝ่ายสาวตัดสินใจเอาผ้าผูกตาม้า
แล้วก็ให้วิ่งห้อไปข้างหน้า
ตกหน้าผาไปทั้งสามชีวิตรวมทั้งลูกม้าพี่วิ่งตามมา ผานี้จึงได้ชื่อว่าผาวิ่งชู้

ส่วนในลำน้ำปิงรายทางก็มีแก่งที่อันตรายมากอยู่หลายแก่ง ที่ลือชื่อคือแก่งสร้อย สร้อยเป็นชื่อเมือง
เคยได้รับฉายาว่าเป็นประตูล้านนา
เพราะเป็นเขตติดต่อกับตากซึ่งถือว่าเริ่มเป็นคนไทยภาคกลาง

ขอให้ลองจินตนาการถึงส่วนของลำน้ำปิงช่วงนั้ยที่ไม่ได้กว้างนัก ขนาบด้วยเทือกเขาสองเทือกขนานกันกระแสน้ำจากทางเหนือ ดิ่งลงสู่ที่ราบภาคกลาง
แม้จะค่อยๆลาดลงแต่ก็เหมือนเทน้ำจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ กระแสน้ำย่อมไหลแรง
เท่านั้นยังไม่พอสองฝั่งก็ยังคดเคี้ยว
ทำให้กระแสน้ำพุ่งเลี้ยวไปเลี้ยว
ปะทะสองตลิ่งทวีความเชี่ยว
ดังนั้นแกงสร้อย จึงอันตรายมากสำหรับ เรือ แพ
ซึ่งแตกมาก็มากแล้ว

ที่อันตรายไม่แพ้กัน คือผาสิงห์
ที่มีลักษณะเดียวกับแก่งสร้อย
แต่เสียงน้ำที่กระทบกับหินผาริมน้ำ
แรงจนเหมือนเสียงคำรามของสิงห์โตเลยได้ชื่อว่าผาสิงห์

อีกที่หนึ่งที่มีชื่อเสียงมากคือผาอาบนาง
ที่มีเรื่องราวการเดินทางของเจ้าแม่จามเทวี
ที่จะขึ้นมาคลองหริภุญชัย
พอมาถึงช่วงนี้นึกอยากอาบน้ำ
แต่ไม่อยากอาบน้ำในแม่ปิง
จึงตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้มีน้ำสะอาดอาบ
พลันหน้าผาก็แตกออกแล้วมีน้ำพุงออกมา
ทำให้เจ้าแม่จามเทวีได้อาบน้ำสะอาดสมปรารถนา

ทั้งหมดนี้อ่านมาจากหนังสือ
ของมาลาคำจันทร์
ที่ R Ree Doi อยู่ที่ถนนบำรุงราษฏร์
ใครอยากรู้เรื่องมากกว่านี้
เชิญไปอ่านต่อเอง นั่งเก้าอี้โยกทีโยกไปช้างๆ
จิบกาแฟดีๆ ได้อรรถรสดว่าอ่านที่บ้านแน่นอน

ลองน่า

14/07/2025

29/05/2025

วันนี้คือ Khagee ก่อนโน้นคือ
The French East Asiatic Company
สมัย ร. 5 ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิงเป็นที่พักและสำนักงานของฝรั่ง อังกฤษ อเมริกัน และที่ขจีคือฝรั่งเศส

คนอเมริกันมาสอนศาสนา อังกฤษและฝรั่งเศสมาทำธุรกิจป่าไม้ เรียงรายมาตั้งแต่ประมาณวัดศรีโขงเป็นบ.Louis T. Leonowans ถัดมาแต่ลึกเขาไปเล็กน้อย คือ The Borneo Timber Co Lmtd. จากนั้นเป็นบริเวณที่ทำการและพักอาศัยของมิชชันนารีอเมริกัน จนกระทั่งมีโบสถ์คริสตจักรที่1 อยู่ทางทิศใต้ลงมา มีซอยเล็กๆแล้วก็ถึงThe French East Asiatic บริษัทฝรั่งสุดทางที่บริเวณริมปิงซุปเปอร์มาร์เกต เป็น Bombay Burma Trading Cooperation ของอังกฤษ

คนเฒ่าคนแก่เล่าว่าผ่านมาแถวนี้จะมีกลิ่นจากการอบขนมนมเนยฟุ้ง มีขุมชนของฝรั่ง วิถีชีวิตของฝรั่งในเชียงใหม่เริ่มต้นขึ้นทึ่นี่

อาจแปลกใจว่าปกติฝรั่งเศสกับอังกฤษไม่กินเส้นกันทุกที่ทาง ทำไมบ.อังกฤษใหญ่โตโอ่อ่าแต่บ.ฝรั่งเศสกระจิดริดนิดเดียว

เป็นเพราะบ.อังกฤษได้รับสัมปทานมากกว่า และไม้ทั้งหมดจะใช้เส้นทางลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา จึงทำงานในเชียงใหม่เป็นหลัก ส่วนฝรั่งเศสทำเหตุในวิกฤตการณ์ รศ . 112 ทางสยามจึงต้องระวังว่าจะก่อเหตุอื่นๆอีกจึงได้สัมปทานน้อย รวมทั้งฝรั่งเศสตัดไม้และส่งซุงจากลุ่มแม่น้ำอิง รวมทั้งเชียงแสน เชียงของ ส่งไม้ล่องไปทางแม่น้ำโขงซึ่งฝั่งตะวันออกทั้งหมดเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสทั้ง ลาว เขมรและเวียตนาม เส้นทางปลายทางของไม้คือเวียตนาม ไม่ใช่กรุงเทพเหมือนของอังกฤษ

ดังนั้นอาคารสำนักงานของThe French East Asiatic ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ทำงานเหมือนของอังกฤษที่ไม้ซุงลอยมาเป็นแพ เต็มแม่ปิง ที่ฝรั่งเศสต้องมาตั้งที่เชียงใหม่นอกเหนือจากเชียงรายเพราะเชียงใหม่เป็นที่ตั้งของสำนักงานป่าไม้ของสยาม จึงมีงานเอกสารที่จะต้องติดต่อขอยื่น รวมทั้งเป็นที่ประสานงานกับผู้คนทีเกี่ยวข้องทั้งหมด

อาคารสร้างขึ้นที่นึ่เพราะหลวงศรีประกาศเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายของบริษัท ทางฝรั่งเศสจึงขอสร้างอาคารในที่ดินของหลวงศรีประกาศ ที่สะดวกเพราะอยู่ท่ามกลางฝรั่งด้วยกันแม้ไม่มีพนักงานคนฝรั่งเศสมาอยู่ประจำแบบบริษัทของอังกฤษ แต่ก็แวะเวียนมาพักเวลาทีเข้ามาพักที่เขียงใหม่เท่านั้น เวลาปกติเป็นที่ทำงานทีมีแต่พนักงานคนเชียงใหม่

สมัยที่ก่อสร้าง ไม่มีเอกสารที่ระบุพศ. ทราบแต่ว่าบริษัทเริ่มทำงานในพื่นที่แถวเชียงรายไปปี2467 สำนักงานที่เขียงใหม่คงจะก่อสร้างก่อนหลังนี้เล็กน้อย

คุณสุวิน วัชรเสถียรกรุณาวาดภาพ ระหว่างรอเอาม่วน
จึงคว้าโอกาสนึ่เล่าเรื่อง เอาม่วนเหมือนกัน ขอขอบพระคุณอีกครั้งเจ้า

01/05/2025

90 ปี ครูบาเจ้าศรีวิชัยเปิดถนนขึ้นดอยสุเทพ ตนบุญแห่งล้านนา ผู้เปิดเส้นทางศรัทธาและการต่อสู้กับสยาม

30 เมษายน 2568 วาระครบรอบ 90 ปี ของการเปิดใช้ถนนขึ้นดอยสุเทพเป็นครั้งแรกโดยครูบาเจ้าศรีวิชัย ผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น "ตนบุญแห่งล้านนา" ไม่เพียงในฐานะพระผู้ทรงศีลธรรม หากแต่ในฐานะผู้นำขบวนการเคลื่อนไหวทางศาสนา การเมือง และวัฒนธรรมของชาวล้านนาในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่รัฐสมัยใหม่ ภายใต้แรงกดดันของการรวมศูนย์อำนาจโดยสยาม

ถนนศรีวิชัย หรือที่รู้จักกันดีในนามถนนขึ้นดอยสุเทพ เริ่มตั้งแต่บริเวณอนุสาวรีย์ครูบาเจ้าศรีวิชัยที่เชิงดอยสุเทพ ไปจนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ เชื่อมต่อกับบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดิมทีการสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก มีความพยายามอยู่ถึงสามครั้งก่อนจะสำเร็จในครั้งที่สามเมื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างถนนจนแล้วเสร็จในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2478

พื้นที่ดอยสุเทพในอดีตเป็นพื้นที่ทุรกันดาร วัดพระธาตุดอยสุเทพไม่มีชุมชนคอยเกื้อหนุน จึงมีแนวคิดริเริ่มสร้างถนนขึ้นดอยเพื่อให้เข้าถึงได้สะดวกขึ้น โครงการในระยะแรกต้องล้มเลิกไปเนื่องจากปัญหาทางภูมิประเทศและงบประมาณ จนกระทั่งครูบาเถิ้ม (พระอธิการโสภา โสภโณ) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ ปรึกษากับครูบาเจ้าศรีวิชัยเรื่องการนำไฟฟ้าขึ้นไปยังวัด ครูบาเจ้าศรีวิชัยแนะนำว่าควรสร้างถนนก่อนเพื่อให้การติดตั้งไฟฟ้าเป็นไปได้ง่ายขึ้น จึงได้มีการหารือกับภาครัฐและเริ่มโครงการอย่างเป็นทางการ โดยมีครูบาเจ้าศรีวิชัยเป็น "ผู้นั่งหนัก" บำเพ็ญภาวนาให้ศีลให้พรแก่ศรัทธาญาติโยมและควบคุมการก่อสร้างในบางส่วน

การสร้างถนนขึ้นดอยสุเทพนั้นมีศรัทธาจำนวนมหาศาลจากทั้งฝั่งไทยและพม่า บ้างเดินทางมาจากเชียงตุงหรือเมืองกะเหรี่ยง ชนทุกชั้นวรรณะตั้งแต่เจ้าหลวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงใหม่ ไปจนถึงราษฎรทั่วไป ร่วมแรงร่วมใจกันในภารกิจศรัทธานี้ มีผู้คนมาร่วมงานสร้างถนนถึง 118,304 คน ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 5 เดือน 22 วัน ก่อนจะเปิดให้ทดลองวิ่งในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2478 ถนนสายนี้มีชื่อเรียกแต่เดิมว่าถนนดอยสุเทพ ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น "ถนนศรีวิชัย" หลังการมรณภาพของครูบาเจ้าศรีวิชัย เพื่อเป็นเกียรติแก่ตนบุญของล้านนา

ครูบาเจ้าศรีวิชัย เกิดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2421 ณ บ้านปาง ตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เดิมชื่อ “เด็กชายอินท์เฟือน” แปลว่า “กระเทือน” ในภาษาล้านนา สื่อถึงปรากฏการณ์ฟ้าฝนพายุในยามคลอดที่สงบลงฉับพลัน จนถือเป็นลางบอกเหตุถึงบุญญาธิการในตัวเด็กน้อยผู้นี้ ท่านบรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 17 ปี และอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ 21 ปี ณ วัดบ้านโฮ่งหลวง ได้รับนามทางธรรมว่า "พระศรีวิชัย"

ด้วยจริยวัตรอันเคร่งครัด ฉันอาหารมื้อเดียว ไม่เสพหมาก เมี่ยง บุหรี่ และละเว้นเนื้อสัตว์ตั้งแต่อายุ 26 ปี ท่านยึดมั่นในธุดงควัตรและพระธรรมวินัยอย่างเด็ดเดี่ยว ความสำรวมของครูบาเจ้าศรีวิชัยเป็นต้นทุนทางศีลธรรมที่กลายเป็นพลังศรัทธาของมหาชน ซึ่งต่อมากลายเป็นฐานพลังสำคัญในการเคลื่อนไหวทางสังคมของท่าน

การสร้างถนนขึ้นพระธาตุดอยสุเทพในปี พ.ศ. 2477–2478 เป็นจุดสูงสุดของพลังศรัทธาดังกล่าว ถนนสายนี้สร้างขึ้นจากแรงงานและทุนทรัพย์ของประชาชนล้านนาโดยมิได้พึ่งพางบประมาณจากรัฐแม้แต่น้อย โดยมีครูบาเจ้าศรีวิชัย "นั่งหนัก" เป็นประธานอำนวยการก่อสร้าง กว่าหนึ่งแสนชีวิตร่วมแรงสร้างถนนในเวลาเพียง 5 เดือนเศษ เส้นทางนี้จึงกลายเป็นมากกว่าทางขึ้นไปสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านการรวมศูนย์ของสยามในรูปแบบสันติวิธี

เบื้องหลังถนนสายศรัทธานี้ คือเรื่องราวการต่อสู้กับระบบราชการและคณะสงฆ์ส่วนกลาง ที่รัฐสยามออกพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 (พ.ศ. 2445) เพื่อจัดระเบียบสงฆ์ให้ขึ้นตรงต่อส่วนกลาง พระสงฆ์ท้องถิ่นต้องได้รับแต่งตั้งจากกรุงเทพฯ จึงจะมีสิทธิบวชเณร ทว่าครูบาเจ้าศรีวิชัย ซึ่งยึดหลักปฏิบัติตามจารีตล้านนา กลับยังทำหน้าที่อุปัชฌาย์ในท้องถิ่นตามเดิม ทำให้ถูกกล่าวหาว่าเป็นอุปัชฌาย์เถื่อน และต้องอธิกรณ์กับเจ้าหน้าที่รัฐหลายครั้ง โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2463 ที่ถูกควบคุมตัวไปไต่สวนที่กรุงเทพฯ ก่อนจะถูกปล่อยตัวด้วยเหตุผลว่าการกล่าวหานั้นมีมูลเพื่อประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าความผิดทางพระธรรมวินัย

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น เมื่อพระสงฆ์ล้านนาจำนวนมากแสดงเจตจำนงขอขึ้นตรงต่อครูบาเจ้าศรีวิชัย แทนที่จะขึ้นกับคณะสงฆ์ส่วนกลาง รัฐบาลจึงมองว่าท่านคือภัยต่อความมั่นคง นายปรีดี พนมยงค์ รัฐมนตรีมหาดไทยในขณะนั้นมีคำสั่งควบคุมตัวครูบาเจ้าศรีวิชัยไปยังวัดเบญจมบพิตรที่กรุงเทพฯ และกักบริเวณเป็นเวลากว่าหนึ่งปี ก่อนจะปล่อยตัวโดยมีเงื่อนไขให้ท่านลงนามรับรองว่าจะไม่ขัดขืนอำนาจคณะสงฆ์ส่วนกลาง

ครูบาเจ้าศรีวิชัยเดินสายบูรณะวัดวาอารามกว่า 100 แห่งทั่วล้านนา สร้างเครือข่ายศรัทธาที่ข้ามพรมแดนไปถึงเมืองยอง เมืองเชียงตุง เข้าถึงคนทุกชนชั้น ไม่เว้นแม้แต่คนกะเหรี่ยง ซึ่งภายหลังกลายเป็นฐานมวลชนสำคัญ ท่านยังปวารณาตนแสดงความปรารถนาพุทธภูมิ ถือเอาความมุ่งมั่นสู่พระโพธิสัตว์เป็นเป้าหมายสูงสุด

แม้ปัจจุบันครูบาเจ้าศรีวิชัยจะได้รับการจดจำในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีรูปเคารพประดิษฐานในทุกบ้านของชาวเหนือ ทว่าภาพแทนของท่านในอดีตยังแฝงไว้ด้วยความเป็น "นักต่อสู้แนวสันติวิธี" ผู้ปลุกศรัทธามหาชนเพื่อต่อต้านอำนาจของสยามที่ส่งต่อจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

#ครูบาศรีวิชัย #ดอยสุเทพ #ล้านนา #สื่อออนไลน์ภาคเหนือเพื่อคุณภาพชีวิตของทุกคน

ที่อยู่

33 ถนนเชียงใหม่-ลำพูน
Chiang Mai
50000

เบอร์โทรศัพท์

+66 53 241 272

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศรีประกาศ Sriprakard Chiangmaiผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์