Khobjaithailand เที่ยวธรรมดาแบบคนธรรมดาเที่ยว

วันสงกรานต์วันปีใหม่ไทยสดชื่นส่งท้ายก่อนสงกรานต์ไทย ย้ายไปปีหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) กรุงเ...
15/04/2026

วันสงกรานต์
วันปีใหม่ไทย
สดชื่นส่งท้ายก่อนสงกรานต์ไทย ย้ายไปปีหน้า

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) กรุงเทพมหานคร
(บันทึกภาพเมื่อวานนี้)

#วันสงกรานต์
#วันปีใหม่ไทย
#วัดโพธิ์
#กรุงเทพ


เหมือนสงกรานต์นานาชาติ ฝรั่ง ไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ครบรสครับ

วันสงกรานต์วันปีใหม่ไทยสุขสดใสวันครอบครัวสดชื่นกันถ้วนทั่วทุกครัวเรือนครับวัดพระสมุทรเจดีย์สมุทรปราการ (บันทึกภาพเมื่อวา...
14/04/2026

วันสงกรานต์
วันปีใหม่ไทย

สุขสดใสวันครอบครัว
สดชื่นกันถ้วนทั่วทุกครัวเรือนครับ

วัดพระสมุทรเจดีย์
สมุทรปราการ
(บันทึกภาพเมื่อวานนี้)

#วันสงกรานต์
#วันปีใหม่ไทย
#วันครอบครัว
#วัดพระสมุทรเจดีย์

วันสงกรานต์สุขกาย สุขใจสวัสดีปีใหม่ไทยวันปีใหม่ไทยไม่มีอะไรดีไปกว่าส่งคำอวยพรให้กัน ใครเดินทางไปท่องเที่ยวหรือกลับบ้านเก...
13/04/2026

วันสงกรานต์
สุขกาย สุขใจ
สวัสดีปีใหม่ไทย

วันปีใหม่ไทยไม่มีอะไรดีไปกว่าส่งคำอวยพรให้กัน ใครเดินทางไปท่องเที่ยวหรือกลับบ้านเกิดขอให้สนุกสนานปลอดภัย ถ้าไม่ได้ไปไหนขอให้มีความสุขกับครอบครัว ส่วนคนที่อยู่กรุงเทพฯ มองหาวัดใกล้บ้าน ออกไปทำบุญเพื่อความเป็นศิริมงคลกับชีวิต สำหรับเรา khobjaithailand คิดไว้ในใจเบาๆ ว่าสามสี่วันนี้จะออกไปทุกวัน เลือกเมืองปริมณฑลและกรุงเทพฯ เริ่มจากนครปฐม กรุงเทพฯ ไล่เรียงไปเรื่อย

ส่วนภาพที่นำมาฝากกันในวันนี้คือภาพวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ บันทึกเมื่อวานนี้

ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนรวมถึงครอบครัวมีความสุขตลอดปีตลอดไป ขอบใจไทยแลนด์สวัสดีครับ

#วันสงกรานต์
#วัดสุทัศน์
#วันปีใหม่ไทย
#กรุงเทพฯ


วันนี้กะไปเยือนสมุทรปราการครับ

‘เที่ยวปีใหม่ไทยในวันสงกรานต์’‘เลย’ ความต่างบนเส้นทางประเพณีวันสงกรานต์นับเป็นวันปีใหม่ไทย สืบทอดมาแต่โบราณ เป็นงานประเพ...
10/04/2026

‘เที่ยวปีใหม่ไทยในวันสงกรานต์’
‘เลย’ ความต่างบนเส้นทางประเพณี

วันสงกรานต์นับเป็นวันปีใหม่ไทย สืบทอดมาแต่โบราณ เป็นงานประเพณีสำคัญที่คนไทยทั้งประเทศยอมรับและภาคภูมิใจ เป็นประเพณีที่มีรายละเอียดหรือพิธีกรรมมากพอสมควร พิธีกรรมส่วนใหญ่เหมือนกันในเกือบทุกถิ่น แตกต่างกันบ้างในบางถิ่น ที่เหมือนกันอย่างเห็นได้ชัดคือประเพณีสรงน้ำพระ ก่อเจดีย์ทราย รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ทำบุญ ไหว้พระ ฟังธรรม

แม้ในปีนี้ประเพณีวันสงกรานต์จะอยู่ในช่วงอึมครึมกับศึกสงครามจากอีกฝั่งหนึ่งของโลกโดยมีผลกระทบต่อการใช้จ่ายอยู่บ้าง แต่ไม่ได้มีผลอะไรกับงานประเพณีสงกรานต์มากนัก ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่กลับบ้าน อีกส่วนหนึ่งไปเที่ยวชมประเพณีอันงดงามในแต่ละถิ่น สำหรับคนที่กลับบ้านขอให้เดินทางท่องเที่ยวด้วยความสนุกสนานปลอดภัย ส่วนใครยังไม่มีที่ไปอยากแนะนำให้ไปเที่ยวเมืองเลย เมืองที่มีประเพณีสงกรานต์ที่เหมือนและแตกต่างจากพื้นที่อื่น คือ ประเพณีแห่ต้นดอกไม้แสงภา, พิธีแห่สรงน้ำพระพุทธนาวาบรรพต, พิธีแห่ขันดอกไม้บูชาพระธาตุศรีสองรัก และประเพณีแห่ข้าวพันก้อนเพื่อถวายแด่องค์พระธาตุศรีสองรัก ประเพณีทั้งหมดนี้จัดขึ้นในช่วงสงกรานต์แต่วัน-เวลาไม่ตรงกัน คือ...
- ประเพณีแห่ต้นดอกไม้แสงภา วันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๖๙ ณ วัดศรีโพธิ์ชัย บ้านแสงภา ตำบลแสงภา อ.นาแห้ว
- พิธีแห่สรงน้ำพระพุทธนาวาบรรพต วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๙ ณ ยอดภูเรือ อุทยานแห่งชาติภูเรือ อ.ภูเรือ
- พิธีแห่ขันดอกไม้บูชาพระธาตุศรีสองรัก วันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๙ ณ บ้านเจ้าพ่อกวน/บ้านเจ้าแม่นางเทียม และพระธาตุศรีสองรัก อ.ด่านซ้าย
- ประเพณีแห่ข้าวพันก้อนเพื่อถวายแด่องค์พระธาตุศรีสองรัก วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๙ บ้านเจ้าพ่อกวน บ้านเจ้าแม่นางเทียม และพระธาตุศรีสองรัก อ.ด่านซ้าย

ผู้ที่สนใจไปเที่ยวชมประเพณีสงกรานต์ จ.เลย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานเลย โทรศัพท์ ๐๔๒ ๘๑๒ ๘๑๒ เฟสบุ๊ค : ททท.สำนักงานเลย : TAT Loei Office อยากบอกว่า khobjaithailand เคยไปสัมผัสประเพณีช่วงวันสงกรานต์ที่เมืองเลยมาแล้ว เข้มขลังและสนุกสนานมากครับ

สวัสดีปีใหม่ไทย ขอให้ปลอดภัย สุขสรรค์ แข็งแรงทั้งกายใจครับ

#วันสงกรานต์
#เลย
#งานประเพณี

นั่งรถไฟไปเที่ยวโพธารามโลกยามเช้า ก้าวเท้าไปบนเส้นทางที่คุ้นเคย เดินลงไปนั่งรถไฟใต้ดิน MRT ที่สถานีลาดพร้าว รถไฟฟ้าจอดแว...
04/04/2026

นั่งรถไฟ
ไปเที่ยวโพธาราม

โลกยามเช้า ก้าวเท้าไปบนเส้นทางที่คุ้นเคย เดินลงไปนั่งรถไฟใต้ดิน MRT ที่สถานีลาดพร้าว รถไฟฟ้าจอดแวะและผ่านสถานีพหลโยธิน จตุจักร กำแพงเพชร และท้ายสุดที่สถานีบางซื่อ (เลือกลงที่นี่) จากนั้นเดินขึ้นมา ข้ามถนนมาที่สถานีรถไฟเก่าแก่ของไทยสถานีหนึ่งนั่นคือ ‘สถานีชุมทางบางซื่อ’ ความจริงวันนี้ไม่ต้องมาเช้าก็ได้ แต่อยากมาเก็บภาพรถไฟหลากสีหลายขบวนที่แล่นผ่านสถานีนี้ เช่น ขบวนรถไฟสุดหรู ‘โรเยลบอสซั่ม’ (ผ่านมาจอดแล้วก็จากไป) ส่วนเราซื้อตั๋วเดินทางไป อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เสียค่าโดยสารแค่ ๑๙ บาท งานนี้ยังไปเดินเท้าท่องเที่ยวเหมือนเดิม คือประหยัดงบสงบเงินแต่ต้องได้อรรถรส เสียค่าใช้จ่ายน้อยแต่ได้ความสุขกลับมาเต็มๆ

เวลา ๐๙.๔๕ รถไฟขบวน ๒๖๑ ธรรมดา พาเราเคลื่อนออกจากสถานีบางซื่อ แล่นผ่านสถานีบางซ่อน ข้ามมาฝั่งธนบุรี แวะสถานีขนาดเล็กและใหญ่ เช่น ตลิ่งชัน นครชัยศรี นครปฐม และสุดท้ายลงรถที่สถานีโพธาราม ใช้เวลาในการเดินทางสองชั่วโมงพอดิบพอดี รถไฟมุ่งลงใต้แล่นหายลับไปกับตา เราก้าวเท้าเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดโพธาราม

การเดินทางไปเที่ยว ‘โพธาราม’ด้วยรถไฟดีตรงที่พอไปถึงสถานีรถไฟโพธารามก็เริ่มเดินทัวร์ได้เลย คือด้านหน้าสถานีมีทั้งบ้านไม้เก่าและอาคารพาณิชย์ที่ใหม่ขึ้นมาหน่อย โพธารามแต่เดิมแบ่งแหล่งการค้าเป็นสองส่วนคือ ‘ตลาดบน’ กับ ‘ตลาดล่าง’ แต่นั่นเป็นอดีตเพราะปัจจุบันลองถามเด็กโพธารามรุ่นใหม่บางคนยังแยกไม่ออกอันไหนบนอันไหนล่าง ส่วนเรามีการวางแผนมาแล้วนิดหน่อย ตกลงปลงใจเดินไปทางฝั่งขวาของสถานีรถไฟ วาดหวังได้พบสถานที่หนึ่ง นั่นคือ ‘กระท่อมสาธุ’ หรือที่บางคนเรียกว่า ‘กระท่อมโพธาราม’ กระท่อมมากดีไซน์ที่ใครต่อใครพูดถึง จากนั้นค่อยเดินถ่ายภาพไปเรื่อยๆ เดินเป็นเส้นทางแบบวงกลมกับระยะทางประมาณ ๒-๓ กิโลเมตร

จากสถานีรถไฟ จุดแรกที่อยู่ใกล้ที่สุดคือ ‘โรงเจซุ่นเทียนตั๊ว’ วันนี้โรงเจปิด ได้แต่ถ่ายภาพจิตรกรรมฝาผนังด้านนอก จากนั้นแวะจุดที่สองคือ ‘วัดโพธาราม’ วัดชื่อเดียวกับอำเภอ วัดที่ถือว่าอยู่กลางอำเภอ สิ่งที่น่าสนใจเท่าที่ได้สัมผัสคือศาลาไม้ขนาดใหญ่ เป็นศาลาไม้เก่าแก่ที่มีการปรับประยุกต์แล้ว นอกจากนั้นยังมีพระพุทธรูปด้านหน้าอุโบสถซึ่งมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ด้วย

ออกจากวัด เดินตามถนนโพธาราม ข้ามแยกถนนเทศบาล 2 เข้าสู่ย่านเก่าแก่ที่ถูกเรียกว่า “ถนนน่าเดิน” ถนนสายนี้มีบ้านไม้สองชั้นเรียงรายอยู่สองข้างทาง บ้านบางหลังยังอยู่อาศัยแบบดิบเดิม หลายหลังปรับประยุกต์เป็นร้านอาหารบ้าง ร้านกาแฟบ้าง น่ารักมากทีเดียว และมีหลังหนึ่งซึ่งเราตามหานั่นคือ ‘กระท่อมสาธุ’

‘กระท่อมสาธุ’ ไม่ได้เป็นกระท่อมเล็กๆ เหมือนชื่อแต่เป็นอาคารเรือนไม้ขนาดใหญ่หลายห้อง ด้านหน้าเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านนม ด้านในสุดจัดทำเป็นบ้านพักแบบบ้านเดี่ยวหลังเล็กสำหรับคนจรหรือนักท่องเที่ยวมานอนพัก ส่วนด้านบนอาคารไม้จัดทำเป็นแกลลอรี่แสดงภาพถ่าย เป็นภาพจากกลุ่มช่างภาพมือดีระดับแถวหน้าของเมืองไทยในนาม ‘กลุ่มสหภาพ’ ภาพจำนวนมากเล่าเรื่องโพธารามได้ดี เดินดูทีละภาพ ดูเพลินเจริญใจ เหมือนได้ดูหนังสั้นเรื่องใหม่ในหลายซอกมุมของโพธาราม

ออกจากกระท่อมโพธาราม ผ่านร้านรวงที่ประดับพวงมะโหตรหลากสี นับเป็นเรื่องแปลกที่ดีที่นำพวงมะโหตรอันเป็นงานหัตถกรรมไทยสายหนึ่งที่มักนำไปใช้ในงานพิธีมงคล งานประเพณี เช่น งานเทศมหาชาติ ในการนำมาตกแต่งบ้านเรือน เดินมาถึงแยกเล็กๆ ตรงนี้มี ‘ศาลเจ้าแม่เทียนโหว’ อยู่ตรงมุมหัวถนน เดินเข้าไปกราบไหว้ ดูงานศิลปะแบบจีนทั้งภายในและภายนอก เสร็จแล้วเดินต่อมาบนถนนพันพิมพ์ ระหว่างทางมีงานสตรีทอาร์ตบนกำแพงให้ดูเพลินๆ พอถึงมุมถนนหยุดคิดนิดนึง จะเลือกเลี้ยวซ้ายเข้าถนนโชคชัยหรือตรงไป ตัดสินใจเลือกเดินตรงไปก่อนเดี๋ยวค่อยย้อนกลับมาใหม่ เดินลงเนินไปที่ริมแม่น้ำแม่กลอง ตรงจุดนี้มีประติมากรรมมังกรทองขนาดใหญ่และขนาดเล็กอยู่กลางสวนริมน้ำ ฝั่งตรงข้ามเยื้องไปทางขวามือคือพระพุทธรูปขนาดใหญ่ประดิษฐานในเขตวัดม่วง จุดนี้ถ้าเป็นช่วงตอนเย็นคงน่านั่ง น่าเดิน น่าเพลิดเพลินกับสภาพแวดล้อม ความจริงวันเสาร์อาทิตย์คนโพธารามเขาจัดให้มีถนนคนเดินริมน้ำด้วย แต่ตอนนี้แดดแรงจัดยังไม่มีใครมาตั้งร้าน (ต้องรีบย้อนกลับโดยด่วน)

เดินย้อนกลับมา แวะดูร่องรอยความรุ่งเรืองบางแห่งริมถนนโชคชัย นั่นคือ ‘วิกครูทวี’ หรือโรงภาพยนตร์เก่าแก่คู่เมืองโพธารามซึ่งปิดทำการไปนานแล้ว ถนนสายนี้มีอาคารไม้เก่าผสมผสานกับอาคารคอนกรีตใหม่ทอดตัวไปจนถึงตลาดสด เป็นถนนที่ขนานกับถนนโพธาราม มีซอยเชื่อมถึงกันตลอดสาย

จากวิกครูทวี เดินย้อนกลับมาถึงจุดแรกเริ่ม หมายถึงบริเวณหน้าสถานีรถไฟ จากนั้นเดินเลี้ยวขวาเข้าถนนเลิศพาณิชย์ ถนนแคบเล็กสายสั้นๆ มีประติมากรรมแบบแขวนลอยอยู่บนบ้านไม้สองชั้น สิ่งที่นำมาแขวนเป็นเครื่องมือเครื่องใช้โลหะ พวกเหล็กและสังกะสี เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่ชาวบ้านนิยมใช้ในอดีต เช่น หม้อ กระทะ กะละมัง ฝักบัว (ที่ใช้รดน้ำต้นไม้) เป็นประติมากรรมบ้านๆ ที่เท่มาก คือมีความร่วมสมัยในแบบงานโฟล์คอาร์ต นอกจากงานศิลปะดังกล่าวบริเวณซอกซอยเล็กๆ ยังซุกซ่อนงานศิลปะบนกำแพงไว้อีกส่วนหนึ่ง

ต้องบอกตรงๆ ว่าวันที่ไปเดินแดดค่อนข้างแรง เพราะไปถึงเกือบเที่ยง ไม่น่าแปลกใจที่ไม่เจอใครเดินแบกกล้องท่องโลก ไม่น่าแปลกใจที่เจอนักท่องเที่ยวบนถนนน้อยมาก และไม่น่าแปลกใจเมื่อบาริสต้าสาวจากร้านกาแฟบอกเราว่า “โพธารามคึกคักในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ มีตลาดริมน้ำแบบถนนคนเดินในช่วงเย็นถึงค่ำ ไม่ค่อยมีใครมาเดินในช่วงเที่ยงถึงบ่ายแบบนี้ค่ะ”

ผู้ที่สนใจมาเดินเที่ยวโพธารามหากมีรถส่วนตัวแนะนำให้ไปชมแหล่งท่องเที่ยวรอบนอกก่อน เช่น วัดคงคาราม วัดขนอนหนังใหญ่ พอบ่ายแก่ๆ ค่อยย้อนกลับมาชมแกลลอรี่ที่กระท่อมสาธุ ตกเย็นทอดน่องท่องเมืองเก่า เดินชมกันให้ฉ่ำ อย่ามาเดินร้อนๆ ตอนเที่ยงแบบนี้ หรือถ้าเดินทางมาด้วยรถไฟแบบเราต้องค่อยๆ เดิน เดินแล้วแวะ แวะชม แวะชิม แวะกินดื่ม ช่วยผ่อนเรื่องร้อนให้คลายลงได้ครับ

หลังจากเดินเที่ยวจนอิ่มเอมย้อนกลับมาที่สถานีรถไฟ ตีตั๋วกลับกรุงเทพฯ แต่ไม่เลือกลงที่สถานีชุมทางบางซื่อเหมือนตอนขามา เปลี่ยนไปลงที่สถานีจรัลสนิทวงศ์ ค่าโดยสารถูกลงมาอีกนิด คือ ๑๗ บาท รถไฟขบวนนี้คือขบวน ๒๕๔ ธรรมดา มาถึงสถานีโพธาราม ๑๕.๑๗ น.

เป็นอันว่าการเดินทางท่องเที่ยวโพธารามด้วยรถไฟและเดินเท้าจบลงตรงนี้ นับเป็นเมืองที่น่าเที่ยวมากอีกเมืองหนึ่งของไทย ขอบคุณที่ติดตามมาโดยตลอด ขอบใจไทยแลนด์ สวัสดีครับ

#รถไฟไทย
#โพธารามราชบุรี
#นั่งรถไฟเที่ยว
#ไทยเที่ยวไทย


หมายเหตุ
- โพธารามเป็นอำเภอแห่งหนึ่งของ จ.ราชบุรี อยู่ห่างจากรุงเทพฯ ประมาณ 100 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ทั้งทางรถยนต์และรถไฟ

‘สุดท้ายในท้ายสุด’งานเทศกาลท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ ๔๔ ประจำปี ๒๕๖๙วันสุดท้ายตลอดระยะเวลาห้าวันที่ผ่านมา มีคนเข้ามาชมงานมา...
29/03/2026

‘สุดท้ายในท้ายสุด’
งานเทศกาลท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ ๔๔ ประจำปี ๒๕๖๙
วันสุดท้าย

ตลอดระยะเวลาห้าวันที่ผ่านมา มีคนเข้ามาชมงานมากมาย และล้นหลามในช่วงสามวันสุดท้าย โดยเฉพาะวันนี้ (วันอาทิตย์) คนแน่น แน่นแบบขยับได้นะ ไม่ใช่แน่นแบบรถติดกลางเมืองกรุง โซนอาหารนั้นแน่นมาเป็นอันดับหนึ่ง แน่นกันทุกภาค ทั้งกินในงาน ซื้อกลับบ้าน ซื้อเป็นของฝาก อาหารบางอย่างหมดตั้งแต่เที่ยงวัน ส่วนเวอร์คชอปหัตถกรรมทำมือมีผู้คนมาต่อคิวกันพอประมาณ นับว่าประสบความสำเร็จมากพอสมควร

สำหรับคนที่พลาดงานนี้ไม่ต้องเสียใจ อีกไม่กี่วันเดี๋ยวงานใหญ่กลับมาใหม่ นั่นคือ ‘งานประเพณีมหาสงกรานต์’ ปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดขึ้นในวันที่ ๑๑ - ๑๕ เมษายน ไม่ได้ไปจัดที่ไหนไกล จัดกันแถวนี้แหละ คือเปลี่ยนจากภายในอาคารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ออกไปจัดกลางแจ้ง กลางสวนเบญจกิติซึ่งมีพื้นที่ติดกัน งานใหญ่ประจำปียังมีศิลปะประจำชาติ นาฏศิลป์ และงานหัตถกรรมในแต่ละภูมิภาคมาจัดแสดงให้ชมกันเช่นเดิม เดินทางไปง่ายด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT แล้วเจอกันวันปีใหม่ไทย วันมหาสงกรานต์ ณ สวนเบญจกิติ กรุงเทพฯ ครับ

#เทศกาลท่องเที่ยวไทยครั้งที่๔๔
#วันสงกรานต์
#สวนเบญกิติ
#ไทยเที่ยวไทยไทยเจริญ


ไทยเที่ยวไทย ไทยเจริญ

งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ ๔๔ ประจำปี ๒๕๖๙๒๖ - ๒๙ มีนาคม ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้ง...
27/03/2026

งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ ๔๔ ประจำปี ๒๕๖๙
๒๖ - ๒๙ มีนาคม ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ ๔๔ ผ่านไปแล้วสองวัน บรรยากาศภายงานโดยรวมยังมากมีสีสันเช่นเดิม ที่เพิ่มเข้ามาคงเป็นประติมากรรมสวยๆ ในหลายจุดทั่วทั้งงาน มีเวทีแสดงการละเล่นในทุกภูมิภาค หลังจากเดินดูโน่นนี่นั่นทั่วทั้งงาน สิ่งที่รู้สึกได้ในเบื้องต้นคือการออกแบบ โดยรวมเน้นความโปร่ง เรียบง่าย ร่วมสมัย เดินง่าย น่าเดิน เดินได้ครบจบทุกภูมิภาคแบบสบายๆ

ในความเรียบง่ายเขาซ่อนอะไรไว้มากมาย ไม่เชื่อลองไปโซนอีสานมีงานศิลปะหัตถกรรมให้เข้าไปร่วมแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ส่วนทางอนุสาร อสท. มีกิจกรรมเวอร์คชอปต้อนรับผู้มาเยือนเช่นเดียวกัน (คนแน่นตั้งแต่วันแรกเลย) ความจริงในทุกภาคส่วนมีงานหัตถกรรมทำมือให้เข้าร่วม สำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องอาหาร ชิมและช้อป ต้องบอกว่าอย่าพลาด แต่ละร้านถูกคัดเลือกมาแล้วทั้งอาหาร เสื้อผ้า เครื่องใช้ ของฝาก งานนี้เข้าฟรี ดูฟรี ไม่ต้องเสียสตางค์ แค่ไปนั่งดูการแสดงบนเวทีก็คุ้มสุดคุ้ม มีทั้งแฟชั่น นาฏศิลป์ประจำถิ่นอย่างโนราห์ สล้อซอซึง เซิ้งอีสานมากันครบครัน ส่วนวงดนตรีชั้นนำของไทยมากันเพียบ เช่น นูโว พาราด็อกซ์ (อีกมากจำไม่ได้ มัวแต่เพลิดเพลินกับอาหาร)

ไปเหอะ เที่ยวไทยในวันเดียว ไม่ต้องเสียอะไร ไม่มีอะไรต้องเสีย นอกจากได้ความรื่นรมย์กลับมา ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์นี้เชิญครับ

#เทศกาลเที่ยวเมืองไทยครั้งที่๔๔
#ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์กรุงเทพฯ
#เที่ยวประหยัดงบ
#ไทยเที่ยวไทย


วันแรกปักหลักแถวภาคตะวันออกกับภาคอีสาน เย็นนี้กะไปซ้ำอีกที ไปแอ่วภาคเหนือ ไปเยือนภาคกลาง กินข้าวยำภาคใต้ สุดท้ายคงบ้าหอบฟาง แบกโน่นนี่นั่นกลับบ้านตามธรรมเนียมปฏิบัติ เจอกันครับ

งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ ๔๔ ประจำปี ๒๕๖๙ เริ่มแล้วไปชิมตั้งแต่วันแรกเดี๋ยวมาเล่าให้ฟังครับ #เทศกาลเที่ยวเมืองไทย...
25/03/2026

งานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ ๔๔ ประจำปี ๒๕๖๙ เริ่มแล้ว

ไปชิมตั้งแต่วันแรกเดี๋ยวมาเล่าให้ฟังครับ

#เทศกาลเที่ยวเมืองไทย๒๕๖๙
#ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
#เที่ยวประหยัดงบ
#ไทยเที่ยวไทย

สามโคก โลกแห่งรอยยิ้มต้องบอกกันตรงๆ ว่า “ผมเป็นพวกทาสแมว ไม่ใช่สายหมา” คือไม่ค่อยถูกกับหมา น้องหมาเห็นหน้าผมทีไรมักเห่า ...
22/03/2026

สามโคก
โลกแห่งรอยยิ้ม

ต้องบอกกันตรงๆ ว่า “ผมเป็นพวกทาสแมว ไม่ใช่สายหมา” คือไม่ค่อยถูกกับหมา น้องหมาเห็นหน้าผมทีไรมักเห่า วิ่งไล่ บางตัวงับ โดนมาแล้วนับไม่ถ้วน เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เกลียดหมา พยายามเข้าใกล้หมา เข้ากันได้บ้างไม่ได้บ้างอีกเรื่องนึง วันนี้ก็มีลุ้น คือมาร่วมงาน Amazing Furry Tales (เที่ยวไทยไปกับแก๊งขนฟู) ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ทางอนุสาร อสท. เขาจัดงานที่ร้าน Pumpkin Art Tow ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จ.ปทุมธานี เขาให้สมาชิกอนุสาร อสท. (สายสัตว์เลี้ยงผู้น่ารัก) มาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวการพาสัตว์เลี้ยงไปเที่ยวนอกบ้าน และที่เป็นไฮไลต์คือได้พบน้องหมาผู้โลดแล่นอยู่ในโลกโซเชียล นั่นคือ ‘น้องจุ๊มเหม่ง’ ‘น้องเจได’ ‘น้องใจดี’

สบตา ‘จุ๊มเหม่ง’ แล้วรู้ทันทีว่าเข้าใกล้ได้ ไม่มีอันตราย ที่ดีมากคือน้องเดินมาทักทาย ดอมดมด้วยมิตรไมตรี (ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าน้องยิ้มให้) งานผ่านไปด้วยความสุข จบลงด้วยเสียงหัวเราะเฮฮาตามศรัทธาคนรักสัตว์ ใครชอบน้องจุ๊มเหม่งแต่พลาดไม่ได้มางานนี้ ยังมีโอกาสไปเจอน้องได้ที่งานท่องเที่ยวไทยครั้งที่ ๔๔ ประจำปีพ.ศ.๒๕๖๙ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ จัดขึ้นในวัน ๒๕-๒๙ มีนาคมนี้ครับ ข่าวว่าน้องจุ๊มเหม่งไม่ได้ไปทุกวัน ไปแค่สองสามวัน ลองสืบดูนะ

งานเที่ยวไทยไปกับแก๊งขนฟูจบแล้วแต่เราไม่ยอมจบ เวลาช่วงบ่ายยังเหลือก็เลยทัวร์เล็กๆ ด้วยการเลาะเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาไปเที่ยวชมวัดสำคัญๆ ในพื้นที่ อ.สามโคก เริ่มจาก ‘วัดไก่เตี้ย’ จากนั้นไปดู ‘เตาเผาสามโคก’ ไปกราบ ‘หลวงพ่อโต’ ‘หลวงเพชร’ ‘พลวงพ่อปลดทุกข์’ ที่ ‘วัดสิงห์’ วัดของชาวมอญเก่าแก่ อยู่คู่สามโคกมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี

สุดท้ายปลายวันแวะกินอาหารร้านเวียดนามปทุม ปรากฏว่าดันไปติดใจส้มตำรสเด็ด ตำลาวแบบใส่กุ้งฝอยโรยด้วยเม็ดกระถิน โอ้!แม่เจ้า กินคู่กับหมูสามชั้นทอด แซ่บได้ใจจริง

นับว่าเป็นอีกหนึ่งวันที่มีความสุขกับการเดินทางแบบเรียบง่าย ได้พบน้องหมาผู้น่ารัก ได้กราบไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองปทุมธานี ได้บันทึกภาพสถาปัตยกรรม ปฏิมากรรมเชิงศาสนา คุ้มค่ามากมาย อย่าลืมงานท่องเที่ยวไทยนะ ใกล้ถึงวันเปิดแล้ว เจอกันครับ

#เที่ยวไทยไปกับแก๊งขนฟู
#วัดไก่เตี้ย
#วัดสิงห์ปทุมธานี
#ไทยเที่ยวไทย

นั่งรถไฟ+รถฟรี ไปเที่ยวธนบุรีตลาดน้ำคลองลัดมะยม(เคยไปหรือยัง?)แผนการเดินทางสั้นๆ ในคืนวันศุกร์ถูกร่างขึ้น จุดหมายปลายทาง...
19/03/2026

นั่งรถไฟ+รถฟรี ไปเที่ยวธนบุรี
ตลาดน้ำคลองลัดมะยม
(เคยไปหรือยัง?)

แผนการเดินทางสั้นๆ ในคืนวันศุกร์ถูกร่างขึ้น จุดหมายปลายทางคือตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดน้ำที่ใครหลายคนบอกว่าเป็นตลาดน้ำแห่งหนึ่งที่ใหญ่มาก แผนการที่ร่างไว้คือเดินทางจากลาดพร้าวด้วยรถไฟใต้ดิน MRT มุ่งไปทางทิศตะวันตก ผ่านสถานีสำคัญๆ เช่น เตาปูน บางโพ บางอ้อ บางพลัด บางยี่ขัน สิรินธร สถานีปลายทางคือบางขุนนนท์ จากนั้นต่อรถมินิบัสไฟฟ้าของกทม. เป็นรถบริการฟรีไม่เสียเงิน โดยมีจุดหมายปลายทางที่ตลาดนัดคลองลัดมะยม ในเขตตลิ่งชัน

เช้าวันเสาร์ก้าวเท้าไปตามแผน เดินลงไปชั้นใต้ดินนั่งรถไฟฟ้า MRT แล้วโผล่ขึ้นมาแถวๆ สถานีเตาปูน ชมทิวทัศน์เมืองฝั่งกรุงเทพฯ แล้วข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาสู่ฝั่งธนบุรี ผ่านสถานีบางอ้อ บางพลัด สิรินธร บางยี่ขัน ถึงสถานีบางขุนนนท์ก้าวเท้าออกจากตู้โดยสาร เดินลงมาตรงทางออกช่องที่ 3 เดินลงบันไดมาถึงทางเท้า เดินต่ออีกสองสามก้าวก็พบป้ายรถไฟฟ้าตรงหน้าร้านเป็ดอบน้ำผึ้ง (รถมินิบัสไฟฟ้าคือ BMA Feeder)

๐๙.๐๐ น. รถมินิบัสเที่ยวแรกเคลื่อนมาจอดรับ นักท่องเที่ยวขยับขึ้นรถ รถเลี้ยวซ้ายมาบนถนนบางขุนนนท์ แล่นผ่านตลาดน้ำสองคลอง ตลาดน้ำตลิ่งชัน แวะส่งคนที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ (คิดในใจดังๆ ว่าทำไมจากสถานีกรุงเทพฯ อภิวัฒน์ออกมาสวนจตุจักรไม่มีแบบนี้บ้าง) กระทั่งมาถึงตลาดน้ำคลองลัดมะยมซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง

เดินลงรถมาแบบงงๆ เพราะไม่เคยมา ขยับตัวช้าๆ มองซ้ายแลขวา เดินเข้าไปหาพ่อค้าขายไม้กวาด (พ่อค้าคนแรกที่สบตากัน) สอบถามถึงตลาดแห่งนี้ พ่อค้าบอกว่า “ตลาดแบ่งออกเป็นสองฝั่ง มีถนนขั้นกลาง แบ่งออกเป็น ๗ โซน ฝั่งที่เรายืนอยู่คือโซน ๒ และโซน ๓ โซนสองอยู่ชิดติดคลอง มีของขายมากมายทั้งของกิน ของสด ของแห้ง ขายกันทั้งบนบกและบนเรือริมน้ำ รวมถึงมีท่าเรือนำเที่ยวส่วนหนึ่งอยู่ตรงนี้ด้วย ส่วนโซน ๓ ขายต้นไม้และเสื้อผ้านิดหน่อย สำหรับโซน ๑, ๔, ๕, ๖, ๗, อยู่อีกฝั่งของถนน มีของให้เลือกสรรมากมาย เริ่มจากของกิน สด แห้ง คาว หวาน ของเล่น ของใช้ ของฝาก เสื้อผ้า และเรือนำเที่ยวทั้งเรือยนต์ (เรือหางยาว) เรือแจว เรือพาย มีสะพานข้ามคลองไปนั่งชิลๆ ในร้านกาแฟเล็กๆ อีกฝั่งหนึ่งด้วย

กล่าวขอบคุณผู้ให้ข้อมูล เริ่มเดินชมตลาดน้ำโซน ๒ กับ โซน ๓ เนื่องจากมาถึงตลาดเร็ว ยังไม่ถึงเวลากิน ยังไม่หิว ตัดสินใจนั่งเรือยนต์เที่ยวคลอง เสียค่าเรือ ๑๐๐ บาท บนเรือมีหนุ่มชาวจีนสี่คน ฝรั่งต่างชาติไม่ทราบสัญชาติอีกสองคน เรือยนต์แล่นช้าๆ ลัดเลาะไปตามคลองสายเล็กบ้าง สายใหญ่บ้าง ผ่านบ้านเรือนริมน้ำ ผ่านวัด ผ่านสวนกล้วยไม้ ช่วงไหนคลองว่างเรือแล่นความเร็วแบบซิ่งนิดๆ รวมเวลาในการล่องเรือท่องเที่ยวคลองเกือบชั่วโมงจึงย้อนกลับมา ค่าเรือหนึ่งร้อยบาทนับว่าคุ้มค่าแต่ว่ายังไม่สะใจ เดินข้ามถนนไปถามหาเรือพายอีกฟากฝั่งหนึ่ง คราวนี้เสียค่าเรือเพิ่มขึ้นเป็น ๒๐๐ บาท เหตุเพราะมีเราคนเดียว โดยปกติเสียแค่ ๑๐๐ บาทเหมือนเรือหางยาว (ปกติเรือพายนั่งได้ประมาณ ๖ คน)

การเที่ยวคลองกับเรือพายถือว่าได้อรรถรสไปอีกแบบ จากคลองลัดมะยม ‘คุณไก่เจ้าของเรือ’ ขยับพายมาถึงสี่แยกคลองบางพรมแล้วเลี้ยวซ้าย ป้ายริมคลองบอกว่าเป็นทางเข้าคลองบางกอกน้อย และคลองบางกอกใหญ่ พอเลี้ยวเข้าคลองสายนี้พบว่าเป็นคลองที่เงียบสงบ เหมือนอยู่คนละโลกกับเมื่อครู่ คุณไก่พายสะดวกเพราะไร้คลื่นจากเรือยนต์ ที่ไม่มีเรือยนต์เพราะช่วงวันเสาร์อาทิตย์ชาวบ้านสงวนเส้นทางสายนี้ไว้ให้เรือพาย เพื่อพายเรือพานักท่องเที่ยวเข้ามาชมบึงบัวท่ามกลางความงามสงบเงียบ ระยะทางจากตลาดน้ำมาไม่ไกลมากแต่ได้อารมณ์แบบดิบเดิม ที่ดีคือได้คุยกับคนพายเรือ ได้รู้ว่าแม้ความเจริญจะก้าวไปเร็วมากเท่าไหร่ เจริญมากแค่ไหน คนแถวนี้ยังใช้เรือในการสัญจร ผู้คนส่วนใหญ่ยังพายเรือไปซื้อของใช้ที่ร้านชำริมคลอง ส่วนที่น่าสนใจอีกอยางหนึ่งคือบ้านริมคลองหลังไหนที่มีรั้วคือ ‘บ้านใหม่ คนใหม่ เข้ามาอยู่ใหม่’ บ้านคนแถวนี้แต่เดิมไม่มีรั้วเพราะรู้จักกันหมด ใครแปลกหน้าเข้ามาก็รู้กันทั้งบาง ดังนั้นจึงไม่มีขโมย ไม่จำเป็นต้องมีรั้ว แสดงให้รู้ว่าคนไทยในสวนล้วนเป็นญาติ เป็นเพื่อน เป็นคนรู้จัก รักและช่วยกันดูแลชุมชนของตน อยู่กันแบบสบายใจ ปลอดภัยทุกครัวเรือน ส่วนบึงบัวเป็นบึงขนาดเล็ก เนื้อที่ประมาณไร่กว่าๆ ริมบึงบัวหลวงมีศาลาร้านขายของแต่ไม่ได้ใช้แล้ว เมื่อก่อนจุดนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของตลาดน้ำคลองลัดมะยม เคยมีร้านค้าให้คนมานั่งกินอาหารและสัมผัสบรรยากาศบึงบัว แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว

หลังจบจากนั่งเรือชมคลอง คราวนี้มาเดินตลาดแบบจริงจังในโซน๗, ๖, ๕, ๔, ๑ เดินไปเดินมาเริ่มงงว่าโซนไหนเป็นโซนไหน เดินไปถามไป เมื่อยเมื่อไหร่ก็แวะนั่งกินโน่นนี่นั่น เริ่มตั้งแต่ผัดไทย ข้าวเกรียบปากหม้อ น้ำว่านหางจระเข้ จากนั้นเดินย่อย เดินไปดูงานไม้ ของเล่น ของใช้มือสองจากญี่ปุ่น ปลากัดแสนสวย แล้วไปหยุดกินข้าวเกรียบปากหม้อ ต่อด้วยขนมเบื้องแม่วิไล ขนมไทยแม่พลอย เป็นอันว่าจบกระบวนการบริโภคแต่เพียงเท่านี้ ท้ายสุดก่อนจากลาซื้อผลไม้บางชนิดใส่เป้แบกกลับบ้าน ต้องขอบคุณที่ได้มาเยือนตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดน้ำที่ใหญ่สุดๆ สมคำร่ำลือ นอกจากสินค้า อาหาร และพื้นที่ มีเรื่องที่น่าแปลกใจอย่างหนึ่งคือตลาดน้ำคลองลัดมะยมไม่ได้มีแค่คนไทย แต่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาท่องเที่ยวทั้งคนจีน ฝรั่ง เกาหลี ญี่ปุ่น รวมถึงตะวันออกกลางด้วย

ผู้ที่สนใจมาเที่ยวตลาดน้ำคลองลัดมะยมมาได้ในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ส่วนวันหยุดนักขัตฤกษ์ไม่แนะนำเพราะแม่ค้าน้อย ไม่คึกคัก วันเสาร์อาทิตย์มาได้ตั้งแต่เช้าไปจนถึงช่วงเย็น ส่วนขากลับ นั่งรถมินิบัสไฟฟ้าของกทม. กลับมายังจุดเริ่มต้น คือสถานีรถไฟฟ้า MRT บางขุนนนท์ นับว่าเป็นการท่องเที่ยวที่สะดวก ก่อเกิดเป็นความสุข ง่ายและงาม เป็นตลาดน้ำอีกแห่งหนึ่งที่น่ามาเยี่ยมเยือน ใครว่างเชิญ ตลิ่งชันยินดีต้อนรับครับ

#ตลาดน้ำคลองลัดมะยม
#กรุงเทพธนบุรี
#ไทยเที่ยวไทย
#รถไฟฟ้าBMAfeeder


หมายเหตุ
- ตลิ่งชันเป็นพื้นที่ชายแดนกรุงเทพฯ ทางฝั่งธนบุรี มีพื้นที่ส่วนหนึ่งติดกับจังหวัดนนทบุรี ตลิ่งชันสมัยก่อนเป็นพื้นที่ๆ ไม่ค่อยมีใครเข้ามาเพราะถือว่าไกลเอาเรื่อง ตลิ่งชันเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่ซ่อนตัวอยู่ตามริมคลองสายต่างๆ เป็นเขตที่มีคลองมากมายแบบไขว้กันไปมา และด้วยเหตุนี้ตลิ่งชันจึงมีตลาดน้ำอยู่หลายแห่ง ในปัจจุบันตลาดน้ำบางแห่งหายไป บางแห่งยังคงอยู่ บางแห่งฟื้นขึ้นมาใหม่ ที่นับได้ตอนนี้มีตลาดน้ำสองคลอง, ตลาดน้ำตลิ่งชัน, ตลาดน้ำวัดสะพานสูง และตลาดน้ำคลองลัดมะยม

ตลาดน้ำคลองลัดมะยมเป็นตลาดน้ำเก่าพอสมควร เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ.2547 ตอนนี้อายุ 22 ปีแล้ว ส่วนตัวคลองลัดมะยมเป็นคลองสั้นๆ ยาวประมาณ 2.2 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างคลองระมาดกับคลองบางพรม เป็นคลองลัดที่ช่วยร่นระยะทางในการเดินทาง

‘กินกาแฟแลตลาด’ นั่งรถไฟไปฉะเชิงเทรา เยือนตลาดเก่าริมแม่น้ำบางปะกงโลกยามเช้า ก้าวเท้าออกจากบ้าน เดินขึ้นไปสถานีรถไฟฟ้าสา...
13/03/2026

‘กินกาแฟแลตลาด’
นั่งรถไฟไปฉะเชิงเทรา
เยือนตลาดเก่าริมแม่น้ำบางปะกง

โลกยามเช้า ก้าวเท้าออกจากบ้าน เดินขึ้นไปสถานีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง โชคชัยสี่ มุ่งตรงไปที่สถานีหัวหมาก จากนั้นเดินลงมาพื้นที่ราบด้านล่าง จุดนี้เป็นที่ราบกว้างๆ ที่รถไฟสามสายมุ่งหมายมาเจอกัน นั่นคือรถไฟฟ้า BTS สายสีเหลือง (ลอยฟ้าอยู่ตรงกลาง) ถัดขึ้นไปคือรถไฟฟ้าแอร์พอตเรลลิงค์ (พญาไท-สนามบินสุวรรณภูมิ) และด้านล่างสุดคือรถไฟธรรมดา รถไฟไทยแล่นไปฝั่งตะวันออก

การเดินทางมาขึ้นรถไฟไปฉะเชิงเทราตรงจุดนี้จึงมีรถไฟให้ดูทั้งสามแบบ ส่วนสิ่งที่ดีมากอย่างหนึ่งคือค่าโดยสารจากสถานีรถไฟหัวหมากกับขบวนธรรมดานั้นเสียค่าโดยสารคนละสิบบาทเท่านั้น ไม่มีค่าโดยสารที่ไหนถูกเท่ารถไฟไทยอีกแล้ว ส่วนขบวนที่เลือกคือขบวน ๒๘๓ แล่นออกจากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปสิ้นสุดที่สถานีจุกเสม็ด จ.ชลบุรี จะขึ้นที่หัวลำโพงก็ได้แต่ขึ้นตรงนี้สะดวกดีเพราะไม่ไกลจากบ้าน ส่วนที่ไม่ค่อยดีคือช่วงวันเสาร์อาทิตย์คนเยอะ เลือกนั่งริมหน้าต่างไม่ได้ วันนี้ก็เป็นแบบนั้นเพราะมีคนนั่งมาจากต้นทางแล้ว

จากสถานีหัวหมากรถไฟไทยแล่นผ่านเขตลาดกระบังออกไปสู่ท้องทุ่งกว้าง แล่นไปแค่หนึ่งชั่วโมงก็ถึงสถานีจังหวัดฉะเชิงเทราแล้ว นับว่าเร็วกำลังดี ดูโลกนอกหน้าต่างแป็ปเดียวถึง

ลงรถไฟ เดินออกมาที่หน้าสถานี ถ้านักท่องเที่ยวคนใดหรือกลุ่มใดอยากไปวัดหลวงพ่อโสธรสามารถขึ้นรถสองแถวภายในพื้นที่สถานีรถไฟได้เลย ส่วนเราต้องเดินออกมาที่ถนนใหญ่ (ถนนจักรพรรดิ) ต่อ ‘รถสองแถวสีขาว’ มุ่งสู่ตลาดบ้านใหม่ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ ๔-๕ กิโลเมตร เสียค่าโดยสารคนละสิบบาท

ตอนอยู่บนรถไฟ ถามตัวเองว่าไม่ได้มาฉะเชิงเทราหรือที่เรีกติดปากว่า “แปดริ้ว” นานเท่าไหร่แล้ว? ตอบตัวเองว่าไม่นานนะ ไม่น่าเกินสองปีแต่ตอนนั้นแวะมาเยี่ยมชมค่ายมวย ป. ประมุข ค่ายมวยแรกที่ บัวขาว บัญชาเมฆ มาฝึกและมีชื่อเสียงโด่งดัง แล้วแวะไปวัดสนามรัตนาราม ส่วนตลาดเก่า ๑๐๐ ปีกับวัดหลวงพ่อโสธรห่างหายไปนานมาก น่าจะเกือบๆ ๒๐ ปี

สำหรับการเดินทางครั้งนี้ปักหมุดหมายไปที่ตลาด ๑๐๐ เพียงจุดเดียว แต่ถ้าเวลาเหลืออาจแวะโน่นนี่นั่นเท่าที่สถานการณ์เอื้ออำนวย

“ตลาดบ้านใหม่” คือป้ายแสดงตัวตนของตลาดเก่า ๑๐๐ ปี ฟังดูแปร่งๆ มั้ย ‘ตลาดบ้านใหม่แต่เก่า’ คือคำว่า “ตลาดบ้านใหม่” หมายถึงชื่อชุมชน ตอนโน้นนนน! คงใหม่ แต่มาถึงตอนนี้ร่วงเลยมานานกว่า ๑๐๐ ปีแล้ว

การเดินชมตลาด ๑๐๐ปีเป็นการเดินในชุมชนริมแม่น้ำบางปะกง เป็นชุมชนขนาดยาว บ้านเรือนไม้เก่าแก่ปลูกสร้างขนานไปกับแม่น้ำ แสดงให้รู้ว่าเป็นชุมชนแบบเมืองท่าเพราะว่าสมัยก่อนใช้เรือเป็นพาหนะ มีความสำคัญในการสัญจรคมนาคมทั้งการเดินทางของคนและขนถ่ายสินค้า ส่วนสิ่งที่น่าสนใจอันดับแรกภายในตลาดคือ ‘อาหาร’ ต่อด้วย ‘สถาปัตยกรรมเรือนไม้’ และที่ขาดเสียไม่ได้คือ ‘ศาลเจ้าปุนเถ้ากง’

บทเริ่มต้นของการเดินชมตลาดไม่มีอะไรมากนอกจากเดินด้วยความเริงรื่นตื่นตาตื่นใจ อาหารละลานตา ขนมละลานใจ เตือนตัวเองว่า ‘ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งรีบ’ ท่องชุมชนดูโน่นนี่นั่นให้สุดทางแล้วค่อยย้อนกลับมาก็ได้ ระหว่างนั้นหมายตาไว้ ร้านไหนโดนใจให้ปักหมุดไว้ก่อน แต่อย่างว่าคนอะนะ บางทีก็หักห้ามใจไม่ไหว ขนมไทยๆ ที่ล่อตาล่อใจยังไงก็ต้องลอง สองสามอย่างติดมือบ้างก็ดี จากนั้นเดินยาวๆ เดินไปกินไปเพลินใจดีเหมือนกัน ขนมยังไม่ทันหมดต้องหยุดลงก่อน หยุดเพราะมาถึงหน้าศาลเจ้าปุนเถ้ากง แวะดื่มน้ำบัวบกน้ำเก็กฮวยล้างปากล้างคอแล้วเข้าไปกราบไหว้ขอพรเจ้าปุนเถ้ากงที่คนตลาดเก่านับถือกันมาแต่บรรพบุรุษ เสร็จจากไหว้เจ้าเดินเท้าต่อมาอีก เดินออกไปริมน้ำบ้างกลับเข้ามาในซอยบ้าง จำได้ว่าเคยมาแวะดูคนในชุมชนรำไทยที่บ้านเรือนไม้ริมน้ำซึ่งเป็นศูนย์กลางชุมชน วันนี้ลองแวะเข้าไปแต่ไม่พบการแสดง สอบถามได้ความว่าหยุดไปชั่วขณะ รวมถึงเรือหางยาวนำเที่ยวก็พลอยหยุดไปด้วย ซึ่งน่าเสียดายเพราะเป็นหนึ่งในมนต์เสน่ห์ของชุมชน อันนี้เป็นผลต่อเนื่องมาจากช่วงโรคโควิดระบาดเมื่อหลายปีก่อน ชุมชนคนตลาดบอกว่ารอการพลิกฟื้นคืนชีพ เท่าที่ดูด้วยตาในวันนี้เชื่อว่าฟื้นแล้ว ฟื้นกลับมาดีด้วย (ยังไม่เที่ยงคนเริ่มแน่น)

สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่เคยไปอยากให้ลองไปเดินดูแบบสุดซอย ระหว่างทางอาจแวะชิมนั่นกินนี่เบาๆ ขากลับค่อยลงหลักปักท้องกันแบบเต็มเหนี่ยว ถ้าชอบร้านริมน้ำมีให้เลือกหลายร้าน เช่น ก๋วยเตี๋ยวเป็ดอุ่นอร่อย, ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลานายแกละ, ข้าวร้านป้าหนู, ส้มตำริมคลองซอย (ร้านส้มตำกัปตัน) ส่วนร้านกาแฟมีให้เลือกหลายร้าน ที่ติดน้ำแบบฟิลอาร์ตมี ‘ร้าน Red Cat’ ส่วน ‘ร้านแป๊ะเอ๊ย’ เป็นร้านดั้งเดิมอยู่ปากทางที่เดินเข้ามา อีกหนึ่งจุดที่ต้องหยุดดูคือร้านชนม์ณิชา ขาย ‘ขนมถั่วตัด’ ‘ขนมตุ๊บตั๊บ’ อยู่สุดปลายซอย เป็นการทำขนมถั่วตัดแบบดั้งเดิม มีกรรมวิธีแบบเก่า กด กรีด รีด ทุบ ตี ครบเครื่อง ปัจจุบันหาดูยากแล้ว ส่วนใครจะซื้อของฝาก ของกินติดมือกลับบ้านเชิญตามสะดวก ทั้งหมดล้วนน่าสนใจทั้งสิ้น

ช่วงสุดท้ายปลายทางร่ำลาตลาดร้อยปี (พอมีเวลา) ย้อนกลับมาที่ ‘วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์’ หรือ ‘วัดเมือง’ ซึ่งอยู่กลางเมือง ห่างจากสถานีรถไฟประมาณ 2 กิโลเมตร วัดเมืองเป็นวัดหลวงชั้นตรี มีพระอุโบสถแสนสวยและพระวิหารขนาดใหญ่ เป็นพระวิหารที่มีความแปลกตรงที่กำแพงทั้งสี่มุมประดิษฐานพระปรางค์ เสียดายวันที่ไปพระวิหารอยู่ในช่วงบูรณะซ่อมแซม จึงได้แต่เข้าไปกราบพระที่ศาลาอีกฝั่งหนึ่ง

นี่คือหนึ่งเรื่องราวการเดินทางไปเที่ยวตลาดเก่าร้อยปี อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา สนุกสนานกับการได้เดินชมชิมช้อป และได้กลับมากราบพระในวัดเก่าแก่กลางเมือง ที่ดีต่อใจคือไปรถไฟ-กลับรถไฟ ค่ารถไฟไปกลับแค่ 20 บาท ค่ารถสองแถวอีก 20 บาท นับว่าคุ้มจนเกินคุ้ม ใครอยากแบกเป้เที่ยวง่ายๆ จ่ายน้อยๆ เชิญครับ

#รถไฟไทย
#ตลาดเก่าร้อยปี
#ฉะเชิงเทรา
#ไทยเที่ยวไทย


หมายเหตุ
- ฉะเชิงเทรา’ เป็นจังหวัดทางฝั่งตะวันออก คนรุ่นเก่าเรียก “เมืองแปดริ้ว” เป็นชื่อดั้งเดิมเรียกขานกันมานานแล้วและยังเรียกกันติดปากจนถึงปัจจุบัน ฉะเชิงเทรามีพื้นที่ส่วนหนึ่งติดเขตหนองจอก กทม. ตัวเมืองฉะเชิงเทราอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 82 กิโลเมตร เป็นเมืองเก่าแก่มีมาแต่โบราณ ปรากฏหลักฐานทางโบราคดีไล่เรียงมาตั้งแต่ยุคทวารวดี ขอม และอยุธยา

กล้วยไม้ของแม่“เอื้องนิมมานรดี”กล้วยไม้พระราชทานนาม ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่? ต้องไปอีกครั้ง? จึงจะสมหวัง จึงจะได้สบตากล้ว...
06/03/2026

กล้วยไม้ของแม่
“เอื้องนิมมานรดี”
กล้วยไม้พระราชทานนาม

ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่?
ต้องไปอีกครั้ง?
จึงจะสมหวัง จึงจะได้สบตา

กล้วยไม้เอื้องนิมมานรดี
กล้วยไม้ที่เรารอคอย บานแล้ว

กล้วยไม้เอื้องนิมมานรดี กล้วยไม้ชนิดนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานนาม เพื่อเป็นเกียรติแก่ความงดงามที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นมา ใครมีโอกาสไปเที่ยวภูหลวงในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้นี่คือของขวัญที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่ง

"เอื้องนิมมานรดี" ราชินีแห่งผืนป่า ราชินีแห่งกล้วยไม้ป่าไทย อ่อนหวาน งามสง่า ทรงคุณค่า กลิ่นหอมบางๆ สดชื่นเบาๆ ออกดอกให้เราชื่นชมในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมของทุกปี

ตรงไปที่จุดบริการหน่วยพิทักษ์ป่าโคกนกกระบา เจอแน่ๆ ครับ

#กล้วยไม้เอื้องนิมารนรดี
#กล้วยไม้พระราชทานนาม
#เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงเลย
#ไทยเที่ยวไทย


ขอขอบคุณ
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จ.เลย ส่งภาพแสนสวยมาให้ชม
บันทึกภาพโดย: นายวิทยา ทองแบบ และนายกษิดิ์เดช จิตรมั่น

ที่อยู่

Bangkok
10230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Khobjaithailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Khobjaithailand:

แชร์