Khobjaithailand เที่ยวธรรมดาแบบคนธรรมดาเที่ยว

‘เลยที่รัก รักที่เลย’ (บทนำ)‘สี่เช้าที่เมืองเลย’- เช้าแรก (วันที่สอง)บ้านแสงภา อ.นาแห้ว- เช้าสอง (วันที่สาม)ตลาดสด อ.ด่า...
14/07/2026

‘เลยที่รัก รักที่เลย’ (บทนำ)
‘สี่เช้าที่เมืองเลย’

- เช้าแรก (วันที่สอง)
บ้านแสงภา อ.นาแห้ว

- เช้าสอง (วันที่สาม)
ตลาดสด อ.ด่านซ้าย

- เช้าสาม (วันทีสี่)
อุทยานแห่งชาติภูเรือ อ.ภูเรือ

- เช้าสี่ (วันที่ห้า)
วนอุทยานหริรักษ์ อ.เมือง

ช่วงสายวันแรก 10 กรกฎาคม ออกเดินทางออกจากสนามบินนานาชาติดอนเมือง กรุงเทพฯ ตอนออกมา ฟ้าสวยใส พอลงเครื่องที่สนามบินเมืองเลยฟ้าขุ่น เมฆมาก ใครบางคนบอกว่าเป็นเพราะผมมา “ก่อนนหน้านี้ก็ใสสวยเหมือนกรุงเทพฯ นั่นแหละ”

การเดินทางทริปนี้มีเรื่องราวมากมายให้บันทึก ทั้งงานประเพณี ศิลปะหัตถกรรม ธรรมชาติ ทะเลหมอก น้ำตก วิถี ที่พัก คาเฟ่ ร้านอาหาร (เพียบ) เอาไว้นำเสนอเป็นตอนๆ ในวันพรุ่งนี้ ส่วนเช้านี้ยังอยู่เมืองเลย (รอเวลากลับ) ยังไม่ได้เรียบเรียงใดๆ คาดว่าพรุ่งนี้เย็นๆ คงได้พบเรื่องราวตอนแรกบนแผ่นดินเมืองเลย ส่วนวันนี้ชมภาพสี่เช้าบนแผ่นดินเมืองเลยไปก่อนครับ

#เลย
#เลยที่รักรักที่เลย

09/07/2026

เกาะเต่า

ดำน้ำ ดูดาว
อาบลม ชมเล

ก่อนเดินเข้าป่า เอาคลิปทะเลเกาะเต่ามาฝากกันก่อนครับ

#เกาเะเต่า
#ดำน้ำ


พรุ่งนี้เจอกันเมืองเลยครับ

คนรักดอกไม้และงานดีไซน์เชิญทางนี้ครับงาน RAK DOK FLORAL WEEKS 20264 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569ตลาดเก่าหัวตะเข้ ลาดกระบัง ก...
08/07/2026

คนรักดอกไม้และงานดีไซน์เชิญทางนี้ครับ
งาน RAK DOK FLORAL WEEKS 2026
4 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569
ตลาดเก่าหัวตะเข้ ลาดกระบัง กรุงเทพฯ

เปิดทุกวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น อย่าไปเช้ามาก ให้พระบิณฑบาตเสร็จก่อน

งานนี้ไม่มีรายละเอียดใดๆ นอกจากชมภาพ แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือ “ดอกไม้ ศิลปะ อาหาร ความเบิกบานและรื่นรมย์” งานเข้าดูฟรี ไม่เสียสตางค์ ถ้าว่างไปดูเหอะ สวยดี ดีไซน์ดี งานอาร์ตมันส์ดี อาหารกลมกล่อมดี แต่ไม่ได้ดีแบบ 100% มีตกหล่นบ้างนิดๆ หน่อยๆ เช่น ร้านขายงานถักทอ ถักดอกไม้จากไหมพรม ห้ามถ่ายภาพซะงั้น บางคนถึงกับบ่นว่า "เป็นไรเปล่าป้า คนมาเที่ยวงานเขาถ่ายภาพไปเผยแพร่ นักท่องเที่ยวจะได้แห่มา มันน่าจะดีกับป้านะคะ" สืบทราบภายหลังว่าเป็นคนนอกมาเช่าพื้นที่ ไม่ใช่คนในชุมชน นอกนั้นไม่มีอะไร งานดี ยิ้มแย้มแจ่มใสทั้งผู้มาเยือนและผู้จัดครับ

ถ้ามีรถยนต์ส่วนตัว ขับรถไป ถ้าไม่มีรถส่วนตัวนั่งรถแท็กซี่หรือรถเมล์ ใครอยากประหยัดและชิลๆได้ฟิลคนแบกเป้ นั่งรถไฟไปลงสถานีหัวตะเข้ เดินเลียบคลองหรือเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ได้ รถไฟสายตะวันออกผ่านทุกขบวน (นั่งจากสถานีหัวหมาก เสียค่ารถไฟแค่สามบาท) รถไฟเริ่มตั้งแต่หัวลำโพง มักกะสัน คลองตัน หัวหมาก ทับช้าง ลาดกระบัง หัวตะเข้


#รักดอกไม้
#ตลาดเก่าหัวตะเข้
#โลกนอกหน้าต่าง


ธีม ‘ดอกไม้กระจายยิ้ม’

เรื่องตกหล่นบนเกาะเต่าบทสรุป‘แสงกับเงา เรื่องเล่าสั้นๆ’มีบางเรื่อง มีบางภาพ มีบางที่ มีดีแต่ไม่ได้ถูกพูดถึง เหตุเพราะไม่...
06/07/2026

เรื่องตกหล่นบนเกาะเต่า
บทสรุป
‘แสงกับเงา เรื่องเล่าสั้นๆ’

มีบางเรื่อง มีบางภาพ มีบางที่ มีดีแต่ไม่ได้ถูกพูดถึง เหตุเพราะไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกับเรื่องราว 7 ตอนที่ผ่านมา ความจริงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตแต่เห็นว่าสำคัญไม่น้อย เช่น สภาพภูมิประเทศ บ่อขยะ ค่าใช้จ่าย ประชาชนคนเกาะ และบางความเชื่อ

เกาะเต่ามีลักษณะภูมิประเทศเป็นเขาสูงชัน อุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ มีหาดทรายขนาดเล็กรายล้อมรอบเกาะ เป็นแหล่งดำน้ำที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ดำได้ทั้งแบบน้ำตื้นและน้ำลึก นักท่องเที่ยวสายทะเลจากทั่วโลกจึงมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย ส่วนสิ่งที่งดงามและมีให้เห็นโดยทั่วไปอีกอย่างหนึ่งคือโขดหิน แนวโขดหินรอบเกาะเต่าเป็นแนวโขดหินที่สวยงาม มีทั้งเล็ก ใหญ่ และใหญ่มาก บนภูเขาสูงก็มี บางทีไม่ได้มีแค่ก้อนกลม แบบเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมก็มีให้เห็น นับเป็นลักษณะทางธรณีวิทยาที่น่าสนใจมาก

เนื่องจากเกาะเต่าเป็นเกาะที่อยู่ห่างชายฝั่ง ทั้งฝั่งชุมพรและฝั่งสุราษฎร์ธานี การเดินทางจึงต้องใช้เรือ การขนส่งสินค้าต้องพึ่งเรือ ไม่สะดวกสบายเหมือนแหล่งอื่น ดังนั้นค่าครองชีพจึงสูงนิดหน่อย (ผัดไทจานละไม่ต่ำกว่าร้อย) เรื่องค่าใช้จ่าย นักท่องเที่ยวบางกลุ่มต้องมีการเตรียมพร้อม ศึกษาให้ละเอียดรอบคอบก่อนเดินทาง และเนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบเกาะกลางทะเล การขนถ่ายย้ายขยะจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญมาก ตอนนี้บ่อขยะอยู่บนภูเขาในจุดที่สูงมากพอสมควร สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในวันนี้คือเรื่องกลิ่นกับการจัดการ อีกเรื่องที่น่าห่วงคือ จะทำอย่างไรกับอาคารผุพังบนหาดทรายริมชายทะเลหรือในหลายๆ จุด เพราะมันรบกวนทัศนียภาพมาก มากๆ โดยเฉพาะริมเล

เกาะเต่ามีศาสนสถานอยู่แห่งหนึ่งคือวัดเกาะเต่า เป็นวัดพุทธวัดเดียวบนเกาะที่ยึดโยงผู้คนเอาไว้ในสายธารพุทธศาสนา นอกจากคนเกาะเต่า ยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาที่วัดอยู่อีกบางส่วน ความเชื่อของคนบนเกาะไม่ได้หยุดอยู่แค่พุทธศาสนา คนเกาะเต่าส่วนหนึ่งยังมีความเชื่อเกี่ยวกับ ‘พ่อตาโต๊ะ’ ‘แม่ยายแม๊ะ’ ซึ่งมีศาลเจ้าอยู่บนภูเขา และมีหุ่นจำลองอยู่ภายในโรงแรมบางแห่ง เช่น Koh Tao Relax Freedom Beach Resort

ประชาชนคนเกาะเต่าส่วนหนึ่งเป็นคนถิ่นดั้งเดิม พวกพนักงานโรงแรม ร้านอาหาร และที่เข้ามาใช้แรงงานทั้งหมดเป็นคนพม่า นอกจากนี้เป็นนักท่องเที่ยวจากถิ่นอื่นทั้งหมด

เพิ่งรู้ว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชอบกินข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวมะม่วง+ไอติม (Mango Ice Cream) แบบมีร้านข้าวเหนียวมะม่วงเป็นกิจลักษณะเลย นั่นคือร้าน The Mango Garden

มีคนถามว่าไปเกาะเต่าทำไมไม่เห็นหมู่บ้านชาวประมงเหมือนเกาะอื่น? ยังมีชาวประมงอยู่มั้ย? ตอบว่า “ชาวประมงยังมี แต่ชาวประมงเกาะเต่าเขานิยมล่าปลาแบบใช้เป็ด ไม่ได้ใช้อวน ส่วนหมู่บ้านชาวประมงอย่างที่เคยคุ้นไม่มีแล้ว”

เกาะเต่ามีเรือโดยสารไปเกาะพะงัน เกาะสมุย เกาะนางยวน เข้าฝั่ง จ.ชุมพร และ อ.ดอนสัก สุราฎร์ธานี ทุกวัน นับว่าสะดวกดี เอื้อต่อการท่องเที่ยวดี ที่ดีมากคือเกาะเต่าเที่ยวได้เกือบตลอดทั้งปี มีเฉพาะสองเดือนที่ฝนตกชุก น้ำทะเลไม่ค่อยใสนั่นคือเดือนพฤษภาคม และ มิถุนายน ส่วนเดือนกรกฎาคมเป็นช่วงเปิดเกาะ ช่วงไฮซีซั่น นักท่องเที่ยวชาวไทยสายเกาะเลาะเลถ้ายังไม่เคยมาอยากให้มา มาเที่ยวด้วยตัวเองถึงจะรู้ว่าเกาะเต่างดงามเพียงใด แค่แสงกับเงาที่เคลื่อนไหวในรอบ 24 ชั่วโมงก็มีเรื่องราวให้จดจำมากมาย รวมถึงดารารายบนท้องฟ้าก็สะกดให้เรานอนนิ่งๆ หยุดเคลื่อนไหว อุ่นอิ่มใจในทุกๆ คืน

ยังมีอีกหลายจุดที่ไม่ได้เข้าสัมผัส เช่น อ่าวเมา อ่าวหินวง อ่าวกล้วยเถื่อน แต่ที่ได้ยินชื่อแล้วอยากไปคือ “แหลมน้ำตก” เอาไว้คราวหน้าเจอกันครับ

#เกาะเต่าสุราษฎร์ธานี
&Café
#โลกนอกหน้าต่าง



ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ติดตามมาโดยตลอด วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์นี้เจอกันที่เมืองเลย งานนี้ไปส่งท้ายผีตาโขนและไปเปิดป่าภูเรือ ขอบใจไทยแลนด์สวัสดีครับ (ถ้ามีเวลา ก่อนไปเมืองเลย อาจมีคลิปเกาะเต่ามาให้ชมกันครับ)

เกาะเต่า สรวงสวรรค์ของคนรักษ์ทะเลตอนเจ็ด ตอนจบ ‘Thalas Café’เช้าวันที่สี่บนเกาะเต่า เป็นเช้าสุดท้ายก่อนจะย้ายไปอยู่บนเรื...
05/07/2026

เกาะเต่า สรวงสวรรค์ของคนรักษ์ทะเล
ตอนเจ็ด ตอนจบ ‘Thalas Café’

เช้าวันที่สี่บนเกาะเต่า เป็นเช้าสุดท้ายก่อนจะย้ายไปอยู่บนเรือลมพระยา เพื่อกลับเข้าชายฝั่งชุมพร แบกเป้ออกจากห้องพักที่ Blue Heaven ไม่ได้ร่ำลาใคร เพราะไม่เจอใคร ได้แต่บอกมือให้ วางกุญแจห้องไว้จากนั้นเดินลงมาตามทาง แวะเข้ามาที่ Baan Talay นั่งกินกาแฟแลเล นั่งพูดคุยกับ ‘กบ ปายนาปายตา’ แป็ปนึงจึงจากลา ‘คุณทิพย์ ทิพย์วิมาน’ มารับและขับรถไปส่งที่ท่าเรือ บอกลาเธอตรงนั้น หวังว่าหลายวันที่ผมอยู่บนเกาะจะไม่สร้างความอึดอัดให้เธอ

ท่าเรือเกาะเต่าอยู่บริเวณหาดทรายรี เป็นจุดที่เราเหยียบเกาะเป็นจุดแรกและเป็นจุดสุดท้ายที่เราเหยียบ ก่อนเรือเคลื่อนออกจากท่ายังมีเวลาเหลือร่วมชั่วโมง มีโอกาสเข้าไปนั่งเล่นในร้าน Thalas Café

Thalas Café หากมองจากด้านนอกฝั่งถนนไม่มีอะไรโดดเด่นยกเว้นประตูโค้งทางเข้า คือตัวร้านคล้ายๆ ตึกแถวทั่วไป ต่อเมื่อก้าวเข้าไปด้านในจึงพบว่า Thalas Café เป็นคาเฟ่ที่กว้างพอตัว มีเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ โต๊ะเก้าอี้เรียงรายหลายสิบโต๊ะ มีฝรั่งต่างชาติเต็มไปหมด ทั้งที่เพิ่งมาและกำลังจะไป เป็นร้านที่เดินทะลุไปท่าเรือได้เลย

ส่วนทางฝั่งซ้ายของร้านมีประตูพาเข้าไปสู่ร้านค้า เป็นร้านขายเสื้อผ้า แว่นตา หมวก กระเป๋า และของใช้จิปาถะ นอกจากนั้นยังมีบันไดพาเดินขึ้นไปชั้นบน ซึ่งชั้นนี้มีลักษณะแบบบาร์ แยกออกมาเป็น Thalas Rooftop

Thalas Rooftop เหมาะกับการมานั่งดื่มในช่วงเย็น เป็นร้านที่ตกแต่งเรียบง่ายแต่น่านั่ง คิดในใจว่ามาคราวหน้าคงต้องมา คงไม่ยอมพลาด นอกจากบาร์เหล้ายังมีทางเดินเชื่อมกับสำนักงานหรือที่ขายตั๋วเรือลมพระยา กลายเป็นว่า Thalas Café มีลักษณะเป็น Hub สามารถเชื่อมโยงไปอีกสามจุด คิดว่าคนไม่เคยมาเกาะเต่า หากขึ้นฝั่งหรือถึงท่าเรือแล้วควรแวะมาที่นี่ก่อน นั่งชิลๆ ดื่มกาแฟขณะรอคนมารับ เดินเลือกเสื้อผ้าก็ได้ หรือจะจองตั๋วเรือขากลับก็สะดวกเช่นกัน

ขณะกำลังเพลินๆ กับ Thalas Café เสียงประกาศจากพนักงานเรือดังขึ้น แสดงให้รู้ว่าต้องจากลากันแล้ว

หันหลังให้ Thalas Café เดินไปบนสะพาน ก้าวเท้าขึ้นเรือ เลือกอยู่ข้างนอกเหมือนขามา เลือกเพราะข้างนอกได้สัมผัสทะเล ได้ชื่นชมฟ้า และได้ลาเกาะเต่าแบบมองเห็นภาพเกาะค่อยๆ เลือนหายไปกับสายตา

ทั้งหมดที่บอกกล่าวเล่าให้ฟังตั้งแต่บทนำจนถึงบทนี้เป็นช่วงชีวิตหนึ่งบนเกาะเต่า เป็นเรื่องราวหนึ่งที่งดงามพอจะบันทึกลงในความทรงจำ ขอบคุณธรรมชาติ ขอบคุณงานดีไซน์จากมนุษย์ และขอบคุณมนุษย์ที่ดูแลธรรมชาติ ให้เกียรติธรรมชาติ เพราะแท้ที่จริงแล้วธรรมชาติคือผู้ดูแลเรา ขอบคุณครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาโดยตลอด ทริปนี้ทะเล ทริปหน้าเข้าป่า ไปเดินป่าเมืองเลยกันครับ

(อ่านรายละเอียดเพิ่มตามในคำบรรยายภาพ)

#เกาะเต่าสุราษฎร์ธานี

&Café

เกาะเต่า สรวงสวรรค์ของคนรักษ์ทะเลตอนหก ‘Seaside Bar & Restaurant’เย็นวันที่สามบนเกาะเต่า เป็นเย็นวันแรกที่ได้เข้ามาใกล้ช...
04/07/2026

เกาะเต่า สรวงสวรรค์ของคนรักษ์ทะเล
ตอนหก ‘Seaside Bar & Restaurant’

เย็นวันที่สามบนเกาะเต่า
เป็นเย็นวันแรกที่ได้เข้ามาใกล้ชิดติดชายหาดมากที่สุด และเป็นเย็นวันสุดท้ายเพราะพรุ่งนี้ต้องจากเกาะเต่าแล้ว

วันนี้ ‘คุณทิพย์ ทิยพ์วิมาน’ พามาสัมผัสหาดทรายชายเลและแนวโขดหินที่ Seaside ห้องอาหารริมเลบนหาดทรายรี จุดนี้เป็นหนึ่งในมุมที่กล่าวกันว่า “ชมดวงตะวันลับเส้นขอบฟ้าได้ดีที่สุด” แต่วันนี้ต้องบอกว่าไม่แน่ใจเพราะท้องฟ้ามีเมฆมาก ขุ่นหน่อยๆ มัวนิดๆ บอกตัวเองว่าไม่เป็นไรเพราะฟ้ายามเย็นไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็สวย ยกเว้นวันพายุเข้า

Seaside เป็นห้องอาหารริมเลแบบเรียบง่าย สบายๆ มีมุมดีไซน์ให้ถ่ายภาพสองสามมุม ที่พลาดไม่ได้คือชั้นบนของร้าน เป็นมุมเล็กๆ มีซุ้มที่นั่ง มุมนี้มองเห็นท้องทะเลกว้างไกล มองเห็นเกาะนางยวนปรากฏกายอยู่ปลายเกาะเต่า มองเห็นบ้านพักหลากหลายสไตล์ รวมถึงบ้านพักของ Seaside เองด้วย ตอนแรกไม่รู้หรอกครับว่า Seaside มีบ้านพัก นึกว่ามีร้านอาหารเพียงอย่างเดียว เมื่อมาถึงและเห็นป้าย Seaside Bar & Restaurant ถึงรู้ พอรู้ก็รู้สึกเสียดาย บอกตัวเองว่าน่าจะได้ถ่ายภาพงานตกแต่งภายในของ Seaside มาอวดเพื่อนๆ บ้าง (อ้างเพื่อน ความจริงส่วนตัวอยากเห็น เป็นพวกหลงใหลงานตกแต่งภายใน - ภายนอก)

ที่ร้านหรือบาร์ของ Seaside อยู่ชิดติดทะเล ออกแบบให้ตัวร้านลดหลั่นเป็นลำดับชั้น เป็นจุดชมวิวที่ดีมาก มองเห็นท้องทะเลกว้างไกล เย็นวันนี้อาทิตย์หายลับไปกับเมฆหนา แต่ฟากฟ้ายังงดงามเสมอ เราอยู่ที่นี่จนราตรีมาเยือน เดินกลับออกไปกับพุงย้วยๆ เพราะกินโน่นนี่นั่นไปมากตามสมควร เท่าที่จำได้ ยำผักกูด กุ้งแช่น้ำปลา สลัด ผัดไทย (ยังลองผัดไทย ทำไมไม่ลองอย่างอื่น) อาหารของ Seaside รสชาติดีใช้ได้ แต่ที่ดีกว่านั้นคือปริมาณเยอะ อิ่มแน่ถ้ามาที่นี่

พรุ่งนี้สายๆ ต้องย้ายตัวเองออกจากเกาะเต่า กลับเข้ากรุงเทพฯ ตามวันเวลาที่กำหนดไว้ ก่อนกลับยังได้ไปเยือนคาเฟ่เก๋ๆ ริมเล บริเวณท่าเรือ พรุ่งนี้อำลากันที่ร้าน Thalas Café โปรดติดตามครับ

(อ่านรายละเอียดเพิ่มตามในคำบรรยายภาพ)

#เกาะเต่าสุราษฎร์ธานี

&Café

เกาะเต่า สรวงสวรรค์ของคนรักษ์ทะเลตอนห้า ‘Petra’ มาตามสัญญา เกาะเต่าตอนห้ากับ ‘Petra’ ในชุมชนโฉลกบ้านเก่าต้องบอกกันก่อนว่...
03/07/2026

เกาะเต่า สรวงสวรรค์ของคนรักษ์ทะเล
ตอนห้า ‘Petra’

มาตามสัญญา เกาะเต่าตอนห้ากับ ‘Petra’ ในชุมชนโฉลกบ้านเก่า
ต้องบอกกันก่อนว่ามาเกาะเต่าคราวนี้วาดหวังเก็บเกี่ยวเรื่องราวเกี่ยวกับทะเล ถ่ายภาพทุกสิ่งอย่างที่มีทะเลเข้ามาเกี่ยวข้อง เหมือนสี่แห่ง (สี่ตอน) ที่ผ่านมา แต่ Petra ไม่ติดทะเล แต่ Petra กลายเป็นข้อยกเว้น ยกเว้นทำไม?

‘Petra เป็นร้านอาหาร’ ‘Petra เป็นที่พัก’ ‘Petra มีอะไรบางอย่างที่ต้องบันทึกภาพมาเผยแพร่’ โดยเฉพาะเมื่อล่วงรู้ว่าบนร้านอาหารซุกซ่อนห้องพักเอาไว้

แรกสบตาอาคารสีส้มอิฐริมถนน บอกตัวเองว่า “ที่นี่น่าจะมีของ” หมายถึงคงมีงานดีไซน์ที่น่าสนใจซ่อนอยู่ไม่น้อย เมื่อก้าวเท้าผ่านประตูกระจกเข้าไปความรู้สึกแบ่งออกเป็นสองฝั่งสองฝ่าย ฝั่งหนึ่งบอกว่า “งานออกแบบเรียบเฉย ดูธรรมดา” อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่า “ธรรมดาดี ง่ายดี ดูดี สบายตา” และเมื่อสำรวจไปเรื่อยๆ พบว่าความรู้สึกฝั่งหลังมาถูกทาง คือไอ้ที่บอกว่าธรรมดา มันมีบางอย่างซ่อนไว้ เช่น หินภูเขาประดับเคาน์เตอร์บาร์ ฝาผนังหลังเคาน์เตอร์ด้านในสุดเป็นชั้นจัดวางแจกันและถ้วยชามเซรามิกหลายรูปแบบ โคมไฟเพดานเป็นโคมไฟไม้ไผ่ ที่ดีคือเพดานสูง ผนังกรุกระจกใส ทำให้ห้องอาหารกลายเป็นห้องโถงใหญ่ รู้สึกสบาย ไม่อึดอัด แค่นี้ก็ง่ายงามแล้ว

ส่วนอาหารที่สั่งมาลิ้มชิมรสนั้นมีดีไซน์ในการจัดวาง ส่วนรสชาติเขาวางรสอาหารประจำร้านแบบกลมกล่อมกลางๆ ไม่จี๊ดจ๊าดแต่ไม่จืดชืด มีความฟิวชั่นเข้ามาร่วมนิดหน่อย ใครจะไปเชื่อว่า ‘ผัดไทย’ อาหารยอดนิยมซึ่งมีในทุกที่จะทำให้เราว้าว!ได้ คงเป็นเพราะเครื่องปรุงบางอย่างแตกต่างจากที่อื่น รู้สึกว่ามีรสน้ำมะขามเปียกผสมผสานอยู่ด้วย ส่วนน้ำผลไม้ที่เขาคิดค้นโน่นนั่นนี่ขึ้นมาใหม่ก็ใช่ย่อย (แบบไม่ปล่อยผ่าน) เพราะรสชาติไม่ธรรมดาเหมือนกัน

เสร็จจากร้านอาหารด้านล่าง ถึงเวลาก้าวเท้าขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อเยี่ยมชมห้องพักซึ่งมีแค่สามห้อง

ก่อนถึงห้องนอน เจ้าของแบ่งประโยชน์ใช้สอยให้มีลานโล่งส่วนกลาง เอาไว้นั่งผักผ่อน โดยก่อซิเมนต์เป็นที่นั่งรูปตัวแอล วางเบาะนวมนุ่มทับไว้อีกชั้นหนึ่ง มีโต๊ะไม้ตรงกลาง ส่วนห้องนอนแบ่งประโยชน์ใช้สอยออกเป็นสามส่วน จากจุดแรกคือห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น+ครัว และห้องนอน ซึ่งมีระเบียงเล็กด้วยๆ

การออกแบบห้องพักเรียบง่าย (คล้ายห้องอาหารด้านล่าง) ชอบตรงที่กว้างพอประมาณ ก่อประโยชน์ในการอยู่อาศัยพอสมควร ไม่เอาอะไรมาใส่จนรกรุงรัง ที่เห็นและยอมรับคือการใช้สี สีผ้าม่าน ผ้าปูเตียง ผนังห้องผ้าเช็ดตัว อยู่ในโทนเดียวกัน อันนี้ถือว่าง่ายแต่ยาก ไม่ธรรมดา (คิดนะ ไม่ใช่ไม่คิด)

ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของ Petra ณ เกาะเต่า ถ้าใครมีโอกาสไปเที่ยวเกาะเต่าแบบอยู่หลายวันแล้วเบื่อร้านริมทะเล อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ลองโฉบมาที่นี่ ลองมานั่งชิลดื่มน้ำผลไม้สักแก้ว แถมด้วยไก่สะเต๊ะสักจานน่าจะเหมาะ ของอย่างนี้ไม่ลองด้วยตัวเองคงไม่รู้ว่า ‘ดีจริงหรือแค่ข่าวลวง’ เชิญมาสัมผัสกันตามสะดวกครับ

โปรดติดตามตอนต่อไป ไปนั่งร้านอาหารริมเล ‘Seaside’ ดูอาทิตย์ลาลับที่หาดทรายรี
(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในคำบรรยายภาพ)

#เกาะเต่าสุราษฎร์ธานี

&Café

เกาะเต่า สรวงสวรรค์ของคนรักษ์ทะเลตอนสี่ Blue Heaven Resort & Restaurantหลังจากบันทึกภาพ Baan Talay Restaurant & Yoga, Th...
02/07/2026

เกาะเต่า สรวงสวรรค์ของคนรักษ์ทะเล
ตอนสี่ Blue Heaven Resort & Restaurant

หลังจากบันทึกภาพ Baan Talay Restaurant & Yoga, Thipwimarn Farm & Café, นอนค้างคืนที่ Koh Tao Heritage Hideaway (สองคืน) จึงได้เวลาย้ายมานอนที่ใหม่นั่นคือ ‘Blue Heaven Resort & Restaurant’ หนึ่งในที่พักบนขุนเขา ใกล้ๆ อ่าวลึก ใกล้บ้านทะเลแต่อยู่คนละเหลี่ยม อยู่ในจุดที่สูงกว่า ความจริงไม่มีแผนมานอนที่นี่ แค่อยากมากินอาหาร ชมวิวทิวทัศน์ ซึ่งสุดท้ายปลายค่ำตัดสินใจเปลี่ยนที่พักจาก Koh Tao Heritage Hideaway มานอนที่นี่ ส่วนเหตุที่เปลี่ยนไม่มีอะไรมากนอกจากอยากสัมผัสเกาะเต่าให้ลึกลงไปอีกนิด ใกล้ชิดความเป็นเกาะเต่าเพิ่มขึ้นอีกหน่อย ส่วนบ้านหลังน้อยๆ ที่เรียงรายอยู่ ณ เชิงผา นั้นเชิญชวนให้เข้าไปสัมผัสอยู่พอสมควร

Blue Heaven Resort & Restaurant ด้านหน้าฝั่งติดถนนเป็นอาคารคอนกรีตสูงสามชั้นซ่อนตัวอยู่แนบชิดติดภูผา ซ่อนได้ดีแบบถ้าไม่สังเกตก็ไม่รู้ว่ามีอาคาร เจตนาของ Blue Heaven Resort & Restaurant ตั้งใจให้ที่นี่เป็นจุดชิล ชม ชิม เป็น Restaurant ที่มีดีไซน์พอตัว มีจุดชมท้องทะเลที่งดงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าทุกจุดที่ผ่านมา คือขณะนั่งดื่มด่ำกับอาหารหรือกาแฟ ยังได้แลเลอ่าวลึกในมุมกว้าง มองเห็นฟากฟ้าสีครามงามใจ เห็นน้ำทะเลใสๆ งามตา

ส่วนตัวบ้านอยู่ถัดมาด้านใน มองจากด้านนอกไม่รู้ว่ามีบ้านหลายหลังซ่อนอยู่บนแนวหินริมหน้าผา บ้าน ๗ - ๘ หลังที่เห็นเป็นบ้านชั้นเดียว กว้างขวางพอประมาณ ส่วนใหญ่เป็นบ้านกึ่งตึกึ่งไม้ ผนังกรุกระจกใส ยกเว้นบ้านที่ผมพักเป็นบ้านสองชั้นทรงสูง มีระเบียงไม้ เหมาะกับการพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง ส่วนเครื่องอำนวยความสะดวกมีให้พอประมาณ ไม่ขาดไม่เกินกำลังพอเหมาะพอดี ที่หล่อมากคือบ้านหลังนี้ไม่ว่าจะอยู่ชั้นล่างหรือนอนอยู่ชั้นบนสามารถชมทิวทัศน์ทะเลได้จากบนเตียงเพราะบ้านหันหน้าออกทะเล ผนังกรุกระจกใสทำให้มองเห็นทะเลตลอด ๒๔ ชั่วโมง

ทั้งหมดนี้คือ Blue Heaven Resort & Restaurant ที่ได้เห็นได้สัมผัส สารภาพตามตรงว่าชอบมากพอสมควร ชอบตรงที่ได้ถ่ายภาพท้องฟ้ากว้างโอบกอดทะเลในยามค่ำและยามรุ่งสาง เป็นบ้านที่สร้างความสุขให้ผู้เข้าพักได้อิ่มเอม อุ่นอารมณ์ สายชิลต้องมาชม สายชมต้องมาชิล อย่าพลาดครับ

โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนหน้าพบกับร้านอาหารและที่พักแบบสามห้อง ที่นี่คือ Petra แห่งชุมชนโฉลกบ้านเก่าครับ

#เกาะเต่าสุราษฎร์ธานี
&Restaurant
&Café

เกาะเต่า สรวงสวรรค์ของคนรักษ์ทะเลตอนสาม ‘Thipwimarn Farm & Café’เช้าวันใหม่ หลังจากถ่ายภาพที่พักเสร็จแล้ว คุณทิพย์มารับต...
01/07/2026

เกาะเต่า สรวงสวรรค์ของคนรักษ์ทะเล
ตอนสาม ‘Thipwimarn Farm & Café’

เช้าวันใหม่ หลังจากถ่ายภาพที่พักเสร็จแล้ว คุณทิพย์มารับตามนัดหมาย เธอพาคนพเนจรไปตามทางคดโค้งและสูงชันกระทั่งมาถึง Thipwimarn Farm & Café ซึ่งเป็นของคุณทิพย์เอง

แรกได้ยินคำว่า “ฟาร์ม” อยู่ในชื่อ Thipwimarn Farm & Café นึกไม่ออกว่าหน้าตาเป็นยังไง? มีบุคลิกอย่างไร? ต่อเมื่อเข้ามาสัมผัสและได้พูดคุยกับคุณทิพย์จึงรับรู้ในเบื้องต้นว่า คุณทิพย์เป็นคนเกาะเต่าแท้ๆ เป็นคนที่รักษ์ต้นไม้มาก หวงแหนต้นไม้ เคารพผืนป่า เมื่อปรับพื้นที่เพื่อสร้างคาเฟ่จึงเน้นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติเป็นอันดับแรก คาเฟ่ของเธอจึงแทรกตัวอยู่กับผืนป่าอย่างกลมกลืน ส่วนที่เน้นคำว่า “ฟาร์ม” เพราะเธออยากให้ที่นี่เป็นฟาร์มต้นไม้ ดังนั้นจึงปรากฏสวนต้นไม้แน่นหนาตั้งแต่ทางเข้า เป็นต้นไม้ในทุกๆ ระดับชั้น เริ่มตั้งแต่ไม้คลุมดิน ไม้เลื้อย ไม้พุ่ม ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ไม้ดอก รวมถึงไม้ในครัวเรือนอย่างขิง ข่า และไม้กินผลคือเสาวรส

ต้นไม้ในสวนหรือในฟาร์มส่วนหนึ่งมีมาแต่ดั้งเดิม อีกส่วนหนึ่งเพิ่มขึ้นมาในภายหลัง ที่แต่งเติมเข้ามามีทั้งไม้ไทยและไม้นอก เช่น เฟิร์นหลายชนิดนำมาจากบาหลี และนี่คือเรื่องย่อของคำว่า “ฟาร์ม” (ที่ผมสงสัย) ส่วนคาเฟ่อยู่ด้านในสุด ต้องเดินผ่านสวนเข้าไปถึงจะเจอ

ตัวคาเฟ่ตั้งอยู่ริมหน้าผา แบ่งพื้นที่แบบลดหลั่นเล่นระดับ ทำให้พื้นที่ริมหน้าผามีมิติมากขึ้น ความจริงจุดที่ตั้งนั้นถือว่าสวยสดงดงามอยู่แล้ว พอมีการดีไซน์เสริมเข้ามาและแบ่งประโยชน์ใช้สอยออกอย่างชัดเจนจึงก่อเกิดเป็นความลงตัวที่น่าเสพสัมผัส โต๊ะเก้าอี้ในคาเฟ่ส่วนหนึ่งเป็นโต๊ะไม้ภายใต้หลังคาใบจากกับศาลาไม้ไผ่ อีกส่วนหนึ่งเป็นเบาะอิงจัดวางอยู่กลางแจ้ง ส่วนวิวทิวทัศน์ถือว่าสวยสุดใจ ด้านหน้าคือท้องทะเลกว้างในเขตอ่าวโตนด ส่วนทางด้านขวามองเห็นเกาะพะงันกับความเขียวชรอุ่มชุ่มชื้นของขุนเขา นับเป็นคาเฟ่ที่มีทัศนียภาพดีเยี่ยม น่าไปเยือนสุดๆ

สำหรับเรื่องกาแฟ เค้ก เบอเกอรี่ ต้องให้เพื่อนๆ ไปชิมกันเอง ถ้าบอกว่า “รสชาติดีมาก” เกรงจะเว่อวังเกินไป เรื่องนี้ต้องลองลิ้มชิมรสด้วยตัวเอง แต่สิ่งหนึ่งที่อดแนะนำไม่ได้คือ ‘เค้กกล้วยหอม’ อันนี้ต้องยอมรับและกล่าวเชียร์แบบออกนอกหน้าครับ

บทสรุปสุดท้ายก่อนจากลา อยากบอกว่า Thipwimarn Farm & Café เน้นความสงบ เน้นการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมต้นไม้ในฟาร์มได้อย่างเสรี แต่มีข้อแม้ว่าอย่าไปหยิบจับเพราะต้นไม้บางชนิดบอบบาง บางชนิดวิบไหวกับเหงื่อไคลมนุษย์ ทางที่ดีดูแต่ตามืออย่าต้องเดี๋ยวของจะช้ำ ส่วนเครื่องดื่มและขนมทาง Thipwimarn Farm & Café เลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดีทั้งสิ้น เอาเป็นว่าไปดื่มกินกันได้แบบเพลินพุงจรุงใจ (กินมากเท่าไหร่เหมือนจะไม่พอ) ใครมีโอกาสไปเยือนเกาะเต่าอย่าพลาดที่นี่ คาเฟ่ในอ้อมกอดธรรมชาติครับ

โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนหน้าพบกับ Blue Heaven Resort & Restaurant หนึ่งในที่พักและร้านอาหารที่มีจุดชมทิวทัศน์ดีมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของเกาะเต่าครับ

(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในคำบรรยายภาพ)

#เกาะเต่าสุราษฎร์ธานี
&Café
#อ่าวโตนด

เกาะเต่า สรวงสวรรค์ของคนรักษ์ทะเลตอนสอง ‘Koh Tao Heritage Hideaway’ ช่วงเย็น ออกจากบ้านทะเล คุณทิพย์พามากินข้าวที่ Petra...
30/06/2026

เกาะเต่า สรวงสวรรค์ของคนรักษ์ทะเล
ตอนสอง ‘Koh Tao Heritage Hideaway’

ช่วงเย็น ออกจากบ้านทะเล คุณทิพย์พามากินข้าวที่ Petra ร้านอาหารเรียบง่าย มีสไตล์เฉพาะตัว มีที่พักอยู่ข้างบน บนชั้นสองของร้าน หลังกินอาหารอิ่ม นัดแนะกับเจ้าของร้านว่าวันมะรืนจะเข้ามาบันทึกภาพ (รอลูกค้าเชคเอ้าท์ก่อน) นั่งกินกันเพลินๆ จนค่ำคุณทิพย์จึงขับรถมาส่งที่พัก นัดหมายมารับใหม่ในช่วงสายวันรุ่งขึ้น มารับเพื่อพาไปเก็บภาพ Thipwimarn Farm & Café

คราวนี้เป็นช่วงเวลาของ Koh Tao Heritage Hideaway เริ่มเก็บภาพบางส่วนในช่วงค่ำ เสร็จแล้วอาบน้ำชำระร่างกาย ออกมานอนเอกเขนกที่ระเบียงไม้ นั่งๆ นอนๆ และบันทึกภาพท้องทะเลในยามค่ำ นับเป็นอีกหนึ่งความงามที่น่าจดจำเพราะค่ำนี้มีเมฆหนา ทางฝั่งอ่าวแม่หาดมีฟ้าแลบเป็นระยะ ขณะนอนดูยังแอบคิดว่านี่มันเรื่องจริงไม่ใช่ฉากในภาพยนตร์ใช่มั้ย เป็นภาพสวยอีกมิติหนึ่งซึ่งเชื่อว่ามันจะกลายเป็นความทรงจำที่ดีงามตลอดไป

รุ่งเช้า แกว่งเท้าเปลือยเปล่าไปตามบันไดสูงชัน แวะถ่ายภาพ ‘ห้องอาหารชมทะเล’ ของ Koh Tao Heritage Hideaway แอบไปชมสระว่ายน้ำ และเดินเลยเรื่อยไปเกือบสุดทาง มองเห็นหลังคาบ้านเดี่ยวสีส้ม-แดงด้านล่างนั่นคือ Koh Tao Hillside Resort ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบ้านพักของเกาะเต่า (ไม่เกี่ยวกับ Koh Tao Heritage Hideaway)

หลังบันทึกบ้านที่ตัวเองนอน เดินชมสถานที่ในซอกมุมต่างๆ (ยังไม่ทั่ว) พอสรุปสั้นๆ ว่าที่นี่แอบหรูนิดๆ สถาปัตยกรรมตัวบ้านมีหลายรูปแบบ บ้านหลังที่ผมนอนเป็นบ้านเดี่ยว ปลูกสร้างในมุมสูง ตัวบ้านมีลักษณะแบบบ้านสองชั้นแต่ชั้นล่างแยกประโยชน์ใช้สอยออกจากชั้นบน (เหมือนคนละหลัง) ด้านบนมีลักษณะคล้ายโดมทรงกลมซึ่งเป็นส่วนของห้องนอน ภายในห้องนอนมีสองเตียง เตียงใหญ่แบบนอนสองคนกับเตียงเล็กแบบนอนคนเดียว มีโต๊ะทำงานอยู่ทางปลายเตียง ส่วนห้องน้ำมีลักษณะคล้ายบ้านอีกหลังเชื่อมต่อจากโดม เป็นห้องน้ำที่มีขนาดใหญ่ (มาก) ภายในประกอบด้วยตู้เสื้อผ้า อ่างอาบน้ำ เคาน์เตอร์ และห้องอาบน้ำแบบชาวเวอร์

บ้านหลังนี้มีโครงสร้างกึ่งตึกกึ่งไม้ ผนังกรุกระจกโดยรอบ เป็นบ้านบนพื้นที่สูง มองเห็นท้องทะเลได้กว้างไกลแบบ 180 องศา เป็นบ้านที่อยู่สบาย เหมาะกับคู่รักหรือครอบครัว เป็นบ้านที่ออกแบบได้ดีเหมาะกับการมาพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากตัวบ้านหลายรูปแบบ ที่นี่ยังมีต้นไม้หนาแน่น เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ให้ร่มเงา บรรยากาศเงียบงาม น่าอยู่ มีความเป็นส่วนตัวสูง ทั้งหมดนี้คือ Koh Tao Heritage Hideaway หนึ่งในที่พักปลายหาดทรายรี เกาะเต่า

โปรดติดตามตอนต่อไป ตอนหน้าพบกับ Thipwimarn Farm & Café คาเฟ่ในอ้อมกอดธรรมชาติครับ

(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในคำบรรยายภาพ)

#เกาะเต่าสุราษฎร์ธานี

&Café

ที่อยู่

Bangkok
10230

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Khobjaithailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Khobjaithailand:

ทางลัด

แชร์