19/05/2026
ทำไมคนถึงให้ความสนใจกรณี คุณทราย สก็อตมากขนาดนี้
เพราะมันคืดเรื่องที่ใกล้ตัวที่หลายคนเผชิญ
แต่ไม่มีใครกล้าออกมาพูด
คุณทรายคือตัวแทนเหยื่อทุกคน
ที่น่าใจหายคือ มันเยอะมากๆ
และส่วนมากโดนกระทำจากคนใกล้ตัว
คำถามต่อมา ทำไมไม่ออกมาพูด?
หลายคนเจอตั้งแต่ยังเด็ก ไม่รู้เรื่องราวด้วยซ้ำ
โตมาเพิ่งเข้าใจ
หรือโดนขู่บ้าง เด็กสมองยังไม่พัฒนาเท่าผู้ใหญ่
มีวิธีการรับมือที่ต่างกันออกไป
คนชั่วส่วนใหญ่รู้จุดอ่อนนี้ดี
หลายคนคือผู้กุมอำนาจของบ้าน
พูดออกไปอาจไม่ได้แค่กระทบตัวเอง
เพจเราเคยเปิดรับเรื่องราวจากทางบ้าน เชื่อมั้ยคะว่า
อ่านแต่ละเรื่อง มันดาร์คจนน้ำตาไหล
แล้วเราถามททีมกันต่อ เราจะทำยังไง
ส่งเรื่องต่อให้ใครได้บ้าง
บางเรื่องมันนานมาหลายปีมากแล้ว
แต่บาดแผลทางใจเหล่านี้ มันไม่เคยหายไป
เราคิดว่าเหยื่อก็คงคิดเหมือนกัน
ว่าทำยังไงต่อ จะปรึกษาใครได้บ้าง
แล้วถ้าคนที่บ้านไม่ใช่safe zone ล่ะ
ไปแจ้งตำรวจลูกตาสีตาสาเค้าจะสนใจมั้ย
แจ้งไปไม่ทำอะไร ไอ้คนชั่วมันรู้
มันจะกลับมาทำร้ายเหยื่ออีกมั้ย
คำถามร้อยแปดมากมายที่วนเวียนไปไม่รู้จบ
คำถามถัดมาคือหลักฐาน
หลายคนโดนตอนเด็ก ตอนนั้นมันไม่มีหลักฐาน
คำพูดเด็กใครจะเชื่อ
หลายเรื่องที่ส่งมา พูดเป็นเสียงเดียวกัน
แค่พูดว่าเด็กสร้างเรื่องโกหก ใจแตกบ้างล่ะ
ทุกคนพร้อมจะเชื่อ บางเคสโดนทำร้ายซ้ำ
บางเคสโดนไล่ออกจากบ้านก็มี
แล้วถ้าเคสคุณทรายไม่มีคลิปหลักฐานล่ะ?
สังคมจะโบยตีเค้าต่อแค่ไหน
เค้าจะกลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะที่ไม่มีที่ยืนในสังคมทันที
เหมือนหลายๆเคส
เคสนี้คือเคสตัวอย่าง ที่ฝ่ายผู้กระทำมีความน่าเชื่อถือ
มีคนมีชื่อเสียงมากมายพร้อมปกป้อง
ถ้ามันจบแค่ตรงที่คลิปผู้กระทำออกมาชี้แจง
จำได้มั้ยว่าวันนั้นมีคนมากมายพร้อมจะเชื่อ
และโบยตีเหยื่อด้วยถ้อยคำซ้ำเติม
ให้เหยื่อกลายเป็นคนป่วยหรือเด็กเลี้ยงแกะ
ความโชคดีของคุณทราย คือมีคลิป
แต่เหยื่อหลายคนไม่มี พร้อมไม่มีเงินทอง
ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีใครเลย
เคสคุณทรายเลยเป็นกระบอกเสียงให้เหยื่อมากมายที่ไม่มีโอกาสพูดและรอดูว่า สังคม กฎหมาย
จะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง
ใช้เคสคุณทรายเพื่อเป็นตัวอย่าง
ในการยกระดับความรู้เรื่องการข่มขืน
การใช้ความรุนแรงในครอบครัว
ถึงเวลาที่ต้องยกระดับเรื่องเพศศึกษา
ให้เด็กแบบที่คุณติช่าเคยพูด
เพศศึกษาไม่ได้สนับสนุนให้เด็กมีเพศสัมพันธ์ มันคือการเรียนรู้ ป้องกัน เริ่มจากสิทธิในร่างกายเราเริ่มตั้งแต่เด็ก 2-3ขวบเริ่มได้แล้ว เริ่มสอนเรื่องของสงวน ให้มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย
ให้รู้จักชื่อเรียก จู๋ หรือ จิ๋มของหนู ใครก็ตามห้ามแตะ
ถ้าแตะแล้วไปหาใครได้บ้าง
แล้วสิ่งที่สังคมกำลังเรียนรู้คือ ถ้าเหยื่อออกมาพูด
ให้ฟังก่อน อย่ารีบตัดสิน
มันต้องใช้ความกล้าและำลังมหาศาล
ที่ในที่สุดจะออกมาเล่าเรื่องที่เป็นแผลในใจ
ให้ใครสักคนฟัง ถ้าเค้าเลือกเล่าให้คุณฟัง
เค้ามีความเชื่อและความหวัง ที่จะได้รับ
ความเข้าใจ การโอบกอด แทนการโบยตีซ้ำ
ซึ่งแอดชอบที่คุณหมอแทนบอกมากๆว่า เราเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้เล่าได้โดยไม่ทำร้ายใคร
สุดท้ายนี้ แอดอยากบอกว่า
"คุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่นิดเดียว"
คุณ=เหยื่อทุกคน*
การถูกทำร้ายไม่ใช่เรื่องน่าอาย และคุณไม่ต้องแบกรับความรู้สึกผิดนั้นไว้ในใจอีกต่อไป บาดแผลนั้นเป็นหลักฐานของความโหดร้ายที่คนอื่นทำกับคุณ ไม่ใช่ความด่างพร้อยของคุณเอง คนที่ควรอายและไม่มีที่ยืนในสังคม
คือคนที่ทำร้ายคนอื่นต่างหาก
ขอให้รู้ไว้ว่าในมุมนี้ของเพจเรา มีพื้นที่ปลอดภัยและโอบกอดที่อบอุ่นพร้อมส่งไปให้คุณเสมอค่ะ 🤍
#ทรายสก็อต #การล่วงละเมิด #สิทธิในร่างกาย