15/04/2026
พระพุทธนฤมิตร: พุทธปฏิมาฉลองพระองค์ สถิตถาวร ณ อารามริมเจ้าพระยา
ในบรรดาพุทธปฏิมาศิลปะรัตนโกสินทร์ที่ทรงคุณค่าและมีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ "พระพุทธนฤมิตร" นับเป็นพระพุทธรูปที่มีประวัติความเป็นมาผูกพันกับบุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าอย่างแนบแน่น โดยประดิษฐานอยู่ในบุษบกยอดปรางค์บริเวณหน้าบันมุขเด็จของพระอุโบสถ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
ประวัติการสร้าง: สายใยแห่งศรัทธาสามรัชกาล
พระพุทธนฤมิตร มีประวัติการสร้างที่น่าสนใจยิ่ง โดยเป็นพระพุทธรูป "ฉลองพระองค์" ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2)
พระราชดำริ: เริ่มต้นจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ที่ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จำลองแบบมาจาก "พระพุทธนฤมิตร" องค์ต้นแบบที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง
การจัดสร้าง: ทรงโปรดให้หล่อขึ้นเพื่ออุทิศพระราชกุศลถวายแด่สมเด็จพระบรมชนกนาถ (รัชกาลที่ 2)
การประดิษฐาน: การสร้างและประดับตกแต่งเสร็จสมบูรณ์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เมื่อปี พ.ศ. 2426 และได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วัดประจำรัชกาลที่ 2 แห่งนี้
วิจิตรศิลป์แห่งจักรพรรดิราชาพระพุทธนฤมิตร เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์ของศิลปกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ตอนกลาง ที่เน้นความหรูหราและพุทธศิลป์แบบ "ทรงเครื่อง" อย่างกษัตริย์
ปางพระพุทธรูป: ทรงอยู่ในอิริยาบถยืนบนฐานบัว ปางห้ามสมุทร (ยกพระหัตถ์ทั้งสองข้างขึ้นเสมอพระอุระ ฝ่าพระหัตถ์ตั้งตรงหันออกด้านหน้า) ซึ่งเป็นปางที่นิยมสร้างเป็นพระพุทธรูปฉลองพระองค์
การแต่งกาย (เครื่องทรง): ทรงเครื่องจักรพรรดิราชาธิราชอย่างเต็มยศ ประกอบด้วย:
มงกุฎ: ทรงมงกุฎยอดแหลม (ศิราภรณ์) วิจิตรบรรจง
เครื่องประดับ: ปรากฏกรองศอ (สร้อยคอ), ทับทรวง (เครื่องประดับหน้าอก), สังวาล และพาหุรัด (ทองต้นแขน) ที่สลักลวดลายละเอียดถี่ถ้วน
ฉลองพระองค์: ทรงจีวรห่มคลุมประดับด้วยลวดลายกนกและลายดอกพุ่มข้าวบิณฑ์ ประดับกระจกและลงรักปิดทองอย่างงดงาม แผ่นพระเขนง (ผ้าห้อยหน้า) มีลักษณะคล้ายหางสิงห์หรือชายไหวชายแครงในชุดโขนละคร
พุทธศิลป์โดยรวม: วงพระพักตร์มีลักษณะอ่อนโยนตามแบบพิมพ์นิยมในสมัยรัชกาลที่ 3-4 มีความสง่างามสะท้อนถึงพระบารมีแห่งธรรมราชา
บทสรุป
พระพุทธนฤมิตร ไม่เพียงแต่เป็นศาสนวัตถุที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็น "จดหมายเหตุทางศิลปะ" ที่บันทึกความกตัญญูกตเวทีของพระมหากษัตริย์ไทย และแสดงถึงความรุ่งเรืองของงานช่างสิบหมู่ในยุคต้นรัตนโกสินทร์ที่ยังคงทอแสงทองระยิบระยับต้อนรับผู้มาเยือนวัดอรุณฯ จนถึงปัจจุบัน