10/06/2026
27.5.2026
3pass Route // ?
ชื่อของทางเดินที่ทุกคนที่สนใจการเดินเขาของเนปาลต่างรู้จัก แต่ก็คงจะเป็นรายชื่อของทริปที่สองหรือสามมากกว่าจะเป็นทริปแรกของเนปาล อาจจะด้วยระยะทาง ระดับความสูงที่ฟังดูแล้วน่ากลัว แต่ต้องพูดถึงระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางด้วยที่ทุกคนต้องเตรียมตัวมาอย่างดี
เรารู้จักชื่อนี้ครั้งแรกเมื่อปี 2016-2017 ในช่วงที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางของ ABC Route ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ในบทสนทาเรื่อยเปื่อยของแต่ละคนจะมีเรื่องของอดีต และอนาคตปนเปกันไป ส่วนหนึ่งของบทสนทนาก็จะมีเรื่องราวของ EBC Route อยู่เสมอ และมี 3Pass ที่เปรียบเหมือนเป็นส่วนขยายเพิ่มเติมให้กับการเดินทางรูทนี้มีสีสัน และความท้าทายเพิ่มขึ้น นี่คือความคิดของเราในตอนนั้น และเชื่อแบบนี้มาเกือบ 10 ปี
ในวันนี้ที่เราเดินทางกลับมาจากทริป EBC + 3Pass สิ่งที่อยู่ในความคิดมาตลอดนั้นคือ สลับกลับกันไปเกือบทุกอย่าง และสิ่งที่ยากที่สุดของเรานั้นอยู่ตรงต้นทาง ไม่ใช่ปลายทาง หรือระหว่างทางใดเลย ลำบากที่ใจ ไม่ใช่ร่างกาย
"Lukla" หมู่บ้านที่ทำให้เรารู้สึกว่า "ฉันไม่สามารถควบคุมอะไรในตัวเองได้เลย"
เมื่อทุกอย่างต้องฝากฝังไว้กับคนอื่น ความมั่นคงในใจหายไปโดยอัตโนมัติ ความมั่นใจจะเริ่มเปราะบาง ความพังทลายเริ่มก่อตัวอยู่ในความรู้สึกทีละเล็กทีละน้อย เราสัมผัสได้ถึงความคิดที่ว่า "ครั้งนี้เราอยู่ใกล้ความตายมาก" มากกว่าช่วงชีวิตที่ผ่านมา มากกว่าความสูงระดับ 5500m. ที่เราเตรียมใจมาพอสมควรกับความเสี่ยง ทุกๆความรู้สึกที่ว่าหลุดการควบคุมของตัวเองทั้งหมดต่างรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนความคิดด้านลบโจมตีเราอยู่ตลอดเวลา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นสมองของเรากลับเป็นความรู้สึกที่ไม่ค่อยได้พบเจอบ่อยในชีวิตคือ "ตื่นเต้น" คงเพราะเราใช้ชีวิตแบบเฉยชามานาน ความรู้สึกตื่นเต้นที่เกิดขึ้นจึงเป็นจุดหนึ่งของทริปที่เราสับสน วุ่นวาย และปั่นป่วนไปพร้อมกัน เป็นสิ่งที่ทำให้กลับมารับรู้ได้ถึงการมีชีวิตอยู่อีกครั้ง
เครื่องบินเล็กที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นกระป๋องน้ำอัดลมติดใบพัด /
รันเวย์ของสนามบินที่สั้นนั้นมีระยะเพียงพอให้กับความคลาดเคลื่อนของทักษะนักบินหรือเปล่า
แต่สิ่งที่เป็นปัญหาที่สุดกลับเป็นสภาพอากาศที่จะเป็นตัวกำหนดว่า "คุณจะได้เดินทางตามกำหนดการณ์หรือไม่"
/ อากาศที่เบาบาง ลมที่ปั่นป่วน กับเครื่องบินที่สั่นเกือบตลอดเวลา ทำให้คิดว่า ทุกไฟลท์ของเครื่องบินรถเมล์ลำนี้เป็นแบบนี้ตลอดเลยจริงไหม กัปตันและลูกเรือต้องบินแบบมีความเสี่ยงสูงแบบนี้ทุกวันจะมีความรู้สึกที่ชินไปแล้ว หรือยังมีความกลัวอยู่บ้างว่าจะมีอะไรผิดจากแผนหรือเปล่า
หลายๆคำถามผุดออกมาจากความคิดในหลายๆมิติ แต่ทุกมิติชี้ไปทางเดียวกันคือ ทุกคนที่เดินทางมาตรงนี้มีความเสี่ยงแล้ว คนที่ใช้ชีวิตประจำวันบนนี้มีความเสี่ยงยิ่งกว่า
จากใจคนที่ใช้ชีวิตบนพื้นที่ความเสี่ยงต่ำ ทุกอย่างล้วนดูอันตรายและกระทบจิตใจไปหมด การดินทางครั้งนี้คงจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันต่อโลกภายนอกให้แข็งแกร่งขึ้นในอีกระดับ
ยิ่งลำบาก ยิ่งมีผลต่อจิตใจมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เราอิ่มใจมากขึ้นในวันที่ผ่านมาได้
ตามกำหนดการณ์เดินทาง เราไม่มีปัญหาใดๆ ในวันเดินทางไป แต่ในช่วงขากลับเราต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นหนึ่งวันเนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่พร้อมกับการบิน ฟ้าปิด เมฆหมอกคลุมบริเวณภูเขาไว้แน่นหนา ถ้าหากจะรอไฟล์ทบินปกติเราก็คงไม่รู้ว่าจะได้บินเมื่อไหร่ ในช่วงเวลาที่ฟ้าเปิด ตี 5 ถึง ช่วง 8 โมงเช้า จะมีเราอยู่ในลิสที่ได้บินไหม นอกจากรอ เราก็คงทำได้แค่เปลี่ยนไปใช้บริการของเฮลิคอปเตอร์(275USD) เพื่อให้ทันไฟล์ทบินกลับประเทศ หรือ เดินลงไปหมู่บ้านด้านล่างที่มีรถโฟร์วีล แต่ใช้เวลาเพิ่มขึ้นพอสมควร และไม่ทันไฟล์ทบินกลับประเทศแน่นอน
ทุกๆมิติของความคิด ที่เป็นเรื่องราวเล็กๆ จะกลายเป็นความทรงจำที่มีค่าตามมาภายหลังเสมอ ความไม่แน่นอนตอนนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกสงบดีแบบแปลกๆ
รวมทั้งความสนุกใจจากอารมณ์ความเครียดของคนรอบๆตัว
เราผู้เบื่อหน่ายกับชีวิต แต่ยังรู้สึกสนุกดีไปกับรูปแบบชีวิตของคนอื่นในช่วงสีที่แตกต่างกัน
ขอบคุณสภาพอากาศที่ทำให้ทุกอย่างช้าลง
ความสนุกบางๆ // Lukla 2026