11/12/2013
ห่างหายไปซะนาน เพราะว่าไม่รู้จะมาคุยเรื่องอะไรให้ฟัง
แต่วันนี้ วันที่กลับมาจาก "การเดินทาง"
ก็มีเรื่องราวมากมายอย่างจะแชร์ให้คนที่อยู่ในส่วนอื่นของประเทศได้รับฟัง
ขอตั้งชื่อเรื่องว่า เดินทางที่ผิดคาด...(สำหรับผมแล้ว การเดินทางมักมีทั้งผิดหวังและสมหวัง ต่างจากการท่องเที่ยวที่มักจะพบแต่ความสะดวกสบาย)
เรื่องมีอยู่ว่า...............
พวกเรา(นักศึกษาธรรมศาสตร์)ได้เคยไปทำค่าย(สร้างโรงอาหารให้กับเด็กๆโรงเรียนบ้านเกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง) ซึ่งการไปครั้งนั้นก็สร้างความประทับใจมากมายให้กับแอดมิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวคิด วิถีชีวิต วัฒนธรรมต่างๆ ความเป็นเด็กกับความเป็นผู้ใหญ่ผสมคละเคล้ากันได้อย่างลงตัว (หมายความว่า เวลาที่ควรเป็นเด็กก็จะเป็นเด็ก เวลาที่ควรเป็นผู้ใหญ่ก็จะสวมบทของความเป็นผู้ใหญ่ เรียกง่ายๆว่า ทำตัวใด้เหมาะสมถูกกาลเทศะ ว่างั้นเถอะ ^___^) เมื่อโรงอาหารเสร็จ เด็กๆที่นั้นและคนบนเกาะ ต่างก็รู้สึกดีใจ แม้แต่ตัวนักศึกษาที่ไปทำค่ายทุกคนก็ดีใจมาก (ลองคิดตามดูเอาเองเถอะว่าพวกเราใช้ความพยายามแค่ไหน แบกโรงอาหารขนาด 4 คูณ 2 ห้อง หนึ่งชั้น จากธรรมศาสตร์ ใส่รถหกล้อไป ต่อด้วยรถไฟ ถึงกันตัง ก็ต่อหกล้ออีก ไปถึงท่าเรือขนขึ้นเรืออีก จบลงด้วยการขนขึ้นรถกระบะ เอาไปวางไว้บนเกาะ)
ปีนี้พวกเราได้มีโอกาสไปเยียมเยื่อนคนที่โน้น รวมทั้งไปรือฟื้นความทรงจำที่ไม่เคยจางหาย ให้กลับมาแจ่มใสในมโนภาพมากกว่าเดิม กลับไปครั้งนี้ กลิ่นอายของความอบอุ่นยังคงไม่น้อยกว่าเดิม อบอุ่นขึ้นด้วยซ้ำไป (หลายๆคนที่เคยไปก็สนิทชิดเชื่อกับชาวบ้าน และพื้นที่บนเกาะเป็นอย่างดี) ด้วยการไปในครั้งนี้ ภารกิจของพวกเราก็มีไม่มาก เพราะแค่ไปเยี่ยมเยือน จึงทำให้พวกเราได้มีโอกาสในการแสวงหาความรู้สึกที่หลายๆคนโหยหาย นั้นคือการไปเที่ยวทะเล (นั่งเรือนานๆ รับลมอุ่นๆ อันมีส่วนผสมอของระอองน้ำที่กระฉอดจากกาบเรือที่วิ่งตัดผิวน้ำ และแสงแดด ได้ไปลอยคอรอดถ้ำมรกต ดำน้ำดูปะการังดู ปลาต่างๆหลากสีสันชวนมอง)
คงจะมีสักวันที่แอดมินจะพร้อมอย่างพวกพี่ๆ ที่โน้น (พร้อมที่จะพาทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนไปพบกับความสุข พร้อมที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ความจริงตอนนี้ก็พร้อมในระดับหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่พอสำหรับแอดมิน 555+) ความชิว ความสบาย ทำให้แอดมินไม่อยากจะกลับมาเลย อยากอยู่ต่อนานๆ แต่ก็ไม่เป็นไร เรายังสามารถกลับไปได้ทุกเมื่อ มันยังไม่หายไปไหนหรอกความอบอุ่นของมวลความสุขของที่นั้น ถ้าหากเพื่อนคนไหนมีโอกาส แอดมินก็อยากให้ลองลงไปสัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้บ้าง
นอนกับชาวบ้าน(ที่ใจดี) กินอยู่กับเค้า ไปเที่ยวกับเค้า เรียนรู้วัฒนธรรมที่เรียบง่ายแต่คงทน เอ่อ มีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากเล่าให้ฟัง(แต่เตือนไว้ก่อนนะว่านี้ไม่ใช่การชี้โพรงให้กระรอก) ก็คือเรื่องรถมอเตอร์ไซค์บนเกาะ ที่นับว่ามีมาก โดยปกติกแล้ว เวลาเราขับรถไปไหนมาไหน เวลาจอด ก็ต้องล็อครถแล้วถอนกุญแจ สาเหตุก็เพราะกลัวรถหาย แต่ที่เกาะลิบง ไม่เลย ไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลย คนที่โน้นกลัวกุญแจหายมากกว่ารถหาย 55+ (ไม่ได้ตลกจริงๆนะครับ) คืองี้เค้าให้เหตุผลว่า ถึงหาย มันก็อยู่บนเกาะนิแหละ พวกเรารู้จักกันหมด และทางออกเกาะก็มีที่เดียวก็ท่าเรือตรงที่พวกน้องๆขึ้นมานั้นแหละ ใครจะเอารถขึ้นฝั่งต้องเอารถไปลงเรือที่นั้น....สุดท้ายผมก็เลยถึงบางอ้อเลย ใช่สิ กว่าจะเอารถไปแผ่นดินใหญ่ได้ ก็คงลำบากไม่น้อย (แต่คนที่โน้นเค้าก็ไม่ขโมยของๆกันอยู่แล้ว รถเสียบกุญแจไว้ ของใครเค้าก็รู้ อยากขับก็ยืมเอา เค้าใจกว้างกันทุกคน ขนาดเดินผ่านยังยิ้มให้ มิหน่ำซ้ำจะไปไหนเค้ายังให้ติดรถไปด้วยเลย โดยไม่ได้เอ่ยปากขอ น้ำใจคนที่ดีล้นหลามเกินจะบรรยายจริง)
ไม่รู้จะจบเรื่องยังไงเพราะไปทะเลเสียหายวัน ก็เลยเขียนเรื่องเขียนราวออกทะเลไปหน่อยคงไม่ว่ากันนะครับ อ่อแล้วก็ที่ว่าเป็นการเดินทางที่ผิดคาดเพราะว่า คิดว่าจะได้รับความสุขความอบอุ่นเท่าเดิมและก็ไม่อยากไปลบความทรงจำที่ดีๆที่เคยได้รับ กลัวไปทำเสีย กลัวไปแล้วความรู้สึกความทรงจำที่ดีๆจะเปลี่ยนไป แต่ไม่เป็นแบบนั้นเลย กลับทำให้หัวใจดวงน้อยๆดวงนี้พองโตอย่างหน้าประหลาดใจ
ปล.รักครอบครับป๊ะกับม๊ะที่เกาะลิบงจังเลย
ปล.รักคนร่วมเดินทางด้วย อิอิ