12/10/2026
#น้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่9
"เร่งและพัก ตามจังหวะน้ำ" ตามรอยพระราชดำริ
ที่คลองลัดโพธิ์ และบึงหนองบอน น้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9
อ่านเรื่องเต็มกดลิงค์ในคอมเมนต์ 👇
13 ตุลาคม 2569 ครบ 10 ปีพอดีที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต สิบปีที่ผ่านมา เราอาจคุ้นกับคำว่า "แก้มลิง" จนเผลอคิดว่าเป็นแค่ศัพท์ในข่าวน้ำท่วม จนกระทั่งปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ฝนตกหนักแช่จนกรุงเทพฯ หลายย่านจมน้ำ คำนี้จึงกลับมาอยู่ในทุกวงสนทนาอีกครั้ง
Adayoff เลยอยากใช้วันหยุดนี้ไปดูของจริงด้วยตาตัวเองว่า พระราชดำริเรื่องน้ำที่เราได้ยินมาตั้งแต่เด็ก หน้าตาเป็นอย่างไรเมื่อออกมาอยู่บนแผนที่ เราเลือกสองโครงการที่ทำหน้าที่ต่างกัน แต่ต่างก็ช่วยคนกรุงเทพฯ ให้รอดพ้นจากอุทกภัยเหมือนกัน คือ คลองลัดโพธิ์ ที่ "เร่ง" น้ำออกสู่ทะเล และบึงหนองบอน ที่ "พัก" น้ำไว้ก่อน เช้าหนึ่งที่ บ่ายอีกที่ ครบได้ในวันเดียว
คลองลัดโพธิ์มีเรื่องราวย้อนไปไกลกว่าที่คิดมาก คลองนี้ขุดครั้งแรกตั้งแต่สมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยา (อ้างอิง: ศิลปวัฒนธรรม) เพื่อลัดคอคอดของแม่น้ำเจ้าพระยาตรงพระประแดง เนื่องจากเรือที่ต้องอ้อมคุ้งบางกะเจ้าเสียเวลาเป็นวัน จนชาวบ้านตั้งชื่อเล่นให้โค้งน้ำนี้ว่า "โค้งข้าวเหนียวบูด" เพราะกว่าพ่อค้าแม่ค้าที่พายเรือขายข้าวเหนียวจะพ้นโค้ง ข้าวก็บูดพอดี ต่อมาในรัชกาลที่ 1 มีพระราชดำริให้ปิดคลอง โดยขนอิฐจากกำแพงกรุงเก่ามาถมเป็นทำนบ กันน้ำเค็มไม่ให้รุกถึงพระนคร ครั้นถนนตัดผ่านในยุคหลัง ผู้คนหันไปใช้รถแทนเรือ คลองจึงตื้นเขินจนแทบหาร่องรอยไม่เจอ
จุดเปลี่ยนมาถึงหลังมหาอุทกภัยปี 2538 เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2538 ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานศึกษาการฟื้นฟูคลองลัดโพธิ์ ด้วยหลักการ "เบี่ยงน้ำ" (Diversion) งานขุดลอกเริ่มปี 2545 และแล้วเสร็จปี 2549 จากคลองเล็กกว้าง 10 ถึง 15 เมตร กลายเป็นคลองกว้าง 65 เมตร ลึก 7 เมตร ยาว 600 เมตร พร้อมประตูระบายน้ำ 4 ช่อง และในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 พระองค์เสด็จฯ โดยเรือพระที่นั่งอังสนา ไปทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ พร้อมสะพานภูมิพล 1 และภูมิพล 2 ส่วนอีกฟากเมือง บึงหนองบอนคือคำตอบของโจทย์เดียวกันในอีกรูปแบบ โครงการแก้มลิง (Monkey Cheek) เกิดจากพระราชดำริหลังน้ำท่วมปี 2538 เช่นกัน และวันนี้หนองบอนคือแก้มลิงที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ บนพื้นที่กว่า 644 ไร่ รับน้ำได้กว่า 5 ล้านลูกบาศก์เมตร
#ไฮไลต์การเดินทางช่วงเช้า ที่ #คลองลัดโพธิ์
🌊 ชมประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ จุดที่น้ำเดินทาง 600 เมตรแทน 18 กิโลเมตร
ไฮไลต์แรกของวันคือการยืนกลางสะพานข้ามคลองลัดโพธิ์ เพื่อชมประตูระบายน้ำ ซึ่งควบคุมการเปิดปิดบานประตูเหล็กขนาดใหญ่ (กว้าง 14 เมตร สูง 9.55 เมตร จำนวน 4 บาน) ให้สัมพันธ์กับจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเล ประตูน้ำนี้รับน้ำจากคุ้งน้ำด้านบนแถวถนนพระราม 3 บริเวณวัดด่าน ใต้สะพานภูมิพล แล้วส่งผ่านไปยังอีกฝั่ง คือคุ้งน้ำเจ้าพระยาด้านปู่เจ้าสมิงพราย สมุทรปราการ แนะนำให้เดินลงไปใต้สะพาน จะได้เห็นพลังของน้ำที่ไหลจากแม่น้ำด้านบนลงสู่ด้านล่างอย่างชัดเจน
พลังน้ำที่ไหลแรงนี้ยังถูกนำมาใช้ประโยชน์ต่อ ด้วยการใช้พลังงานจลน์ (Kinetic Energy) จากความเร็วของกระแสน้ำที่ไหลผ่านประตูระบายน้ำ มาหมุนใบพัดกังหัน (มีทั้งแบบหมุนตามแนวแกนและแบบหมุนขวางการไหล) เพื่อปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า กังหันพลังน้ำนี้ติดตั้งอยู่บริเวณตอม่อท้ายประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับสิทธิบัตร และได้รับพระราชทานชื่อว่า “อุทกพลวัต” (อุทก รวมกับ พลวัต หมายถึงพลังงานน้ำที่เคลื่อนที่ด้วยแรง) (อ้างอิง: เว็บไซต์สำนักงานพระคลังข้างที่)
ลองนึกภาพตาม ถ้าไม่มีคลองนี้ น้ำจากเจ้าพระยาต้องไหลอ้อมคุ้งบางกะเจ้ายาว 18 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 5 ชั่วโมงกว่าจะถึงทะเล แต่เมื่อผ่านคลองลัดโพธิ์ ระยะทางเหลือเพียง 600 เมตร ใช้เวลาราว 10 นาที กรมชลประทานระบุว่าระบายได้สูงสุดประมาณ 40 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ความฉลาดที่แท้จริงอยู่ที่จังหวะ น้ำลงก็เปิดให้น้ำหลากไหลออก น้ำทะเลหนุนก็ปิด ให้น้ำทะเลต้องอ้อมโค้งยาวจนหมดแรงก่อนถึงตัวเมือง เป็นการใช้ธรรมชาติจัดการธรรมชาติอย่างแท้จริง และในปีมหาอุทกภัย 2554 คลองเส้นนี้ระบายน้ำไปได้ถึง 5,774 ล้านลูกบาศก์เมตร
🙏 กราบพระบรมรูปรัชกาลที่ 9 ที่ลานพระบรมรูปทรงงาน
พระบรมรูปรัชกาลที่ 9 ใต้สะพานวงแหวนอุตสาหกรรม เป็นพระบรมรูปหล่อโลหะประทับยืนในพระอิริยาบถทรงงาน ทรงฉลองพระองค์สูท สูง 2.30 เมตร ถวายการออกแบบและปั้นดินเหนียวต้นแบบโดยอาจารย์กิตติชัย ตรีรัตน์วิชชา โดยในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ต้นแบบ และทรงตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ด้วยพระองค์เอง เช่น กล้องถ่ายภาพ แผนที่ และวิทยุสื่อสารที่ทรงสะพายขณะทรงงาน พระบรมรูปนี้จัดทำเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2555 และมีพิธีอัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนแท่น ณ สวนสุขภาพลัดโพธิ์ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2556
🌳 เดินเล่นสวนสุขภาพลัดโพธิ์ริมคลอง มองสะพานภูมิพลทอดข้ามแม่น้ำ
จากประตูน้ำ เดินต่อเข้าสวนสุขภาพลัดโพธิ์ได้เลย สวนนี้อยู่ใต้แนวถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ร่มรื่นพอให้เดินช้าๆ มีลู่วิ่ง และมีโครงสะพานภูมิพลที่ทอดข้ามเจ้าพระยาเป็นฉากหลัง ถ้ามีเวลาเหลือ จากย่านนี้ยังไปต่อบางกะเจ้า ปอดสีเขียวของกรุงเทพฯ ได้ไม่ไกล
#ไฮไลต์การเดินทางช่วงบ่าย ที่ #บึงหนองบอน
🌅 ชมวิวทิวทัศน์และธรรมชาติของบึงหนองบอนบนสะพานสถิตวารี
บ่ายแก่ๆ ข้ามเมืองไปฝั่งตะวันออกที่บึงหนองบอน ตรงนี้ภาพจะเปลี่ยนจากงานวิศวกรรมเป็นไลฟ์สไตล์ทันที บึงสามบึงที่เชื่อมถึงกันทำหน้าที่แก้มลิง รับน้ำจากคลองหนองบอนและคลองมะขามเทศ ช่วยให้เขตประเวศ สวนหลวง และพระโขนง ระบายน้ำท่วมขังได้ภายใน 1 ถึง 2 วัน จากเดิมที่ต้องรอเป็นสัปดาห์
⛵ ลองเรือใบ คายัก หรือซัพบอร์ด (SUP) กลางแก้มลิงที่บึงหนองบอน
ในวันฟ้าโปร่ง ผิวน้ำเดียวกันนี้กลายเป็นสนามกีฬาทางน้ำแห่งแรกของ กทม. มีทั้งเรือใบ วินด์เซิร์ฟ (Windsurf) คายัก (Kayak) แคนู (Canoe) และซัพบอร์ด พร้อมคอร์สสอนสำหรับมือใหม่ ความรู้สึกตอนพายเรืออยู่กลางบึง แล้วนึกขึ้นได้ว่าใต้ลำเรือคือพื้นที่ที่รอรับน้ำแทนบ้านของคนนับหมื่น ทั้งสงบและขนลุกไปพร้อมกัน
🚴 ออกกำลังกาย เดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยานรอบบึง
ใครไม่ถนัดลงน้ำ จะเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยานก็ได้ เส้นทางจักรยานรอบบึงแบ่งเป็น 2 เลนชัดเจน เลนเร็วสำหรับสายจริงจัง และเลนชิลสำหรับสายปั่นชมวิว มีป้ายจราจรและกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทาง ช่วงแดดอ่อนตอนเย็นคือเวลาที่บึงสวยที่สุด
อีกเรื่องที่อยากชวนตามต่อ ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีแก้มลิง 38 แห่ง รับน้ำได้กว่า 13.7 ล้านลูกบาศก์เมตร และ กทม. ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 45 แห่ง แต่หลังน้ำท่วมรอบล่าสุด การยกเลิกบึงรับน้ำคู้บอนและบางชันกลายเป็นประเด็นถกเถียง กทม. ย้ำว่ายกเลิกจริง ด้วยเหตุผลเรื่องต้นทุนเวนคืนและความคุ้มค่า แต่เพราะแก้มลิงยังมีคุณประโยชน์นานัปการต่อคนเมือง สื่อและภาคประชาชนจึงยังเคลื่อนไหวเรียกร้องให้นำโครงการกลับมาดำเนินการ เรื่องนี้ยังต้องติดตามกันต่อ Adayoff ขอชวนผู้อ่านติดตามข่าวด้วยใจที่เปิดกว้างค่ะ
กลับบ้านวันนั้น เรามองน้ำในคลองหน้าบ้านต่างไปจากเดิม คลองลัดโพธิ์สอนว่าน้ำไม่ใช่ศัตรู เพียงต้องเข้าใจและรู้จังหวะของมัน ดังพระราชดำรัสถึงโครงการนี้ว่า “ถ้าทำเป็นเวลาแล้ว น้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ” ส่วนหนองบอนสอนว่าพื้นที่รับน้ำไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่รกร้าง แต่เป็นสวน เป็นสนามกีฬา และเป็นที่หายใจของเมืองได้ด้วย สิบปีผ่านไป พระราชกรณียกิจเหล่านี้ยังทำงานอยู่ทุกฤดูฝนโดยที่เราแทบไม่รู้ตัว วันหยุดนี้ลองชวนเพื่อน ครอบครัว หรือไปคนเดียวก็ได้ เช้าไปยืนดูน้ำ 600 เมตรที่ช่วยกรุงเทพฯ บ่ายไปพายเรือบนแก้มลิงที่ใหญ่ที่สุดในเมือง แต่งตัวสบาย พกหมวก ครีมกันแดด และน้ำเปล่า เท่านี้ก็เป็นวันหยุดที่ได้ทั้งความรู้และความรู้สึกดีๆ กลับบ้าน
ข้อมูลก่อนไป
📍 ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และสวนสุขภาพลัดโพธิ์ ตำบลทรงคนอง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ใกล้สะพานภูมิพล 1 และ 2 บนถนนวงแหวนอุตสาหกรรม เดินทางสะดวกที่สุดด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือแท็กซี่
🕐 ช่วงที่น่าไปที่สุดคือกันยายนถึงพฤศจิกายน ฤดูน้ำหลากที่กรมชลประทานพิจารณาเปิดบานประตูเร่งระบายน้ำ ส่วนเวลาเปิดปิดของสวน แนะนำให้เช็กกับเพจหรือหน่วยงานในพื้นที่ก่อนไป
📍 สวนสาธารณะศูนย์กีฬาบึงหนองบอน ซอย 43 ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ
⛵ กิจกรรมทางน้ำและคอร์สเรียน ควรเช็กราคาและรอบเวลากับเพจศูนย์กีฬาบึงหนองบอนก่อน และไปถึงก่อนบ่ายสามเพื่อให้มีเวลาเล่นน้ำ
🗺️ เส้นทางแนะนำ เช้าแวะลัดโพธิ์ก่อนแดดแรง บ่ายข้ามไปหนองบอน แล้วรอชมแสงเย็นริมบึงก่อนสวนปิด
👟 ใส่รองเท้าผ้าใบ เตรียมชุดเปลี่ยนถ้าจะลงน้ำ และแต่งกายสุภาพเพื่อเคารพพื้นที่พระบรมรูป
Adayoff วันเดียวก็เที่ยวได้ สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรม ศิลปะ อาหาร และผู้คนแบบท้องถิ่นและจากทั่วทุกมุมโลก
A taste of culture, art, and people where global meets local
#วันเดียวก็เที่ยวได้ #ตามรอยพระราชดำริ #รัชกาลที่9 #13ตุลาคม #น้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่9 #คลองลัดโพธิ์ #บึงหนองบอน #แก้มลิง #พระประแดง #เที่ยวกรุงเทพ Suthida Maleipan
อ้างอิง
ศิลปวัฒนธรรม: “ลัดโพธิ์” คลองลัดแห่งประวัติศาสตร์ https://www.silpa-mag.com/history/article_90943
สำนักงานพระคลังข้างที่ https://privypurse.or.th/
กรุงเทพมหานคร (เพจ Facebook) กทม.ย้ำ ยกเลิกบึงคู้บอน บึงบางชัน https://www.facebook.com/bangkokbma/posts/1445641987743946/