02/04/2026
ช่วงที่ผ่านมานี้ผมดำน้ำน้อยลง และถ่ายภาพใต้น้ำน้อยลง แต่สิ่งที่ผมกลับมาเริ่มให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆในตอนนี้คือการหันกลับมาถ่ายภาพขาวดำ ด้วยฟิล์มขาวดำ จากกล้องเก่าๆ ที่ทรงคุณค่า กล้องบางตัวเป็นกล้องของพ่อของผมเองที่ผมเห็นในตู้มาตั้งแต่ยังเด็ก ในขณะที่กล้องบางตัวนั้นผมเพิ่งซื้อหามาด้วยสนนราคาที่ถือว่าไม่แพงนักเมื่อเทียบกับคุณค่าในตัวเองของมันที่ผู้คนที่ไม่รู้จักคุณค่าของมันมองข้ามผ่านมันไป
ผมบันทึกภาพใบนี้จากกล้อง Voightlander Bessa II ที่ออกมาตั้งแต่ช่วงยุค 1950 หรือในราว 76 ปีมาแล้ว มันใช้ฟิล์ม Roll ขนาด 120 และให้ภาพขนาด 6x9 เซนติเมตร จำนวน 8 ภาพ ในฟิล์ม 1 ม้วน
มันเป็นกล้องกลไกที่ระบบการทำงานเรียบง่ายมาก ไม่มีเครื่องวัดแสงในตัว ระบบขึ้นฟิล์มใช้มือหมุนค่อยๆหมุนไปเรื่อยๆ ไม่มีระบบหยุดฟิล์มอัตโนมัติ เราต้องคอยส่องดูจากด้านหลังกล้องที่มีช่องเล็กๆสีแดงให้เราดูเลขบนกระดาษด้านหลังฟิล์ม
ไม่มีระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติ ระบบติดตามโฟกัสที่จับตามตาของคนในเฟรมภาพที่เราจะถ่าย ไม่มีระบบเลื่อนฟิล์มอัตโนมัติที่ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 30 เฟรม ต่อวินาที ไม่มีระบบเปิดดูภาพที่เราถ่ายไปแล้วว่าภาพที่ออกมานั้นเป็นยังไง
ในยุคสมัยที่ใครๆที่ถือกล้องถ่ายภาพ หรือโทรศัพท์มือถือก็เป็นช่างภาพได้ นิยามความหมายของการถ่ายภาพนั้น เคลื่อนที่ไปตามเทคโนโลยีที่ก้าวไปข้างหน้า สวนทางกับคุณค่าในภาพถ่ายที่ลดน้อยลงไปในสื่อหน้าจอที่ท่วมท้นไปด้วยภาพสวยงามมากมาย ที่ถูกนำเสนอด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆที่แตกต่างกันออกไป
เอาจริงๆผมเบื่อการถ่ายภาพในนิยามนี้มาก ยิ่งในหน้า Feed ที่แต่ละคนเอาภาพที่ตนถ่ายไปผูกกับการตลาดเพื่อที่จะขายกล้องและอุปกรณ์ Gadget ต่างๆ เพื่อให้คนเชื่อว่า ถ้าจ่ายเงินไป ก็สามารถที่จะซื้อกล้องแพงๆที่เปี่ยมล้นไปด้วยเทคโนโลยีและก็สามารถถ่ายภาพสวยๆออกมาเรียกร้องความสนใจจากผู้คนในโลกโซเชียลได้ และไม่จำเป็นที่จะต้องมาเรียนรู้และทำความเข้าใจอะไรกับการถ่ายภาพเลยด้วยซ้ำ
ยิ่งกับโทรศัพท์ในยุคสมัยนี้ ยกขึ้นมาก็เห็นภาพที่เราต้องการจะถ่ายแล้ว การถ่ายภาพมันช่างง่ายดายเสียนี่กระไร
ผมกลับมาเริ่มต้นถ่ายภาพขาวดำด้วยฟิล์มอีกครั้งหลังจากที่เคยใช้เวลาสนใจศึกษามาบ้างในช่วงสมัยที่เรียนที่ธรรมศาสตร์เมื่อ 30 กว่าปีก่อนแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จอะไร
จนมาเริ่มฝึกงานและทำงานที่อนุสาร อสท ผมก็เริ่มต้นใช้ฟิล์มสไลด์เป็นหลักในการถ่ายภาพ และก็เปลี่ยนมาจนใช้กล้องดิจิตอลเหมือนกับทุกๆคน
มาเมื่อต้นปีก่อน เพื่อนสนิทของผมยกกล้อง Large Format มาให้ผมตัวหนึ่งแล้วชวนมาถ่ายภาพขาวดำ เพื่อ Detox ความเป็นดิจิตอลลง และเริ่มถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มดูบ้าง
ผมพบว่าผมเริ่มสนุกกับการกลับมาถ่ายภาพอีกครั้ง ด้วยกล้องฟิล์ม ที่มีอุปสรรคต่างๆนานามากมาย และกลับมาเรียนรู้ในการถ่ายภาพใหม่อีกครั้งด้วยอุปกรณ์เดิมๆ ที่เบสิคมากๆ แม้ว่าราคาค่าฟิล์มจะสูงขึ้นมากก็ตาม
ผมซื้อ Voightlander Bessa II ตัวนี้ตามคำแนะนำของพี่ปุ๋ย Thienprasit Chaiyapatranun ว่า กล้องตัวนี้ให้ฟิล์มขนาดใหญ่ และถือถ่ายภาพได้โดยไม่ต้องตั้งขา และเมื่อพับเก็บแล้วเล็กมากเพราะมันจะหดเลนส์เข้าไปเหลือแต่ตัวกล้องแบนๆ พกพาง่าย
แล้วผมก็ให้พี่อ้วน รอน แรมทาง ตัดเย็บกระเป๋าหนังไว้สะพายใส่กล้องตัวนี้ เวลาที่ออกไปถ่ายภาพ Large Format ผมก็จะเอากล้องตัวนี้ติดไปเป็นกล้องสำรอง ไว้ถ่ายภาพเวลาที่เราตั้งขาตั้งกล้องไม่ได้ หรือไม่สะดวก อย่างในภาพนี้ ที่ผมถ่ายจากบนสะพานไม้เล็กๆในสวนพฤกษศาสตร์ระยอง ที่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาตลอดเวลา
เลนส์ 105 มิลลิเมตรของมันก็ให้มุมมองใกล้เคียงกับเลนส์ 50 มิลลิเมตรบนกล้อง 135
ในช่วงเวลาประมาณ 1 ปีที่ผ่านมาที่ทดลองหัดล้างฟิล์มขาวดำเอง ปรับแก้เวลาในการล้างฟิล์มจนเข้าที่ ผมก็พบว่าตอนนี้เริ่มจะควบคุม ภาพที่เรามองเห็นก่อนการถ่ายว่าอยากจะให้ออกมาเป็นแบบใด กับการวัดแสง และการล้างฟิล์มได้ชัดเจนขึ้นแล้ว จากฟิล์ม 8 ใบในฟิล์มม้วนนึงก็น่าจะเห็นเป็นภาพได้อย่างน้อย 5-6 ภาพแล้ว
ที่สำคัญไปกว่านั้น มันทำให้ผมสนุกและตื่นเต้นกับการออกไปถ่ายภาพมากกว่าเดิมที่ใช้กล้องดิจิตอล หรือ โทรศัพท์ ที่ยกมาแล้วกดๆไปมากมาย
และคงเป็นกิจกรรมที่ผมคงทำไปได้เรื่อยๆจนแก่เฒ่า และไม่ได้เปลืองเงินเหมือนกับการออกไปดำน้ำ ที่ออกไปทำงานในแต่ละครั้งใช้เงินเป็นหมื่นเป็นแสน ได้ภาพมาก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรให้มันคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายที่เราจ่ายไปตั้งมากมายในช่วงเวลา 30 ปีที่ผ่านมา