MinutevideosThailand

MinutevideosThailand ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตวิดีโอวาดมือ
(3207)

ทำไมคนถึงให้ความสนใจกรณี คุณทราย สก็อตมากขนาดนี้เพราะมันคืดเรื่องที่ใกล้ตัวที่หลายคนเผชิญแต่ไม่มีใครกล้าออกมาพูดคุณทรายค...
19/05/2026

ทำไมคนถึงให้ความสนใจกรณี คุณทราย สก็อตมากขนาดนี้
เพราะมันคืดเรื่องที่ใกล้ตัวที่หลายคนเผชิญ
แต่ไม่มีใครกล้าออกมาพูด
คุณทรายคือตัวแทนเหยื่อทุกคน
ที่น่าใจหายคือ มันเยอะมากๆ
และส่วนมากโดนกระทำจากคนใกล้ตัว

คำถามต่อมา ทำไมไม่ออกมาพูด?
หลายคนเจอตั้งแต่ยังเด็ก ไม่รู้เรื่องราวด้วยซ้ำ
โตมาเพิ่งเข้าใจ
หรือโดนขู่บ้าง เด็กสมองยังไม่พัฒนาเท่าผู้ใหญ่
มีวิธีการรับมือที่ต่างกันออกไป
คนชั่วส่วนใหญ่รู้จุดอ่อนนี้ดี
หลายคนคือผู้กุมอำนาจของบ้าน
พูดออกไปอาจไม่ได้แค่กระทบตัวเอง

เพจเราเคยเปิดรับเรื่องราวจากทางบ้าน เชื่อมั้ยคะว่า
อ่านแต่ละเรื่อง มันดาร์คจนน้ำตาไหล
แล้วเราถามททีมกันต่อ เราจะทำยังไง
ส่งเรื่องต่อให้ใครได้บ้าง
บางเรื่องมันนานมาหลายปีมากแล้ว
แต่บาดแผลทางใจเหล่านี้ มันไม่เคยหายไป

เราคิดว่าเหยื่อก็คงคิดเหมือนกัน
ว่าทำยังไงต่อ จะปรึกษาใครได้บ้าง
แล้วถ้าคนที่บ้านไม่ใช่safe zone ล่ะ
ไปแจ้งตำรวจลูกตาสีตาสาเค้าจะสนใจมั้ย
แจ้งไปไม่ทำอะไร ไอ้คนชั่วมันรู้
มันจะกลับมาทำร้ายเหยื่ออีกมั้ย
คำถามร้อยแปดมากมายที่วนเวียนไปไม่รู้จบ

คำถามถัดมาคือหลักฐาน
หลายคนโดนตอนเด็ก ตอนนั้นมันไม่มีหลักฐาน
คำพูดเด็กใครจะเชื่อ
หลายเรื่องที่ส่งมา พูดเป็นเสียงเดียวกัน
แค่พูดว่าเด็กสร้างเรื่องโกหก ใจแตกบ้างล่ะ
ทุกคนพร้อมจะเชื่อ บางเคสโดนทำร้ายซ้ำ
บางเคสโดนไล่ออกจากบ้านก็มี
แล้วถ้าเคสคุณทรายไม่มีคลิปหลักฐานล่ะ?
สังคมจะโบยตีเค้าต่อแค่ไหน
เค้าจะกลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะที่ไม่มีที่ยืนในสังคมทันที
เหมือนหลายๆเคส

เคสนี้คือเคสตัวอย่าง ที่ฝ่ายผู้กระทำมีความน่าเชื่อถือ
มีคนมีชื่อเสียงมากมายพร้อมปกป้อง
ถ้ามันจบแค่ตรงที่คลิปผู้กระทำออกมาชี้แจง
จำได้มั้ยว่าวันนั้นมีคนมากมายพร้อมจะเชื่อ
และโบยตีเหยื่อด้วยถ้อยคำซ้ำเติม
ให้เหยื่อกลายเป็นคนป่วยหรือเด็กเลี้ยงแกะ

ความโชคดีของคุณทราย คือมีคลิป
แต่เหยื่อหลายคนไม่มี พร้อมไม่มีเงินทอง
ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีใครเลย
เคสคุณทรายเลยเป็นกระบอกเสียงให้เหยื่อมากมายที่ไม่มีโอกาสพูดและรอดูว่า สังคม กฎหมาย
จะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง
ใช้เคสคุณทรายเพื่อเป็นตัวอย่าง
ในการยกระดับความรู้เรื่องการข่มขืน
การใช้ความรุนแรงในครอบครัว

ถึงเวลาที่ต้องยกระดับเรื่องเพศศึกษา
ให้เด็กแบบที่คุณติช่าเคยพูด
เพศศึกษาไม่ได้สนับสนุนให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ มันคือการเรียนรู้ ป้องกัน เริ่มจากสิทธิในร่างกายเราเริ่มตั้งแต่เด็ก 2-3ขวบเริ่มได้แล้ว เริ่มสอนเรื่องของสงวน ให้มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย
ให้รู้จักชื่อเรียก จู๋ หรือ จิ๋มของหนู ใครก็ตามห้ามแตะ
ถ้าแตะแล้วไปหาใครได้บ้าง

แล้วสิ่งที่สังคมกำลังเรียนรู้คือ ถ้าเหยื่อออกมาพูด
ให้ฟังก่อน อย่ารีบตัดสิน
มันต้องใช้ความกล้าและำลังมหาศาล
ที่ในที่สุดจะออกมาเล่าเรื่องที่เป็นแผลในใจ
ให้ใครสักคนฟัง ถ้าเค้าเลือกเล่าให้คุณฟัง
เค้ามีความเชื่อและความหวัง ที่จะได้รับ
ความเข้าใจ การโอบกอด แทนการโบยตีซ้ำ
ซึ่งแอดชอบที่คุณหมอแทนบอกมากๆว่า เราเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้เล่าได้โดยไม่ทำร้ายใคร

สุดท้ายนี้ แอดอยากบอกว่า
"คุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่นิดเดียว"
คุณ=เหยื่อทุกคน*
การถูกทำร้ายไม่ใช่เรื่องน่าอาย และคุณไม่ต้องแบกรับความรู้สึกผิดนั้นไว้ในใจอีกต่อไป บาดแผลนั้นเป็นหลักฐานของความโหดร้ายที่คนอื่นทำกับคุณ ไม่ใช่ความด่างพร้อยของคุณเอง คนที่ควรอายและไม่มีที่ยืนในสังคม
คือคนที่ทำร้ายคนอื่นต่างหาก
ขอให้รู้ไว้ว่าในมุมนี้ของเพจเรา มีพื้นที่ปลอดภัยและโอบกอดที่อบอุ่นพร้อมส่งไปให้คุณเสมอค่ะ 🤍

#ทรายสก็อต #การล่วงละเมิด #สิทธิในร่างกาย

จะเข้าหน้าฝนยังไม่มีกิจกรรมอะไร ไปจัดสวนกล่องกันค่า
17/05/2026

จะเข้าหน้าฝนยังไม่มีกิจกรรมอะไร ไปจัดสวนกล่องกันค่า

13/05/2026

เรื่องที่แอดอยากนำเสนอที่สุดอีกเรื่องเป็นเรื่องเพศศึกษา เราควรสอนเรื่องสิทธิในร่างกายของเราให้ลูกหลานได้เข้าใจ ว่าแม้จะเป็นคนในครอบครัวก็ไม่มีสิทธิทำแบบนี้กับเขาได้....

#สิทธิในร่างกาย
#การล่วงละเมิด

13/05/2026

สิทธิพื้นฐานของเด็ก

“สิทธิในการได้รับการคุ้มครองทั้งด้านทางกาย ทางใจ ทางเพศ และการใช้แรงงาน“

27/04/2026

สอบถามค่ะ
มีคนบอกว่า เลี้ยงเด็กเล็กก็เหมือนเลี้ยงลูกหมานั่นแหล่ะ
เลี้ยงหมาพันธุ์อะไรหรอคะ?

อันนี้ไม่ได้นะแม่ เลิกใช้ด่วนเด็กเล็กไม่สามารถควบคุมปริมาณไหลของนมจากขวดนมหรือบอกแม่ๆได้นะว่า มันเยอะไป ไหลเร็วไป จะสำลั...
21/04/2026

อันนี้ไม่ได้นะแม่ เลิกใช้ด่วน

เด็กเล็กไม่สามารถควบคุมปริมาณไหลของนมจากขวดนม
หรือบอกแม่ๆได้นะว่า มันเยอะไป ไหลเร็วไป จะสำลักแล้ว

ถ้าแม่เหนื่อย เมื่อย ใช้หมอนรองมือเป็นตัวทุ่นแรง
แต่แม่ต้องคอยให้เอง สังเกตอาการของน้องตลอดค่ะ
ถ้าไม่ไหวจริงๆ ใช้พ่อค่ะ!

ฉลาดซื้อ เผยผลสำรวจสินค้าอันตราย “หมอนสำหรับป้อนนมจากขวด” ที่สิงคโปร์เตือน ในไทยยังมีขายเกลื่อน เรียกร้องหน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งนำออกจากแพลตฟอร์ม

หน่วยงานด้านความปลอดภัยผู้บริโภคของสิงคโปร์เตือนให้ระวังอันตรายจากการใช้ “หมอนสำหรับป้อนนมจากขวด” ที่มีจำหน่ายในร้านออนไลน์ ฉลาดซื้อ พบในไทยยังมีขายเกลื่อนแพลตฟอร์ม เรียกร้องหน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งนำออก

วันนี้ 21 เมษายน 2569 จากกรณี สำนักงานความปลอดภัยสินค้า หรือ Consumer Product Safety Office ประเทศสิงคโปร์ เผยแพร่ข้อมูลเตือนให้ระวังอันตรายจากการใช้ “หมอนสำหรับป้อนนมจากขวด” ที่มีจำหน่ายในร้านออนไลน์ (https://www.straitstimes.com/singapore/spores-consumer-safety-watchdog-issues-safety-alert-over-baby-self-feeding-pillows?ref=search-results)

นางสาวทัศนีย์ แน่นอุดร รองผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และบรรณาธิการนิตยสารฉลาดซื้อ กล่าวต่อเรื่องนี้ว่า หลังจากที่เราได้ทราบข้อมูลว่า สำนักงานความปลอดภัยสินค้า หรือ Consumer Product Safety Office ประเทศสิงคโปร์ เผยแพร่ข้อมูลเตือนให้ระวังอันตรายจากการใช้ “หมอนสำหรับป้อนนมจากขวด” ที่มีจำหน่ายในร้านออนไลน์นั้น กองบรรณาธิการนิตยสารฉลาดซื้อ ได้สำรวจแพลตฟอร์มชอปปิ้งออนไลน์วันนี้ พบว่ายังมีสินค้าประเภทนี้อยู่เป็นจำนวนมาก โดยทำการเก็บข้อมูลวันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 13.45- 14.30 น. จาก แพลตฟอร์ม LAZADA จำนวน 5 ร้านค้า (ร้าน BHQ TOYS, Yearn, richwomantreasuechest, SKISOPGO, Zdandan) , Shopee จำนวน 5 ร้านค้า ( ร้าน Oldlaiben, Babylnd, BKD, บ้านนักเล่น, Berm Baby ), TikTok จำนวน 3 ร้านค้า ( ร้าน Jinsha Island Shop, Bloom & Bond, XK Fashion ) และ Website จำนวน 1 ร้านค้า ( LNW SHOP ชื่อร้าน dektoy ) รวมจำนวนที่จำหน่ายไปแล้วทั้งสิ้น 386,735 ชิ้น โดยพบการจำหน่ายที่ร้าน BHQ TOYS ในแพลตฟอร์ม Lazada จำหน่ายไปแล้วมากที่สุด จำนวน 184,000 ชิ้น

ซึ่งในขณะนี้ที่สิงคโปร์ แพลทฟอร์มที่มีการจำหน่ายสินค้าดังกล่าวอย่าง Shopee และ Lazada ได้นำสินค้าดังกล่าวออกจากหน้าร้านแล้ว หลังได้รับการแจ้งจากสำนักงานความปลอดภัยสินค้า หรือ Consumer Product Safety Office ได้ออกมาเตือนถึงอันตราย สำหรับในประเทศไทยยังพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าดังกล่าวอยู่ จึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแลแพลทฟอร์มชอบปิ้งออนไลน์ในประเทศไทยเร่งดำเนินการแจ้งเตือนและเร่งนำสินค้าดังกล่าวออกจากแพลตฟอร์ม หากผู้ปกครองท่านใดซื้อมาใช้อยู่ ก็ขอให้ระงับการใช้ไว้ก่อน เพราะผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอาจทำให้ทารกสำลักนมหรือหายใจไม่ออกได้ อุปกรณ์ดังกล่าวไม่ควรนำมาใช้ เนื่องจากเด็กทารกไม่สามารถควบคุมการไหลของน้ำนมจากขวดได้ บวกกับร่างกายยังไม่สามารถตอบสนองอย่างอัตโนมัติเมื่อเกิดการสำลัก และที่สำคัญเด็กไม่สามารถบอกได้เมื่อเกิดความผิดปกติ ยังไม่นับว่าการพลิกตัวของทารก ยังอาจทำให้ถูกหมอนกดทับหน้าจนหายใจไม่ออก และอาจจะเสียชีวิตได้

พบปัญหาร้องเรียนได้ที่: มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค 4/2 ซ.วัฒนโยธิน แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 02 248 3734 ถึง 37 อีเมล [email protected] วันเวลาทำการ: วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 09.00-17.00 น.

#เตือนภัย #อันตรายหมอนป้อนนม #หมอนสำหรับป้อนนมจากขวด #เด็กทารก #ฉลาดซื้อ #มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

ขออนุญาตแชร์ต่อจากเพจ @วนเวียนนาเพราะสรุปได้ครบและเข้าใจง่ายจริงๆค่ะคนที่ทำเป้าหมายเด็กได้แบบนี้คือชั่วมากๆ
21/04/2026

ขออนุญาตแชร์ต่อจากเพจ @วนเวียนนา
เพราะสรุปได้ครบและเข้าใจง่ายจริงๆค่ะ

คนที่ทำเป้าหมายเด็กได้แบบนี้คือชั่วมากๆ

⚠️ ข่าวดังและน่ากังวลที่สุดในออสเตรียตอนนี้ค่ะ

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัว แต่มันคือวิกฤตความปลอดภัยด้านอาหารที่สะเทือนขวัญที่สุดครั้งหนึ่งในยุโรปกลาง นุกค้นข้อมูลจากทางการออสเตรีย (AGES) และตำรวจมาอย่างละเอียด เพื่อสรุปให้เห็นภาพว่าอาชญากรรมครั้งนี้มีลำดับความเป็นมาอย่างไร และทำไมมันถึงน่ากลัวกว่าที่หลายคนคิด
----------

1. จุดเริ่มต้น: ความผิดปกติที่เชลฟ์ใน Burgenland

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา ลูกค้ารายหนึ่งในรัฐบวร์เกนลันด์ (Burgenland) ไม่ไกลจากเวียนนา พบความผิดปกติของขวดอาหารเด็ก ยี่ห้อ HiPP รส "แครอทผสมมันฝรั่ง" (Karotten mit Kartoffeln) คือพบว่าขวดมีร่องรอยการถูกเปิดมาก่อนและอาหารมีกลิ่นเหม็นผิดปกติหลังจากซื้อมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ต เลยแจ้งตำรวจทันที ผลการตรวจสอบเบื้องต้นในห้องแล็บทำเอาทุกคนช็อก เพราะมันคือ "Bromadiolone" หรือสารในกลุ่มยาเบื่อหนูที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulant) ซึ่งอันตรายถึงชีวิตสำหรับเด็กทารก
----------

2. ลำดับเหตุการณ์: จาก "อุบัติเหตุ" สู่ "การกรรโชกทรัพย์"

ตอนแรกหลายคนสงสัยว่าเป็นความผิดพลาดในโรงงานหรือเปล่า แต่ทาง HiPP และตำรวจแถลงชัดเจนว่าไม่ใช่ เพราะนี่คือการจงใจปลอมปนสินค้า (Product Tampering) โดยมีลำดับดังนี้

▪️ ตำรวจได้รับอีเมลกรรโชกทรัพย์จากอาชญากร เรียกร้องเงินจำนวนมหาศาล แลกกับการไม่วางยาในอาหารเด็กเพิ่มเติม

▪️ อาชญากรไม่ได้แค่ขู่ แต่ได้แสดงให้เห็นว่าทำจริง ด้วยการปนเปื้อนสินค้าในร้านค้าหลายแห่ง ทั้งในออสเตรีย (รัฐ Burgenland) ลามไปถึงสาธารณรัฐเช็กและสโลวาเกีย ตำรวจ Burgenland ระบุว่าได้รับแจ้งเบาะแสเบื้องต้นมาจากการสืบสวนในเยอรมนี
----------

3. "สติกเกอร์วงกลมแดง" ลายเซ็นของอาชญากร

สิ่งที่ทำให้น่าขนลุกที่สุดคือวิธีที่เขาใช้คุกคามแบรนด์ อาชญากรจะติด "สติกเกอร์สีขาวที่มีรูปวงกลมสีแดง" ไว้ที่ก้นขวดของขวดที่ถูกวางยา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ยืนยันกับบริษัทว่า "ฉันเข้าไปจัดการสินค้าของคุณถึงในห้างแล้วนะ" นี่คือการทำลายความเชื่อมั่นที่รุนแรงที่สุด เพราะมันแปลว่าระบบ Security ของห้างสรรพสินค้าถูกเจาะทะลุได้โดยคนธรรมดาที่แฝงตัวเป็นลูกค้า
----------

4. มาตรการ Recall: เมื่อความปลอดภัยไม่มีข้อยกเว้น

ข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารของออสเตรีย (AGES) และ HiPP ระบุมาตรการเร่งด่วนที่ผู้บริโภคทุกคนต้องทราบดังนี้ค่ะ:

🔸️ ผลิตภัณฑ์ที่ต้องเฝ้าระวัง: HiPP รส "แครอทผสมมันฝรั่ง" (Karotten mit Kartoffeln) ขนาด 190 กรัม (บรรจุกระปุกแก้ว)

🔸️ ความน่ากลัวของเคสนี้คือ "ไม่มีเลขล็อตที่ปลอดภัย" ค่ะ เนื่องจากเป็นอาชญากรรมที่จงใจปนเปื้อนที่หน้าเชลฟ์สินค้า (Product Tampering) อาชญากรอาจสุ่มเลือกขวดไหนก็ได้

🔸️ ด้วยเหตุนี้ ทาง HiPP และห้างกลุ่ม SPAR (รวมถึง Eurospar, Interspar และ Maximarkt) จึงสั่งเรียกคืนผลิตภัณฑ์รสชาตินี้ "ทุกล็อต" โดยไม่จำกัดวันหมดอายุ เพื่อตัดความเสี่ยง 100%

คำแนะนำสำหรับคุณ: หากคุณมีผลิตภัณฑ์รสชาติดังกล่าวอยู่ในมือ ไม่ว่าจะซื้อมาเมื่อไหร่หรือวันหมดอายุใด "กรุณาระงับการใช้งานทันที" และสามารถนำสินค้าไปคืนที่ห้าง SPAR ได้ทุกสาขาในออสเตรียเพื่อรับเงินคืนเต็มจำนวน โดย "ไม่ต้องใช้ใบเสร็จ"ค่ะ
----------

5. วิเคราะห์ความเปราะบาง ทำไม "ขวดโหลแก้ว" ถึงเป็นเป้าหมาย

ในเชิง Logic อยากเน้นย้ำจุดนี้มากค่ะว่า Packaging ไม่ได้กันคนชั่วได้ 100% และนี่คือการโจมตี "จุดที่เปราะบางที่สุดของระบบค้าปลีก" (Point of Sale Vulnerability) นุกจะลองวิเคราะห์ให้ฟังว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้นกับอะไรก็ได้ และทำไม "ขวดโหลแก้ว" ถึงเป็นเป้าหมายหลักของอาชญากรพวกนี้

▪️️ ผู้บริโภคมักจะเชื่อใจสินค้าที่มีฝาล็อกสุญญากาศ (Vacuum Seal) โดยอัตโนมัติ เราคิดว่าถ้าฝาปิดอยู่คือปลอดภัย แต่ในความเป็นจริงฝาพวกนี้เปิดง่ายมากค่ะ เพราะแค่ใช้แรงบิดเพียงนิดเดียว (หรือใช้อุปกรณ์ช่วยบิดไม่ให้มีรอย) สุญญากาศก็หลุดแล้ว และการปิดกลับเข้าไปให้ดูเหมือนเดิมก็ทำได้ไม่ยากถ้าลูกค้าไม่สังเกตปุ่มนิรภัย (Safety Button) บนฝา

▪️ สินค้าที่เอาไว้กินทันที (Ready-to-Eat) คือเป้าหมายค่ะ นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องเป็นอาหารเด็ก หรืออาจจะเป็นแยม ซอสพาสต้า หรือวิตามินก็ได้ เพราะสินค้าเหล่านี้ไม่ต้องผ่านความร้อนสูงก่อนกิน ถ้าเป็นเส้นพาสต้าดิบ หรือเนื้อสัตว์ที่ต้องเอาไปต้ม/ผัด ความร้อนอาจจะทำลายสารพิษบางอย่างได้ แต่ถ้าเป็นอาหารเด็กหรือเป็นแยม คือเปิดฝาแล้วตักเข้าปากเลย นี่คือจุดที่อาชญากรใช้สร้างความตายหรืออาการบาดเจ็บได้เร็วที่สุด

▪️ คนชั่วไม่ได้เลือกแบรนด์ที่เขาเกลียด แต่เขาเลือกแบรนด์ที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงค่ะ ยิ่งแบรนด์ดัง ยิ่งมีสาขาเยอะ ยิ่งสร้างความตื่นตระหนกได้กว้าง ยิ่งความตื่นตระหนกสูง อำนาจต่อรองในการเรียกเงินก็ยิ่งสูงตาม วันนี้คืออาหารเด็ก (ที่กระทบความรู้สึกคนทั้งโลก) วันหน้าอาจจะเป็นน้ำดื่ม น้ำผลไม้ หรือแม้แต่ครีมทาหน้าก็ได้ ใครจะรู้

ดังนั้นก่อนที่เราจะซื้ออาหารขวดสำเร็จรูปต้องสังเกตสิ่งต่อไปนี้

🔸️ เมื่ออาชญากรแอบเปิดฝาเพื่อใส่สารพิษก่อนจะถึงมือเรา สุญญากาศภายในขวดจะหายไปทันที (Vacuum Destruction)

🔸️ ก่อนหยิบขวดจากชั้นวาง ให้สังเกตปุ่มตรงกลางฝา (Safety Button) ถ้าปุ่มนี้ "นูน" ขึ้นมา แสดงว่า seal สุญญากาศหลุดแล้ว ห้ามเปิดใช้เด็ดขาด

🔸️ ตอนเปิดขวดครั้งแรก ต้องมีเสียง "แป๊ก" ที่แน่นและชัดเจนเท่านั้น ถ้าเปิดแล้วเงียบ หรือฝาหมุนออกง่ายเกินไป ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่ามีการปนเปื้อน

🔸️ ไม่มีรอยแงะ รอยขีด หรือสติกเกอร์แปลกปลอมที่ฝาหรือก้นขวด

🔸️ ถ้าเปิดแล้วพบกลิ่นผิดปกติ ให้หยุดทันที

🔸️ นอกจากนี้ ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกซื้อสินค้าที่มี "พลาสติกหุ้มคอขวด" (Shrink Band) หรือ "สติกเกอร์รอยต่อ" เพิ่มขึ้นอีกชั้น เพราะมันคือปราการที่อาชญากรทำลายได้ยากกว่าแค่ฝาหมุนเปล่าๆ นะคะ
----------

🔻 บทสรุปจากวนเวียนนา:

วิกฤตครั้งนี้เตือนให้เราเห็นว่า "ความประมาท" บนชั้นวางสินค้าอาจกลายเป็นอาวุธร้ายแรงได้ สำหรับคุณแม่ที่ซื้อสินค้าไปแล้ว นุกแนะนำให้ตรวจสอบก้นขวดและฝาอย่างละเอียดตามวิธีที่บอกข้างต้น และติดตามประกาศ จากทางการอย่างใกล้ชิดค่ะ

ถ้าใครสัมผัสอาหารที่สงสัยว่าปนเปื้อน ให้ล้างมือทันที อย่านำไปใกล้อาหารอื่น แนะนำใส่ถุงมือก่อนจัดการ

แต่ถ้ามีเด็กบริโภคไปแล้ว ให้พาพบแพทย์ทันที ไม่ต้องรอให้มีอาการนะคะ

ด้วยความห่วงใยจากเวียนนา
นุก (วนเวียนนา - Von Wien)

ช่วงนี้มีแต่เรื่องเครียด แอดขอนำวิธีแก้เครียดมาฝากค่ะในวันที่หันไปทางไหนก็เจอแต่ข่าวชวนปวดหัว ทั้งราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นไ...
09/04/2026

ช่วงนี้มีแต่เรื่องเครียด แอดขอนำวิธีแก้เครียดมาฝากค่ะ

ในวันที่หันไปทางไหนก็เจอแต่ข่าวชวนปวดหัว ทั้งราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นไม่หยุด หรือข่าวการจำกัดการเติมน้ำมันที่ทำให้เราต้องวางแผนชีวิตกันจลาจล แอดเข้าใจเลยค่ะว่าสภาวะแบบนี้มันทำให้ "ใจสั่น" และ "เครียดสะสม" โดยที่เราไม่รู้ตัว

วันนี้เลยอยากชวนทุกคนมาทำ Grounding เพื่อกู้คืนสติและลดฮอร์โมนความเครียดกันค่ะ

🧠 ชวนมาทำ Grounding ในวันที่ชีวิตมีแต่เรื่องเครียด หันไปทางไหนก็มีแต่ข่าวที่ชวนปวดกบาล
เวลาที่เราเจอข่าวร้ายหรือสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ ร่างกายจะหลั่ง คอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนความเครียดออกมา เพื่อเตรียมตัวให้เรา "สู้หรือหนี" แต่ในชีวิตจริงเราหนีราคาน้ำมันไม่ได้ และสู้กับคิวรถยาวๆ ไม่ไหว ผลที่ตามมาคือความรู้สึกอึดอัด แน่นหน้าอก หรือสมองเบลอ (Brain Fog)

Grounding คือเทคนิคทางจิตวิทยาที่ช่วย "ดึง" ความสนใจของเราออกจากความคิดที่ฟุ้งซ่าน กลับมาอยู่กับปัจจุบันและร่างกายของตัวเอง เพื่อส่งสัญญาณบอกสมองว่า "ตอนนี้เรายังปลอดภัยนะ"

🧘‍♀️ เทคนิค 5-4-3-2-1 Grounding: ทำได้ทุกที่ แม้จะติดแหง็กอยู่ในปั๊ม!
หากเริ่มรู้สึกว่าความเครียดพุ่งปรี๊ด ให้หยุดทุกอย่าง (รวมถึงหยุดไถฟีดข่าวสักพัก) แล้วลองทำตามนี้ดูค่ะ:

5 (Sight) - มอง: มองหาสิ่งของรอบตัว 5 อย่าง (เช่น ป้ายราคา, พวงมาลัยรถ, ต้นไม้ข้างทาง, ท้องฟ้า, กระจกมองหลัง)

4 (Touch) - สัมผัส: รู้สึกถึงสิ่งของ 4 อย่าง (ความเย็นของพวงมาลัย, เนื้อผ้าของเสื้อที่ใส่, ความแข็งของเบาะรถ, สัมผัสของลมแอร์ที่โดนผิว)

3 (Hear) - ฟัง: ฟังเสียง 3 อย่าง (เสียงเครื่องยนต์คันข้างๆ, เสียงแอร์ในรถ, เสียงลมหายใจของตัวเอง)

2 (Smell) - ดม: กลิ่น 2 อย่าง (กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศ, กลิ่นมัทฉะหรือกาแฟในแก้ว)

1 (Taste) - รับรส: รับรสชาติ 1 อย่าง (รสชาติของน้ำเปล่า หรือลูกอมที่ทานอยู่)

✨ Extra Tips: รีเซ็ตแบบคูณสอง
จิบ L-Theanine: สารสกัดจากธรรมชาติใน มัทฉะ หรือชาเขียว มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มคลื่นสมองอัลฟ่า (Alpha−waves) ทำให้เกิดความผ่อนคลายแต่ยังคงความตื่นตัว ช่วยลดการทำงานของคอร์ติซอลได้ดีมากค่ะ

Box Breathing: หายใจเข้า 4 วินาที — กลั้น 4 — ออก 4 — กลั้น 4 การหายใจแบบนี้จะช่วยสยบอาการใจสั่นได้ในเวลาไม่ถึงนาที

📚 แหล่งอ้างอิงและข้อมูลสนับสนุน (References)
Cleveland Clinic: บทความเรื่อง Grounding Techniques to Help with Panic Attacks and Anxiety อธิบายประสิทธิภาพของการใช้ประสาทสัมผัสเพื่อลดความวิตกกังวล

Harvard Health Publishing: ข้อมูลเรื่อง L-Theanine ในชาเขียวกับการลดระดับความเครียดในสภาวะบีบคั้น

Healthline: เทคนิคการหายใจเพื่อปรับสมดุลระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System)

Journal of Physiological Anthropology: การศึกษาเรื่องการใช้ธรรมชาติบำบัดและการฝึกสมาธิสั้นๆ เพื่อลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล

แอดอยากบอกว่า... ถึงเราจะเปลี่ยนราคาน้ำมันไม่ได้ แต่เราเปลี่ยน "สภาวะจิตใจ" ของเราได้นะคะ ลองทำ Grounding ดู แล้วจะพบว่าโลกที่วุ่นวายมันนิ่งลงได้จริงๆ ค่ะ

📍 ใครลองทำแล้วรู้สึกยังไง หรือมีวิธีแก้เครียดฉบับตัวเองแบบไหนบ้าง คอมเมนต์แชร์ให้เพื่อนๆ (และแอด) ฟังหน่อยนะคะ เราจะผ่านช่วงนี้ไปด้วยกันค่ะ! 👇

#วิธีลดความเครียด #สุขภาพจิต #สติรับมือข่าวร้าย #คอร์ติซอล #แอดมินสายเฮลตี้

แชร์ประสบการณ์การคลอดลูกธรรมชาติแบบไม่กรีดน้องไม่บล็อกหลังที่อเมริกา หมอบอกว่า ถ้าปากมดลูกไม่ขยายเพิ่มอีก1-2ชม. อาจจะต้อ...
29/03/2026

แชร์ประสบการณ์การคลอดลูกธรรมชาติแบบไม่กรีดน้องไม่บล็อกหลังที่อเมริกา

หมอบอกว่า ถ้าปากมดลูกไม่ขยายเพิ่มอีก1-2ชม. อาจจะต้องผ่าน้องออกแล้ว หมอพูดจบ หันไปมองหน้าสามี ในใจเริ่มกังวล สามีพยายามไม่เครียดให้เราเห็น แต่รู้เลยว่า
หลังหมอพูดจบบรรยากาศเปลี่ยน
ตอนนั้นเราพยายามยิ้มสู้ คิดในใจว่า จะวิธีไหนก็มาเถอะ
ขอให้น้องปลอดภัย

ก่อนหน้านี้เราไม่เคยมีการเจ็บเตือนเลย สงสัยในใจตลอด ว่าเจ็บเตือนเป็นยังไง จนกระทั่งdue date พรุ่งนี้ มีนัดตรวจกับหมอ แล้วจะคุยกันเรื่องกระตุ้นคลอดถ้าอีกอาทิตย์ยังไม่มีท่าทีจะออก เจ็บถี่ๆติดกันทั้งคืนแต่มันเป็นเจ็บที่ทนได้ ตอนเช้าไปตรวจ ปากมดลูกเปิด 3 เซ็นแล้ว หมอเลยให้ไปรพ.ที่เลือกจะคลอดได้เลย

แพลนของเราคือ คลอดธรรมชาติ100% ไม่ใช้ยา
ไม่บล็อคหลัง

ไปถึงรพ. ก่อนจะเช็คปากมดลูก พยาบาลบอก ถ้ายังไม่ขยายเพิ่มต้องไปรอที่บ้านนะ สรุป แค่ 15 นาทีปากมดลูกขยายจาก 3 cm เป็น 5 cm ตอนนี้สิบโมงนิดๆ ค่อนข้างมั่นใจว่าวันนี้มาแน่ ส่งข้อความบอก birth doula ให้ตามมาที่รพ.เลย ( เรามี birth doula กับ postpatrum doula ซึ่งอยากแนะนำแม่ๆเลยว่า ถ้าไม่มี birth doula คนนี้ การคลอดลูกอาจไม่ได้มีประสบการณ์ที่ดีแบบนี้ก็ได้ เพราะ เค้าอยู่กับเราตลอด เทคนิคต่างๆที่ใช้รับมือกับความเจ็บปวด ก็ได้doula นี่แหล่ะ คอยช่วย เดี๋ยวขอมาเล่าเรื่องนี้แยก สำหรับคนที่สนใจ)

เปลี่ยนชุด ย้ายเข้าห้องรอคลอด อุปกรณ์ในห้องครบครัน เริ่มเจ็บมากขึ้น ก็ทำทุกอย่างที่คิดว่าจะช่วย นั่งลูกบอล เดินไปมา ดื่มน้ำเยอะๆ ไปนอนแช่น้ำ ผ่านไป 4 ชั่วโมง ปากมดลูกขยายมา 1 cm ตอนนี้มา6cmละ เค้าบอกว่าให้ relax ก็นอนดูหนัง สั่งอาหารมากิน ปากมดลูกไม่ขยาย แต่ท้องเจ็บขึ้นเรื่อยๆ และฉี่บ่อยมาก
บางจังหวะ เจ็บท้องพร้อมปวดฉี่พร้อมอยากอ้วกมาเป็นเซ็ท โดยไม่รู้เลยจะเลือกอันไหนก่อน

ความเจ็บที่ตอนแรกคิดว่าทนได้ จะไม่ใช้ยาเลย มันเริ่มเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ น้ำคร่ำยังไม่แตก ปากมดลูกไม่ขยายเพิ่มจนตี2 มันไม่ไหวแล้วมันเกิน 24ชั่วโมงที่อดทนมา เพราะเจ็บท้องไม่ได้นอนตั้งแต่เที่ยงคืนของเมื่อวาน คิดว่า ถ้าเป็นแบบนี้ลูกมาไม่มีแรงเบ่งแน่ พร้อมกับความปวดที่มันแบบเริ่มถาโถม เลยขอตัวช่วย ขอฉีดยาชาบล็อคหลัง หมอถามอยากลองแก๊สหัวเราะมั้ย ลองถามข้อเสียแล้วไม่กระทบกับลูกก็ลอง แต่มันไม่ถูกกับเรา ไม่รู้สึกอะไร เค้าบอกงั้นลองดม deep ขึ้น นานขึ้น สรุป อ้วกแตก อีฉห
ท้องก็ปวดหนักขึ้นเรื่อยๆ จนหมอบล็อคหลังว่าง มาฉีดยาบล็อคหลังให้ต่อ เอาตรงๆตอนนั้นไม่เจ็บเลยนะ เพราะเจ็บท้องชนะขาด

*** เนื่องจากตามแพลนเราไม่ใช้ยา แจ้งเจ้าหน้าที่ทุกคนไว้ เราเปลี่ยนใจได้ตลอด แต่หมอศัลย์ฉีดยา จะมาหาเราตอนเค้าว่างนะ ไม่ได้บอกปุ๊บมาปั๊บ หรือบางทีอาจไม่ได้ฉีดขึ้นอยู่กับหมอประเมินตอนนั้นด้วย

เราบล็อคหลังแบบ 50% เจ็บน้อยลง แต่ยังเจ็บแบบทนได้
ก็คิดในใจ ไม่ฉีดตั้งแต่มาล่ะ ทนแทบตายอ่ะสาว
พร้อมกันนั้นเราเลือกเจาะน้ำคร่ำกับเร่งคลอดโดยใช้ piotin ตอนเจาะความรู้สึกเหมือนโดนเจาะลูกโป่ง น้ำไหลหลาก เสียดายไม่เห็นอยากเห็นว่าเหมือนในละครมั้ย แต่มันไม่ได้แตกแล้วจบ มันไหลโพล๊ะ แล้วก็ยังมีไหลออกมาเรื่อยๆอยู่ ตอนนี้มาทุกทางเหลือแค่รอปากมดลูกขยาย จนตี4
หมอบอก หลับรอเถอะ
ใช้คำว่าหลับรอ แต่พยาบาลกับหมอเดินเช็คตลอด
คนที่หลับรอคือพ่อมันค่าาาา

ประมาณ 7โมงเช้า คุณหมอปรึกษาเรากับสามีว่า หากปากมดลูกไม่ขยายในอีก 1 ชม. ถัดมาเราต้องผ่าคลอดนะ
เราโอเคมั้ย ซึ่งตอนนั้นเราไม่โอเคเลย เพราะเราอยากคลอดธรรมชาติ ทั้งเรื่องประโยชน์ของลูกและการฟื้นตัวของแม่ ที่สำคัญ ถ้าจะผ่า ชั้นทนเจ็บปวดมาจะ 2 วันละน๊าาาาาา
หมอบอกให้เวลา 1 ชั่วโมง
มาดูกันว่าเป็นยังไงค่อยตัดสินใจกันอีกทีเพื่อความปลอดภัยของแม่และลูก

สรุปอีก1ชั่วโมงต่อมา ปากมดลูกขยายจาก 6CM เป็น 10 CM ใช้เวลาเบ่งคลอดไป1 ชั่วโมงครึ่ง
ตอนที่ฝึก ฝึกหายใจแค่ตอนเจ็บท้องคลอด ไม่ได้ฝึกหายใจตอนคลอดมา ตอนฟังหมอ ช่วงแรก เข้าใจผิดจากสมองที่เหลือน้อยนิด ที่เค้าบอกเหมือนเบ่งอึ ใช่เลย แต่ต้องกลั้นหายใจให้สุดด้วย

จากการที่ดูคลิปแม่ๆไปคลอด 99.99%ตื่นมาถ่ายรูปสวย พร้อมวันถัดมาผอมเล๊ย
ภาพในหัวตอนตัวเองคลอดก็คิดว่า…มันคงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่
ซึ่งความเป็นจริงที่เจอนั้น จากหน้ามือเป็นฝ่าเท้าเลยค่า คลอดเสร็จลูกมาวางตรงอก
ด้านล่างหมอยังเย็บน้องอยู่ เห็นหน้าลูกก็งงๆ ไอ้เจ้าก้อนนี้หรอ ที่อยู่ในท้องมา
พยายามskin to skin ให้ลูกดูดนม น้ำนมออกมาได้แปปนึง แม่อยากอ้วก
อ้วกพุ่งแล้วหลับไปเลย ความจำแบบสติเลือนลาง
ที่แพลนไว้จะใช้golden hour กับลูก ถ่ายรูปงามๆ
ไม่มีจ้า แถมไม่มีสติด้วย
ตื่นมาอีกทีสภาพดูไม่ได้ เหมือนผ่านศึกแถมอ้วกบางส่วนยังเลอะผมอีก
ไม่ได้ใกล้เคียงกับที่เคยดูรูปของชาวบ้านเค้ามาเลย
สามีบอกว่า เราตกเลือด แบบเลือดออกเยอะมาก
หมอพยาบาลคือเร่งมือกันมาก
ตอนนั้นเค้ากลัวมาก ไม่เอาแล้ว มีคนเดียวพอ

และอีกอย่างที่เจ็บปวดมากเช่นกัน คือฉี่แรกหลังคลอด
ที่เค้าพยายามให้เดินไปฉี่เลย
ฉี่พร้อมพยาบาลช่วย2คน ไม่เคยคิดเหมือนกันการเบ่งฉี่นี่มันทรมานขนาดนี้
ผ่านไปได้ทุกอย่างก็ย้ายไปอยู่ห้องพักฟื้น ซึ่งคิดว่าการคลอดลูกมันคือทุกอย่าง จบปึ้ง
Happy ไม่ใช่จ้า นี่คือแค่จุดเริ่มต้น ของจริงน่ะ หลังจากนี้ต่างหาก!!!!!!
ปล. สำหรับเรา อึแรกหลังคลอดคือนรกมาก เหมือนกลับไปคลอดอีก

***ขอเกริ่นย้อนไปนิดนึงว่า การคลอดที่อเมริกานี่ประสบการณ์ขึ้นอยู่แต่ละรัฐ รูปแบบการคลอด ประกันที่ใช้ ไปจนถึงรพ.ที่เลือกเลยค่ะ ที่นี่เลือกได้จะคลอดกับหมอ / midwife คลอดรพ. / birth center คลอดที่บ้าน อยู่ที่ความชอบความสะดวกของแต่ละครอบครัวเลยค่ะ
เพราะฉะนั้นที่แชร์ทั้งหมดนี้คือประสบการณ์ส่วนตัวของเรานะคะ

***ก่อนคลอด คุณหมอจะมีให้ทำ Birth preference เอาไว้ให้สามีถือยื่นให้พยาบาลวันคลอด มันเป็นแพลนที่เราตั้งใจไว้ ว่าอยากคลอดแบบไหน อยากให้มีใครบ้าง อยากใช้ยามั้ย ท่าคลอดเป็นยังไง ตอนลูกเกิดแล้วอยากให้ทำแบบไหน บลาบลา ซึ่งตอนที่เราเจ็บท้องสติอาจไม่ครบ การมีแพลนไว้ มันช่วยได้เยอะ
แต่…. ทุกอย่างมันอาจไม่ได้เป็นตามที่เราตั้งใจ 100% ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความปลอดภัยของแม่และเด็กขณะนั้น ซึ่งหมอจะพยายามทำให้ตรงตามความต้องการของเรามากที่สุดค่ะ***

***ก่อนคลอด เราได้ยินมาว่ารพ.ที่เมกาดูแลไม่ค่อยดี แล้วแบบคลอดปุ๊บรีบไล่ให้กลับบ้านปั๊บ แต่ของเราดีมาก
ทั้งทีมคลอด ทีมดูแลผู้ป่วยพักฟื้น จริงๆดีตั้งแต่หมอฝากครรภ์ก็คือหมอประจำตัวเราเลย หมอประจำตัวเราแวะลงมาเยี่ยมด้วย ห้องพักฟื้นกว้างมาก อาหารบุฟเฟ่ต์ตื่นมากินสเต็กแซลมอนเลย ไม่พอก็สั่งเพิ่มไม่อั้น น้ำ เครื่องดื่ม คือคลอดเสร็จหิวเลย มื้อแรกกินแบบเหมือนคนตายอดตายอยาก เจ็บแต่ตะกละ 5555555555 แล้วเค้าให้อยู่จนมั่นใจว่าแผลหายดี ดูแลตัวเองและลูกได้ถึงปล่อยกลับนะ ไม่เร่งเลย เราอยู่ไป 4 วัน ที่ออกจากรพ.เพราะห่วงลูกคนโต (ลูกหมา)

มีใครชอบกินไข่ต้ม จิ้มมัทฉะกับเกลือบ้าง!!!!!!
16/03/2026

มีใครชอบกินไข่ต้ม จิ้มมัทฉะกับเกลือบ้าง!!!!!!

ที่อยู่

Thong Lo
Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 18:00
อังคาร 10:00 - 18:00
พุธ 10:00 - 18:00
พฤหัสบดี 10:00 - 18:00
ศุกร์ 10:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66910212124

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MinutevideosThailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง MinutevideosThailand:

แชร์