Cm Events 108 ติดตามเราไว้ เพราะ CM108 จะพาไปดูงานกิจกรรมต่างๆ ก่อนใคร

OR ร่วมกับมูลนิธิ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ จัดกิจกรรมโออาร์เติมโอกาสเปิดโลกการเรียนรู้ ณ โรงเรียนต้นแก้วผดุงพิทยาลัย อำเภอหางดง...
19/08/2026

OR ร่วมกับมูลนิธิ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ จัดกิจกรรมโออาร์เติมโอกาสเปิดโลกการเรียนรู้
ณ โรงเรียนต้นแก้วผดุงพิทยาลัย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) จัดกิจกรรมโออาร์เติมโอกาสเปิดโลกการเรียนรู้
ช่วยเสริมทักษะและบูรณาการการเรียนรู้จากวิชาภาษาอังกฤษและวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น ผ่านกิจกรรมแบบ Active Learning เล่นและเรียนรู้ไปพร้อมกัน โดยมีครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงจากมูลนิธิ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ออกแบบ
และดูแลกิจกรรม โดยบูรณาการเข้ากับแผนการสอนของโรงเรียน เน้นความสำคัญในเรื่องความเท่าเทียมและการลด
ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาของเด็กไทยอย่างยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาบุคลากรครูให้มีทักษะในการสอนอย่างมีศักยภาพ โดยเฉพาะโรงเรียนที่ขาดแคลนครู
กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้น ณ โรงเรียนต้นแก้วผดุงพิทยาลัย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โดยเน้นกิจกรรม Active Learning เล่นและเรียนรู้ไปพร้อมกัน เพื่อสร้างองค์ความรู้ ส่งเสริมทักษะการทำกิจกรรมกลุ่มและฝึกการใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็กๆ ซึ่งในกิจกรรมเด็กๆ จะได้รับ Passport เพื่อสะสมสติกเกอร์ เมื่อผ่านแต่ละฐาน จะได้รับสติกเกอร์ BABY ZONZON
1 ดวง และสามารถนำ Passport ที่สะสมครบ เพื่อนำไปแลกรับของรางวัลเมื่อจบกิจกรรม โดยกิจกรรมจะมีฐาน 4 ฐาน ดังนี้
• ฐานที่ 1: Café Vocab Challenge จับคู่ภาพทายคำศัพท์ภาษาอังกฤษในร้านกาแฟและเครื่องดื่ม Café Amazon
• ฐานที่ 2: Little Barista เรียนรู้ภาษาอังกฤษ ผ่านการสั่งเครื่องดื่มประเภทต่างๆ
• ฐานที่ 3: Waste Detective เรียนรู้วัสดุประเภทต่างๆ และสามารถแยกประเภทขยะได้ รวมถึงแก้ว Bio Cup
ของ Café Amazon ที่ย่อยสลายได้ และแก้ว rPET ที่ผ่านการรีไซเคิล ช่วยลดปริมาณการใช้พลาสติกให้โลก
• ฐานที่ 4: Creative Recycle Studio สร้างชิ้นงานง่ายๆ จากวัสดุเหลือใช้ เรียนรู้เรื่องการ Reuse

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมโออาร์เติมโอกาสเปิดโลกการเรียนรู้ มีแผนที่จะขยายผลโดยการถ่ายทอดองค์ความรู้และ
แนวทางการจัดกิจกรรมไปสู่ครูและนักเรียนโรงเรียนในพื้นที่ปฏิบัติการคลังและพื้นที่ที่มีธุรกิจ OR และโรงเรียนอื่นๆ ในอนาคต
ซึ่งการจัดกิจกรรมโออาร์เติมโอกาสเปิดโลกการเรียนรู้ร่วมกับมูลนิธิ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ สอดคล้องกับแนวคิด
โออาร์เติมโอกาส ดีดีดี ในมิติชุมชนดี เมื่อมีครูที่ดี นักเรียนได้รับความรู้ที่ดี มีส่วนช่วยพัฒนาชุมชนให้ดีอย่างยั่งยืน เพราะการศึกษาที่คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ
#โออาร์เติมโอกาสดีดีดี #โออาร์เติมโอกาสเปิดโลกการเรียนรู้

เปิดประสบการณ์ไปด้วยกันกับงานมหกรรมหนังสือนานาชาติ International Book Sale Featuring Big Bad Wolf Books ทั้งหนังสือไทย แ...
19/08/2026

เปิดประสบการณ์ไปด้วยกันกับงานมหกรรมหนังสือนานาชาติ International Book Sale Featuring Big Bad Wolf Books ทั้งหนังสือไทย และต่างประเทศ สำหรับสายอ่าน จนถึงสายสะสมหนังสือหายาก ช้อปพร้อมกันได้ตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. - 6 ก.ย. 2569 ณ เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

ต้อนรับการกลับมาอีกครั้ง สำหรับงานมหกรรมหนังสือนานาชาติ International Book Sale Featuring Big Bad Wolf Books จัดโดย บริษัท แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกัด ที่จัดใหญ่ จัดเต็ม กับโปรโมชั่นลดสูงสุดกว่า 90% ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม ถึง 6 กันยายน 2569 ณ เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ตั้งแต่เวลา เวลา 10.00–21.00 น.

เตรียมถุงผ้าให้พร้อม แล้วมาช้อปหนังสือภาษาอังกฤษนำเข้าจากทั่วทุกมุมโลก และหนังสือไทย จากสำนักพิมพ์ชื่อดังของไทยตบเท้าเข้าร่วมงานในครั้งนี้มากกว่า 40 สำนักพิมพ์ อาทิ หนังสือ ประวัติศาสตร์, ชีวประวัติ, บันเทิง, กีฬา, สารคดี, ท่องเที่ยว, วรรณกรรม, เรื่องสั้น, นิยาย, มังงะ, ของตกแต่งบ้าน, สถาปัตยกรรม, งานอดิเรก, ตําราอาหาร, หนังสืออ้างอิง รวมถึงหนังสือเอ็ดดิชั่นพิเศษสำหรับการสะสม และยังยกสื่อการเรียนการสอน สื่อการเรียนรู้ สำหรับพ่อแม่ที่กำลังมองหาให้กับลูกน้อยทุกขวบวัย ที่จะมาช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่างๆ อาทิ หนังสือพัฒนาการเด็ก & จิตวิทยา, นิทานเด็ก, หนังสือภาพ, หนังสือเสียง, พร้อมทั้งฐานกิจกรรมเสริมทักษะ จาก Plan Toys และ Plan for Kids

และพบกับการออกบูทแนะแนวการศึกษาจากโรงเรียนนานาชาติชั้นนำในเชียงใหม่ ส่งท้ายด้วยกิจกรรม Dino Play Space จาก Plan For Kids และกิจกรรมเล่านิทานบนเวทีที่จะสร้างสีสันในงาน และพาทุกคนในครอบครัว มาเรียนรู้ไปพร้อมกันกับเราชาว Big Bad Wolf

ติดตามข้อมูลข่าวสารอื่นๆ ได้ที่ FB: International Book Sale - https://www.facebook.com/internationalbooksale

จากเกษตรแบบเดิม สู่ “Smart Farm” ห้วยน้ำขาวยกระดับการผลิต สร้างรายได้ พัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนการทำเกษตรบนพื้น...
18/08/2026

จากเกษตรแบบเดิม สู่ “Smart Farm” ห้วยน้ำขาว
ยกระดับการผลิต สร้างรายได้ พัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน
การทำเกษตรบนพื้นที่สูงกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยชุมชนบ้านห้วยน้ำขาว ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่นำแนวคิด “Smart Farm” มาปรับใช้เพื่อยกระดับการผลิต จากการปลูกตามฤดูกาลและพึ่งพาความผันผวนของตลาด สู่การผลิตที่มีการวางแผน มีมาตรฐาน มีตลาดรองรับ และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้เข้าไปสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการรับฟังปัญหา ความต้องการ และข้อจำกัดของเกษตรกรในพื้นที่ ก่อนร่วมกันออกแบบแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน โดยนำแนวทางการดำเนินงานและองค์ความรู้จากโครงการหลวงมาปรับใช้ ทั้งด้านการผลิต การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาคุณภาพผลผลิต การตลาด และการสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกร โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีและชุมชนในพื้นที่
แนวคิด “Smart Farm” ของห้วยน้ำขาวไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ให้ความสำคัญกับ การวางแผน การจัดการ และการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ตั้งแต่การเลือกชนิดพืช ปริมาณการผลิต ช่วงเวลาการปลูก การจัดการน้ำและดิน ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว การคัดคุณภาพ และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว
นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการผลิตตามมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ รวมถึงการสนับสนุนโรงเรือน ระบบการจัดการน้ำ และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพและลดความสูญเสียของผลผลิต ทำให้เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าเกษตรที่ตอบโจทย์ตลาดคุณภาพได้มากขึ้น
จากการพัฒนาดังกล่าว ปัจจุบันพื้นที่มีผลผลิตพืชผักรวมกว่า 129,200 กิโลกรัม และสร้างรายได้จากการผลิตพืชผักกว่า 5.29 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีการเชื่อมโยงผลผลิตเข้าสู่ตลาดสำคัญ ได้แก่ ตลาดไท และตลาดสี่มุมเมือง รวมถึงการส่งออกไปยัง ประเทศสิงคโปร์ อีกด้วย
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การพัฒนาสามารถเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม คือการใช้แนวคิด “ตลาดนำการผลิต” โดยนำความต้องการของตลาดมาเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการผลิต ช่วยให้เกษตรกรสามารถกำหนดปริมาณและช่วงเวลาการผลิตได้เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากผลผลิตล้นตลาด ลดการสูญเสีย และเพิ่มโอกาสในการสร้างมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร
ด้านนายเทอดศักดิ์ ศักดิ์เจริญชัยกุล เกษตรกรโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงห้วยน้ำขาวเล่าว่า ในอดีตการผลิตส่วนใหญ่เป็นการทำตามรูปแบบที่สืบทอดจากครอบครัว ปลูกแล้วจึงนำผลผลิตออกจำหน่าย โดยไม่สามารถคาดการณ์ตลาดและราคาได้อย่างชัดเจน แต่การสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่สวพส. ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนทีละขั้น ทั้งการวางแผนการผลิต การรักษาคุณภาพ และการเรียนรู้ความต้องการของผู้บริโภค จนสามารถ
บริหารจัดการการผลิตได้ด้วยตนเองมากขึ้น “สิ่งที่ภูมิใจคือรายได้ที่เพิ่มขึ้น และการที่ลูกหลานเห็นว่าการทำเกษตรสามารถเป็นอาชีพที่มีอนาคตได้” เป็นอีกหนึ่งมุมมองของเกษตรกรในพื้นที่ สะท้อนการเปลี่ยนแปลงจากการพัฒนาการผลิต การวางแผนการตลาด และการยกระดับมาตรฐานสินค้า ทำให้เกษตรกรมีความรู้ในการบริหารจัดการผลผลิต สามารถวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง การพัฒนารูปแบบดังกล่าวช่วยสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และเสริมความมั่นคงให้กับครอบครัวและชุมชน ควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ
การพัฒนาบ้านห้วยน้ำขาวยังอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านการเกษตร ปศุสัตว์ พัฒนาที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ สาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจชุมชน และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดความสมดุล
การเปลี่ยนแปลงจากเกษตรแบบเดิมสู่ “Smart Farm” ของชุมชนห้วยน้ำขาว เกิดขึ้นจากการนำความรู้ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการมาปรับใช้กับการผลิต ตั้งแต่การวางแผน การดูแลแปลง การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการเชื่อมโยงตลาด เพื่อสร้างรายได้ เพิ่มโอกาสทางอาชีพ และดูแลทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กัน สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาพื้นที่สูงที่มุ่งให้คนในชุมชนสามารถดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ควบคู่กับการดูแลผืนดิน ผืนป่า และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

Thailand Census for All: ก้าวข้ามความท้าทายสู่โอกาสใหม่ ด้วยข้อมูลสำมะโนประชากรร่วมฝ่าวิกฤตความท้าทายเมื่อสูงวัยล้นเมือง...
18/08/2026

Thailand Census for All: ก้าวข้ามความท้าทายสู่โอกาสใหม่ ด้วยข้อมูลสำมะโนประชากร
ร่วมฝ่าวิกฤตความท้าทายเมื่อสูงวัยล้นเมืองเหนือ แล้วเราจะอยู่อย่างไร?
นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เป็นประธานเปิด งานแถลงผลโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 ส่วนภูมิภาค (ภาคเหนือ) ภายใต้แนวคิด Thailand Digital Census for All: ก้าวข้ามความท้าทายสู่โอกาสใหม่ ด้วยข้อมูลสำมะโนประชากร ดำเนินการโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ (NSO) หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมด้วย นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ข้าราชการ นักวิชาการ และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ภาคเหนือ เข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น ณ โรงแรมดิ เอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่
งานแถลงผลโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 ส่วนภูมิภาค (ภาคเหนือ) ครั้งนี้ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 พร้อมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ประชากรและที่อยู่อาศัยของประชากร ให้กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ในการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์กำหนดนโยบาย การวางแผนพัฒนา และการตัดสินใจเชิงหลักฐาน อย่างกว้างขวางและเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า “สำนักงานสถิติแห่งชาติให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเผยแพร่ผลการดำเนินโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 ซึ่งนับเป็นการจัดทำสำมะโนประชากรครั้งที่ 12 และสำมะโนเคหะครั้งที่ 6 ของประเทศไทย โดยการจัดงานแถลงผลโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 ส่วนภูมิภาค (ภาคเหนือ) จังหวัดเชียงใหม่ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดข้อมูลสำคัญด้านประชากรและที่อยู่อาศัยแก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคมในพื้นที่ ให้ได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันต่อบริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย ตลอดจนส่งเสริมการนำข้อมูลสถิติไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบาย การวางแผนพัฒนา การจัดสรรทรัพยากร และการบริหารจัดการบริการสาธารณะให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่”
“การจัดงานในระดับภูมิภาคยังสะท้อนความมุ่งมั่นของสำนักงานสถิติแห่งชาติในการสร้างการรับรู้และขยายผลการใช้ประโยชน์จากข้อมูลสำมะโนฯ สู่ทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-based Decision Making) อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การลดความเหลื่อมล้ำ และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งนี้การจัดงานแถลงผลฯ ในระดับภูมิภาค จะเกิดขึ้นในภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น และภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช ตามลำดับ และจบด้วยงานแถลงผลโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 และประชุมวิชาการสถิติ ที่จะมีการเผยแพร่ข้อมูลสำมะโนประชากรและเคหะในภาพรวมของประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ พร้อมการรวมนักวิชาการด้านสถิติและผู้เกี่ยวข้องกว่า 400 คน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพมหานคร ในลำดับถัดไป”
นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “"ผลสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 ช่วยสะท้อนให้เราเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของภาคเหนือได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะโครงสร้างประชากรที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ หลายจังหวัดในภาคเหนือมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงที่สุดของประเทศ ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่ภาครัฐต้องเตรียมความพร้อมในการรองรับทั้งด้านสวัสดิการ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว ข้อมูลเหล่านี้ยังสะท้อนปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง ผู้สูงอายุที่อยู่ร่วมกันเองในครัวเรือน หรือครัวเรือนข้ามรุ่นที่ผู้สูงอายุต้องทำหน้าที่ดูแลหลาน ขณะที่คนวัยแรงงานย้ายออกไปศึกษาหรือประกอบอาชีพในเมืองใหญ่ ซึ่งล้วนเป็นความท้าทายที่ส่งผลต่อโครงสร้าง
ครอบครัว ชุมชน และเศรษฐกิจท้องถิ่น สิ่งสำคัญคือ ข้อมูลสถิติไม่ได้มีคุณค่าเพียงบอกว่าปัญหาอยู่ที่ใด แต่ยังช่วยให้เรามองเห็นแนวทางแก้ไขและเตรียมความพร้อมต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนระบบดูแลผู้สูงอายุ การจัดบริการสาธารณสุข การพัฒนากำลังคน การบริหารจัดการพื้นที่ที่มีจำนวนประชากรลดลง หรือการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับจำนวนคนที่อยู่อาศัยจริงในแต่ละพื้นที่”
“จังหวัดเชียงใหม่เชื่อมั่นว่าการพัฒนาที่ดีต้องเริ่มจากข้อมูลที่ถูกต้อง และข้อมูลจากสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถกำหนดนโยบาย ตัดสินใจ และออกแบบการพัฒนาที่ตอบโจทย์ประชาชนได้อย่างแท้จริง ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สาธารณสุข และการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเชียงใหม่และภาคเหนือในอนาคต”
ภายในงานแถลงผลฯ ครั้งนี้ มีกิจกรรมประกอบด้วย “การแถลงผลโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568“Thailand Digital Census for All” โดย นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ พร้อมด้วยการแถลงข้อมูลสถิติที่น่าสนใจโดยเฉพาะของภาคเหนือผ่านการบรรยาย “ปลดล็อกภาคเหนือ: 6 ทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลง” โดย นางศิริรัตน์ ตัณฑ์ศิริ สถิติจังหวัดเชียงใหม่ และการเสวนาโดยตัวแทนภาคเอกชนในหัวข้อ “Silver Economy ภาคเหนือ – จากความท้าทายสู่โอกาส” โดย ผศ.นพ.กฤษณ์ ขวัญเงิน รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและบริหารจัดการข้อมูล) และผู้อำนวยการศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริมหาวิทยาลัยเชียงใหม่,
คุณกฤษฏิภาชย์ ทองคำคูณ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท กรีนแคปปิตอล จำกัด และคุณปรเมษฐ์ บันสิทธิ์ รองประธานกรรมการมูลนิธิต้นไม้สีเขียว และ CEO บริษัท พีพีเอส ยูทิลิตี้ จำกัด ร่วมเสวนา ชวนก้าวข้ามความท้าทาย เปลี่ยนวิกฤติประชาชนให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของภาคเหนือ พลิกสู่ Silver Economy และต่อด้วยเสนาโดยตัวแทนจากภาครัฐในหัวข้อ “ภาคเหนือสูงวัยที่สุดในไทย แล้วเราจะอยู่กันอย่างไร” โดย นางสาวพลอยพรรณ พลอยทับทิม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ และนายสาคร ไชยอำมาตย์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และนางสาวนงลักษณ์ โงวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการกองสถิติสังคม สำนักงานสถิติแห่งชาติ มาร่วมตอกย้ำความท้าทาย พร้อมฉายภาพอนาคตของภาคเหนือ

NARIT เผยโฉมเยาวชนคนเก่ง “นักสื่อสารดาราศาสตร์น้อย Little Star Contest 2026” เวทีสร้างดาวดวงใหม่ด้านการสื่อสารดาราศาสตร์...
18/08/2026

NARIT เผยโฉมเยาวชนคนเก่ง “นักสื่อสารดาราศาสตร์น้อย Little Star Contest 2026” เวทีสร้างดาวดวงใหม่ด้านการสื่อสารดาราศาสตร์

17 สิงหาคม 2569 - สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) หรือ NARIT กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยโฉมเยาวชนคนเก่งจากเวทีแข่งขัน “นักสื่อสารดาราศาสตร์น้อย Little Star Contest 2026” เปิดเวทีให้เยาวชนรุ่นจิ๋วประชันความสามารถถ่ายทอดเรื่องราวและความรู้ด้านดาราศาสตร์อย่างสร้างสรรค์ ชิงชัยรอบชิงชนะเลิศในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

ดร. เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ โฆษกกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประธานในพิธีมอบรางวัล กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ ทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขันนักสื่อสารดาราศาสตร์น้อย Little Star Contest 2026 ปัจจุบันโลกของเราเต็มไปด้วยองค์ความรู้และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์มากมาย แต่การนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาเรียบเรียงและถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องราวทางวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยทั้งความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะการสื่อสาร ซึ่งน้อง ๆ ทุกคนแสดงให้เห็นถึงความสามารถและศักยภาพบนเวทีแห่งนี้อย่างน่าชื่นชม

ประสบการณ์จากการแข่งขันในครั้งนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนเกิดความสนใจใฝ่รู้ด้านดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และอวกาศมากยิ่งขึ้น พัฒนาทักษะการสื่อสารและการถ่ายทอดองค์ความรู้ เติบโตเป็นกำลังสำคัญเพื่อสื่อสารและสร้างความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์ เชื่อมั่นว่าสิ่งที่น้อง ๆ ตั้งใจทำวันนี้ ในวันข้างหน้าจะมาขับเคลื่อนประเทศไทยของเราในอนาคต

การแข่งขันนักสื่อสารดาราศาสตร์น้อย (Little Star Contest) จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถด้านการสื่อสาร ควบคู่กับการเรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่องราวทางดาราศาสตร์ ผ่านการถ่ายทอดในรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเองและเข้าถึงผู้ฟังได้ง่าย มุ่งส่งเสริมทักษะการนำเสนอ การสื่อสารด้านวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และอวกาศ พร้อมสร้างประสบการณ์ให้เยาวชนสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดแก่ผู้อื่นได้อย่างมั่นใจในอนาคต

การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ระดับชั้น ได้แก่ ประถมศึกษาตอนต้น และประถมศึกษาตอนปลาย โดยเปิดรับผลงานผ่านช่องทางออนไลน์จากเยาวชนทั่วประเทศ สำหรับการแข่งขันประจำปี 2569 มีเยาวชนให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมกว่า 133 คน และคัดเลือกระดับชั้นละ 5 คน รวมทั้งสิ้น 10 คน เข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ เพื่อนำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการสื่อสารดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ณ เวทีกลาง งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ผลการตัดสินเป็นดังนี้

ระดับประถมศึกษาตอนต้น
รางวัลชนะเลิศ
เด็กหญิงภัทรธิดา งามดี
โรงเรียนอนุบาลลพบุรี
เรื่อง The Different Lives of the Stars

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1
เด็กหญิงพอใจ ตั้งมนัสสุขุม
โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์
เรื่อง มหัศจรรย์ Super Full Moon

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2
เด็กหญิงปัณชญา ศิวะสุข
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา-ฝ่ายประถม
เรื่อง ใครคือราชาแห่งดวงจันทร์?

รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล
1. เด็กชายปพนธีร์ พลศรี
โรงเรียนโนนไทย
เรื่อง ผจญภัยสุดขอบฟ้า

2. เด็กชายธนัตพร แตงดี
โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์)
เรื่อง พายุสุริยะ… เมื่อดวงอาทิตย์ส่งสัญญาณมายังโลก

ระดับประถมศึกษาตอนปลาย
รางวัลชนะเลิศ
เด็กชายธีธัช วงศ์วัชระ
โรงเรียนเซนต์คาเบรียล
เรื่อง จากคำขอพร…สู่คำตอบของดวงจันทร์

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1
เด็กหญิงณัฏฐวี ไทยลา
โรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์
เรื่อง The Dark Paradox: A Journey Through Time and Gravity

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2
เด็กหญิงกัญญ์สุชัชชญา ชวนบุญ
โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์
เรื่อง ดาวที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล
1. เด็กหญิงณัชชา ศุภสัณฐิติกุล
โรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์
เรื่อง Neutron stars: The hidden wonders of the cosmos

2. เด็กชายบวรวงศ์ เกียรติปัญญาโอภาส
โรงเรียนประเทืองทิพย์วิทยา
เรื่อง The Super Full Moon!

ดาวน์โหลดภาพกิจกรรมเพิ่มเติม >>> https://shorturl.asia/WSOZD
____________

งานประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
Tel. 053-121268-9 ต่อ 210-211 , 081-8854353 Fax. 053-121250
E-mail: [email protected] Website : www.narit.or.th
Facebook : www.facebook.com/NARITpage
X: , Instagram :

ยู นิมมาน เชียงใหม่ เปิดตัว “U Garden” พื้นที่จัดงานกลางแจ้งแห่งใหม่ใจกลางเมืองเชียงใหม่เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 – ยู...
15/08/2026

ยู นิมมาน เชียงใหม่ เปิดตัว “U Garden” พื้นที่จัดงานกลางแจ้งแห่งใหม่ใจกลางเมืองเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 – ยู นิมมาน เชียงใหม่ จัดงาน “Open House Garden Wedding 2026” ภายใต้แนวคิด “SO GLAD YOU’RE HERE” พร้อมเปิดตัว “U Garden” พื้นที่จัดงานกลางแจ้งแห่งใหม่ที่ได้รับการปรับโฉมให้มีความโดดเด่นและตอบโจทย์การจัดงานหลากหลายรูปแบบ โดยภายในงานได้ต้อนรับพันธมิตรทางธุรกิจ อาทิ เวดดิ้งแพลนเนอร์ ช่างภาพ และสื่อมวลชน เพื่อร่วมสัมผัสประสบการณ์ของพื้นที่นี้
แนวคิด “SO GLAD YOU’RE HERE” สะท้อนถึงความสุขของการได้มาพบเจอและใช้ช่วงเวลาที่มีความหมายร่วมกับผู้คนสำคัญ โดยถ่ายทอดบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองของสวน ซึ่งจะทำให้ทุกโอกาสพิเศษล้วนมีความหมายมากยิ่งขึ้น
จากประสบการณ์ของ “At Nimman Convention Center” ที่รองรับการจัดงานแต่งงาน งานเลี้ยง งานอีเวนต์ รวมถึงการประชุมและสัมมนา ยู นิมมาน เชียงใหม่ ได้ต่อยอดพื้นที่จัดงานด้วยการปรับปรุง “U Garden” ให้เป็นพื้นที่กลางแจ้งสำหรับการจัดงานในทุกประเภท รองรับผู้ร่วมงานสูงสุดกว่า 100 ท่าน
“U Garden” โดดเด่นด้วยพื้นที่กว้างขวาง โปร่งโล่ง และบรรยากาศสวนที่ผ่อนคลาย สามารถปรับรูปแบบให้เหมาะกับงานหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่พิธีแต่งงานที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัว ไปจนถึงงานเลี้ยงหรือปาร์ตี้ในช่วงค่ำ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคู่รักหรือท่านที่กำลังมองหาสถานที่จัดงานที่มีเอกลักษณ์และสามารถสร้างบรรยากาศในแบบของตัวเองได้ ด้วยทำเลใจกลางสี่แยกรินคำ เดินทางสะดวก และมีพื้นที่จอดรถรองรับ “U Garden” จึงผสานความสะดวกของการจัดงานในเมืองเข้ากับบรรยากาศสวนได้อย่างลงตัว พร้อมรองรับช่วงเวลาสำคัญและโอกาสพิเศษของทุกคน
สอบถามรายละเอียดและนัดหมายเข้าชมสถานที่
โทร 052 005 113
อีเมล:[email protected]

11/08/2026

💎 ชี้พิกัดร้านเพชรและแหวนแต่งงานคุณภาพใน จ.เชียงใหม่ ร้าน Diamond Myth Jewelry (ไดมอนด์มิทธิ์ จิวเวลรี่) บนชั้น 2 โซนร้านทอง ที่เซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นเฟส)
ทางร้านคัดสรรเครื่องประดับเพชรแท้ธรรมชาติ และทองแท้ทุกชิ้น พร้อมใบรับรองการันตรีจากทางร้าน และใบรับรองมาตรฐาน GIA เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานของสินค้า โดยเฉพาะเพชรน้ำ 100 ที่ผ่านการคัดเลือกเฉพาะเม็ดสวย คัตติ้งระดับ 3 Excellent ให้ประกายแสงเปล่งประกายงดงามทั้งในแสงธรรมชาติและแสงไฟ
ภายในร้านมีเครื่องประดับให้เลือกครบครัน ทั้ง แหวน สร้อยคอ สร้อยข้อมือ จี้ ต่างหู และเข็มกลัด เหมาะสำหรับเป็นของขวัญในทุกโอกาสสำคัญ หรือเก็บไว้เป็นเครื่องประดับชิ้นพิเศษ มีบริการสั่งทำเครื่องประดับตามงบประมาณและความต้องการของลูกค้า สามารถเลือกเพชร เลือกดีไซน์ และเลือกวัสดุตัวเรือนได้เอง ไม่ว่าจะเป็น ทองคำ ทองคำขาว โรสโกลด์ หรือแพลทินัม พร้อมโปรพิเศษฟรี! ค่าออกแบบ
และสำหรับคู่รักที่กำลังวางแผนเริ่มต้นชีวิตคู่ ทางร้านมีแหวนคู่และแหวนแต่งงานดีไซน์สวยให้เลือกหลากหลายรูปแบบในราคาที่เข้าถึงได้ เริ่มต้นเพียง 19,900.-/คู่ พร้อมทีมงานคอยให้คำแนะนำในการเลือกแบบที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคู่อีกด้วย
ร้าน Diamond Myth Jewelry (ไดมอนด์มิทธิ์ จิวเวลรี่)
📍 อยู่บนชั้น 2 เซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นเฟส) ตรงโซนร้านทอง ตรงข้ามร้านทองโจ ลิ่ว ฝู และเยื้องกับร้าน Ecco เดินทางสะดวก ไม่ต้องกัวลเรื่องที่จอดรถ
🕒 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00–20.00 น.
🔹 FB : https://www.facebook.com/diamondmythjewelry/
☎️ โทรศัพท์ : 094-949-9426
#ไดมอนด์มิทธิ์จิวเวลรี่ #แหวนแต่งงานเชียงใหม่ #แหวนคู่รัก #แหวนแต่งงานเชียงใหม่ #ร้านเพชรเชียงใหม่

The Backyard Mahidol เปิดพื้นที่สร้างประสบการณ์ครอบครัว ผ่านกิจกรรม “Little Stars in the Backyard : Mom & Me”พร้อมเดินหน...
10/08/2026

The Backyard Mahidol เปิดพื้นที่สร้างประสบการณ์ครอบครัว ผ่านกิจกรรม “Little Stars in the Backyard : Mom & Me”

พร้อมเดินหน้าสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้และการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว จัดกิจกรรม “Little Stars in the Backyard : Mom & Me” ต้อนรับเทศกาลวันแม่ เปิดพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้แสดงความสามารถ พร้อมเชื่อมโยงครอบครัว สถาบันพาร์ตเนอร์ และร้านค้าภายในโครงการ เพื่อสร้างประสบการณ์และความทรงจำที่ดีร่วมกัน

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการพัฒนาพื้นที่ของ The Backyard Mahidol ให้เป็น Family Destination และ Community Space ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในชุมชน โดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์เป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดกลุ่มครอบครัวเข้ามาใช้เวลาและมีส่วนร่วมกับพื้นที่

ภายในงาน เด็ก ๆ ได้ร่วมแสดงความสามารถทั้งด้านการร้องเพลงและนาฏศิลป์ โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันพาร์ตเนอร์ Chilada Music School, นาฏยลีลา และ Blessing Music School ซึ่งเปิดโอกาสให้น้อง ๆ ได้แสดงศักยภาพและสร้างความมั่นใจบนเวที ท่ามกลางกำลังใจจากครอบครัวและผู้ที่มาร่วมงาน

นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลวันแม่ The Backyard Mahidol ยังจัดกิจกรรม Mother’s Day Workshop เพื่อสร้างช่วงเวลาพิเศษระหว่างคุณแม่และคุณลูก อาทิ Sweet Memories – DIY แต่งหน้าครัวซองต์ จาก Croissant Mellow และ Happy Pastel Plaster พร้อมด้วยการสื่อสารกิจกรรมและโปรโมชั่นภายในโครงการ เพื่อสร้างสีสันและเพิ่มทางเลือกในการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว

การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ The Backyard Mahidol ในการเป็นพื้นที่ของชุมชนที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน โดยเฉพาะเด็กและครอบครัว ให้สามารถเข้ามาทำกิจกรรม แสดงความสามารถ พบปะผู้คน และใช้เวลาร่วมกัน ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงสถาบันพาร์ตเนอร์และร้านค้าภายในโครงการให้เข้ามามีส่วนร่วมและเติบโตไปพร้อมกับชุมชน

The Backyard Mahidol ยังคงเดินหน้าพัฒนากิจกรรมและประสบการณ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนทุกวัย และเป็นอีกหนึ่ง “เพื่อนบ้านที่ดี” ของชุมชน ที่พร้อมมอบพื้นที่สำหรับการพบปะ การเรียนรู้ และช่วงเวลาดี ๆ ให้เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งปี

🌟ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ จัดงาน CENTRAL PERFECT HOME    ณ ลานโปรโมชั่นชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล...
09/08/2026

🌟ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเซ็นทรัลเฟสติวัลเชียงใหม่ จัดงาน CENTRAL PERFECT HOME ณ ลานโปรโมชั่นชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่
ในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา

​สัมผัสประสบการณ์การช้อปที่ดีที่สุดในงาน CENTRAL PERFECT HOME ตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค.69 – 16 ส.ค.69 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 เซ็นทรัล เชียงใหม่ ซึ่งภายในงานรวมที่สุดของไอเทมแต่งบ้าน พร้อมดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ห้างเซ็นทรัล จัดเต็มเพื่อมาเอาใจคนรักบ้านโดยเฉพาะ ด้วยขบวนแบรนด์ดัง ไม่ว่าจะเป็น เครื่องนอน อาทิ AKEMI, OMAZZ, PASAYA, SANTAS, เครื่องครัว อาทิ OWALA, TEFAL, ZWILLING, CENTRAL HOME เครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ BALMUDA, NINJA, DYSON, PHILIPSพิเศษภายในงานยังมีเก้าอี้นวดจากแบรนด์ RESTER และเตียงหยกร้อนบำบัดร้อนจากแบรนด์ GONR รวมถึงของใช้ และของตกแต่งบ้าน พร้อมทั้งโปรโมชั่นสุดเอกซ์คลูซีฟจากแบรนด์ชั้นนำอีกมากมาย ลดแรงสูงสุดถึง70% พิเศษเฉพาะงานนี้รับฟรีของสมนาคุณ เมื่อช้อปตามเงื่อนไข เพื่อให้ลูกค้าชาวเชียงใหม่มาเลือกช้อปกัน

โดยไฮไลท์ของงานอีเว้นท์วันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา กับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่แฟน ๆ ทุกท่านรอคอยกับหนุ่มสุดฮอต "ตูมตาม - ยุทธนา" ที่มาร่วมพูดคุยแชร์ไอเดียแต่งบ้านในสไตล์ของตัวเอง และ Exclusive Cooking Show เสิร์ฟเมนูสุดเซอร์ไพรส์ “สลัดกุ้งเคจัน” กับเชฟก้อย กนิษฐา ลิมังกูร เชฟชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ จากร้าน ทับปิง By อันจะกิน พร้อมโชว์ร้องเพลงสุดพิเศษ และสำหรับ Top Spenders 10 ท่านแรก ที่มียอดช้อปสูงสุด ในวันที่ 8 ส.ค. 69 ได้รับสิทธิ์ถ่ายภาพใกล้ชิดแบบ Exclusive กับศิลปิน ซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความสนุกสนาน นอกจากนี้ยังมีเมนูของว่างสุดพิเศษที่ยกมาให้ทุกท่าน ได้ลิ้นรสกันในงานโดยเฉพาะจากร้านทับปิง By อันจะกิน รังสรรค์เมนูโดยเชฟก้อย กนิษฐา ลิมังกูร มาเสริฟให้กับแขกทุกท่านที่เข้าร่วมงาน

พบกับข้อเสนอสุดพิเศษตลอดรายการได้ที่งาน CENTRAL PERFECT HOME จัดรายการตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค.69 – 16 ส.ค.69
• พบกับสินค้านาทีทองในราคาสุดพิเศษ เฉพาะศุกร์-เสาร์-อาทิตย์!
• รับฟรี! คูปองแทนเงินสด และ เครดิตเงินคืน รวมสูงสุด 6,000 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข
• รับฟรี! ของสมนาคุณสุดพิเศษ เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข
ชวนมาช้อปสนุกได้ทุกที่ ช้อปผ่านไลน์กับบริการ Central Chat & Shop หรือที่ Central Call & Shop และ Personal Shopper On Demand โทร.1425

นักศึกษา CMUBS จับมือนักศึกษา ECON สร้างชื่อให้คณะและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากเวที ASEAN ESG...
08/08/2026

นักศึกษา CMUBS จับมือนักศึกษา ECON สร้างชื่อให้คณะและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากเวที ASEAN ESG Challenge 2026 (Thailand National Qualifier)

นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่สร้างชื่อเสียงในเวทีการแข่งขันระดับประเทศ ASEAN ESG Challenge 2026 (Thailand National Qualifier) โดยสามารถคว้ารางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 (First Runner-Up) จากการแข่งขันด้านการวิเคราะห์กรณีศึกษาทางธุรกิจ (Business Case and Case Scenario) โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ภายใต้ความร่วมมือของ ASEAN Capital Markets Forum (ACMF) และ Institute of Chartered Accountants in England and Wales (ICAEW) จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยในรูปแบบออนไลน์ เพื่อส่งเสริมความรู้และความเข้าใจด้าน Environmental, Social and Governance (ESG) ตลอดจนสร้างความตระหนักถึงบทบาทของตลาดทุนในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดเวทีให้นักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศได้แสดงศักยภาพด้านการคิดวิเคราะห์ การวางกลยุทธ์ และการตัดสินใจบนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

สำหรับการแข่งขัน ASEAN ESG Challenge 2026 (Thailand National Qualifier) จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 และประกาศผลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการแข่งขันครั้งแรกของประเทศไทยในรูปแบบ Business Case and Case Scenario ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้วิเคราะห์สถานการณ์จำลองทางธุรกิจและนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงกลยุทธ์ที่คำนึงถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบแนวคิด ESG

ทั้งนี้ ทีมตัวแทนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบด้วยนักศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจ จำนวน 4 คน และคณะเศรษฐศาสตร์ จำนวน 1 คน ได้แก่
•นายอนิวัฒน์ จันทร์โท นักศึกษาสาขาวิชาการเงิน คณะบริหารธุรกิจ
•นายพลากร แซ่เจอว นักศึกษาสาขาวิชาการเงิน คณะบริหารธุรกิจ
•นายพรหมพิทักษ์ สุนะชูแสง นักศึกษาสาขาวิชาการเงิน คณะบริหารธุรกิจ
•นายธนกฤต เบี้ยวบรรจง นักศึกษาสาขาวิชาการบัญชี (หลักสูตรนานาชาติ) คณะบริหารธุรกิจ
•นางสาวพาขวัญ วัฒกีหัตถกรรม นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ)

ทีมนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นำองค์ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์มาบูรณาการ เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ทางธุรกิจและนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่คำนึงถึงมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นระบบและรอบด้าน จนได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการและคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขันครั้งนี้

ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพของนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อรับมือกับความท้าทายของโลกธุรกิจยุคใหม่ ตลอดจนแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเยาวชนไทยในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG อันเป็นประเด็นสำคัญของภาคธุรกิจและตลาดทุนในระดับสากล อีกทั้งยังตอกย้ำคุณภาพการจัดการศึกษาของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการพัฒนาบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถ และความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ที่อยู่

Chiang Mai

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Cm Events 108ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Cm Events 108:

ทางลัด

แชร์

ประเภท