Momento Stories27

Momento Stories27 MOM & BABYRIN
แชร์สตอรี่การเลี้ยงลูก กิจกรรมเสริมพัฒนาการ ของเล่น ของใช้ ที่เที่ยวสำหรับเด็ก ฯลฯ
📌ฝากติดตามพวกเราด้วยนะคะ

24/07/2026

✋🏻🏎️💨
"Self-control (การควบคุมตัวเอง)"
เบรกที่เด็กๆ ควรมีติดตัว
⚠️
"หยุดเมื่อต้องหยุด"
"ทำสิ่งที่จำเป็นก่อนสิ่งที่อยากทำ"
"ไม่ทำให้ตัวเองหรือผู้อื่นเดือดร้อน"
จำเป็นต้องปลูกฝังและฝึกฝนตั้งแต่วัยเยาว์
เริ่มจาก...
❤️ (1) ทำสิ่งจำเป็น (Need) ก่อน
สิ่งที่อยากทำ (Want) เสมอ
แม้สิ่งนั้นเด็กๆ จะ...
"ไม่ชอบ"
"ไม่อยากทำ"
"ไม่เคยทำ"
แต่ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็น
และต้องทำเดี๋ยวนั้น
เด็กๆ ก็จำเป็นต้องทำทันที
ก่อนไปทำสิ่งที่เขาอยากทำ
เช่น
- กินข้าวก่อนกินขนม
- ทำการบ้าน/งานบ้านให้เสร็จก่อนไปเล่น
- อาบน้ำและแปรงฟัน ก่อนเข้านอนเสมอ
⦿ ข้อควรระวังอย่าสร้างเงื่อนไขให้เด็กๆ…
‣"ตอนนี้เขาไม่อยากทำ รอเขาพร้อมก่อน"
กรณีนี้เรารับมือด้วยการตกลงกันก่อน
ว่าเราจะให้เวลาเขาถึงเมื่อไหร่
แนะนำว่า "ไม่ควรรอเกิน 5 นาที"
เช่น
-ให้เวลาอีก 5 นาทีต้องเก็บของเล่น
-อีก 5 นาทีเราต้องกลับบ้านกัน
เพราะยิ่งยื้อกันนาน อารมณ์ยิ่งมา
สุดท้ายพาลจะไม่ยอมทำอะไรเลย
‣"เขาทำได้ แต่จะทำเมื่อมีอารมณ์เท่านั้น"
เด็กๆ ควรรู้ว่าสิ่งที่จำเป็นต้องทำ
ไม่ต้องรออารมณ์ดีอยากทำถึงทำ
ขอให้สอนเด็กๆ ผ่านการพาเขาไปทำ
เด็กๆ เรียนรู้จากการกระทำ
ใจแข็งเข้าไว้ "ใจดี แต่เราไม่ใจอ่อน"
⦿ "ตารางเวลา" = ตัวช่วยสำคัญ
ตารางเวลาช่วยให้เด็กๆ รู้ว่า
ต้องทำอะไรในเวลานี้
และมีเวลาในการทำสิ่งนี้นานเท่าไหร่
การใช้ตารางเวลาต้องฝึกฝนเป็นประจำ
สม่ำเสมอทุกวัน
จะช่วยให้เด็กๆ คุ้นเคย
และจดจำว่าต้องทำอะไรโดยอัตโนมัติ
ในท้ายที่สุด เด็กๆ จะเรียนรู้ว่า
เขาทำสิ่งที่จำเป็นก่อนสิ่งที่อยากทำ
ทำหน้าที่และงานที่รับผิดชอบ
จนเสร็จสิ้นจนครบ
แม้จะไม่ชอบ ไม่อยากทำ และเบื่อมาก
แต่ก็ทำได้ด้วยตัวเอง
เราเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นในตัวเด็กๆ ว่า "วินัย"
เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือ
เด็กๆ ต้องทำตามหน้าที่
และทำในสิ่งที่จำเป็นต่อคุณภาพชีวิตที่ดี
สิ่งนั้นไม่จำเป็นต้องสนุกหรือเด็กต้องชอบ
***
❤️ (2) ให้เด็กๆ ได้ฝึกการรอคอยตามวัย
เพื่อให้เด็กๆ มีความอดทนต่อสิ่งเร้า
(Delayed gratification)
เช่น
- อยากเล่นชิงช้า
แต่ต้องต่อแถวรอถึงตาตัวเองถึงจะได้เล่น
- อยากได้ของเล่น
แต่ต้องเก็บเงินซื้อด้วยตนเอง
- เล่นบอร์ดเกม
ก็ต้องรอให้ถึงตาตัวเองจึงจะเล่นได้
- รออาหารที่สั่งไว้มาเสิร์ฟ
- รอแม่ทำธุระเสร็จ แล้วพาไปเล่น
⦿ การรอคอยในเด็กแต่ละวัย
เด็กเล็กอาจจะเริ่มต้นจาก
1-2-3 นาที และนานสุด 5-10 นาที
เด็กประถมเริ่มรอได้นาน 15-30 นาที
⦿ "ระหว่างรอ"
แน่นอนว่าเด็กๆ จะ “เบื่อ"
แต่ความเบื่อนั้นทำให้เด็กๆ
หาวิธีสร้างความบันเทิงด้วยตัวเอง
โดยที่ความบันเทิงนั้นต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
ซึ่งเป็นทักษะสำคัญทำให้เด็กๆ มีความคิดสร้างสรรค์
เช่น
ระหว่างนั่งรถนานๆ
เด็กๆ อาจจะใช้นิ้วมือของเขา
เดินไปตามขอบหน้าต่าง
ทำนองว่าเป็นคนวิ่งไปตามทาง
หรือ
เด็กๆ อาจจะมองออกไปนอกหน้าต่าง
และคิดเกมในหัว
-เกมนับรถที่มีสีดำว่ามีกี่คันที่ผ่านเขาไป
-เกมบวกเลขจากป้ายทะเบียนรถ
-เกมอ่านป้ายบอกทาง
-เกมหาของ
-และอีกสารพัดเกม
***
❤️ (3) ให้เด็กๆ ได้เผชิญสิ่งท้าทายที่เหมาะสมตามวัย
และให้พวกเขาได้ฝึกแก้ปัญหาด้วยตนเอง
เมื่อเด็กๆ เจอปัญหาและอุปสรรค
ผู้ใหญ่อย่าเพิ่งรีบเร่งเข้าไปช่วยพวกเขาทันที
เพราะเด็กๆ จะขาดโอกาส
ในการจัดการอารมณ์และ
เผชิญปัญหาด้วยตนเอง
แต่เมื่อพวกเขาพยายามอย่างเต็มที่แล้ว
ผู้ใหญ่สามารถเข้าไปแนะนำ
และสอนวิธีการให้พวกเขาได้
เช่น
- เด็กทำน้ำหกเลอะ
ผู้ใหญ่ไม่ควรเข้าไปเช็ด
แต่ให้แนะนำว่าผ้าอยู่ที่ไหน
แล้วให้เด็กเช็ดเอง
จากนั้นก็ไปตากผ้าผืนนั้นเอง
- เด็กซองขนมไม่ออก
แล้วบอกให้เราเปิดให้
ผู้ใหญ่แนะนำได้ว่า
ให้เขาไปหยิบกรรไกรมาตัดด้วยตัวเอง
- เด็กเหนื่อยและอยากยอมแพ้
ไม่อยากวิ่งต่อไปแล้ว
พ่อแม่อาจจะวิ่งเคียงข้างไปกับเขา
จนถึงเส้นชัยด้วยกัน
แม้ว่าการที่ผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือ
จะเร็ว สะดวก สบาย และง่ายกว่ามาก
แต่ด้วยการสอนในวันนี้
เด็กจะเรียนรู้และพึ่งพาตัวเองได้
ในวันที่ไม่มีเรา…
⦿ ข้อควรระวัง
ถ้าเด็กอยากได้รับความช่วยเหลือจากเรา
และเรียกเราให้ไปหา
ขอให้สอนเด็กๆ ว่า
"ถ้าลูกอยากได้ความช่วยเหลือ
ให้ตัวเองเดินไปหาคนนั้นและ
ขอให้เขาช่วย
ไม่ใช่เรียกให้ใครไปหาตัวเอง"
***
❤️ (4) ให้เด็กๆ รับผิดชอบต่อการเลือก
และการกระทำของตนเองเสมอ
⦿ แต่การเลือกนั้นต้องไม่ผิดกฎ 3 ข้อ
1. ไม่ทำร้ายตัวเอง
2. ไม่ทำร้ายผู้อื่น
3. ไม่ทำลายข้าวของ
⦿ "เมื่อเด็กๆ ทำผิด"
พวกเขาต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น
โดยมีผู้ใหญ่ให้การสอนและเคียงข้าง
เผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้น
เช่น
- เด็กโมโห
แล้วตะโกนใส่ผู้อื่น
ผู้ใหญ่ควรพาเขาไปขอโทษ
และรับผิดชอบต่อความรู้สึกของอีกฝ่าย
ด้วยการให้เขาทำสิ่งดีๆ ให้
ไม่ว่าจะเป็นช่วยเหลืองาน
หรือ
เขียนจดหมายเพื่อขอโทษอย่างจริงใจ
⦿ "เมื่อเด็กๆ ตัดสินใจเลือกแล้ว"
ให้เขารับผิดชอบต่อสิ่งที่เขาเลือก
เด็กเลือกแล้วว่าเขาจะได้ของเล่นที่ร้านแรก
แม้เราจะบอกแล้วว่ามีอีกหลายร้านรออยู่
สุดท้ายเมื่อเขาเดินไปอีกร้านแล้วพบว่า
มีของเล่นที่เขาอยากได้มากกว่า
เขาจึงขอร้องให้เราซื้อให้เขา
ผู้ใหญ่มีหน้าที่ "ปฏิเสธคำขอ"
และ "สอนเขาให้รับผิดชอบ"
ต่อสิ่งที่เขาเลือก
แม้ว่าจะไม่ได้ใช่สิ่งที่ชอบที่สุดในวันนี้
แต่เด็กจะได้เรียนรู้ว่าครั้งหน้า
เขาไม่ควรรีบซื้อของเล่นทันที
และควรสำรวจให้ทั่วก่อนจะตัดสินใจ
***
❤️ (5) ให้เด็กๆ รู้ว่าความผิดพลาด
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่เราควรระวังให้ดีที่สุด
และเพื่อไม่ทำผิดพลาดซ้ำครั้งต่อไป
⦿ แม้เราจะพยายามอย่างเต็มที่แล้ว
และพยายามระวังอย่างดีที่สุดแล้ว
แต่บางครั้งความผิดพลาดก็เกิดขึ้นได้
ไม่เป็นไรที่จะผิดพลาด
อย่ากลัวที่จะผิดพลาด
เพราะอย่างน้อยเราได้
"ลงมือทำ" แล้ว
⦿ สิ่งสำคัญคือให้เรียนรู้
นำความผิดพลาดนั้น
มาเป็นบทเรียนและ
"ไม่ทำผิดซ้ำสองในอนาคต"
**********
🚧🚦
เด็กๆ ค่อยๆ เรียนรู้
การควบคุมตัวเองทีละน้อยๆ
เพื่อวันหนึ่งข้างหน้า
เมื่อเข้าต้องตัดสินใจเลือก
หรือ ทำสิ่งใด
เขาจะสามารถรับผิดชอบ
ต่อการเลือกนั้นได้
โดยที่ไม่ทำให้ตัวเองหรือ
ผู้อื่นเดือดร้อนในภายหลัง
🏎️💨
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามนักจิตวิทยา

10/07/2026

7.7 อะไรที่ช้อปแล้วคุ้มที่สุดสำหรับแม่
✅ นม 2ลัง 72กล่อง 368บาท 😆
รอโปร 8.8ต่อเลย

เมื่อเรามองว่าลูกเป็นของขวัญที่พระเจ้าทรงมอบให้เราจะเลี้ยงดูเขาด้วยความรักและความรับผิดชอบมากขึ้นการเป็นพ่อแม่หากเริ่มขึ...
20/06/2026

เมื่อเรามองว่าลูกเป็นของขวัญ
ที่พระเจ้าทรงมอบให้
เราจะเลี้ยงดูเขาด้วยความรัก
และความรับผิดชอบมากขึ้น

การเป็นพ่อแม่หากเริ่มขึ้นแล้ว จะ”หันกลับไม่ได้”
เมื่อมีลูกเข้ามาในชีวิต
เราทุกคนต่างได้รับหน้าที่สำคัญ
ในการดูแลและหล่อหลอมชีวิตเล็ก ๆ ชีวิตหนึ่ง

หลายครั้งเราอาจรู้สึกไม่มั่นใจ
ว่าควรเลี้ยงลูกอย่างไร
หรือกำลังทำถูกทางหรือไม่
แต่เราไม่จำเป็นต้องเดินทางนี้เพียงลำพัง

พระเจ้าได้ทรงมอบหลักการ
และคำสอนที่เป็นประโยชน์ไว้
เพื่อช่วยนำทางพ่อแม่
ในการเลี้ยงดูลูกด้วยความรัก
ความเข้าใจ และสติปัญญา

เพราะเป้าหมายของการเลี้ยงลูก
ไม่ได้มีเพียงให้ลูกเติบโตเป็นผู้ใหญ่เท่านั้น
แต่ให้เขาเติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพ
มีหลักการในการดำเนินชีวิต
รู้จักใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง
และเป็นพรแก่คนรอบข้าง

20/06/2026

มือถือแม่
แต่ไม่ค่อยมีคลิป/รูปคู่กับลูกเลย
เพราะแม่เป็นคนถ่าย😂

วันนี้ตอนเดินไปหน้าหมู่บ้าน เพื่อรอป๊ามารับไปโบสถ์ แม่เผลอทำยางรองแก้วของลูกตกหายโดยไม่รู้ตัวมารู้ตัวอีกทีก็ตอนถึงโบสถ์แ...
13/06/2026

วันนี้ตอนเดินไปหน้าหมู่บ้าน
เพื่อรอป๊ามารับไปโบสถ์
แม่เผลอทำยางรองแก้วของลูกตกหายโดยไม่รู้ตัว

มารู้ตัวอีกทีก็ตอนถึงโบสถ์แล้ว…

ตอนนั้นรู้สึกแย่มาก ๆ
คิดแต่ว่า “นี่เราทำของของลูกหายเหรอเนี่ย”

เป็นเรื่องเล็กๆ แต่สำหรับแม่ มันทำให้รู้สึกผิดกับลูกมากๆ

ระหว่างอยู่โบสถ์ก็ยังกระวนกระวายใจ
แอบคิดอยู่ตลอดว่าอาจจะตกอยู่บนรถหรือเปล่า
เดี๋ยวกลับบ้านค่อยลองหาอีกที

แต่สุดท้ายก็ไม่เจอ

คืนนั้นแม่เลยตั้งใจว่า
เดี๋ยวตอนเช้า จะเดินไปตามทางที่พาลูกเดินดู

พอเช้ามา แม่ก็ออกเดินตามหา

ในที่สุดก็เจอ…
ยางรองแก้วของลูกตกอยู่ไม่ไกลจากบ้าน

วินาทีนั้นดีใจจนบอกไม่ถูก

เหมือนความรู้สึกผิดทั้งหมดที่แบกไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ถูกปลดล็อกออกไปในทันที

บางที ของชิ้นเล็กๆ ที่มองว่า มันซื้อใหม่ได้ หามาทดแทนได้

แต่สำหรับแม่ มันคือของที่เป็นของลูก
และการได้หามันเจอ ก็ทำให้หัวใจของแม่โล่งขึ้นมากๆ

🏡 ก่อนเข้าอนุบาล ลองฝึกลูก 7 เรื่องนี้ที่บ้านเด็กไม่จำเป็นต้องอ่านออกเขียนได้ก่อนเข้าอนุบาล แต่ทักษะพื้นฐานเหล่านี้จะช่ว...
06/06/2026

🏡 ก่อนเข้าอนุบาล ลองฝึกลูก 7 เรื่องนี้ที่บ้าน

เด็กไม่จำเป็นต้องอ่านออกเขียนได้ก่อนเข้าอนุบาล แต่ทักษะพื้นฐานเหล่านี้จะช่วยให้ลูกปรับตัวกับโรงเรียนได้ง่ายขึ้น และมีความมั่นใจในการเรียนรู้มากกว่าเดิม ❤️

1. ฝึกช่วยเหลือตัวเอง
เช่น กินข้าวเอง ใส่รองเท้า เก็บของเล่น หรือถอดเสื้อผ้าง่าย ๆ

การช่วยเหลือตัวเองเป็นทักษะสำคัญที่เด็กอนุบาลต้องใช้ทุกวัน ยิ่งลูกทำได้มากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจและมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

2. ฝึกฟังและทำตามคำสั่งง่าย ๆ
เช่น "เก็บของเล่นแล้วมาล้างมือ" หรือ "เอาหนังสือไปวางบนโต๊ะ"

การฟังและทำตามคำสั่งจะช่วยให้ลูกปรับตัวกับกิจกรรมในห้องเรียนได้ง่าย รู้จักรอ ฟังคุณครู และทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้ดีขึ้น

3. อ่านนิทานทุกวัน
ไม่จำเป็นต้องนาน วันละ 10-15 นาทีก็เพียงพอ

การอ่านนิทานช่วยพัฒนาคลังคำศัพท์ การฟัง สมาธิ และจินตนาการ อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาคุณภาพที่ช่วยสร้างความผูกพันระหว่างพ่อแม่กับลูก

4. ฝึกจับดินสอ ระบายสี และขีดเขียน
ชวนลูกวาดรูป ลากเส้น ระบายสี หรือเล่นกิจกรรมที่ใช้มือหยิบจับ

กิจกรรมเหล่านี้ช่วยเสริมกล้ามเนื้อมัดเล็ก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเขียนหนังสือ การใช้กรรไกร และงานฝีมือต่าง ๆ ในอนาคต

5. ฝึกเข้าสังคมและรอคอย
เช่น เล่นผลัดกัน เล่นเกมง่าย ๆ หรือทำกิจกรรมร่วมกับพี่น้องและเพื่อน

เด็กจะได้เรียนรู้การแบ่งปัน การรอคิว การเคารพกติกา และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นมากเมื่อเริ่มเข้าโรงเรียน

6. ส่งเสริมการเคลื่อนไหว
วิ่ง กระโดด ปีนป่าย เตะบอล หรือเต้นตามเพลง

การเคลื่อนไหวช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ การทรงตัว ความแข็งแรงของร่างกาย และช่วยระบายพลังงานตามวัยได้อย่างเหมาะสม

7. ฝึกพูดความต้องการของตัวเอง
เช่น บอกว่า "หิวน้ำ" "ปวดฉี่" "หนูทำไม่ได้" หรือ "ช่วยหนูหน่อย"

เมื่ออยู่โรงเรียน พ่อแม่ไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลา การสื่อสารความต้องการของตัวเองได้ จะช่วยให้ลูกได้รับความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม และลดความกังวลเมื่อต้องอยู่กับคุณครูหรือเพื่อน

#เคล็ดลับการเลี้ยงลูก

เมื่อได้เป็นแม่❌ไม่มีอิสระเท่าเดิม❌ไม่มีเวลาส่วนตัวเท่าเดิม❌และไม่มีชีวิตที่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน✅ แต่เรา“มีเหตุผลที่จะยิ้...
04/06/2026

เมื่อได้เป็นแม่
❌ไม่มีอิสระเท่าเดิม
❌ไม่มีเวลาส่วนตัวเท่าเดิม
❌และไม่มีชีวิตที่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน
✅ แต่เรา“มีเหตุผลที่จะยิ้มได้”ในทุกวัน☺️

📍ก่อนมีลูก
เราเคยคิดว่า“ความสุข”คือ
✔️การมีเวลาเป็นของตัวเอง
✔️อยากไปไหนก็ไป
✔️อยากนอนเมื่อไหร่ก็นอน
✔️อยากซื้ออะไรก็ซื้อ
ใช้ชีวิตตามใจตัวเองได้ทุกอย่าง

📍แต่หลังจากมีลูก
ชีวิตเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
👉เราเริ่มตื่นเช้ากว่าเดิม
👉นอนดึกกว่าเดิม
👉เหนื่อยกว่าเดิม
👉และมีเรื่องให้กังวลมากกว่าเดิม

บางวันแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะนั่งดื่มกาแฟให้หมดแก้ว
บางคืนต้องตื่นหลายรอบเพราะลูกไม่สบาย

บางครั้งก็เผลอถามตัวเองว่า
“ทำไมการเป็นแม่ถึงเหนื่อยขนาดนี้ ?”

แต่แล้ว…ในวันที่เหนื่อยที่สุด
🌻กลับมีมือเล็กๆ ยื่นมากอด

🌷มีเสียงเล็กๆ เรียกว่า “แม่”🌷

☺️มีรอยยิ้ม ที่ทำให้ความเหนื่อยทั้งวันค่อยๆ หายไป

🍃ลูกทำให้เราต้องเสียสละหลายอย่าง
🍃ต้องปล่อยผ่านหลายความฝัน
🍃ต้องยอมเหนื่อยในวันที่อยากพัก

แต่ลูกก็ทำให้แม่คนนี้ได้รู้จักความรัก
ในแบบที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

✅ความรักที่ไม่ต้องการอะไรตอบแทน
✅ความรักที่พร้อมจะอดทน
✅พร้อมจะให้อภัย
และพร้อมจะทำทุกอย่าง
เพื่อให้ใครอีกคนมีความสุข💕

ประโยชน์ 👇🎨 การระบายสีปูนปลาสเตอร์ กิจกรรมยอดฮิตที่พ่อแม่หลายคนชอบให้ลูกเล่นเพราะนอกจากจะสร้างความสนุกและความเพลิดเพลินใ...
03/06/2026

ประโยชน์ 👇
🎨 การระบายสีปูนปลาสเตอร์
กิจกรรมยอดฮิตที่พ่อแม่หลายคนชอบให้ลูกเล่น

เพราะนอกจากจะสร้างความสนุก
และความเพลิดเพลินให้เด็ก ๆ แล้ว
ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการได้รอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สมาธิ และความคิดสร้างสรรค์

หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงการนั่งระบายสีเล่น
แต่ในความเป็นจริง
ขณะที่ลูกกำลังสนุกกับการแต้มสีลงบนชิ้นงาน
สมองและร่างกายของเขาก็กำลังเรียนรู้ไปพร้อมกัน

🖐️ พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก

การจับพู่กัน จุ่มสี และควบคุมน้ำหนักมือในการแต้มสีลงบนชิ้นงาน
ช่วยฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือและนิ้วมือ
รวมถึงการทำงานประสานกันระหว่างมือและสายตา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเขียนหนังสือในอนาคต

🧠 เสริมสร้างสมาธิและความอดทน

เด็กจะต้องจดจ่อกับการระบายสี
ให้อยู่ในบริเวณที่ต้องการ ทำให้ได้ฝึกการโฟกัส ความอดทน และการทำงานให้สำเร็จจนจบ

🌈 กระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

เด็กสามารถเลือกสีและผสมสีได้อย่างอิสระ
ไม่มีคำว่าถูกหรือผิด
ช่วยเปิดโอกาสให้ได้แสดงความคิด
และจินตนาการผ่านผลงานของตนเอง

🎭 เรียนรู้ศิลปะแบบ 3 มิติ

แตกต่างจากการระบายสีบนกระดาษทั่วไป
เพราะชิ้นงานปูนปลาสเตอร์
มีรูปทรงและพื้นผิวที่นูนขึ้นมา
เด็กจึงได้เรียนรู้เรื่องมิติ แสง เงา
และรายละเอียดผ่านการมองเห็นและการสัมผัส

❤️ สร้างความภาคภูมิใจในตัวเอง

เมื่อผลงานเสร็จสมบูรณ์ เด็กจะรู้สึกภูมิใจ
ในสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้น ซึ่งช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความรู้สึกเชิงบวกต่อตัวเอง

#ประโยชน์การระบายสีปูนปาสเตอร์

03/06/2026

หลังลูกหนึ่งก้าว จะมีแม่เสมอนะ ❤️

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Momento Stories27ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์