Jirayu Ekkul Wildlife Photography

Jirayu Ekkul Wildlife Photography Wildlife photography through the eyes and lenses of Jirayu Ekkul.

All photos are copyrights and reserved by Jirayu Ekkul ©

The use of all images and videos are prohibited with out permission.

"Prime Time"ขอแนะนำให้ทุกท่าน  ได้รู้จักกับ "ไข่นุ้ย" อย่างเป็นทางการครับ... แน่นอน ไม่ต้องสืบ... ชื่อนี้ผมตั้งเอง เพื่อ...
12/06/2026

"Prime Time"
ขอแนะนำให้ทุกท่าน ได้รู้จักกับ "ไข่นุ้ย" อย่างเป็นทางการครับ...
แน่นอน ไม่ต้องสืบ... ชื่อนี้ผมตั้งเอง เพื่อให้ตัวเองและทีมได้เข้าใจง่าย ๆ ว่าบนเขาพะเนินทุ่งเรามีเสือดำตัวไหน อะไรยังไงกันบ้าง...
และกว่าจะได้ภาพไข่นุ้ยดี ๆ มาได้นี่ต้องบอกเลยว่าใช้โชค ดวง เวลาและทรัพย์อันมหาศาลเพราะเป็นเสือดำตัวผู้ที่มีความระมัดระวังตัวที่สูงมาก ๆ
ต่างจากเฉาก๊วยอย่างสิ้นเชิง...
เป็นระยะเวลาสักพักหนึ่งแล้ว ประมาณสักปี-สองปีเห็นจะได้ ที่มีเสือดำตัวหนึ่งที่จะพบได้บนนถนนสายพะเนินทุ่ง-บ้านกร่างด้านบน ค่อนข้างประจำ...
แต่เสือดำตัวนี้มีพฤติกรรมที่ระมัดระวังตัวอย่างมาก...
รถนักท่องเที่ยวหลายต่อหลายคันเจอมัน แต่จะเป็นการที่พอมันเห็นรถแล้วมันเดินลงหุบในทันที มีเวลาไม่กี่วินาทีที่จะได้เห็นและถ่ายภาพได้...
เราเรียกพฤติกรรมแบบนี้เป็นภาษาชาวบ้านจนติดปากว่า "เปรียว"
ซึ่งต่างจากไอ้เจ้าตัวที่เดินเล่นดมยางรถ หรือเดินเข้าหารถแถว ๆ ถนนด้านล่างจนกลายเป็นไวรัลหลายต่อหลายครั้งอย่างสิ้นเชิง ซึ่งในภายหลังผมก็ได้ตั้งชื่อเสือดำเพศเมียตัวนั้นว่า "เฉาก๊วย" ที่มีพฤติกรรมที่แตกต่างกันมาก...
พอเริ่มดูภาพจากเพื่อน พี่ น้อง รวมไปถึงตัวเองที่มีโอกาสเจอเสือดำตัวนั้นก็พบว่า "มันมีไข่" ซึ่งก็คือตัวผู้... ผมก็เลยเรียกมันว่า "ไข่นุ้ย" นั่นแหละ...
วันเวลาผ่านไป เรามีโอกาสได้สบตากันบ้าง แต่ก็ไม่มากเลย อย่างผมล่าสุดก่อนที่จะมีโอกาสถ่ายภาพไข่นุ้ยดี ๆ ได้ต้องย้อนกลับไปถึงธันวาคมปีที่แล้วเลยทีเดียว...
จวบจนมาช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานี่แหละที่ทำให้เราได้มีเวลาที่ดีต่อกัน... และครั้งต่อไปจะอีกเมื่อไร... ไม่มีใครรู้...
แต่อยากให้ดูที่กายภาพของไข่นุ้ย... ซึ่งบอกได้เลยว่ามันกำลังเข้าสู่จุดสูงสุดในชีวิตของมัน... หัวที่เริ่มโต... ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม บ่งบอกว่ามันกำลังอยู่ในช่วงพีค หรือ "โตเต็มวัย" ภาษาอังกฤษคือ "Prime years"
ซึ่งโดยทั่วไปตามงานวิจัยแล้ว เสือดาวจะเข้าสู่ช่วงที่โตเต็มวัยได้ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป....
แต่การที่จะมีอาณาเขตของตัวเองได้นั้น อาจต้องใช้เวลา 3-4 ปี กว่าจะสร้างอาณาจักของตัวเองขึ้นมาได้ จนกลายเป็น "Dominant Male"
หรือก็คือ "ตัวผู้ที่มีอำนาจเหนือตัวอื่นทั้งปวง"
ดูจากทรงแล้วไข่นุ้ยน่าจะได้ครองบัลลังค์เจ้าแห่งเข้าพะเนินทุ่งได้อีกนาน เพราะก่อนหน้านี้เราก็ไม่เคยเห็นพฤติกรรมนี้กับไข่นุ้ยมาก่อน และนี่ยังไม่สุดนะครับ เสือดาว (ดำ) ตัวผู้สามารถสุดกว่านี้ได้อีกมาก เมื่อเหนียงจะเริ่มออกและกระโหลกที่จะดูใหญ่กว่าสัดส่วนของลำตัวอย่างชัดเจน
นอกจากนั้นแล้วอาณาเขตของมันจะสามารถแผ่ขยายได้มากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับตัวเมีย...
เสือดาว (ดำ) ตัวผู้สามารถจับคู่ผสมกับตัวเมียได้หลายตัวและสามารถแชร์อาณาเขตกับมันได้ หากมองเป็นวงกลมคือ วงกลมวงใหญ่วงหนึ่ง สามารถครอบคลุมวงกลมเล็ก ๆ ได้อีกหลายวง...
และแน่นอนว่าตั้งแต่งานวิวาห์ที่ถูกจัดไปเมื่อเดือนพฤษภาคม... แล้วผมอยู่ที่นั่นติดตามเสือดำคู่นี้ทุกวัน ก็ยังได้เห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของไข่นุ้ย...
นั่นก็คือมันทำการเดินลาดตระเวนที่นานขึ้น... ใหญ่ขึ้น... และกล้าที่จะออกมาเดินถนนมากขึ้นกว่าเดิมมาก ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ใหม่ ๆ ที่เมื่อก่อนเคยมีแต่เฉาก๊วยครองอาณาเขตอยู่ และไม่เคยเห็นไข่นุ้ยในบริเวณนี้มาก่อน...
เรียกได้ว่าประกาศศักดากันเลยทีเดียว... ว่าให้รู้บ้างว่าแถวนี้ถิ่นใคร...
เราไม่มีทางทราบได้ว่าไข่นุ้ยจากอยู่ตรงนี้ได้อีกกี่ปี แต่นี่คือสัญญาณทางพฤติกรรมของเสือดำตัวผู้ที่กำลังจะกลายเป็นนัมเบอร์วัน ครองอาณาจักรบนเขาพะเนินทุ่งอย่างแท้จริง แล้วเราจะได้เห็นกันแน่นอน...
สุดท้าย ก็ต้องขอขอบคุณเฉาก๊วยที่ในที่สุด เธอก็ไดเเลือกไข่นุ้ยเป็นเจ้าบ่าว จึงทำให้หลาย ๆ ครั้งในช่วงเวลาที่เสือดำทั้งสองผสมกัน... เฉาก๊วยได้มีส่วนช่วยในการเปิดตัวเจ้าบ่าวต่อธารกำนัล และอบต พะเนินทุ่งอย่างเป็นทางการ...
บอกเลยว่า พี่เค้าหล่อ... เค้าหล่อมว้ากกกก 😍
#เสือดำ #แก่งกระจาน

ความมืดที่ไร้ตัวตน...ขึ้นชื่อว่าเสือ ย่อมนึกถึงลวดลายที่ธรรมชาติสร้างมาอย่างมหัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นเสือโคร่ง เสือดาว เสือ...
02/06/2026

ความมืดที่ไร้ตัวตน...
ขึ้นชื่อว่าเสือ ย่อมนึกถึงลวดลายที่ธรรมชาติสร้างมาอย่างมหัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นเสือโคร่ง เสือดาว เสือลายเมฆ เสือดาวหิมะ แมวลายหินอ่อน...
ลวดลายเหล่านั้นมันคือสเน่ห์ที่งามงด โดดเด่นและสวยงามเป็นเอกลักษณ์ในที่โล่งแจ้ง แต่ในขณะเดียวกันกลมกลืนไปกับสุมทุมพุ่มไม้อย่างแยบยลและไม่ต้องหาเหตุผลมาอธิบาย เป็นนวัตกรรมแห่งวิวัฒนาการของธรรมชาติแบบหาที่เปรียบไม่ได้ เป็นดีไซน์ของธรรมชาติที่สุดแสนจะพิศวง...
แต่เคยได้ยินกันไหมว่า ? Simple is the Best... ไม่ต้องทำให้มันยุ่งยาก...
"ความเรียบง่ายนั้นดีที่สุด"
ในสเปคตรัมของแสง โดยการรับรู้ของตามนุษย์หรือ Visible spectrum นั้นคือ สีก็คือคลื่นแม่เหล็กอย่างหนึ่งเมื่อได้กระทบกับแสง เหมือนที่เราเห็นรุ้งกินน้ำซึ่งในแต่ละสีต่างมีค่าความยาวของคลื่นในระดับนาโนเมตรที่แตกต่างกันไปไบ่ตั้งแต่ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือ แสด แดง...
แต่ในทางกลับกัน... สีดำ... ไม่ใช่สี = ไม่มีสี เพราะไม่มีคลื่นความยาวของแสง และวัตถุนั้นไม่มีการสะท้อนของแสงแต่อย่างใด...
มันคือความมืดมิด ความว่างเปล่า ที่หลายคน "กลัว" เพราะมันคือสิ่งที่จับต้องไม่ได้ "มนุษย์และสัตว์หลายชนิดกลัวความมืด" เพราะเรามักจะกลัวกับอะไรที่เรา "มองไม่เห็น" แทบจะเป็นสัญชาตญาณที่ถูกฝังลึกเข้าไปในจิตใจของเรา...
และด้วยสาเหตุนั้นเอง จึงเป็นสาเหตุว่าทำไม ผมว่าเสือดำมีความน่าเกรงขามและดุดันที่สุด... ไม่ต้องมีสี ไม่ต้องมีลวดลายที่โดดเด่น... อยู่ในสภาวะไร้ตัวตน... ไม่ต้องมีใครเห็น... และนั่นคือข้อได้เปรียบที่สุดของนักล่าชนิดนี้ในป่าใหญ่... มันคือพยัคทมิฬแห่งป่าดิบที่แท้จริง...
ผมเชื่อว่าหลายครั้ง... ผมเองก็พลาด... ที่ขับรถและมองผ่านมันไปโดยไม่รู้ตัว ทั้ง ๆ ที่มันอาจอยู่ตรงนั้น... และผมก็ได้เห็นอีกหลายต่อหลายครั้ง... ว่าในขณะที่ผมเฝ้าดูมันนอนอยู่หลังพุ่มไม้ข้างถนนไม่ถึง 4-5 เมตร... กลับมีรถหลายคันต่อหลายคันขับผ่านมันไปโดยที่ไม่รู้เลยว่ามีเสือดำนอนอยู่ข้างทาง... นี่คือสภาวะล่องหนของเสือดำ... เพราะมันไม่มีสี ถูกกลืนไปกับเงาของพุ่มไม้ จึงไม่มีใครเห็นมัน...
สำหรับผมแล้ว มันคือความเรียบง่ายที่งดงามที่สุด... เสือดำคือสุดยอดนักล่าที่เป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซของธรรมชาติ เมื่อธรรมชาติสร้างเทคโนโลยีล่องหนให้มันโดยอัติโนมัติโดยการดูดทุกเฉดสีออกจากขนของมัน... ไม่ต้องรับรู้ว่าฉันอยู่ตรงนั้น... คือเจตนารมณ์ของนักล่าที่แท้จริง...
เพราะความมืดและความว่างเปล่าเนี่ยล่ะ คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดแล้ว ...
ในทุกย่างก้าวของเราในป่า อาจมีเงาแห่งมัจจุราชจับจ้องเราอยู่ก็ได้...

ดุดัน... หนึ่งในหัวใจของการถ่ายภาพสัตว์ป่าที่สำคัญที่สุดคือ "การเข้าใจในพฤติกรรมสัตว์" สัตว์ป่าพูดไม่ได้ หรือต่อให้มันพู...
01/06/2026

ดุดัน...
หนึ่งในหัวใจของการถ่ายภาพสัตว์ป่าที่สำคัญที่สุดคือ "การเข้าใจในพฤติกรรมสัตว์" สัตว์ป่าพูดไม่ได้ หรือต่อให้มันพูดได้ เราก็ไม่มีทางเข้าใจมันหรอกครับ
เพราะฉะนั้นการเข้าใจในพฤติกรรมหรือเข้าใจในวิถีชีวิต เข้าใจในสรีระ รูปร่าง หรือแม้แต่การเคลื่อนที่-เคลื่อนไหวของมัน ถือเป็นปัจจัยที่จะถ่ายภาพให้ออกมาดีได้มาก มาก ๆ
และสัตว์แต่ละชนิด ต่อให้เป็นกลุ่มเดียวกันก็มีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกัน ต่อให้จะเป็นนกเหมือนกัน ลิงเหมือนกัน เสือเหมือนกัน หมีเหมือนกัน หรือแม้แต่แมลงเหมือน ๆ กัน ก็จะมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันไป
แต่คำว่าพฤติกรรม / Behavior นั้นมันกว้างมากคือตั้งแต่วิธีการใช้ชีวิต ไปจนถึงแหล่งที่อยู่อาศัย / Habitat ทุกสิ่งล้วนเชื่อมโยงกันหมด...
ก่อนที่จะออกทะเลไปไกล ขอกลับมาที่ภาพ ๆ นี้ดีกว่า... ซึ่งสำหรับผมแล้วถือเป็นภาพที่หายากมาก ๆ ของเฉาก๊วย เสือดาวเพศเมียแห่งบ้านกร่าง-พะเนินทุ่ง...
กับตัวผมเอง... เฉาก๊วยถือเป็นเสือดำสายแบ๊ว ตาโตสไตล์ดอลลี่อาย...
คือมันมีดวงตาที่ค่อนข้างกลม ไม่ได้เป็นตาแมวทรงสระอิเท่าไรนัก เมื่อเทียบกับแมวตัวอื่น ๆ ในความคิดของผม... ซึ่งผมเคยเขียนไว้แล้วในโพสด้านล่างเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม ที่ผ่านมา
ผมเชื่อว่าเสือ หรือแมวเกือบทุกชนิดมีสิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นสเน่ห์ที่ทำให้หลายคนหลงรัก ไม่ว่าจะเป็นแมวป่า หรือแมวบ้านก็ตามนั่นก็คือ "ดวงตา"
ซึ่งในดวงตานั้นเองประกอบด้วย "ม่านตา" หรือ Iris และ "รูม่านตา" หรือ Pupil...
ซึ่ง "ตาแมว" นั้นเป็นหนึ่งในตาที่นอกจากจะมีสเน่ห์ที่สุดในโลกแล้วมันยังเป็นหนึ่งในสิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดในโลกของวิศวกรรมแห่งธรรมชาติอีกด้วย...
เพราะมันต้องปรับตัวให้มองเห็นในตอนกลางคืนได้ ในที่ที่มีแสงน้อยได้ดีเพื่อล่าเหยื่อ อัตราการบีบ - ขยายของรูม่านตาของแมวจึงสามารถทำได้อย่างสุดโต่งมากคือหรี่รูม่านตาได้เล็กนิดเดียวเมื่อมีแสงเข้ามา และขยายได้อย่างใหญ่โตในยามที่แสงน้อย...
ว่ากันว่าตาแมวสามารถมองเห็นในตอนกลางคืนได้ดีกว่ามนุษย์เกือบ ๆ 10 เท่านะครับ...
และเพราะฉะนั้นและฉะนี้... ด้วยความรู้สึก / อารมณ์ของมนุษย์ที่มักเอาตัวเองเป็นที่ตั้งในจินตนาการแห่งโลกอันสุนทรีย์นั้น เมื่อเวลาแมวขยายรูม่านตา ทำให้เห็นตาดำกลมโตและใหญ่เบ้อเร่อ "นุดอย่างเรา ๆ จึงโดนตกเอาง่าย ๆ" โดยไม่รู้ตัว และผมเองก็เชื่อว่าทาสแมวหลายท่านคงเข้าใจในสิ่งที่ผมกำลังสื่ออยู่นี้ดี
มันอาจจะเพราะเรื่องบังเอิญหรืออะไรก็แล้วแต่ ภาพส่วนใหญ่ที่ผมถ่ายเฉาก๊วยได้ อาจจะเป็นเพราะช่วงเช้า หรือเย็นก็ตาม... ภาพที่ได้คือปราศจากความดุดัน ความเกรงขามของเสือดำไปโดยปริยายในความรู้สึกส่วนตัวของผมเอง... เพราะมันขยายรูม่านตาจนคิดว่าใส่คอนแท็กบิ๊กอายก็ไม่ปาน ลุคคิ้วท์ จึงมีมากกว่าลุคคูล
ดังนั้น... ภาพนี้จึงมีความหมายสำหรับผมมาก... กับเสือดำตัวหนึ่งที่สลัดลุคความบ้องแบ๊วน่ารักออกไปโดยสิ้นเชิง จากที่เราเคยรู้จักกันมา...
มันเป็นช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวันหนึ่งที่ผมเลี้ยวรถลงจากเขา และเสือดำเดินสวนขึ้นมาพอดี... ตอนแรกไม่มั่นใจว่าคือเฉาก๊วยหรือไม่... เพราะยังเห็นกันที่สุดขอบถนน... ผมดับเครื่องรถทันที เสือตัวนั้นหยุดและมองก่อนสักพัก วัดใจกันว่ามันจะเดินเข้ามาไหม หรือเดินลงหุบไปเลือกทางอื่นที่ไม่ใช่ถนนสายหลัก สุดท้ายมันตัดสินใจเดินสวนขึ้นมา...
ถ่ายแว้บแรก โอ้หน้าหน้าดุเอาเรื่อง... แต่สักพักใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนใกล้เกินกว่าที่ระยะเลนส์จะโฟกัสได้ และต้องเปลี่ยนเป็นมือถือ...
และดูจากพฤติกรรมการเข้าหาแล้ว... อ่อเฉาก๊วยแหละ... เพียงแต่แววตาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง Iris ที่เหลืองนวล แต่รูม่านตากลับหดตัวลงเล็กนิดเดียว พร้อมกับท่าเดินที่โน้มตัวไปข้างหน้า คล้าย ๆ แมวย่องเบา ช่างดูน่าเกรงขามและเท่ห์เสียยิ่งนัก
เข้าใจว่าอาจจะเพิ่งตื่นและเริ่มเดินสำรวจอาณาเขต ประกอบกับแสงที่ส่องลอดช่องเข้ามาตามสุมทุมพุ่มไม้ด้วยในช่วงบ่ายแบบเข้าตาพอดี...
เลยทำให้เสือดำดูสมกับเป็นเสือดำเสียที...
เท่ห์ และดุดันไปอีกแบบ...
แต่สุดท้ายพอตามไปได้สักพักใหญ่ ชีก็คีปลุ๊คไม่อยู่เมื่อเริ่มตื่นนอนจริงจังกอปรกับแสงแดดที่เบาบางลงพร้อมด้วยอุณหภูมิที่เย็นลงไปเรื่อย ๆ เฉาก๊วยก็กลายเป็นแมวดำตาโตเหมือนเดิม... แฮร่...

ถ้า....สวัสดีครับ... ออกมาจากป่าแล้วครับ... เป็นพฤษภาทมิฬที่แท้จริง...เพราะการทำงานตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาของผมมีแต่ "เส...
30/05/2026

ถ้า....
สวัสดีครับ... ออกมาจากป่าแล้วครับ... เป็นพฤษภาทมิฬที่แท้จริง...
เพราะการทำงานตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาของผมมีแต่ "เสือดำ"
มีข้อความทั้งจากคอมเม้นท์และอินบ๊อกซ์ส่วนตัวมามากมาย สอบถามเรื่องเสือดำ หลายท่านอยากเจอ (แน่ล่ะ ไม่มีใครไม่อยากเจอหรอกครับ) ที่ไหน ตรงไหน ยังไง...
ซึ่งผมก็ยินดีที่จะบอกให้และขอให้ทุกท่านโชคดีมีชัย...
แต่ในมุมมองที่หลายท่านคิดว่าผมเจอเสือดำบ่อยในช่วงระยะหลัง ๆ นั้น..
จริง ๆ ขอบอกเลยว่าผมไม่ได้เจอเยอะไปกว่าคนอื่นหรอกครับ...
หนึ่งเดือนที่ผ่านมา ผมเจอไปแค่ 5 ครั้ง และมีไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้งที่เสือออกมาแต่ผมอยู่ผิดที่ผิดทาง... บางครั้งห่างกันเพียงแค่ไม่กี่สิบเมตรแต่อยู่กันคนละโค้ง... หลายครั้งเฝ้าผิดจุด...
และหากมองถึงค่าเฉลี่ย... 5 ครั้งเหมือนดูเยอะ... แต่ข้อเท็จจริงคือผมใช้เวลาอยู่บนถนนเส้นบ้านกร่าง - พะเนินทุ่ง เป็นระยะเวลากว่า 28 วันเต็มหรือกว่า 4 สัปดาห์... ทุกวันคือเราออกจากที่พักในตอนตี 5 เริ่มขึ้นเขาในเวลา 6 โมง และกลับลงมาในเวลา 6 โมงเย็น เพราะฉะนั้นคิดเป็นจำนวนชั่วโมงคือเอา 12 x 28 = 336 ชั่วโมง ที่อยู่บนถนนสายนั้น...
โดยเฉพาะระยะเวลาครึ่งหลังของการทำงาน... เราไม่ลงมาพักทานข้าวที่บ้านกร่าง หรือแม้แต่ขึ้นไปพักที่พะเนินทุ่งเลย... ไม่แม้แต่จะแวะถ่ายสัตว์ชนิดอื่น ๆ โดยวัน ๆ มีแต่การนั่งฟังเสียงของป่า และการแกะรอยติดตามการเคลื่อนที่ของเสือดำบนถนนสายนี้...
เพราะฉะนั้นอย่าได้อิจฉาไปครับ... หากลองนับเป็นอัตราการไม่พบ หรือ "แห้วแดก" ของผมแล้ว ผมใช้เวลาตบยุง โดนผึ้งต่อย นั่งฮัมเพลง คุยกับตัวเองเป็นคนบ้าไปกว่า 300+ ชั่วโมงแน่นอน...
ถ้ามันง่ายจริง เจอบ่อยจริง หลายท่าน คงได้เห็นผมโพสท์ภาพรัว ๆ ไปนานแล้ว... กับสัตว์ป่าหายากชนิดนี้มันไม่ง่ายครับ... แต่เรียกได้ว่า ณ บัดนี้ แก่งกระจานต่างหาก คืออุทยานแห่งชาติของประเทศไทยที่ทุกคนจะมีโอกาสได้เห็นเสือดำมากที่สุดแล้วก็ว่าได้...
ที่ผมใช้คำว่าทุกคน... เพราะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เมื่อเทียบกับอุทยานแห่งชาติที่อื่น... หลายที่เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า... ยากแต่การเข้าถึงของบุคคลทั่วไป... ต้องมีการเขียนจดหมาย ทำเรื่องขออนุญาติระบุจุดประสงค์อย่างจริงจัง
แต่กับที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บนเส้นทางจากบ้านกร่างขึ้นเขาพะเนินทุ่ง... รถนักท่องเที่ยวทุกคันที่รับ-ส่งพานักท่องเที่ยวขึ้นไปชมทะเลหมอก "ก็ล้วนมีโอกาส" ที่จะได้เจอเสือดำทั้งหมดทั้งสิ้น... โดยขึ้นอยู่กับว่าวันนั้น หวยจะออกที่ใคร...
ยกตัวอย่างเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วที่ผ่านมา... เป็นวันที่แก่งกระจานคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่มาชมปรากฏการผีเสื้อ และขึ้นชมทะเลหมอก มีรถขึ้น-ลงเขาหลายคัน...
เช้าวันนั้นผมขึ้นไป เจอรอยเสือดำเดินแบบชัดเจนและหมายมั่นปั้นมือว่าจะเจอแน่ ๆ... แต่จนแล้วจนรอด เนื่องจากคนเยอะมาก ผมเลยยุติการติดตามและเฝ้ารอไว้ และตัดสินใจลงไปทานข้าวเที่ยงและพักผ่อน เพื่อหลีกเลี่ยงจำนวนรถที่กำลังวิ่งลงมาจากเขาในช่วง 11 โมงและร้านอาหารด้านล่างจะเต็ม... และกลับกัน ผมมีแผนจะขึ้นไปในช่วงบ่ายโดยรีบกินข้าวก่อนเพื่อเป็นรถคันแรก และใช้เวลาที่ผู้คนลงมาจากเขาพะเนินทุ่งแล้วขึ้นไปเฝ้าเสือแทน...
แผนเหมือนจะฉลาดและแยบยล... แต่ผลลัพธ์หาเป็นเช่นนั้นไม่แม้แต่น้อย...
ในขณะที่เรากำลังพักผ่อนอยู่ด้านล่างกันอย่างใจเย็น... ไข่นุ้ย... เสือดำเพศผู้วัยฉกรรจ์ ก็ตัดสินใจอยากอุกอาจเดินโชว์กลางถนนสวนรถนักท่องเที่ยวหลายคันต่อหลายคัน ในเวลาตั้งแต่ 11 โมงยันเกือบเที่ยง หนึ่งในนั้นมีรถทีมงานของ Wild Encounter Thailand อยู่ด้วย ได้ภาพไปกันอย่างสาสมใจ...
ในขณะที่ทีมผมอกหักดังเป๊าะ เหมือนถูกเสือดำเอาอุ้งตีนอันน่ารักของมันลูบหน้าและตะปบเข้าฉาดใหญ่ ในใจมันคงหัวเราะเยาะเย้ยเราอยู่อย่างสะใจ...
แน่นอนครับ เมื่อเราได้ทราบข่าวจากรถที่ลงมา เราก็รีบรุดขึ้นไปทันทีแต่เมื่อไปถึงเราก็พบแต่ "ความว่างเปล่า" ตั้งแต่เที่ยงไปจนพระอาทิตย์ตกดิน...
คำว่า "ถ้า" ยังคงนำมาหยิบยกในบทสนทนาที่ตึงเครียดในทุก ๆ วันของการออกติดตามถ่ายภาพเสือดำเสมอ... เพราะสุดท้ายมันคือการกะเกณฑ์และคาดคะเน...
ถ้ามันทำอย่างนี้ มูฟของมันต่อไปจะเป็นยังไง ? ถ้ามันเดินทรงนี้ มันจะไปโผล่ตรงไหน ? ถ้าสภาพอากาศมันเป็นแบบนี้ มันจะเคลื่อนที่ในเวลาใด ?
ทุกวันมีแต่คำว่าถ้า... ในหัวของทีมงานทุกคนนั้นประมวลผลกันตลอดเวลา และทุกทฤษฎี องค์ความรู้ ต่างถูกนำมาใช้... แต่สุดท้ายมันคือโอกาส โชคและดวง...
และสิ่งที่เราเพิ่มเข้าไปในสมการเพื่อเพิ่มความน่าจะเป็นก็คือ "เวลา" การมีเวลามากพอ การมีเวลาและใช้เวลาไปกับมันอย่างมหาศาล มันจะช่วยการเพิ่มโอกาสได้มากก็น้อย...
ในภาพคือเฉาก๊วย เสือดำเพศเมียตัวโปรดของผม ที่ผมทึกทักเอาเองว่า
"ผมถูกโฉลกกับเธอ" และมีโอกาสและเวลาเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วอยู่กับเธอเพียงสองต่อสองเป็นเวลานานเกือบ 20 นาทีของเช้าวันหนึ่งที่ผ่านมา​โดยปราศจากผู้คนหรือนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด...
สุดท้ายและท้ายสุดในทุก ๆ วันของการทำงานที่เราปลูกไร่แห้วกันอยู่ในแก่งกระจานนั้น ผมมีคำปลอบใจบอกตัวเองและสมาชิกในทีมอีกอย่างหนึ่งแบบไม่ต้องมีเหตุผลใด ๆ เลยแอบอ้างคือ
"ถ้ามันอยากจะปรากฏตัวให้ได้เราเห็น... เราก็จะได้เห็นเองครับ..."
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันหยุดยาวในช่วงสุดสัปดาห์นี้ครับ
และใครที่ได้ไปเที่ยงแก่งกระจานก็ขอให้ทุกท่านโชคดี ได้เจอกับเสือดำกันทุกคนครับ

High Hope...ไม่เคย... ไม่คาดหวัง...ประโยคฮีลใจที่เรามักจะได้ยินเสมอ... "ไม่คาดหวัง ไม่ผิดหวัง"ซึ่งมันอาจจะใช้ได้กับใครหล...
13/05/2026

High Hope...
ไม่เคย... ไม่คาดหวัง...
ประโยคฮีลใจที่เรามักจะได้ยินเสมอ...
"ไม่คาดหวัง ไม่ผิดหวัง"
ซึ่งมันอาจจะใช้ได้กับใครหลายคนครับ...
หรือแม้แต่อาจจะกับผมเองในเรื่องหลาย ๆ เรื่อง...
แต่บางเรื่อง... "ก็ไม่เสมอไป"
ทุกครั้งที่ผมเข้าป่า... หรือมีงานที่ต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นถ่ายภาพของตัวเอง
ลีดทริปพาลูกค้าไปถ่ายภาพ "วินาทีแรก" ที่ย่างกรายเข้าไป...
"ความคาดหวังก็บังเกิดแล้ว"
นั่นเพราะว่าสิ่งที่เราได้รับมอบหมาย หน้าที่ หรือแม้แต่งานที่แบกไว้
เรื่องผิดหวังนั้นไม่ต้องพูดถึง... การถ่ายภาพสัตว์ป่าหายากไม่ว่าจะที่ไหนในโลก... ผิดหวังย่อมมากกว่าสมหวัง... อัตราส่วนมักเป็นแนวนี้เสมอ...
แน่นอน... สมัยเริ่มถ่ายภาพใหม่ ๆ มันจะมี "ความจม" ในที่นี้คือ "จมอยู่กับความรู้สึก" "จมอยู่กับความผิดหวัง" "จมอยู่กับคำถาม" มากมาย...
แต่พ่อประสบการณ์มากขึ้น... ก็ยังผิดหวังเหมือนเดิม ฮ่าฮ่าฮ่า แต่สิ่งที่เติบโตขึ้นคือ "ภูมิคุ้มกัน" และการ "ปล่อยวาง" ที่พร้อมจะเริ่มใหม่เสมอ..
เราไม่จมนาน หรือจมน้อยลง วางมันได้เร็ว และกลับมาโฟกัสได้เร็วขึ้น...
ไม่เคยคิดว่ามันเป็นเกมกีฬา แต่มันใช่... คือมันต้องเอาชนะความรู้สึกตัวเอง เมื่อไรที่เราแพ้ แล้วเราเอาตัวเองกลับมาได้เท่าไร... เรายิ่งมีโอกาสมากขึ้นเท่านั้น...
การถ่ายภาพสัตว์ป่านั้นดวงก็ส่วนหนึ่ง นั่นรวมไปถึงโชคชะตา จังหวะ และเวลา... แต่ยิ่งเรามีสติมากเท่าไร เรายิ่งจะได้ผลลัพท์มากขึ้นเท่านั้นตามความคิดผม...
ความรู้ ประสบการณ์ การครองสติต่าง ๆ มันจะช่วยส่งดวงของเราด้วย ผมเชื่อแบบนั้นจริง ๆ
150 วันโดยประมาณ... หรือกว่า 5เดือนเศษคือการรอคอย (แบบที่ไม่ค่อยได้รอเท่าไร) กว่าเส้นทางของผมกับ "ไข่นุ้ย" เสือดำหนุ่มโตเต็มวัยไฟแรงสูง ที่ผมไม่เคยแทบคิดจะตาม ถ้าโอกาสไม่เอื้ออำนวย เวียนมาบรรจบพบกันอีกครั้ง...
ชื่อนี้ผมตั้งเองแหละ ไม่ต้องสืบ ผมตั้งชื่อให้สัตว์ทุกตัวที่ผมจะมีเวลาวนเวียนอยู่ด้วย... กลับมาที่เรื่องของเสือตัวนี้... ไข่นุ้ยเป็นเสือตัวผู้ แต่เปรียวเหลือเกิน... มันไม่ค่อยเอาคนครับ ระแวงทั้งรถ ทั้งคนสูงมาก...
กับคนอื่นผมไม่รู้... แต่กับผมและหลาย ๆ คนที่ผมรู้จักมันเป็นเช่นนั้น...
เสือดำ - แก่งกระจาน... เป็นของคู่กันไปแล้วในหัวของผม...
อย่างที่บอกไว้ในเบื้องต้น... "เมื่อเข้าไปแล้ว ไม่เคยไม่คาดหวัง"
จะมากจะน้อย ไม่ว่าไปทำภารกิจอันใด มันต้องมีหวังไม่มากก็น้อยเสมอ...
ต่อให้เราถ่ายภาพเสือดำแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเฉาก๊วย (เสือดำเพศเมีย ดาวดังแห่งแก่งกระจาน) เสียมาก...
มันทำให้เราเห็นมุมมองและพฤติกรรมอันหลากหลาย...
แน่นอน เวลาเราทำงานหรือตั้งโจทย์การถ่ายภาพสัตว์ป่า... เราต้องมี "ฉากทัศน์" หรือ "ภาพที่เราวาดไว้ในหัวเสมอ" อยากให้มันเป็นอย่างนู้น อย่างนี้
ไอ้นี่อยู่ข้างหน้า ไอ้นั่นอยู่ข้างหลัง...
"จินตนาการ" คือสิ่งที่ชักนำไปสู่ "ความหวัง" เพื่อให้ "ความจริงมันบังเกิด"
และเราได้กดชัตเตอร์เป็นประจักษ์หลักฐานในสิ่งที่มันเกิดขึ้นต่อหน้า...
ภาพนี้... เป็นอีกภาพที่ครั้งหนึ่งผมเคย "วาดมันไว้ในหัว" และหวังเสมอว่าจะได้เห็นมัน... และสุดท้ายมันก็เกิดขึ้นจริง...
พฤติกรรมไม่ได้หวือหวา ไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้น แต่การที่ได้มีเวลาอยู่กับเจ้าตัวเป้งที่เรียกได้ว่า เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอดปีสองปีที่ผ่านมา...
และได้เห็นเค้านอนเล่นพักผ่อนอย่างสบายใจต่อหน้าเรา กับบรรยากาศแบบนี้มันถูกที่ถูกเวลาถูกบรรยากาศที่สุดแล้ว...
ว่าแล้วก็ต้องขอบคุณเฉาก๊วยอีกครั้ง (ฉันรักเธอมากกก)... ที่ลากไข่นุ้ยลงมาจากพะเนินทุ่งกว่าหลายกิโล เพื่อให้ช็อตนี้ได้เกิดขึ้นมา...
(ไว้จะเล่าว่าเกิดไรขึ้นนะครับ)
จากผิดหวังมาหลายต่อหลายครั้ง... ครั้งนี้สมหวังเสียที
รอภาพนี้มาหลายปีแล้วครับ...
เสือดำนอนเล่นกลางป่าแก่งกระจาน

#เสือดำ #แก่งกระจาน #อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน #สัตว์ป่า #ธรรมชาติ

การเดินทางของเสือ...แมวใหญ่ในธรรมชาติ จริง ๆ แล้วมีช่วงอายุขัยที่สั้นมาก 10-15 ปีหรืออาจจะน้อยกว่านั้น... แถมถ้าหากเป็นต...
13/05/2026

การเดินทางของเสือ...
แมวใหญ่ในธรรมชาติ จริง ๆ แล้วมีช่วงอายุขัยที่สั้นมาก 10-15 ปีหรืออาจจะน้อยกว่านั้น... แถมถ้าหากเป็นตัวผู้แล้ว แต่ละตัวมีพื้นที่อาณาเขตของตัวเองหลายสิบ ไปยังหลักร้อยตารางกิโลเมตร...
เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า... การมีเสือหนึ่งตัวในวัยเจริญพันธุ์ในยุคหนึ่งหรือช่วงเวลาของทศวรรษหนึ่งนั้น จะต้องใช้ป่าที่มีขนาดใหญ่มาก ถึงแม้ว่าตัวเมียจะอาศัยในเขตทับซ้อนก็ตาม...
บางที่ที่ผมได้มีโอกาสได้ไปทำงาน เวลาเราถามว่ามีประชากรเสือกี่ตัว... เขาจะนับเฉพาะตัวที่อยู่ในช่วง Prime หรือวัยเจริญพันธุ์เท่านั้น... คำว่าลูกเสือ เสือวัยรุ่น หรือ Cub จะใช้ตั้งแต่ลูกเสือตั้งแต่อายุแรกเกิดไปจนถึงปีกว่า ตราบใดที่มันยังอยู่กับแม่มัน หรือ "ยังไม่มีอาณาเขตเป็นของตัวเอง" หรืออย่างเช่นตัวในภาพ... "จักรดารา" เป็นเสือหนุ่มที่เราเรียกว่า Sub adult แต่ยังไม่ได้มีอาณาเขตเป็นของตัวเอง... มันยังคงอาศัยและป้วนเปี้ยนอยู่ในอาณาเขตพ่อและแม่ของมัน...
ไกด์ท้องถิ่นที่รู้จักเสือของเค้าดีบอกว่า... อีกไม่นาน... มันจะเข้าสู่ช่วง Prime หรือใกล้ถึงวัยที่โตเต็มวัยและเมื่อนั้นมันจะ "Challenge" หรือท้ารบพ่อของมันเองเพื่อขึ้นไปยืนหนึ่งในหุบเขาแห่งนี้...
แต่ถ้ามันแพ้... เพราะเมื่อเริ่มมีการท้าทายเกิดขึ้นแล้ว... จักรดาราจะอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกต่อไป... มันต้องไปหาอาณาเขตอื่นแทนและสร้างอาณาจักรของตัวเอง...
เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาผมได้เห็นเสือโคร่งเบงกอล ที่เป็นเสือหนุ่ม เสือสาว เสือเด็ก รวมถึงเสือที่โตเต็มวัยเจ้าของอาณาเขต รวมถึงเสือวัยชรามากมายร่วม ๆ เกือบ 30 ตัวครับ... กับการทำงานค่อนเดือนที่อินเดียกลาง...
อาจจะด้วยความโชคดีของเรา อยู่ถูกที่ ถูกเวลา ถูกจังหวะ ทำให้เรามีเวลากับเสือกับเสือค่อนข้างมาก และหลากหลายพฤติกรรม...
เสือโคร่งในช่วงวัยต่าง ๆ ก็มีพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป...
แต่สุดท้ายมานั่งคิดคำนวน อัตราการ Turn Over อาณาเขตของเสือโดยเฉพาะตัวผู้นั้นเปลี่ยนกันยิ่งกว่าเก้าอี้ดนตรี...
และทั้งนี้ยังมีปัจจัยอีกมากมายที่การเดินทางในช่วงชีวิตของเสือแต่ละตัวไม่เท่ากันอีก ไม่ว่าจะเป็นภัยคุกคาม อุบัติเหตุจากการต่อสู้ หรือแม้แต่โรคระบาด...
อย่างล่าสุดที่ผมตามเสือคุณแม่ ลูกอ่อน 4 ตัว แต่ไม่สำเร็จ... กลับมาไทยได้ไม่นานก็เป็นข่าวใหญ่ว่า มีเจ้าหน้าที่อุทยานพบว่า ตายยกครัวคือเสียชีวิตหมดทั้งแม่ และลูกอีก 4 ตัว ที่มีอายุเพียงไม่กี่เดือน โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชั้ด แต่คาดว่ากันว่าอาจมีโรคระบาดเกิดขึ้นในบริเวณนั้น...
อีกปัญหาเลยคือ Over populated หรือประชากรเสือล้นป่า... คือเมื่อการบริหารจัดการการอนุรักษ์ดีมาก ๆ มีอาหารมากมาย และเสือมีประชากรเพิ่มมากขึ้น... แต่พื้นที่ป่า กลับมีไม่มากพอให้เสือ... จนสุดท้ายเสือแก่ หรือเสือวัยรุ่นที่พ่ายแพ้ หรือโดนขับไล่ออกจากอาณาเขต ก็ต้องระเห็จระเหินออกเดินทางสู่ป่าแห่งใหม่ แต่ถ้าไม่มีพื้นที่ป่าแห่งนั้น ก็อาจจะออกไปกระทบกระทั่งกับพื้นที่ของมนุษย์ที่อยู่บริเวณชายป่าได้ อย่างที่เราได้เห็นกันมาทั้งในไทยและต่างประเทศ...
เพราะฉะนั้นแล้วการเดินทางของเสือแต่ละตัวในธรรมชาตินั้นไม่ง่ายเลยครับ ในตลอดช่วงชีวิตของมันอันสั้นมาก ๆ เมื่อเทียบกับมนุษย์อย่างเรา ๆ ในการที่เสือใหญ่สักตัวจะขึ้นมาสร้างอำนาจ บารมีและแผ่สร้างอาณาจักรของมันจนกว่าจะได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งป่าในเอเชีย
ส่วนจักรดารา เสือโคร่งเบงกอล หนุ่มสุดหล่อหุ่นกำยำในภาพนี้... ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าอนาคตของมันในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเป็นเช่นไร...

Every 3rd of May marked an    It is still my most favourite big cat of all ! สวัสดี 3 พฤษภาคมครับ อีกเดื่อนหนึ่งของความห...
03/05/2026

Every 3rd of May marked an
It is still my most favourite big cat of all !
สวัสดี 3 พฤษภาคมครับ อีกเดื่อนหนึ่งของความหนักหน่วงในเรื่องการงานของผมเลย ทำงาน 27 วัน พักแค่ 3 วันเท่านั้นไปจนถึงสิ้นเดือน...
ทุก ๆ 3 พฤษภาคมของทุกปีคือวัน "เสือดาวโลก" เสือดาวเป็นแมวใหญ่ "Big Cats" ที่น่าจะมีความหลากหลายทางชนิดพันธุ์ย่อยมากที่สุดแล้ว รวมถึงมีการกระจายพันธุ์ที่กว้างขวางมากที่สุดด้วย...
จุดเด่นของเสือดาวคือความเป็นเลิศในการปรับตัวเข้ากับภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมรอบตัวมัน รวมถึงความเป็นเลิศในการล่าเหยื่อที่สามารถล่าเหยื่อได้หลากหลายด้วย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่า สัตว์ปศุสัตว์ ไปยันสัตว์เลี้ยง...
และเสือชนิดนี้ก็ยังคงเป็นเสืออันดับหนึ่งที่ผมชอบที่สุดตลอดกาลอยู่เหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยน...
เที่ยวป่าหน้าร้อนกันให้สนุกนะครับทุกคน...

Light & Shade"เมื่อแสงสาดสอง"Royal Bengal Tiger / Bandhavgahr Tiger Reserve India
21/04/2026

Light & Shade
"เมื่อแสงสาดสอง"
Royal Bengal Tiger / Bandhavgahr Tiger Reserve India

เวลาเท่านั้น...ช่วงนี้เสือไทยกลับมาพีคอีกครั้ง... ไม่ว่าจะเป็นเสือโคร่งที่ห้วยขาแข้ง...และเสือดาว / เสือดำที่แก่งกระจานเ...
08/04/2026

เวลาเท่านั้น...
ช่วงนี้เสือไทยกลับมาพีคอีกครั้ง... ไม่ว่าจะเป็นเสือโคร่งที่ห้วยขาแข้ง...
และเสือดาว / เสือดำที่แก่งกระจานเจอกันแทบจะเรียกได้ว่าทุกวันก็ว่าได้
"แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ได้เจอ" นั่นคือเรื่องจริง "และไม่ใช่ทุกคนที่จะถ่ายได้" นั่นก็เป็นอีกเรื่อง...
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการอยู่ถูกที่ถูกเวลา... เพียงไม่กี่นาที หรือหลักวินาที ก็มีโอกาสคลาดกันได้แล้ว
สุดสัปดาห์หยุดยาวจักรีผมก็มีโอกาสไม่ต่างจากหลายท่าน... พวกผมมีกันสองทีม... เราเจอเสือดาวแบบต่อเนื่องกันถึง 2 วันติด ทั้งเช้าและเย็น
แต่ทีมหนึ่งถ่ายได้ทั้งเช้าและเย็น อีกทีมหนึ่งถ่ายไม่ได้เลยเนื่องจากเป็นคนละมุม คนละจังหวะ คนละเวลา คนละสถานที่กัน และเสืออาจจะเป็นคนละตัวกัน...
ธรรมชาติมีโอกาสให้เสมอ ถ้าเราเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้น...
แต่มันจะถูกที่ ถูกเวลาไหม แค่ถนนที่ห่างกันไม่ถึง 10-20 เมตร คำว่า "เจอ - ไม่เจอ" หรือ "ถ่ายได้ - ไม่ได้" ก็ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันแล้ว...
มันคือการเล่นเกมแมวจับหนู แต่เราแค่สลับเป็นนุดจับแมวเท่านั้นเอง...
และสุดท้าย... จังหวะเวลาคือคำตอบของการถ่ายภาพ...
ไม่ได้ก็แค่เอาใหม่... หรือแม้แต่ได้แล้ว ก็ยังต้องตามอีก เพื่อให้ภาพนั้นมีความแตกต่างออกไป...
มันคือสเน่ห์และความท้าทายในการถ่ายภาพแมวใหญ่ในประเทศไทย
และอีกหลาย ๆ ที่ทั่วโลก...
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการถ่ายภาพในวันหยุดยาวที่จะมาถึงครับ และเดินทางปลอดภัย รวมถึงสวัสดีปีใหม่ไทยล่วงหน้าทุกท่านครับ

ที่อยู่

835/24
Bang Na
10260

เบอร์โทรศัพท์

+66833759696

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Jirayu Ekkul Wildlife Photographyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Jirayu Ekkul Wildlife Photography:

แชร์

ประเภท