Art of Pipop พิภพ บุษราคัมวดี

Art of Pipop พิภพ บุษราคัมวดี สำหรับ Art Lover และผู้ชื่นชอบศิลปวัฒนธรรม โดยศิลปิน-ช่างภาพ พิภพ บุษราคัมวดี จบ ม.ศิลปากรและช่างศิลป

ไทยไปบอลโลก! Lisa ศิลปินไทยคนแรกที่ขึ้นแสดงในในพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2026 ความภูมิใจของคนไทย
13/06/2026

ไทยไปบอลโลก! Lisa ศิลปินไทยคนแรกที่ขึ้นแสดงในในพิธีเปิดฟุตบอลโลก 2026 ความภูมิใจของคนไทย

ประหลาด! Line เปิดให้โหวดเลือกตั้งผู้ว่า แต่ไม่มีชื่อชัชชาติให้เลือก คนอ่านสงสัยต้องคอมเมนต์ถามดูลิงก์ที่คอมเมนต์
09/06/2026

ประหลาด! Line เปิดให้โหวดเลือกตั้งผู้ว่า
แต่ไม่มีชื่อชัชชาติให้เลือก คนอ่านสงสัยต้องคอมเมนต์ถาม

ดูลิงก์ที่คอมเมนต์

แวนโก๊ะ ตัดหูข้างไหนของตัวเอง? ข้างซ้าย หรือข้างขวา?คนทั่วโลกจำนวนมากเมื่อเห็นภาพเหมือนตนเองของแวนโก๊ะแล้ว ทำให้เข้าใจผิ...
29/05/2026

แวนโก๊ะ ตัดหูข้างไหนของตัวเอง? ข้างซ้าย หรือข้างขวา?

คนทั่วโลกจำนวนมากเมื่อเห็นภาพเหมือนตนเองของแวนโก๊ะแล้ว ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าแวนโก๊ะตัดหูข้างขวาของตัวเอง

แท้จริงแล้ว แวนโก๊ะ ตัด "หูข้างซ้าย" ของตัวเอง
จากนั้นแวนโก๊ะส่องกระจกในการวาดภาพตัวเอง

ภาพที่ปรากฏในกระจกจึงเป็นภาพสะท้อนแบบสลับซ้าย-ขวา ทำให้หูที่บาดเจ็บอยู่ฝั่งขวาของภาพวาด

ภาพ Self-Portrait with Bandaged Ear (ภาพเหมือนตนเองกับหูที่มีผ้าพันแผล)
วาดขึ้น ช่วงต้นปี ค.ศ. 1889 ที่เมืองอาลส์ (Arles) ประเทศฝรั่งเศส หลังจากเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่แวนโก๊ะ ตัดใบหูตัวเองเพียงไม่กี่สัปดาห์

แคนาดา: ผู้โดยสาร 17 ราย โดนสลับ Tag กระเป๋าขนยาเสพติด จนติดคุกฟรี!ผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีป้องกันตนเองเบื้องต้นสำหรับนักเด...
22/05/2026

แคนาดา: ผู้โดยสาร 17 ราย โดนสลับ Tag กระเป๋าขนยาเสพติด จนติดคุกฟรี!

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำวิธีป้องกันตนเองเบื้องต้นสำหรับนักเดินทาง ได้แก่

1. ถ่ายรูปหรือวิดีโอสัมภาระและป้ายแท็กอย่างชัดเจนให้เห็นเลขแท็ก, บาร์โค้ดและชื่อก่อนส่งขึ้นสายพาน ตรวจสอบให้ดีว่ากระเป๋าได้รับการติด tag ทุกใบ ถ่ายรูป tag ไว้ด้วย

2. บันทึกภาพน้ำหนักกระเป๋าขณะอยู่บนตาชั่งตอนเช็คอินเพื่อเป็นหลักฐานเปรียบเทียบเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง เพื่อเป็นหลักฐานว่ากระเป๋าเราหน้าตาเป็นยังไง ตอนเช็คอินน้ำหนักเท่าไหร่

3. เก็บหางตั๋วกระเป๋าไว้จนกว่าจะถึงจุดหมาย ห้ามหายเด็ดขาด

4. ใช้อุปกรณ์ติดตามตำแหน่งสัมภาระ เช่น AirTag เพื่อตรวจสอบพิกัดที่แท้จริงของกระเป๋าตนเองตลอดการเดินทาง

เตือนภัย การโดนสลับแท็กกระเป๋าเดินทางกับกระเป๋าที่มียาเสพติดเต็มประเป๋า

ข่าวนี้จากแคนาดานะคะ แต่แอดเห็นว่ามันน่ากลัวมากๆ และอาจจะเกิดที่ไหนก็ได้ อยากให้ระวังตัวกันไว้

ทีมข่าว W5 ของแคนาดา เปิดเผยข้อมูลขบวนการทุจริตในสารบบรักษาความปลอดภัยของสนามบิน โดยเฉพาะที่สนามบินนานาชาติโทรอนโตเพียร์สัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้โดยสารที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่จำนวนมาก

จากการรวบรวมข้อมูลผ่านบันทึกของศาล แถลงการณ์ของตำรวจ และแหล่งข่าวความมั่นคง พบว่าในรอบปีที่ผ่านมามีผู้โดยสารที่ไม่มีส่วนรู้เห็นอย่างน้อย 17 รายที่เดินทางออกจากแคนาดา ถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงควบคุมตัวในข้อหาลักลอบขนยาเสพติด เนื่องจากTag หรือป้ายผูกกระเป๋าหรือ Baggage Tag ของพวกเขาถูกพนักงานภาคพื้นดินที่ทุจริตแอบลอกออกในจุดอับสายตาจากกล้องวงจรปิด แล้วนำไปติดให้กับกระเป๋าอีกใบที่บรรจุยาเสพติดจำนวนมากแทน

แม้ในท้ายที่สุดผู้เสียหายทั้งหมดจะได้รับการปล่อยตัวหลังจากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ แต่หลายคนก็ต้องเผชิญกับการถูกใส่กุญแจมือ ถูกจับกุม หรือถูกจำคุกในต่างประเทศเป็นเวลาหลายเดือน

ความน่ากลัวของแผนการนี้คือ เส้นทางการบินจากแคนาดาที่ขบวนการเลือกใช้ มีจุดหมายปลายทางครอบคลุมหลายพื้นที่ เช่น สาธารณรัฐโดมินิกัน ฝรั่งเศส เยอรมนี โมร็อกโก เบอร์มิวดา ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ ซึ่งในจำนวนนี้มีบางประเทศที่มีบทลงโทษขั้นรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิตสำหรับคดีลักลอบขนยาเสพติด โดยในรอบปีที่ผ่านมา ตำรวจม้าหลวงแคนาดา (RCMP) ได้ทำการจับกุมพนักงานจัดการสัมภาระและพนักงานภาคพื้นดินที่สนามบินโทรอนโตไปแล้ว 6 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งนี่เป็นเพียงสถิติเฉพาะเคสที่มีการตรวจพบยาเสพติดเท่านั้น แต่ไม่สามารถระบุได้ว่ามีผู้โดยสารอีกจำนวนเท่าใดที่ถูกนำชื่อไปใช้ในลักษณะนี้โดยที่ระบบตรวจไม่พบ

หนึ่งในกรณีตัวอย่างคือผู้โดยสารหญิงจากโทรอนโตที่กำลังเดินทางไปนิวซีแลนด์และถูกเจ้าหน้าที่ตม.แคนาดาเชิญตัวลงจากเครื่องบินระหว่างต่อเครื่องที่แวนคูเวอร์ เนื่องจากพบกระเป๋าเดินทางที่ติดป้ายชื่อของเธอซุกซ่อนยาไอซ์น้ำหนักกว่า 20 กิโลกรัม แม้เธอจะรอดพ้นการถูกดำเนินคดีมาได้เนื่องจากสภาพของป้ายแท็กที่ยับยู่ยี่ผิดปกติรวมถึงความแตกต่างของลักษณะกระเป๋า แต่เหตุการณ์นี้ก็สร้างความสะเทือนใจและทำลายความเชื่อมั่นในระบบการขนส่งสัมภาระของสายการบินไปอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมีกรณีของนักท่องเที่ยวชาวแคนาดา 3 รายที่ต้องติดค้างและถูกจำคุกอยู่ในสาธารณรัฐโดมินิกันนานถึง 100 วัน หลังจากป้ายกระเป๋าถูกสับเปลี่ยนเพื่อขนส่งกัญชา ก่อนที่ทางการโดมินิกันจะยอมยกฟ้องในภายหลัง

จากภัยเงียบรูปแบบใหม่นี้ ผู้เชี่ยวชาญและผู้เสียหายจึงแนะนำมาตรการป้องกันตนเองเบื้องต้นสำหรับนักเดินทาง ได้แก่

1. 📷 การถ่ายรูปหรือวิดีโอสัมภาระและป้ายแท็กอย่างชัดเจนให้เห็นเลขแท็ก, บาร์โค้ดและชื่อก่อนส่งขึ้นสายพาน ตรวจสอบให้ดีว่ากระเป๋าได้รับการติด tag ทุกใบ ถ่ายรูป tag ไว้ด้วย

2. ⚖️ การบันทึกภาพน้ำหนักกระเป๋าขณะอยู่บนตาชั่งตอนเช็คอินเพื่อเป็นหลักฐานเปรียบเทียบเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง เพื่อเป็นหลักฐานว่ากระเป๋าเราหน้าตาเป็นยังไง ตอนเช็คอินน้ำหนักเท่าไหร่

3. 🎫การเก็บหางตั๋วกระเป๋าไว้จนกว่าจะถึงจุดหมาย ห้ามหายเด็ดขาด

4. การใช้อุปกรณ์ติดตามตำแหน่งสัมภาระ เช่น AirTag เพื่อตรวจสอบพิกัดที่แท้จริงของกระเป๋าตนเองตลอดการเดินทาง

แต่ !!! พวกแก๊งค์อาชญากรขนยามันก็ใช้เหมือนกัน.. ด้วยการเอา AirTag ไปซ่อนไว้ในกระเป๋าซุกยาเสพติด เพื่อให้พวกมันสามารถติดตามตำแหน่งของกระเป๋ายาได้อย่างแม่นยำแบบนาทีต่อนาที ตั้งแต่ตอนลำเลียงขึ้นเครื่อง ไปจนถึงตอนที่เครื่องแลนดิ้งในต่างประเทศและไป "ดักตัดหน้า" สัมภาระได้ก่อนถึงมือเรา

​ระบบ Precision Finding ของ AirTag ช่วยให้แก๊งค์ของขบวนการขนยาที่รออยู่ปลายทาง รู้พิกัดของกระเป๋าซุกยาได้อย่างละเอียด ส่งผลให้พวกมันสามารถแอบไป ดักฉุดหรือสับเปลี่ยนกระเป๋ายาออกไปก่อนที่มันจะไหลมาถึงสายพานสาธารณะ ที่เรายืนรออยู่ด้วยซ้ำ

​ความเสี่ยงคือหากกระบวนการของพวกมันสำเร็จ เราจะเดินไปหยิบกระเป๋าจริงของเรากลับบ้านโดยที่ไม่รู้เลยว่าชื่อของเราเพิ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือขนยาเสพติดมูลค่าหลายล้านดอลลาร์

แต่ถ้าพวกมันไหวตัวทันก่อน ไม่มาหยิบกระเป๋าไป กระเป๋าใบนั้นก็จะวนอยู่บนสายพาน จนในที่สุดก็จะคนมาเก็บไปแล้วพบว่าในกระเป๋าเต็มไปด้วยยาเสพติดที่มีป้ายชื่อกระเป๋าเป็นชื่อเรา ที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย

​หากระบบตรวจพบ คนรับเคราะห์คือ "เจ้าของชื่อบนแท็ก" ​หากเจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือตำรวจตรวจพบกระเป๋าซุกยาใบนั้นก่อนที่คนร้ายจะมาดักเอาไป เนื่องจากป้ายผูกกระเป๋า (Baggage Tag) เป็นชื่อและข้อมูลของคุณ แต่ตัว AirTag ที่อยู่ข้างในกลับเชื่อมโยงกับบัญชีของอาชญากร ซึ่งในระหว่างที่ยังพิสูจน์ความบริสุทธิ์ไม่ได้ คุณจะกลายเป็น "แพะ" ที่ต้องถูกจับกุมและสอบสวนในฐานะคนลักลอบขนยาเสพติดทันที

​สังเกตการแจ้งเตือน "Item Found Moving With You": หากระบบบนมือถือของเราแจ้งเตือนว่ามี AirTag ปริศนา (ที่ไม่ใช่ของเรา) กำลังเดินทางตามเรามาหลังจากลงเครื่อง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สนามบินหรือตำรวจทันที เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณว่ามีกระเป๋าแปลกปลอมที่ผูกชื่อคุณและฝัง Air Tag ของคนร้ายหลุดออกมาด้วย

​นอกจากจะต้องตรวจสอบกระเป๋ารวมๆ แล้ว ยังต้องเช็คด้วยว่าไม่มีช่องอะไรให้ใครมายัดของเข้าไปในกระเป๋าเราได้เด็ดขาด

งานนี้งานเข้าสายการบินแอร์แคนาดาเต็มๆ เพราะคนในเป็นผู้ก่อเหตุเอง ​เสียหายยับเพราะตำรวจ RCMP สืบสวนจนพบว่า หนึ่งในตัวการหลักของขบวนการนี้เป็น พนักงานที่ทำงานในคลังสัมภาระ (Baggage Room) ของ Air Canada เอง ซึ่งเป็นพนักงานวัย 32 ปีที่ถูกจับกุมเมื่อเดือนมีนาคม 2026 โดยพนักงานรายนี้ใช้สิทธิ์และพื้นที่เข้าถึงเขตหวงห้าม แอบสั่งพิมพ์และสลับป้ายแท็กกระเป๋าของผู้โดยสารเพื่อขนกัญชาน้ำหนักกว่า 66 กิโลกรัมไปยังเยอรมนี การที่คนร้ายเป็นคนในองค์กรเอง ทำให้สายการบินปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้เลย

เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามครั้งใหญ่ต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ควบคุมของ Air Canada และสนามบินโทรอนโตเพียร์สัน ว่าเหตุใดพนักงานจึงสามารถสลับหรือลอกป้ายแท็กกระเป๋าของสายการบินออกได้ภายในเวลาไม่กี่วินาทีโดยที่กล้องวงจรปิดจับภาพไม่ได้

https://www.msn.com/en-ca/video/news/air-canada-employee-swaps-passenger-s-luggage-tags-to-traffic-cannabis-rcmp/vi-AA1ZKQhs?cvid=69cb1f567f4b4918b430e7bdb690d6e3

อยู่ดีๆ  Spotify ก็เปลี่ยนไอคอนเป็นแบบนี้ เราก็คิดว่ามัน error ปรากฏว่าเป็นความตั้งใจเปลี่ยนให้เป็น "ลูกบอลดิสโก้สีเขียว...
20/05/2026

อยู่ดีๆ Spotify ก็เปลี่ยนไอคอนเป็นแบบนี้

เราก็คิดว่ามัน error ปรากฏว่าเป็นความตั้งใจเปลี่ยนให้เป็น "ลูกบอลดิสโก้สีเขียวเรืองแสงวิ้งวับ" เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบอายุ 20 ปี แต่ออกแบบได้แย่มาก

ไม่ใช่เราคิดคนเดียว แต่มีการวิจารณ์ในแง่ลบไปทั่วโลก บ้างก็บอกว่าดูเหมือนแอปค้างตอนกำลังอัปเดต หรือดูวิบวับเกินไปหน่อย

ในที่สุดทีมงาน Spotify ก็ไออกมาโพสต์ว่า

"โอเคๆ เรารู้แล้วว่าความวิ้งวับระยิบระยับมันอาจจะไม่ใช่ทางสำหรับทุกคน เดี๋ยวไอคอนเรืองแสงอันนี้จะถูกเปลี่ยนออกในเร็วๆ นี้ และไอคอน Spotify คลาสสิกอันเดิมจะกลับคืนสู่หน้าจอในสัปดาห์หน้า"

อันซีนเบลเยียม “ดีน็องต์” Postcard Town“ดีน็องต์” (Dinant) เป็นเมืองเล็กๆ ในภูมิภาค Wallonia ทางตอนใต้ของประเทศเบลเยียม ...
19/05/2026

อันซีนเบลเยียม “ดีน็องต์” Postcard Town

“ดีน็องต์” (Dinant) เป็นเมืองเล็กๆ ในภูมิภาค Wallonia ทางตอนใต้ของประเทศเบลเยียม อยู่ใกล้กับชายแดนประเทศฝรั่งเศส

เมืองนี้คือนิยามของคำว่า "Postcard Town" หรือเมืองที่สวยราวกับภาพวาด

ด้วยชัยภูมิตัวเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ มีหน้าผาหินปูนสูงชันเป็นฉากหลัง โดดเด่นด้วยมหาวิหารทรงหัวหอม อาคารเรียงราย และแม่น้ำสายใหญ่ด้านหน้า

นี่คือภาพที่เราต้องมาเห็นกับตาในทริปนี้

◼️จากบ้านพัก เราใช้เวลานั่งรถไฟ 3 ขบวน เกือบ 3 ชั่วโมง หากเริ่มจาก Brussels นั่งรถไฟ 2 หรือ 3 ขบวน ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 45 นาที

◼️ห้ามพลาด
- The Citadel of Dinant ป้อมปราการบนยอดหน้าผาสูง เดินขึ้นบันได 408 ขั้น หรือนั่งกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปชมได้

- Collegiate Church of Notre-Dame มหาวิหารทรงหัวหอม ที่แปลกตาที่สุดในประเทศเบลเยียม

- เมืองแห่งเสียงดนตรี บ้านเกิดของผู้คิดค้นแซกโซโฟน Antoine-Joseph "Adolphe" Sax เข้าชมฟรี

- ต้นกำเนิดเบียร์ดังระดับโลก Maison Leffe (เบียร์เลฟเฟ่)

- Couque de Dinant (คุกกี้ดีน็องต์) ขนมปังที่แข็งที่สุดในยุโรป ที่ฟันอาจหักได้!

- มรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ "วัฒนธรรมการบ่มและดื่มเบียร์ของเบลเยียม" (Beer Culture in Belgium)ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ซึ่ง Notre-Dame de Leffe Abbey ใน Dinant ที่เป็นต้นกำเนิดของเบียร์ Leffe อันโด่งดัง เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์และรากเหง้าวัฒนธรรมเบียร์ที่จับต้องไม่ได้ (แต่จิบได้) อย่างเต็มภาคภูมิ เอ้า! ชนแก้ว

#ดีน็องต์ #เบลเยียม #พิภพบุษราคัมวดี

โศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ ป้องกันได้ด้วยการกำจัดจุดตัด (Level Crossing Elimination)จากโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเว...
17/05/2026

โศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ ป้องกันได้ด้วยการกำจัดจุดตัด (Level Crossing Elimination)

จากโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟอโศก-ดินแดง ใกล้แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสันเมื่อวานนี้ (16 พฤษภาคม พ.ศ. 2569) ซึ่งมีสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากปัญหารถติดสะสมจนตัวรถเมล์จอดคร่อมทางรถไฟในจังหวะสัญญาณไฟแดง

ทริปเบลเยี่ยมล่าสุด เรานั่งรถไฟในบรัสเซลส์ซึ่งเป็นเมืองหลวง และนั่งรถไฟไปเมืองต่างๆ ทุกวัน แต่ไม่เจอจุดตัดกับถนนที่มีรถยนต์เลยแม้แต่ครั้งเดียว!

ทำให้เราตั้งคำถามว่า รถไฟในเบลเยียมยังคงมีจุดตัดผ่านถนนรถยนต์หรือไม่ และได้ค้นข้อมูลระบบการจัดการทางรถไฟในประเทศเบลเยียมปรากฏว่า

รถไฟในเบลเยียมยังคงมีจุดตัดผ่านถนนรถยนต์ (Level Crossings) อยู่บ้าง

แต่สิ่งทำให้รู้สึกว่ารถไฟของเบลเยียมแทบไม่ผ่านจุดตัด หรือมีความปลอดภัยสูงมากจนไม่เกิดอุบัติเหตุในลักษณะนี้ เป็นผลมาจาก "นโยบายการกำจัดจุดตัดอย่างเป็นระบบ" และ "การออกแบบผังเมืองร่วมกับวิศวกรรมจราจร" ซึ่งมีความแตกต่างจากกรุงเทพฯ อย่างสิ้นเชิง โดยมีปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้

1. นโยบายเชิงรุกในการ "ลดและกำจัด" จุดตัด (Level Crossing Elimination)
บริษัท Infrabel ซึ่งเป็นผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของเบลเยียม มีนโยบายที่ชัดเจนและทำต่อเนื่องมาหลายสิบปีคือ "จุดตัดทางรถไฟที่ดีที่สุด คือจุดตัดที่ไม่มีอยู่จริง"

ทุก ๆ ปี เบลเยียมจะทำการยกเลิกจุดตัดทางรถไฟสาธารณะและส่วนบุคคลอย่างต่อเนื่อง ปีละหลายสิบจุด

จุดตัดที่ถูกยกเลิกจะถูกแทนที่ด้วยระบบ Grade Separation เช่น การสร้างอุโมงค์ลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) การสร้างสะพานข้าม (Overpass) หรือการทำทางเบี่ยงคู่ขนานสำหรับรถยนต์และจักรยานแทน

ล่าสุดในแผนการลงทุนระยะยาวจนถึงปี ค.ศ. 2032 เบลเยียมยังคงจัดสรรงบประมาณ รวมถึงงบสนับสนุนจากสหภาพยุโรป เพื่อไล่ลบจุดตัดทางรถไฟในจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตามพื้นที่ท่าเรือและเส้นทางขนส่งหลัก

Infrabel มีแนวทางชัดเจนว่า ทางตัดระดับเดียวระหว่างรถไฟกับถนน (level crossing) คือ “จุดเสี่ยง” ที่ควรถูกลดจำนวนลงเรื่อย ๆ

Infrabel ลงทุนต่อเนื่องหลายสิบปีในเรื่อง
* ปิดทางตัดที่ไม่จำเป็น
* รวมทางเข้าออกชุมชน
* สร้างสะพานข้าม
* ทำอุโมงค์ลอด
* เพิ่มระบบกั้นอัตโนมัติ
* เพิ่ม AI / sensor ตรวจจับสิ่งกีดขวางบางจุด

เพราะในมุมวิศวกรรมความปลอดภัย ต่อให้ระบบเตือนดีแค่ไหน “จุดตัดระดับเดียว” ก็ยังมีโอกาสผิดพลาดจากมนุษย์เสมอ ทั้ง

* คนฝ่าไม้กั้น
* รถติดค้าง
* คนเดินข้าม
* รถเสียบนราง
* คนประเมินความเร็วรถไฟผิด

ดังนั้นแนวคิดสูงสุดคือ ถ้าไม่ต้องมีจุดตัดเลย จะปลอดภัยที่สุด

ประเทศอย่าง เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น ใช้วิธีนี้มานานมาก โดยเฉพาะเส้นทางหลักที่รถไฟวิ่งเร็ว

สิ่งที่น่าสนใจคือ ยุโรปไม่ได้ “ลบทางตัดหมดทันที” เพราะต้นทุนมหาศาล แต่ใช้วิธี

1. จัดลำดับจุดอันตรายสูงสุดก่อน
2. ปิดทีละจุด
3. ใช้สะพาน/อุโมงค์แทน
4. ค่อย ๆ ลดจำนวนลงในระยะยาว

เบลเยียมเองเคยมีทางตัดจำนวนมากในอดีต เพราะเป็นประเทศอุตสาหกรรมยุคแรกของยุโรปและมีเครือข่ายรถไฟหนาแน่นมาก แต่ปัจจุบันจำนวนทางตัดลดลงเรื่อย ๆ จากนโยบายนี้

2. การแยกโครงสร้างในเขตเมืองใหญ่อย่างเด็ดขาด

หากเดินทางในเมืองหลวงอย่างบรัสเซลส์ (Brussels) หรือเมืองใหญ่อย่างแอนต์เวิร์ป (Antwerp) เราจะไม่พบรถไฟวิ่งตัดผ่านถนนในระดับเดียวกันเลย เนื่องจาก

ทางรถไฟยกระดับหรือลงใต้ดิน
เส้นทางรถไฟสายหลักที่วิ่งผ่าใจกลางเมืองจะถูกออกแบบให้อยู่ในอุโมงค์ใต้ดิน หรืออยู่บนทางยกระดับทางวิศวกรรมที่แยกขาดจากผิวจราจร 100%

สถานีรถไฟแบบหลากระดับ
ตัวอย่างเช่น สถานี Antwerp Central ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในโลก หรือสถานีหลักใน Brussels ถูกออกแบบให้ชานชาลารถไฟซ้อนกันเป็นชั้น ๆ อยู่ใต้ดินและเหนือดิน ทำให้ไม่มีโครงสร้างใดขัดขวางการจราจรภาคพื้นดิน

3. ระบบอาณัติสัญญาณและวิศวกรรมจราจรที่เชื่อมโยงกัน

ในพื้นที่ชนบทหรือชานเมืองของเบลเยียมที่ยังคงมีจุดตัดหลงเหลืออยู่ ระบบความปลอดภัยจะเข้มงวดมาก

สัญญาณไฟและไม้กั้นแบบเต็มช่องทาง (Complete Barrier)

ไม้กั้นรถไฟของเบลเยียมมักจะกั้นเต็มถนนเพื่อไม่ให้รถยนต์ขับซิกแซกหลบได้ และมีระบบไฟกะพริบสีขาวเพื่อแจ้งเตือนคนขับรถยนต์ล่วงหน้าว่าระบบตรวจจับกำลังทำงานเป็นปกติ

การไม่ตั้งจุดตัดใกล้ทางแยกไฟแดง

นี่คือความแตกต่างที่สำคัญที่สุดจากเหตุการณ์ที่มักกะสัน ในยุโรปจะหลีกเลี่ยงการวางจุดตัดทางรถไฟไว้ประชิดกับแยกสัญญาณไฟจราจรของรถยนต์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณี "รถติดสะสมท้ายแถวแล้วมาหยุดจนมุมอยู่บนราง"

◼️สรุปบทเรียนสู่กรุงเทพมหานคร
อุบัติเหตุกลางกรุงเมื่อวานนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาของไทยไม่ได้อยู่ที่ตัว "ไม้กั้น" หรือ "ขบวนรถไฟ" เพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาระดับโครงสร้าง:

1. ผังเมืองและจุดตัดที่ล้าสมัย: ทางรถไฟสายตะวันออก (ช่วงพญาไท-มักกะสัน-คลองตัน) เป็นทางรถไฟระดับดินที่ถูกล้อมรอบด้วยเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็ว มีจุดตัดกระชั้นชิดกับถนนสายหลักที่มีปริมาณจราจรหนาแน่นขั้นวิกฤต

2. คอขวดจราจร: เมื่อจุดตัดอยู่ใกล้ไฟแดง (เช่น แยกอโศก-เพชรบุรี หรือแยกพระราม 9) รถยนต์ที่เคลื่อนตัวตาม ๆ กันมาจึงมีโอกาสสูงที่จะไปติดแหง็กอยู่บนทางรถไฟโดยไม่สามารถขยับไปไหนได้เมื่อไฟจราจรเปลี่ยนสี

การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนแบบที่เบลเยียมและหลายประเทศในยุโรปทำ จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มป้ายเตือนหรือปรับเงินผู้ฝ่าฝืน แต่คือการ เร่งนำรถไฟลงใต้ดินหรือลอยฟ้า เพื่อลบจุดตัดระดับดินเหล่านี้ออกไปให้หมดจากแผนที่กรุงเทพฯ

โศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ ป้องกันได้ด้วยการกำจัดจุดตัด (Level Crossing Elimination)

ปัญหาหลายอย่างที่เห็น อาจจะไม่ใช่เกิดจากความผิดของตัวบุคคลอย่างเดียว แต่เป็นความผิดพลาดของการออกแบบ นโยบาย และระบบ ซึ่งเป็นบทบาท ภาระหน้าที่ของรัฐ

#โศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ #รถไฟชนรถเมล์ #รถไฟชนรถเมล์ป้องกันได้ด้วยการกำจัดจุดตัด #โศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ป้องกันได้ด้วยการกำจัดจุดตัด #พิภพบุษราคัมวดี

เมื่อคนเบลเยียมจะจ้างเราถ่ายภาพโบราณสถานขณะที่เรากำลังถ่ายรูป Sint-Baafsabdijจุดกำเนิดของเมืองเกนต์ ซึ่งเป็นซากปรักหักพั...
14/05/2026

เมื่อคนเบลเยียมจะจ้างเราถ่ายภาพโบราณสถาน

ขณะที่เรากำลังถ่ายรูป Sint-Baafsabdij
จุดกำเนิดของเมืองเกนต์ ซึ่งเป็นซากปรักหักพังของอารามในศตวรรษที่ 7 ซึ่งดูขลังและสงบมาก

ไฮไลท์คือแนวเสาหินและสวนที่เงียบสงบซึ่งให้บรรยากาศยุคกลางที่แท้จริง

ผ่านไปสักพัก ก็มีผู้ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาบอกว่า “ท่าทางคุณสนใจโบราณสถานนี้มากนะ คนอื่นมาชมนิดเดียว ก็ไปที่อื่นแล้ว”

“ใช่ครับ ที่นี่น่าสนใจมาก“

“คุณทราบประวัติของที่นี่หรือเปล่า?”

”ทราบครับ“

“ผมเป็นนักทำโมเดล กำลังหาช่างภาพมาถ่ายสถาปัตยกรรมทุกด้านของที่นี่ คุณช่วยถ่ายภาพภาพให้หน่อยได้หรือไม่“

“ผมมาจากประเทศไทย มาท่องเที่ยว และไม่ได้มาคนเดียว ต้องขอโทษด้วยนะครับ“

Bruges หนึ่งในเมืองที่สวยและโรแมนติกที่สุดของยุโรปเราเคยมาเมืองบรูจส์เมื่อ 10 กว่าปีก่อน มาครั้งนี้ก็ยิ่งประทับใจเมืองบร...
14/05/2026

Bruges หนึ่งในเมืองที่สวยและโรแมนติกที่สุดของยุโรป

เราเคยมาเมืองบรูจส์เมื่อ 10 กว่าปีก่อน มาครั้งนี้ก็ยิ่งประทับใจ

เมืองบรูจส์ (Bruges) เริ่มต้นจากป้อมปราการในยุคโรมัน เติบโตจนกลายเป็นศูนย์กลางการค้าผ้าที่มั่งคั่งที่สุดในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 12-15

มีคลองที่เชื่อมต่อกับทะเล จนได้รับฉายา “Venice of the North” และมีเศรษฐกิจรุ่งเรืองอย่างยิ่ง

แต่ความมั่งคั่งนี้ยุติลงเมื่อเส้นทางน้ำตื้นเขิน ทำให้เมืองเข้าสู่ยุคซบเซาและถูกลืมไปนานหลายศตวรรษ

การถูกแช่แข็งในช่วงเวลาดังกล่าว กลับกลายเป็นผลดีในเวลาต่อมา

เพราะทำให้สถาปัตยกรรมยุคกลางที่งดงาม เช่น หอระฆัง และอาคารหน้าจั่วที่มีเอกลักษณ์ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์

จนในที่สุดบรูจส์ก็ได้ฟื้นตัวกลับมาในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกโดย UNESCO

นี่คือบรูจส์ หนึ่งในเมืองที่สวยและโรแมนติกที่สุดของยุโรป

#บรูจส์ #เบลเยียม #พิภพบุษราคัมวดี

เกนต์ (Ghent) เมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในเบลเยียมเราเคยมาที่นี่แล้วเมื่อ 10 กว่าปีก่อน มาอีกครั้งก็ยิ่งเห็นเสน่ห์ที่อบอวลไป...
13/05/2026

เกนต์ (Ghent) เมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในเบลเยียม

เราเคยมาที่นี่แล้วเมื่อ 10 กว่าปีก่อน มาอีกครั้งก็ยิ่งเห็นเสน่ห์ที่อบอวลไปทั่ว

คราวนี้เราไม่ได้ลงที่สถานี Gent-Sint-Pieters ซึ่งเป็นสถานีหลักและสถานีสุดท้าย

แต่ลงสถานี Ghent-Dampoort จากนั้นเดินไปที่ Sint-Baafsabdij ซึ่งเป็นซากปรักหักพังของอารามในศตวรรษที่ 7 และเป็นจุดกำเนิดของเมืองเกนต์

ผ่าน Portus Ganda ท่าเรือประวัติศาสตร์ และอีกหลายแลนด์มาร์ก ก่อนที่จะไปถึงบริเวณเมืองเก่า

นี่คือเมืองประวัติศาสตร์สำคัญ ของประเทศเบลเยียม และร่ำรวยที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปยุคกลาง ที่เต็มไปด้วยอาคารกอธิก คลองสายเก่า ปราสาท และบรรยากาศศิลปะร่วมสมัยที่ผสมกับอดีตได้อย่างมีเสน่ห์

เมืองนี้มีมรดกโลกอย่าง หอระฆังแห่งเกนต์ (Belfry of Ghent) แลนด์มาร์กระดับโลกอย่าง Gravensteen ปราสาทยุคกลางที่อยู่กลางเมือง และ Saint Bavo’s Cathedral ที่เก็บผลงานระดับตำนาน “The Adoration of the Mystic Lamb” ของพี่น้อง Van Eyck

ย่านเมืองเก่าของเกนต์ยังเต็มไปด้วยอาคารประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานระดับชาติมากมาย

◼️ภาพนี้ : Korenlei (โคเรนเลย์) และ Graslei (กราสเลย์) ย่านท่าเรือเก่าแก่ริมแม่น้ำลี (Leie) ซึ่งเป็นจุดที่สวยงาม และมีชื่อเสียงที่สุดของเมือง

ทั้งสองฝั่งเรียงรายไปด้วยอาคารหน้าจั่ว (Guildhalls) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ถึง 19 แต่ละหลังมีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนถึงความมั่งคั่งของสมาคมช่างฝีมือในยุคนั้น

ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นศูนย์กลางการค้าขายทางน้ำที่สำคัญที่สุดของเกนต์ โดยเฉพาะการขนส่งเมล็ดข้าว

#เกนต์ #เบลเยียม #พิภพบุษราคัมวดี

ที่อยู่

“พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป” 4 ถนนเจ้าฟ้า แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10200

เบอร์โทรศัพท์

+66818384044

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Art of Pipop พิภพ บุษราคัมวดีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Art of Pipop พิภพ บุษราคัมวดี:

แชร์

ประเภท