ADayoff An Independent Storyteller: Trip, Food, Art, Culture, Eco, Life

ถอดรหัสมนตรี กระจ่างศรี เมื่อทุกลายเส้น คือ การปฏิบัติธรรม คลิกอ่าน https://www.adayoffthailand.com/2026/02/05/decode-mo...
05/02/2026

ถอดรหัส
มนตรี กระจ่างศรี
เมื่อทุกลายเส้น คือ การปฏิบัติธรรม
คลิกอ่าน https://www.adayoffthailand.com/2026/02/05/decode-montri/
วันนี้ได้แวะมาพบคุณตรี มนตรี กระจ่างศรี จิตรกรอิสระ ที่สตูดิโอ Mural & Decor ขณะที่มาถึง คุณมนตรีกำลังหมกมุ่นกับการวาดภาพ และหันมาทักทายอย่างเรียบง่ายว่า “สวัสดีครับ” พร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความใจดี
คุณตรีเกิดที่อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางมาเรียนระดับอุดมศึกษาในกรุงเทพฯ และจบการศึกษาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2541 ใช้เวลาเรียน 6 ปี นานกว่าเพื่อน ๆ เนื่องจากประสบปัญหาด้านสุขภาพจิตจนต้องเข้ารับการรักษานานกว่า 1 ปี แต่ก็สามารถก้าวผ่านมาได้
จากนั้นได้เข้าทำงานด้าน NGO ในองค์กรระดับโลกถึง 5 องค์กร เป็นระยะเวลากว่า 15 ปี ก่อนจะหักเหจากเส้นทางงานประจำ มาเป็นนักร้องเปิดหมวก และต่อมาก็สูญเสียเส้นเสียง ทำให้ผกผันมาวาดภาพเป็นอาชีพอิสระเมื่อปีที่ผ่านมา
วันนี้ Adayoff แวะมาคุยกับคุณตรี เพราะอยากถอดรหัสการพลิกฟื้นในช่วงชีวิต หวังว่าจะเป็นแนวทางให้ใครหลาย ๆ คนได้นำไปปรับใช้
“ผมเคยผ่านจุดที่คนเรียกผมว่า ‘คนหลุดโลก’ แบบที่สติไม่อยู่กับตัว เห็นภาพหลอน ได้ยินเสียงแว่ว ครอบครัวพาผมไปหาหมอทุกศาสตร์ แต่ผมเต็มไปด้วยความคิดที่ขัดแย้ง จนตัดสินใจเข้ารับการรักษาจากจิตแพทย์ ควบคู่ไปกับการศึกษาและปฏิบัติธรรม ทำให้ผมรู้ทันตนเอง และเข้าใจธรรมชาติภายในตน”
คุณตรีขยายความถึงธรรมชาติในตัวเองว่า “การใฝ่รู้ที่ไม่ได้แค่อยากรู้ แต่ต้องการเข้าถึง ‘แก่น’ ในทุกเรื่อง ทำให้สมองไม่เคยได้หยุดพัก ยิ่งเมื่อมาเจอโลกที่ใหญ่ขึ้นในกรุงเทพฯ ก็ยิ่งทำให้สมองทำงานไม่หยุด เมื่อสมองล้า กายก็ล้า และฉุดให้เกิดสภาวะผิดปกติ”
เมื่อเข้าถึงเหตุและปัจจัยนี้แล้ว คุณตรีจึงใช้ชีวิตกับการศึกษาและปฏิบัติธรรม ในทุกลมหายใจ และสามารถผ่านทุกวิกฤติชีวิตมาได้ทุกครั้ง
เมื่อเข้าใจตนเองเช่นนี้ คุณตรีจึงเลือกเส้นทางของ “ผู้ให้” กับสังคมอย่างแท้จริง มุ่งช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ผ่านงานด้านระดมทุนในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรยาวนานถึง 15 ปี และต่อมาเลือกมาร้องเพลงในฐานะ “ผู้ให้ความสุข” พร้อมทั้งรักษาสมดุลกับความเป็นตัวตนได้อย่างพอดี
แต่ในความสมดุลนั้นเอง ก็ต้องพานพบกับวิกฤติใหม่ เมื่อคุณตรีต้องสูญเสียเสียงร้องจากภาวะเส้นเสียงอักเสบ จากการใช้งานอย่างหนักในฐานะนักร้องเปิดหมวก ผนวกกับมลภาวะ ทำให้ดิ่งลงจนเกือบเข้าสู่ภาวะซึมเศร้า
ด้วยการฝึกปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง ทำให้คุณตรีรู้ทันตน และตระหนักว่า ความทุกข์นั้นเกิดจาก “สัญญา” ที่ยึดติดกับเสียงอันไพเราะของตนเอง เมื่อเข้าใจเหตุนี้แล้ว คุณตรีจึงตั้งอยู่กับปัจจุบัน และก้าวเดินในอาชีพผู้ให้อีกครั้ง ในบทบาทใหม่ ยังคงเป็นผู้ให้ แต่เปลี่ยนจากการให้เสียงเพลง มาเป็นการให้ความงดงามผ่านผืนผ้าใบ ในฐานะจิตรกร
“ทุกครั้งที่ผมวาดลายเส้น หรือเลือกสีลงบนผืนผ้าใบ ผมจะอยู่กับการเคลื่อนไหวของมือ กาย ใจ และปัจจุบัน ให้ทุกการถ่ายทอดเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางใจกับผู้ที่จะเก็บรักษาความงดงามนี้”
ผลงานที่คุณตรีเพิ่งวาดเสร็จ เป็นชุดภาพ ‘นกกะเรียน 4 ฤดู’ จำนวน 4 ภาพ ใช้เวลาสร้างสรรค์กว่า 2 เดือน จากการเรียนรู้เทคนิคกับอาจารย์โซน คุณสมพร ชำนาญ เจ้าของสตูดิโอ Mural & Decor
หวังว่าแนวทางชีวิตและประสบการณ์ของคุณตรี จะเป็นแรงสะกิดใจให้ใครหลาย ๆ คนที่กำลังหลงอยู่ในเขาวงกต ได้เริ่มมองเห็นทางออก และหากอยากพบคุณตรี สามารถแวะไปพูดคุยได้ที่สตูดิโอ Mural & Decor เจเจ มอลล์ ชั้น 2 ค่ะ

เที่ยววัดโพธิ์แมนคุณาราม สัมผัสจิตวิญญาณแห่งพุทธมหายาน ใจกลางกรุงเทพมหานครโพสต์นี้ด้วยรำลึกเมตตาในพระมหาเถระโพธิ์แจ้ง ผ...
14/01/2026

เที่ยววัดโพธิ์แมนคุณาราม
สัมผัสจิตวิญญาณแห่งพุทธมหายาน ใจกลางกรุงเทพมหานคร
โพสต์นี้ด้วยรำลึกเมตตาในพระมหาเถระโพธิ์แจ้ง ผู้สถาปนา
อ่านชมภาพ https://www.adayoffthailand.com/2026/01/14/watphoman/
เมื่อพูดถึงวัดจีน เรามักนึกถึงการกราบสักการะเพื่อสิริมงคลเมื่อใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีน หรือเพื่อไป #แก้ชง ตามปีนักษัตร ตอนนี้ก็ใกล้ช่วง #ตรุษจีนแล้ว Adayoff ขอพาทุกคนมาเที่ยววัดจีนใจกลางกรุงเทพฯ ย่านพระราม 3 วัดจีนที่เงียบสงบ เรียบง่าย เปี่ยมไปด้วยธรรม ไม่เจือปนเรื่องการบริหารจัดการทางโลก และไม่ตะโกนเรื่องราวหรือประวัติให้งมงาย แต่เต็มไปด้วยแก่นแห่งการปฏิบัติและศรัทธาที่ตั้งมั่นพัฒนา
#วัดโพธิ์แมนคุณาราม เป็นวัดพุทธมหายานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ มีชื่อตามภาษาจีนว่า โพวมิ้งปออึงยี่ 普門報恩寺 ออกเสียงว่า Pǔmén Bào’ēn Sì มีความหมายว่า “วัดคือประตูแห่งความเมตตา และการตอบแทนพระคุณ เป็นชื่อที่สะท้อนคติพุทธมหายานเรื่อง ความกรุณา และกตัญญู มากกว่าความศักดิ์สิทธิ์เชิงอิทธิฤทธิ์
วัดแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นและออกแบบการก่อสร้างโดยพระสงฆ์จีนสายมหายาน ชื่อ พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (โพธิ์แจ้ง) ด้วยจิตศรัทธาของพ่อค้า ข้าราชการ และชาวไทยเชื้อสายจีน ปัจจุบัน วัดนี้เป็นศูนย์กลางการปกครองพุทธศาสนาจีนแบบมหายาน และมีเจ้าอาวาสมาแล้ว 3 องค์
#ทัศนาสถาปัตยกรรม ฮวงจุ้ย และความงามเสมือนไปวัดจีนมหายานในต่างประเทศ
พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (โพธิ์แจ้ง) มีความเชี่ยวชาญเรื่องฮวงจุ้ย จึงได้ออกแบบวัดโพธิ์แมนฯ ให้อยู่ในหลักวิชา คือ มีประตูทางเข้าจำนวน 5 ประตู เปรียบเหมือนม้าห้าตัวกำลังลากราชรถ โดยราชรถเปรียบ คือ พระอุโบสถ ที่มีพระศรีศากยมุนีพุทธเจ้าเป็นประธาน และคงไว้ต้องความเรียบง่าย
ประตูกลางเข้าตรงไปที่มหาวิหารท้าวจตุโลกบาล ประตูสองข้างเป็นทางเข้าวิหาร เดินทะลุไปยังพระอุโบสถ ส่วนประตูสองบานซ้ายและขวาสุดเป็นเขตสังฆวาส และหลังพระอุโบสถเป็นที่ตั้งของวิหาร 3 แห่ง ได้แก่ วิหารบูรพาจารย์ วิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ และวิหารพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์
ขอพาเที่ยวชม 5 จุดสำคัญเอาใจทั้งสายมู และสายเที่ยวถ่ายภาพค่ะ
#จุดที่1 สักการะพระศรีอารยเมตไตรยโพธิสัตว์ ไหวัเทพเจ้า และแก้ชง ที่มหาวิหารท้าวจตุโลกบาล
#จุดที่2 ชมพระอุโบสถแบบวัดจีนทิเบต
ที่พร้อมด้วยพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าจากรัชกาลที่ 9
พระอุโบสถเป็นศิลปะที่ผสมผสานพุทธศิลปะไทย จีน และทิเบต หลังคา 3 ชั้น บนยอดฉัตรเจดีย์สูงสุดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ โดยรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธียกยอดฉัตรเจดีย์ด้วยพระองค์เอง และยังทรงพระราชทานตรา ภปร. มาประดิษฐานที่หน้าบันพระอุโบสถอีกด้วย
ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระประธานทำจากทองเหลืององค์ใหญ่ #พระพุทธวัชรโพธิคุณ ซึ่งรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานนามให้ เมื่อปี พ.ศ. 2514 ด้านข้างของพระประธานมีมังกรสีทองพันเสาสีแดง ดูสง่างามและน่าเกรงขาม หากเงยหน้ามองขึ้นไปบริเวณชั้นหลังคาจะเห็นพระพุทธรูปจำนวน 1,000 องค์เรียงราย ฝาผนังทั้งสองข้างเป็นจิตรกรรมกระเบื้องโมเสกรูปพระอรหันต์ 500 องค์
#จุดที่3 ร่วมรำลึกในพระคุณพระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (โพธิ์แจ้ง) พระมหาเถระนักพัฒนาและเผยแพร่นิกายมหายานในประเทศไทยให้เป็นรู้จักกว้างขวาง ที่วิหารบูรพาจารย์
พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2444 ชื่อเดิม คือ อึ้ง ธง เกิดในครอบครัวขุนนางในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เคยรับราชการทหารและเป็นคนสนิทของประธานาธิบดีเจียง ไคเชก ต่อมาในปี พ.ศ. 2470 ท่านตัดสินใจเดินทางมาศึกษาและปฏิบัติธรรมในประเทศไทย เนื่องจากเกิดความหน่ายทางโลก
ท่านเดินทางมาไทยเมื่ออายุย่างเข้า 26 ปี และแสวงหาที่ศึกษาพระธรรม จนได้บวชที่สำนักสงฆ์ถ้ำประทุน (เช็งจุ้ยยี่) จังหวัดสระบุรี ในปี พ.ศ. 2471 ได้รับฉายาว่า “โพธิ์แจ้ง” ฝึกปฏิบัติธรรมจนแตกฉาน และช่วยเหลือประชาชนผู้เจ็บป่วย
จากนั้นท่านได้จาริกแสวงธรรมไปยังประเทศจีน ทิเบต และสิงคโปร์หลายครั้ง เพื่อศึกษาพระไตรปิฎกและเผยแผ่พระพุทธศาสนา รวมถึงเรียนรู้ปรัชญาและวิชาการต่างๆ ก่อนจะกลับมาพำนักในประเทศไทยอย่างถาวรเมื่อปี พ.ศ. 2493 ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เย็น และวัดมังกรกมลาวาส ก่อนจะสถาปนาสร้างวัดโพธิ์แมนคุณาราม และโรงเรียนวัดโพธิ์ทัตราชวิทยาลัย จังหวัดชลบุรี
พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตรได้อุทิศกำลังกายและปัญญาเพื่อพระพุทธศาสนาตลอดระยะเวลาที่อยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ ผลงานสำคัญคือการสร้างวัดโพธิ์แมนแห่งนี้ ซึ่งเป็นวัดพุทธจีนนิกายมหายานที่มีความวิจิตรด้วยศิลปะจีนและทิเบต ผสมผสานกับรากวัฒนธรรมชาติ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อสร้างความมั่นคงแก่คณะสงฆ์จีน และให้ได้รับการยอมรับในสังคมไทยในฐานะส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย
คำกล่าวของท่านที่ว่า #เวลาชีวิตสั้นเหมือนลูกธนูที่ถูกปล่อยออกจากคัน ไม่ได้เป็นเพียงถ้อยคำเตือนใจ แต่สะท้อนทัศนะของผู้สร้างวัดแห่งนี้ ว่าศาสนาไม่ใช่เรื่องของการยึดถือผลลัพธ์ หากเป็นเรื่องของการใช้เวลาอย่างมีความหมาย
#จุดที่4 สักการะพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ที่มีอายุ 1,300 ปี และพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์
#จุดที่5 ชมตำราจีนเก่าแก่ ดูมีมนต์ขลังที่ห้องสมุดวัดโพธิ์แมน
ตรุษจีนปีนี้ ถ้ามีโอกาส แวะมาสักการะพระพุทธวัชรโพธิคุณ พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (โพธิ์แจ้ง) ไหว้เทพเทวดา เพื่อเสริมสิริมลคล และยังสามารถแก้ชงให้ไม่เครียดไม่กังวลกันที่วัดโพธิ์แมนคุณาราม (โพวมิ้งปออึงยี่) ตั้งอยู่เลขที่ 323 ซอยสาธุประดิษฐ์ 19 ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงช่องนนทรี กรุงเทพมหานคร

อ่านชมภาพ https://www.adayoffthailand.com/2026/01/14/watphoman/

Art Tribute to the Mother of the Nation   ท่ามกลางจังหวะเร่งรีบของกรุงเทพฯ ยังมีพื้นที่หนึ่งที่ชวนให้หัวใจได้ชะลอลง และท...
11/01/2026

Art Tribute to the Mother of the Nation
ท่ามกลางจังหวะเร่งรีบของกรุงเทพฯ ยังมีพื้นที่หนึ่งที่ชวนให้หัวใจได้ชะลอลง และทอดสายตาไปกับความงามอันเปี่ยมด้วยความหมาย นิทรรศการจิตรกรรม พระราชินีสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ Ratchadamnoen Contemporary Art Center คือ บทสนทนาระหว่างศิลปะ ความทรงจำ และความรักของผู้คนที่มีต่อ #แม่ของแผ่นดิน
ก้าวแรกที่เข้าสู่พื้นที่จัดแสดง ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนการเดินชมงานศิลป์ทั่วไป หากแต่เป็นความรู้สึกของการ “น้อมศิระกราน” อย่างสงบ ละมุน และงดงาม ภาพจิตรกรรมแต่ละชิ้นเปรียบเสมือนบันทึกอารมณ์—บางภาพสง่างาม บางภาพอ่อนโยน บางภาพสะท้อนพลังภายในที่นิ่งแต่หนักแน่น
นิทรรศการนี้อบอวลด้วยความรู้สึกมากกว่าความงามทางสายตา คือถ้อยคำเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งที่ King Bhumibol Adulyadej เคยตรัสถึงพระองค์ว่า “She is my smile.”
ประโยคสั้น ๆ นี้ กลับกลายเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดประตูหัวใจของผู้ชม เมื่อเรามองภาพจิตรกรรมแต่ละชิ้น รอยยิ้มในพระบรมสาทิสลักษณ์ไม่ได้เป็นเพียงรอยยิ้มแห่งความสง่างาม หากแต่เป็นรอยยิ้มแห่งความอบอุ่น ความเข้าใจ และความรักที่ส่งผ่านอย่างเงียบงัน
นิทรรศการครั้งนี้รวบรวมผลงานจิตรกรรมพระบรมสาทิสลักษณ์จำนวน 93 ผลงาน จากศิลปินกว่า 200 ท่าน ทั้งศิลปินแห่งชาติ ศิลปินรับเชิญ คณาจารย์ ศิษย์เก่า และจิตอาสาทางศิลปะจากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ความหลากหลายของเทคนิคและมุมมอง ทำให้ผู้ชมได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ที่ “มีชีวิต” — ไม่ใช่เพียงภาพเหมือน แต่เป็นการถ่ายทอดตัวตน ความเมตตา และพระราชจริยวัตรที่ฝังลึกในความทรงจำของชาติ
นี่ไม่ใช่นิทรรศการที่ต้องเร่งเดินชมให้ครบ หากแต่เป็นนิทรรศการที่ชวนให้ “หยุด” และ “รู้สึก” ศิลปะในที่นี้ทำหน้าที่เป็นภาษาสากลของความกตัญญู ความจงรักภักดี และความรักอันบริสุทธิ์ที่ประชาชนมีต่อพระองค์
สำหรับผู้ที่หลงใหลศิลปะ วัฒนธรรม หรือแม้แต่ผู้ที่กำลังมองหาพื้นที่แห่งความสงบใจ นิทรรศการ Art Tribute to the Mother of the Nation คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด เป็นงานที่พิสูจน์ว่า ศิลปะยังคงทำหน้าที่งดงามที่สุดของมันได้เสมอ — การเชื่อมโยงหัวใจผู้คนเข้ากับคุณค่าที่ไม่มีวันเลือนหาย
จัดแสดงจนถึง 28 มกราคม 2569
ณ Ratchadamnoen Contemporary Art Center.

ตามรอยพระแก้วมรกต จากตำนานเล่าขานกว่า 1,600 ปี จากชมพูทวีป ลังกา พุกาม ล้านนา ล้านช้าง สู่กรุงรัตนโกสินทร์อ่าน https://w...
10/01/2026

ตามรอยพระแก้วมรกต
จากตำนานเล่าขานกว่า 1,600 ปี
จากชมพูทวีป ลังกา พุกาม ล้านนา ล้านช้าง สู่กรุงรัตนโกสินทร์
อ่าน https://www.adayoffthailand.com/2026/01/10/emeraldbuddha/
วันนี้มีโอกาสได้ไปสักการะ พระแก้วมรกต ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ พ.ศ. 2569 ทุกครั้งที่ไปกราบพระแก้วมรกต จะได้ฟีลของความสงบ สติ และสมาธิ รู้สึกตัวเบาสบาย ราวกับได้ชะล้างสิ่งไม่ดีหรือพลังลบออกจากตัว
ขอแชร์ภาพเพื่อร่วมอนุโมทนา พร้อมทั้งขอสรุปตำนานและประวัติของพระแก้วมรกตจากการศึกษาข้อมูลหลายแหล่งมาแบ่งปันกัน หากเพื่อน ๆ ผู้อ่านมีแหล่งข้อมูลหรือความรู้เพิ่มเติม สามารถเสริมและแนะนำกันได้เลย
#ตำนานพระแก้วมรกตช่วงแรก พ.ศ. 500 – 1977
จากชมพูทวีป สู่ลังกา กัมโพช และการซ่อนองค์พระในล้านนา (อ้างอิงจาก ตำนานรัตนพิมพวงศ์)
ตำนานกล่าวว่า พระแก้วมรกตสร้างโดยเทวดา เมื่อปี พ.ศ. 500 เพื่อถวายแก่พระอรหันต์นามว่า พระนาคเสนเถระ ผู้พำนักอยู่ ณ เมืองปาตลีบุตร แคว้นมคธ ชมพูทวีป (อินเดีย)
โดยได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ไว้ในส่วนต่าง ๆ ขององค์พระ ได้แก่ โมลี (ยอด) พระนลาฏ (หน้าผาก) พระนาภี (ท้อง) พระหัตถ์ซ้าย–ขวา และพระเพลาซ้าย–ขวา
ต่อมาในปี พ.ศ. 800 เกิดมหากลียุคและความวุ่นวายในเมืองปาตลีบุตร บรรดาผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนาจึงอัญเชิญพระแก้วมรกต พร้อมพระไตรปิฎก ลงเรือสำเภาลี้ภัยไปยัง ทวีปลังกา
เมื่อปี พ.ศ. 1000 พระเจ้าขัตติยศรีรามวงศ์แห่งลังกา ทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าอนุรุทธแห่งพุกาม โดยพระเจ้าอนุรุทธส่งราชทูตไปคัดลอกพระไตรปิฎกที่ลังกา และขออัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐานที่พุกาม แต่ระหว่างเดินทางกลับ เรือสำเภาที่อัญเชิญพระแก้วมรกตและพระไตรปิฎกถูกพายุมรสุมพัดจนหลงเข้าไปขึ้นฝั่งที่ กรุงอินทปัตถ์
เจ้ากรุงอินทปัตถ์ หรือ พระเจ้านารายณ์ราชสุริยวงศ์ โปรดให้อำมาตย์คุมสำเภานำพระไตรปิฎกกลับไปถวายคืนแก่พระเจ้าอนุรุทธ แต่ไม่ได้ส่งพระแก้วมรกตกลับไปด้วย
ต่อมาเกิดอาเพศและพายุฝนตกหนักหลายเดือนในกรุงอินทปัตถ์ จนพระเจ้าเสน่ห์ราช เจ้าครองเมือง สวรรคต
ตำนานกล่าวว่า พระมหาเถระรูปหนึ่งได้อัญเชิญพระแก้วมรกตลงเรือหนีภัยมาที่อโยธยา และต่อมาเจ้าเมืองกำแพงเพชรได้ทูลขออัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐาน ณ เมืองกำแพงเพชร จากนั้นเจ้าเมืองเชียงแสนได้ทูลขออัญเชิญต่อไปยัง เมืองเชียงแสน
ครั้นเมื่อเมืองเชียงแสนเกิดศึกกับเชียงใหม่ เจ้าเมืองเชียงแสนทรงมีพระบัญชาให้พอกปูนลงรักปิดทององค์พระให้เหมือนพระพุทธรูปทั่วไป แล้วซ่อนไว้ใน เจดีย์ป่าญะ (บางตำนานว่าเป็นสถูป) ณ วัดพระแก้วงามเมือง แทนการอัญเชิญหนีภัยสงคราม

#ประวัติศาสตร์พระแก้วมรกตจากหลักฐานโบราณคดี. พ.ศ. 1977 – ปัจจุบัน
พ.ศ. 1977 เจดีย์วัดพระแก้วงามเมือง เมืองเชียงราย เกิดการทรุดโทรมพังลง (บางตำนานว่าเกิดฟ้าผ่า) ทำให้พบพระพุทธรูปองค์หนึ่ง ต่อมาเนื้อปูนกระเทาะออก เผยให้เห็นเนื้อสีเขียวของมรกตบริสุทธิ์ จึงทราบว่าเป็นพระแก้วมรกต และอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ เมืองเชียงราย มีประชาชนหลั่งไหลมานมัสการเป็นจำนวนมาก
ต่อมา พระเจ้าสามฝั่งแกนแห่งล้านนาทรงมีพระประสงค์จะอัญเชิญพระแก้วมรกตไปเชียงใหม่ แต่ระหว่างทาง ช้างที่เชิญองค์พระเกิดตื่นตกใจและหันเข้าไปทางเมืองลำปาง จึงประดิษฐานพระแก้วมรกตไว้ที่ วัดพระแก้วดอนเต้า เมืองลำปาง นานถึง 32 ปี
จนถึงปี พ.ศ. 2011 จึงสามารถอัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐาน ณ เมืองเชียงใหม่ได้ และประดิษฐานอยู่ที่นั่นรวม 84 ปี
หลังจากนั้น เมื่อ พ.ศ. 2095 พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เจ้าเมืองล้านนา ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐาน ณ เมืองหลวงพระบาง เมื่อครั้งที่พระองคมีพระราชกิจเกี่ยวกับพระญาติที่หลวงพระบาง ซึ่งต่อมาพระองค์ได้ปกครองทั้งล้านนาและล้านช้างและประทับอยู่ที่ล้านช้าง และย้ายไปพระแก้วมรกตไปประดิษฐาน ณ หอพระแก้ว เมืองเวียงจันทน์ เป็นเวลานานถึง 215 ปี เพื่อป้องกันภัยจากกองทัพมอญ
และแล้ว เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (ต่อมาคือรัชกาลที่ 1) ทรงตีได้เมืองเวียงจันทน์ เมื่อ พ.ศ. 2321 จึงอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐาน ณ กรุงธนบุรี พระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดให้ประดิษฐานไว้ ณ โรงพระแก้วในพระราชวังเดิม ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ 1 เสด็จขึ้นครองราชย์ โปรดให้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปประดิษฐานในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อปี พ.ศ. 2327 จนถึงทุกวันนี้
#ตำนานกับปริศนาทางโบราณคดี
ตำนานพระแก้วมรกตช่วงก่อน พ.ศ. 1977 ปรากฏใน ตำนานรัตนพิมพวงศ์ ซึ่งรจนาขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งล้านนา (พ.ศ. 1985–2030) หลังการค้นพบพระแก้วมรกตที่วัดพระแก้วงามเมือง
นักโบราณคดีพบเรื่องราวพระแก้วมรกตในพงศาวดารหลวงพระบางและพงศาวดารกัมพูชา แต่ไม่พบหลักฐานในอินเดีย ลังกา และพม่า จึงมีความเห็นว่า พระแก้วมรกตน่าจะมีอายุราว 500–600 ปี โดยพิจารณาจากรูปแบบศิลปกรรมล้านนา สกุลช่างเชียงแสน–พะเยา ส่วนตำนานตั้งแต่ พ.ศ. 500 อาจเป็นการสร้างเรื่องเพื่อเสริมบารมีและความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระ
แม้ตำนานจะไม่อาจพิสูจน์ได้ทั้งหมด แต่ พระแก้วมรกต หรือ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร คือพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่กรุงรัตนโกสินทร์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ
เชื่อกันว่าผู้บูชาจะได้รับโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง และความร่มเย็นเป็นสุข อีกทั้งยังเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเยือน
ตั้งนะโม 3 จบ
วาละลุกัง สังวาตังวา (3 จบ)
— คาถาบูชาพระแก้วมรกต

. #ตำนาน #พระแก้วมรกต #พระแก้วมรกต #วัดพระแก้ว

แหล่งข้อมูล

https://th.wikipedia. org/wiki/พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

https://th.wikipedia.org/wiki/ตำนานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

เปิด “ตำนานพระแก้วมรกต” จากพระนิพนธ์ “สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงฯ” https://www.silpa-mag.com/history/article_160308

หนังสือตำนานโบราณhttps://www.finearts.go.th/storage/contents/2020/12/file/h8SlaxFxgN97HfdEpoLGGJa2VN0PGNvnLtoA5u3H.pdf

https://e-shann.com/ปริศนาพระแก้วมรกต-จากปา

ปีชง 2569  ไม่ต้องเครียด ตั้งจิต ทำบุญ เตือนสติให้ใช้ชีวิตรอบคอบขึ้นและเสริมใจให้มั่น ตามธรรมเนียม แวะมาแก้ชง  ที่วัดโพธ...
07/01/2026

ปีชง 2569 ไม่ต้องเครียด
ตั้งจิต ทำบุญ เตือนสติให้ใช้ชีวิตรอบคอบขึ้น
และเสริมใจให้มั่น ตามธรรมเนียม แวะมาแก้ชง
ที่วัดโพธิ์แมนคุณาราม ใจกลางกรุงเทพฯ
หลังจากที่เริ่มปีใหม่มาได้สัก 1 อาทิตย์ ก็เข้าวาระจิตใจว้าวุ้นด้วยเรื่อง #ปีนี้ฉันปีชงหรือไม่? ขอสรุปพอเป็นสังเขปว่าปีเกิดที่ได้รับผลกระทบในปี 2569 นี้ได้แก่ 🐭 ปีชวด (หนู) #ชงตรง และผู้ที่เกิดปี🐴 ปีมะเมีย (ม้า) 🐔 ปีระกา (ไก่) 🐰 ปีกระต่าย (เถาะ) อันเป็นปีที่ได้รับผลกระทบหรือ #ชงร่วม
หลายคนเลือกวิธีบรรเทากังวลตามความเชื่อ เช่น ไปไหว้พระทำบุญ 9 วัด บริจาคโลงศพ ไถ่โคกระบือ งดไปงานศพ ถือศีลกินเจ หรืออื่นๆ ตามแต่ศรัทธา แต่หนึ่งในวิธีที่นิยมในการสร้างความสบายใจ คือ #การไหว้พระแก้ชง #ฝากดวงกับเทพเจ้า ตามศาสตร์ความเชื่อแบบวัฒนธรรมจีน หลายๆ คนในกรุงเทพฯ น่าจะกำลังหาวัดจีนเพื่อเป็นจุดหมายปลายทางในการทำพิธี วันนี้ aDayoff ขอเสนอวัดจีนเป็นทางเลือกไปการไปแก้ชง-เสริมสิริมงคลที่ #วัดโพธิ์แมนคุณาราม อยู่ใจกลางกรุงเทพ ย่านพระราม 3 นี้เองค่ะ
#แนะนำวัดกันนิดนึง วัดโพธิ์แมนคุณาราม เป็นวัดพุทธศาสนามหายานที่สำคัญแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในเขตยานนาวา เป็นศูนย์กลางของคณะสงฆ์จีนในประเทศไทยและเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการศึกษาพระพุทธศาสนา จุดเด่นของวัดนอกจากจะเป็นศูนย์รวมแห่งความศรัทธา แต่ยังมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปะแบบไทย จีน และทิเบต (กดติดตาม Adayoff ไว้นะคะ กำลังรวบรวมมุมสวยสำหรับถ่ายภาพ ในโพสต์หน้า)​
สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจมาไหว้พระและแก้ชงที่วัดโพธิ์แมนคุณารามนี้ ขอชวนอ่านแนะนำและลำดับการแก้ชง หรือ Save/Share ไว้เพื่อเรียนรู้ก่อนไปสักการะ
ขอให้เพื่อนๆ โชคดีทุกคนตลอดปีม้านะคะ
ขอบคุณและที่ติดตามกันเสมอมา

#ปีชง

สวัสดีปีใหม่สำหรับเพื่อนๆ adayoff วันนี้ไปไหว้หลวงพ่อโต พระที่วัดกัลยาณมิตรอนุโมทนาบุญ และนำบุญมาฝาก เป็นสิริมงคลกับทุกค...
01/01/2026

สวัสดีปีใหม่สำหรับเพื่อนๆ adayoff
วันนี้ไปไหว้หลวงพ่อโต พระที่วัดกัลยาณมิตร
อนุโมทนาบุญ และนำบุญมาฝาก เป็นสิริมงคลกับทุกคน

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดปี 2568 ปีหน้าติดตามกันต่อนะคะ

ฝากข่าวๆ ถึงเพื่อนๆ ค่ะ ช่วงปีใหม่ 2568 พิพิธภัณฑ์เปิด 31 ธค ถึงวันที่ 4 มค และพิเศษ วันที่ 31 ธค เปิดถึง 3 ทุ่มนะคะ   ต...
31/12/2025

ฝากข่าวๆ ถึงเพื่อนๆ ค่ะ ช่วงปีใหม่ 2568 พิพิธภัณฑ์เปิด 31 ธค ถึงวันที่ 4 มค และพิเศษ วันที่ 31 ธค เปิดถึง 3 ทุ่มนะคะ ตรวจสอบที่เพจพิพิธภัณฑ์ตำหนักค่ะ

จิตรกรรมอันทรงคุณค่าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ พระที่นั่งทรงผนวช ที่วัดเบญจมบิตรฯ ในมุมที่คุณอาจไม่เคยเห็น EP.2ดูภาพพร้อมคำบ...
30/12/2025

จิตรกรรมอันทรงคุณค่าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ณ พระที่นั่งทรงผนวช ที่วัดเบญจมบิตรฯ
ในมุมที่คุณอาจไม่เคยเห็น EP.2
ดูภาพพร้อมคำบรรยายต่อเนื่อง
https://www.adayoffthailand.com/2025/12/30/themabletempleep2/
พระที่นั่งทรงผนวชเดิมตั้งอยู่ที่พระบรมมหาราชวัง เป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งทรงพระผนวชเป็นพระภิกษุเมื่อปี พ.ศ. 2416 ต่อมาเมื่อพระองค์สถาปนาวัดเบญจมบพิตรฯ ในปี พ.ศ. 2443 จึงมีพระราชดำริให้ย้ายพระที่นั่งทรงผนวชมาตั้งที่วัดเบญจมบพิตรฯ และยังทรงได้ดำริสร้างจิตรกรรมฝาผนังภายในพระที่นั่งฯ เพื่อจารึกพระราชประวัติของพระองค์ตั้งแต่การเข้าพิธีโสกันต์ จนถึงปัจจุบันในสมัยนั้น คือ เมื่อพระที่นั่งทรงผนวชย้ายมาที่วัดเบญจมบิตร ภาพทั้งหมดมี 20 ตอนรายรอบบนผนังทั้งหมด
ความโดดเด่นของภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระที่นั่งทรงผนวช คือ การวาดแบบเหตุการณ์และบุคคลเสมือนจริง (Realism/Naturalism) บันทึกเหตุการณ์บ้านเมืองอย่างละเอียด พร้อภาพวาดภาพระมหากษิตริย์ พระญาติ ขุนนางคนสำคัญ โดยใช้เทคนิค Bird Eye Views ตามแบบฉบับของทางยุโรป วาดทั้งหมดวาดโดยช่างหลวงสมัยรัชกาลที่ 5 การวาดภาพลักษณะนี้ถือว่าเป็นมิติใหม่เมื่อย้อนไป 150 ปีก่อน (ซึ่งในสมัยนั้น ที่จะนิยมเล่าเรื่องราวจากชาดก) จึงทำให้ภาพจิตรกรรมฝาผนังชุดนี้ มีคุณค่าสูงทางประวัติศาสตร์ เพราะเล่าวิถชีวิตของคนไทยในรัตนโกสินทร์ไว้อย่างละเอียด สามารถเป็นหลักฐานอ้างอิงได้
ไฮไลท์

จิตรกรรมผนังที่ 1-3
ลำดับเหตุการณ์สำคัญของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์
ก่อนขึ้นครองราชย์

จิตรกรรมผนังที่ 4-9
เหตุการณ์ช่วงเปลี่ยนแผ่นดินจากรัชกาลที่ 4 สู่รัชกาลที่ 5

จิตรกรรมผนัง 10-11 และ 18-19
พระราชกรณียกิจพัฒนาบ้านเมือง ศาสนา ในพระนคร และหัวเมือง

จิตรกรรมผนังที่ 12-15
การเจริญสัมพันธไมตรีต่างประเทศเพื่อพัฒนาประเทศให้เป็นอารยะ

จิตรกรรมผนังที่ 20
การย้ายพระที่นั่งทรงผนวชมาที่วัดเบญจมบพิตร

ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เก็บมาฝากในวันนี้ เป็นเพียงบางส่วนในพระที่นั่งทรงผนวช ยังมีเยอะที่อยากให้เพื่อนเข้าไปชมด้วยตัวเอง ทั้งนี้ นอกเหนือการชมภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ทรงคุณค่า เพื่อนๆ ยังสามารถสักการะพระพุทธรูปศิลปะล้านนาพระประธานในพระที่นั่งทรงผนวช ชมพระเสลี่ยงน้อย พระแท่นบรรทม พระบรมรูปหินอ่อน, และเครื่องลายคราม วันหยุดวันปิยะมหาราชครั้งต่อไป เตรียมตัวให้พร้อม อย่าพลาดค่ะปีละครั้ง

ดูภาพพร้อมคำบรรยายต่อเนื่อง
https://www.adayoffthailand.com/2025/12/30/themabletempleep2/

#วันเดียวก็เที่ยวได้
#วัดเบญจมบิตร #วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

เที่ยววัดเบญจมบิตรดุสิตวนาราม ในมุมที่คุณอาจไม่เคยเห็น EP.1 อ่าน https://www.adayoffthailand.com/2025/12/28/themarbletem...
29/12/2025

เที่ยววัดเบญจมบิตรดุสิตวนาราม
ในมุมที่คุณอาจไม่เคยเห็น EP.1
อ่าน https://www.adayoffthailand.com/2025/12/28/themarbletempleep1/
ช่วงหยุดปีใหม่ เพื่อนๆ คนเลือกไปเที่ยววัดเพื่อความเป็นศิริมงคลชีวิต หากกำลังวางแผนหาจุดหมายปลายทางกันอยู่ ขอนำเสนอวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และเพื่อให้การเยี่ยมชมครั้งต่อไปมีความหมายมากกว่าที่เคยไป Adayoff ขอแนะนำ-รวบรวมไฮไลท์ ตลอดจนความหมายที่ซ่อนอยู่สถาปัตยกรรมหินอ่อนแห่งนี้ ให้รับทราบกัน
วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามฯ เดิมเป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ ชื่อวัดแหลม ครั้งสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ โปรดเกล้าฯให้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ (พระราชโอรสรัชกาลที่ 2) เป็นผู้บัญชาการกองทัพรักษาพระนครที่วัดแหลมแห่งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นจากการปราบกบฎในช่วงปี พ.ศ. 2370 พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ ได้ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์วัดแหลม ร่วมกับ พระเชษฐภคินี พระขนิษฐภคินี พระกนิษฐภาดา และเจ้าจอมมารดา ทั้งสิ้น 5 พระองค์ และสร้างเจดีย์ขึ้น 5 องค์ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดเบญจมบิตร หมายถึง วัดที่เจ้านายห้าพระองค์​บูรณะปฏิสังขารนั่นเอง
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2441 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ทรงดำริสร้างสวนดุสิตให้เป็นสถานที่หย่อนใจในพระนคร (ภายหลังคือพระราชวังสวนดุสิต) นอกจากนี้ ยังได้ดำริได้บูรณะวัดเบญจมบิตรที่อยู่บริเวณใกล้กับสวนดุสิต และสถาปนาให้เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 5 และพระราชทานนามวัดนี้ว่า วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามฯ เพื่อสร้างวัดนี้ให้เป็นแบบอย่างสถาปัตยกรรมชั้นนำที่รวบรวมช่างฝีมือรัตนโกสินทร์ เพื่อสร้างพิพิธภัณฑ์รวบรวมพระพุทธรูปโบราณ และเป็น College หรือ สถานที่เล่าเรียนพระปริยัติธรรมและวิชาชั้นสูงของคณะสงฆ์มหานิกาย
ไฮไลท์ 1 ชมสถาปัตยกรรมหินอ่อนอิตาลีที่ใหญ่ที่สุดในไทย
จุดปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ไฮไลท์ 2 สักการะพระพุทธชินราช (จำลอง) พระประธานในพระอุโบสถ

ไฮไลท์ 3 ชมกระจกสีแบบตะวันตกประดับลวดลายเทพพนม
เหนือบานหน้าต่างและประตูพระอุโบสถ

ไฮไลท์ 4 ชมภาพเขียนพระสถูปเจดีย์สำคัญ
จากทุกภูมิภาคบนผนังพระอุโบสถ

ไฮไลท์ 5 สัญลักษณ์กระทรวงบนหนัาบันพระอุโบสถ

ไฮไลท์ 6 พิพิธภัณฑ์พระพุทธรูป 52 องค์
และชมพระพุทธรูปปางลีลายุคสุโขทัย ที่สวยงามที่สุด

ไฮไลท์ 7 อธิษฐานของพรพระธรรมจักร
เพื่อความเจริญก้าวหน้าเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง

ไฮไลท์ 8 ชมภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังแบบเสมือนจริง
เล่าพระราชประวัติรัชกาลที่ 5

อ่านและดูภาพต่อเนื่อง อ่าน https://www.adayoffthailand.com/2025/12/28/themarbletempleep1/

#วันเดียวก็เที่ยวได้
#วัดเบญจมบิตรดุสิตวนาราม
#วัดเบญจมบิตร

ปรากฎการณ์ dib Bangkok สัมผัสจิตวิญญาณแห่งศิลปะร่วมสมัย ใจกลางกรุงเทพฯ https://www.adayoffthailand.com/2025/12/26/dibban...
26/12/2025

ปรากฎการณ์ dib Bangkok
สัมผัสจิตวิญญาณแห่งศิลปะร่วมสมัย ใจกลางกรุงเทพฯ
https://www.adayoffthailand.com/2025/12/26/dibbangkok
เปิดปฐมบทใหม่ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยในกรุงเทพ กับความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมทรงกรวยและตึกหมวกสามเหลี่ยม ที่สร้างปรากฎการณ์การแชร์ในโซเซียลมีเดียกันกว้างขวางผ่านสื่อชั้นนำ กลุ่มครีเอทีฟ ศิลปิน และนักเที่ยวสายชิวเอ้าท์ถ่ายรูป สถานที่แห่งนี้ คือ dib Bangkok “ดิบ บางกอก” พิพิธภัณฑ์สมัยร่วมสมัยนานาชาติ ตั้งใจกลางกรุงเทพมหานคร บริเวณถนนพระราม 4 ซอยหลังมหาลัยกรุงเทพ ​
dib Bangkok เกิดจากความฝันของคุณเพชร โอสถานุเคราะห์ (เกิด ม.ค. 2503 – ถึงแก่กรรม ส.ค. 66) นักร้องศิลปินเจ้าของเพลง “เพียงชายคนนี้” อดีตผู้บริหารโอสถสภา อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มีความมุ่งมั่นวางรากฐานของวงการศิลปะ วัฒนธรรม และการศึกษาของประเทศชาติ จึงได้ซื้อโกดังเก็บเหล็ก 3 ชั้น ยุค 1980s ในย่านพระราม 4 และมอบหมายให้ WHY Architecture สานฝันดัดแปลงโกดังนี้ ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ภายใต้แนวคิด “ดิบ” ที่ยังคงอัตลักษณ์ของอาคารเดิม แต่ประยุกต์การออกแบบให้เป็นปัจจุบัน
ความโดดเด่นของ dib Bangkok ไม่ได้มีเพียงแค่การออกแบบสถาปัตยกรรม แต่ผลงานทุกชิ้นที่คัดสรรมาแสดงที่นี่นั้น ต่างก็มีโดดเด่นในเรื่องความดิบไม่แพ้กับ กล่าวคือ ผลงานแต่ละชิ้นนั้น ส่งอินเนอร์เต็ม สะท้อนมุมสังคมที่พวกเราจำยอมรับหรือต้องมองข้าม และเล่าชีวิตประจำวันที่เรียบง่าย (Slice of Life) แต่เปี่ยมไปด้วยความหมายที่่ควรจดจำหรือความเจ็บปวด ทำใหั dib กลายเป็นมากกว่าการสถานที่แสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยธรรมดาแห่งหนึ่ง แต่เป็นแหล่งรวมจิตวิญญาณของศิลปะร่วมสมัย จากศิลปินชาวไทย และนานาประเทศ อาทิ เอเซีย อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย เมื่อเช้าไปเยี่ยมชม เราจึงได้รับประสบการณ์การที่แตกต่างจากการไปพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยอื่นๆ ในกรุงเทพ
รีวิว 10 ผลงานแนะนำต้องชมในนิทรรศการเปิดตัว dib Bangkok ภายใต้ธีม “ล่องไม่หน” (IN)VISIBLE PRESENCE จาก 40 ศิลปินศิลปะร่วมสมัยจากนานานประเทศ
https://www.adayoffthailand.com/2025/12/26/dibbangkok

#วันเดียวก็เที่ยวได้ #ดิบบางกอก

 #บันทึกประสบการณ์และความทรงจำ  #วิจิตรเจ้าพระยา วิจิตรเจ้าพระยา กับการยืนรอ 3 ชั่วโมง เพื่อแลกกับการแสดง 15 นาที บวกตัว...
25/12/2025

#บันทึกประสบการณ์และความทรงจำ #วิจิตรเจ้าพระยา วิจิตรเจ้าพระยา กับการยืนรอ 3 ชั่วโมง เพื่อแลกกับการแสดง 15 นาที บวกตัวเกร็งเพราะต้องควบคุมอุปกรณ์ให้เก็บภาพให้ทันและดีที่สุด และจบด้วยการเดินอีก 30 นาทีออกจากวัดที่คนเบียดเสียดกว่าจะหา Grab ได้ แต่ก็ #คุ้ม เพราะได้ประสบการณ์การเรียนรู้การถ่ายภาพ และเจอเพื่อนใหม่ที่วัดกัลยาณมิตร ปีหน้าพบกันใหม่ (ขอแก้มือถ่ายพลุตกเฟรม :-)

Adayoff ขอบันทึกประสบการณ์ และภาพความทรงจำกับการไปเที่ยววิจิตรเจ้าพระยา 2568 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 กับการการแส.....

นำภาพพลุและโดรนมาฝากจากงาน  #วิจิตรเจ้าพระยา รอบ 23 ธันวาคม  แชร์กันเลย   #วันเดียวก็เที่ยวได้
23/12/2025

นำภาพพลุและโดรนมาฝากจากงาน #วิจิตรเจ้าพระยา รอบ 23 ธันวาคม แชร์กันเลย

#วันเดียวก็เที่ยวได้

ที่อยู่

Bangkok
10120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ADayoffผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ADayoff:

แชร์

ประเภท