19/03/2026
นั่งรถไฟ+รถฟรี ไปเที่ยวธนบุรี
ตลาดน้ำคลองลัดมะยม
(เคยไปหรือยัง?)
แผนการเดินทางสั้นๆ ในคืนวันศุกร์ถูกร่างขึ้น จุดหมายปลายทางคือตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดน้ำที่ใครหลายคนบอกว่าเป็นตลาดน้ำแห่งหนึ่งที่ใหญ่มาก แผนการที่ร่างไว้คือเดินทางจากลาดพร้าวด้วยรถไฟใต้ดิน MRT มุ่งไปทางทิศตะวันตก ผ่านสถานีสำคัญๆ เช่น เตาปูน บางโพ บางอ้อ บางพลัด บางยี่ขัน สิรินธร สถานีปลายทางคือบางขุนนนท์ จากนั้นต่อรถมินิบัสไฟฟ้าของกทม. เป็นรถบริการฟรีไม่เสียเงิน โดยมีจุดหมายปลายทางที่ตลาดนัดคลองลัดมะยม ในเขตตลิ่งชัน
เช้าวันเสาร์ก้าวเท้าไปตามแผน เดินลงไปชั้นใต้ดินนั่งรถไฟฟ้า MRT แล้วโผล่ขึ้นมาแถวๆ สถานีเตาปูน ชมทิวทัศน์เมืองฝั่งกรุงเทพฯ แล้วข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาสู่ฝั่งธนบุรี ผ่านสถานีบางอ้อ บางพลัด สิรินธร บางยี่ขัน ถึงสถานีบางขุนนนท์ก้าวเท้าออกจากตู้โดยสาร เดินลงมาตรงทางออกช่องที่ 3 เดินลงบันไดมาถึงทางเท้า เดินต่ออีกสองสามก้าวก็พบป้ายรถไฟฟ้าตรงหน้าร้านเป็ดอบน้ำผึ้ง (รถมินิบัสไฟฟ้าคือ BMA Feeder)
๐๙.๐๐ น. รถมินิบัสเที่ยวแรกเคลื่อนมาจอดรับ นักท่องเที่ยวขยับขึ้นรถ รถเลี้ยวซ้ายมาบนถนนบางขุนนนท์ แล่นผ่านตลาดน้ำสองคลอง ตลาดน้ำตลิ่งชัน แวะส่งคนที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ (คิดในใจดังๆ ว่าทำไมจากสถานีกรุงเทพฯ อภิวัฒน์ออกมาสวนจตุจักรไม่มีแบบนี้บ้าง) กระทั่งมาถึงตลาดน้ำคลองลัดมะยมซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง
เดินลงรถมาแบบงงๆ เพราะไม่เคยมา ขยับตัวช้าๆ มองซ้ายแลขวา เดินเข้าไปหาพ่อค้าขายไม้กวาด (พ่อค้าคนแรกที่สบตากัน) สอบถามถึงตลาดแห่งนี้ พ่อค้าบอกว่า “ตลาดแบ่งออกเป็นสองฝั่ง มีถนนขั้นกลาง แบ่งออกเป็น ๗ โซน ฝั่งที่เรายืนอยู่คือโซน ๒ และโซน ๓ โซนสองอยู่ชิดติดคลอง มีของขายมากมายทั้งของกิน ของสด ของแห้ง ขายกันทั้งบนบกและบนเรือริมน้ำ รวมถึงมีท่าเรือนำเที่ยวส่วนหนึ่งอยู่ตรงนี้ด้วย ส่วนโซน ๓ ขายต้นไม้และเสื้อผ้านิดหน่อย สำหรับโซน ๑, ๔, ๕, ๖, ๗, อยู่อีกฝั่งของถนน มีของให้เลือกสรรมากมาย เริ่มจากของกิน สด แห้ง คาว หวาน ของเล่น ของใช้ ของฝาก เสื้อผ้า และเรือนำเที่ยวทั้งเรือยนต์ (เรือหางยาว) เรือแจว เรือพาย มีสะพานข้ามคลองไปนั่งชิลๆ ในร้านกาแฟเล็กๆ อีกฝั่งหนึ่งด้วย
กล่าวขอบคุณผู้ให้ข้อมูล เริ่มเดินชมตลาดน้ำโซน ๒ กับ โซน ๓ เนื่องจากมาถึงตลาดเร็ว ยังไม่ถึงเวลากิน ยังไม่หิว ตัดสินใจนั่งเรือยนต์เที่ยวคลอง เสียค่าเรือ ๑๐๐ บาท บนเรือมีหนุ่มชาวจีนสี่คน ฝรั่งต่างชาติไม่ทราบสัญชาติอีกสองคน เรือยนต์แล่นช้าๆ ลัดเลาะไปตามคลองสายเล็กบ้าง สายใหญ่บ้าง ผ่านบ้านเรือนริมน้ำ ผ่านวัด ผ่านสวนกล้วยไม้ ช่วงไหนคลองว่างเรือแล่นความเร็วแบบซิ่งนิดๆ รวมเวลาในการล่องเรือท่องเที่ยวคลองเกือบชั่วโมงจึงย้อนกลับมา ค่าเรือหนึ่งร้อยบาทนับว่าคุ้มค่าแต่ว่ายังไม่สะใจ เดินข้ามถนนไปถามหาเรือพายอีกฟากฝั่งหนึ่ง คราวนี้เสียค่าเรือเพิ่มขึ้นเป็น ๒๐๐ บาท เหตุเพราะมีเราคนเดียว โดยปกติเสียแค่ ๑๐๐ บาทเหมือนเรือหางยาว (ปกติเรือพายนั่งได้ประมาณ ๖ คน)
การเที่ยวคลองกับเรือพายถือว่าได้อรรถรสไปอีกแบบ จากคลองลัดมะยม ‘คุณไก่เจ้าของเรือ’ ขยับพายมาถึงสี่แยกคลองบางพรมแล้วเลี้ยวซ้าย ป้ายริมคลองบอกว่าเป็นทางเข้าคลองบางกอกน้อย และคลองบางกอกใหญ่ พอเลี้ยวเข้าคลองสายนี้พบว่าเป็นคลองที่เงียบสงบ เหมือนอยู่คนละโลกกับเมื่อครู่ คุณไก่พายสะดวกเพราะไร้คลื่นจากเรือยนต์ ที่ไม่มีเรือยนต์เพราะช่วงวันเสาร์อาทิตย์ชาวบ้านสงวนเส้นทางสายนี้ไว้ให้เรือพาย เพื่อพายเรือพานักท่องเที่ยวเข้ามาชมบึงบัวท่ามกลางความงามสงบเงียบ ระยะทางจากตลาดน้ำมาไม่ไกลมากแต่ได้อารมณ์แบบดิบเดิม ที่ดีคือได้คุยกับคนพายเรือ ได้รู้ว่าแม้ความเจริญจะก้าวไปเร็วมากเท่าไหร่ เจริญมากแค่ไหน คนแถวนี้ยังใช้เรือในการสัญจร ผู้คนส่วนใหญ่ยังพายเรือไปซื้อของใช้ที่ร้านชำริมคลอง ส่วนที่น่าสนใจอีกอยางหนึ่งคือบ้านริมคลองหลังไหนที่มีรั้วคือ ‘บ้านใหม่ คนใหม่ เข้ามาอยู่ใหม่’ บ้านคนแถวนี้แต่เดิมไม่มีรั้วเพราะรู้จักกันหมด ใครแปลกหน้าเข้ามาก็รู้กันทั้งบาง ดังนั้นจึงไม่มีขโมย ไม่จำเป็นต้องมีรั้ว แสดงให้รู้ว่าคนไทยในสวนล้วนเป็นญาติ เป็นเพื่อน เป็นคนรู้จัก รักและช่วยกันดูแลชุมชนของตน อยู่กันแบบสบายใจ ปลอดภัยทุกครัวเรือน ส่วนบึงบัวเป็นบึงขนาดเล็ก เนื้อที่ประมาณไร่กว่าๆ ริมบึงบัวหลวงมีศาลาร้านขายของแต่ไม่ได้ใช้แล้ว เมื่อก่อนจุดนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของตลาดน้ำคลองลัดมะยม เคยมีร้านค้าให้คนมานั่งกินอาหารและสัมผัสบรรยากาศบึงบัว แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว
หลังจบจากนั่งเรือชมคลอง คราวนี้มาเดินตลาดแบบจริงจังในโซน๗, ๖, ๕, ๔, ๑ เดินไปเดินมาเริ่มงงว่าโซนไหนเป็นโซนไหน เดินไปถามไป เมื่อยเมื่อไหร่ก็แวะนั่งกินโน่นนี่นั่น เริ่มตั้งแต่ผัดไทย ข้าวเกรียบปากหม้อ น้ำว่านหางจระเข้ จากนั้นเดินย่อย เดินไปดูงานไม้ ของเล่น ของใช้มือสองจากญี่ปุ่น ปลากัดแสนสวย แล้วไปหยุดกินข้าวเกรียบปากหม้อ ต่อด้วยขนมเบื้องแม่วิไล ขนมไทยแม่พลอย เป็นอันว่าจบกระบวนการบริโภคแต่เพียงเท่านี้ ท้ายสุดก่อนจากลาซื้อผลไม้บางชนิดใส่เป้แบกกลับบ้าน ต้องขอบคุณที่ได้มาเยือนตลาดน้ำคลองลัดมะยม ตลาดน้ำที่ใหญ่สุดๆ สมคำร่ำลือ นอกจากสินค้า อาหาร และพื้นที่ มีเรื่องที่น่าแปลกใจอย่างหนึ่งคือตลาดน้ำคลองลัดมะยมไม่ได้มีแค่คนไทย แต่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาท่องเที่ยวทั้งคนจีน ฝรั่ง เกาหลี ญี่ปุ่น รวมถึงตะวันออกกลางด้วย
ผู้ที่สนใจมาเที่ยวตลาดน้ำคลองลัดมะยมมาได้ในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ส่วนวันหยุดนักขัตฤกษ์ไม่แนะนำเพราะแม่ค้าน้อย ไม่คึกคัก วันเสาร์อาทิตย์มาได้ตั้งแต่เช้าไปจนถึงช่วงเย็น ส่วนขากลับ นั่งรถมินิบัสไฟฟ้าของกทม. กลับมายังจุดเริ่มต้น คือสถานีรถไฟฟ้า MRT บางขุนนนท์ นับว่าเป็นการท่องเที่ยวที่สะดวก ก่อเกิดเป็นความสุข ง่ายและงาม เป็นตลาดน้ำอีกแห่งหนึ่งที่น่ามาเยี่ยมเยือน ใครว่างเชิญ ตลิ่งชันยินดีต้อนรับครับ
#ตลาดน้ำคลองลัดมะยม
#กรุงเทพธนบุรี
#ไทยเที่ยวไทย
#รถไฟฟ้าBMAfeeder
หมายเหตุ
- ตลิ่งชันเป็นพื้นที่ชายแดนกรุงเทพฯ ทางฝั่งธนบุรี มีพื้นที่ส่วนหนึ่งติดกับจังหวัดนนทบุรี ตลิ่งชันสมัยก่อนเป็นพื้นที่ๆ ไม่ค่อยมีใครเข้ามาเพราะถือว่าไกลเอาเรื่อง ตลิ่งชันเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่ซ่อนตัวอยู่ตามริมคลองสายต่างๆ เป็นเขตที่มีคลองมากมายแบบไขว้กันไปมา และด้วยเหตุนี้ตลิ่งชันจึงมีตลาดน้ำอยู่หลายแห่ง ในปัจจุบันตลาดน้ำบางแห่งหายไป บางแห่งยังคงอยู่ บางแห่งฟื้นขึ้นมาใหม่ ที่นับได้ตอนนี้มีตลาดน้ำสองคลอง, ตลาดน้ำตลิ่งชัน, ตลาดน้ำวัดสะพานสูง และตลาดน้ำคลองลัดมะยม
ตลาดน้ำคลองลัดมะยมเป็นตลาดน้ำเก่าพอสมควร เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ.2547 ตอนนี้อายุ 22 ปีแล้ว ส่วนตัวคลองลัดมะยมเป็นคลองสั้นๆ ยาวประมาณ 2.2 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างคลองระมาดกับคลองบางพรม เป็นคลองลัดที่ช่วยร่นระยะทางในการเดินทาง