05/10/2025
🐠 ตลาดปลาสวยงามโลก : อุตสาหกรรมเล็กที่เติบโตต่อเนื่อง
ตลาดปลาสวยงามทั่วโลกมีมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท และยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
ประเทศไทยมีส่วนแบ่งการส่งออกประมาณ 11% หรือราว 1,000 ล้านบาทต่อปี
โดยเฉพาะ “ปลากัดไทย (Betta splendens)” ซึ่งเพียงชนิดเดียวก็คิดเป็น 40% ของมูลค่าการส่งออกปลาสวยงามทั้งหมด
→ สะท้อนถึงจุดแข็งของไทยทั้งในด้านสายพันธุ์ เทคนิคการเพาะเลี้ยง และภาพลักษณ์ในตลาดโลก
ล่าสุด ไปรษณีย์ไทยร่วมกับกรมประมง ลงนามข้อตกลงส่งเสริมการส่งออกสัตว์น้ำสวยงาม ผ่านบริการ “ส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงาม” ไปยังต่างประเทศ
ถือเป็นครั้งแรกที่เครือข่ายไปรษณีย์ถูกนำมาใช้ขยายตลาดสัตว์น้ำของไทยอย่างเป็นระบบ
📚 ที่มา: MarketeerOnline, 2024 – “ไปรษณีย์ไทยจับมือกรมประมง เปิดส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปอเมริกา–เอเชีย”
⸻
🌏 ประเทศนำเข้า–ส่งออกปลาสวยงาม (ข้อมูลปี 2023)
🌍 ผู้นำเข้าปลาสวยงาม (Live Ornamental Fish)
1. สหรัฐอเมริกา
2. สหภาพยุโรป
3. จีน
4. สหราชอาณาจักร
5. มาเลเซีย
📊 ที่มา: World Integrated Trade Solution (WITS), 2023
🌎 ผู้ส่งออกปลาสวยงาม (ตามน้ำหนักกิโลกรัม)
1. เมียนมา – 20,691,000 กก. (+2.48%)
2. สเปน – 5,680,500 กก. (-0.33%)
3. ฟิลิปปินส์ – 5,329,600 กก. (-0.81%)
4. อินโดนีเซีย – 1,246,500 กก. (-4.84%)
5. โคลอมเบีย – 954,540 กก. (+2.87%)
6. ไทย – 537,690 กก. (-12.85%)
📊 ที่มา: ReportLinker, 2024
→ ไทยยังอยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก แม้ปริมาณส่งออกลดลงจากปีก่อน
⸻
🇹🇭 ทำไมไทยแยก “ปลากัด” ออกจากหมวดปลาสวยงามทั่วไป
1. อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม
• ปลากัดมีรากเหง้าทางวัฒนธรรมไทยมายาวนาน ทั้งในฐานะ “กีฬากัดปลา” และสัตว์เลี้ยงแฟนซี
• ได้รับการประกาศเป็น “สัตว์น้ำประจำชาติ” และเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของกรมประมง
📘 ที่มา: กรมประมง, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
2. มูลค่าทางเศรษฐกิจสูง
• ปลากัดเพียงชนิดเดียวสร้างรายได้กว่า 40% ของมูลค่าการส่งออกปลาสวยงามทั้งหมดของไทย
3. มาตรฐานการส่งออกเฉพาะ
• ต้องผ่านการรับรองสุขภาพปลา การคัดเลือกสายพันธุ์ และใบรับรองแหล่งกำเนิด (Certificate of Origin)
4. การสร้าง Soft Power แห่งชาติ
• ไทยใช้ “ปลากัดไทย” เป็นสัญลักษณ์ส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศในเวทีโลก
• มีการจัดประกวดปลากัดและนำเสนอในแคมเปญท่องเที่ยวต่างประเทศ
ต่างชาติจัดปลากัดอยู่ในกลุ่ม “Ornamental Fish”
แต่ไทยให้สถานะพิเศษ เพราะปลากัดเป็น “สินค้าส่งออกเชิงวัฒนธรรม” ที่มีคุณค่ามากกว่าปลาสวยงามทั่วไป
⸻
🐟 ตลาด “ปลากัด” (Betta Fish) โลก
🌏 ประเทศผู้ส่งออกปลากัดรายใหญ่ (มิ.ย. 2024 – พ.ค. 2025)
1. อินโดนีเซีย – ครองตลาด 76%
2. เวียดนาม – 15%
3. ไทย – 7%
📈 ที่มา: Volza Export Data, 2025
🌍 ประเทศผู้นำเข้าปลากัดหลัก
• สหรัฐอเมริกา
• อินเดีย
• สหราชอาณาจักร
📈 ที่มา: Volza Import Data, 2025
→ ไทยยังมีชื่อเสียงด้านสายพันธุ์ แต่ปริมาณส่งออกเป็นรองอินโดนีเซียและเวียดนาม ที่มีระบบเพาะเลี้ยงขนาดใหญ่และต้นทุนต่ำกว่า
⸻
🌈 พฤติกรรมผู้เลี้ยงในต่างประเทศ
• ยุโรป–อเมริกา: นิยมเลี้ยงปลากัดเพื่อความสวยงาม ไม่ใช่การแข่งขัน เพราะเข้าข่าย “ทารุณสัตว์” ตามกฎหมายบางรัฐ
• เอเชียตะวันออก (ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้): นิยมเลี้ยงปลากัดแฟนซี มีการจัดประกวดความงาม (Betta Show)
• ไทย: เดิมมีวัฒนธรรม “กัดปลา” แต่ปัจจุบันตลาดหลักเปลี่ยนเป็น “ปลากัดแฟนซี–ปลากัดสวยงาม” เพื่อการส่งออก
📚 ที่มา: MarketeerOnline, Volza, และ Agriculture Ministry USA (2025)
⸻
🏭 ผู้ส่งออกปลากัดรายใหญ่ของไทย
(ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดนครปฐม)
• Kanasanan Farm – 800,000 ตัว/ปี
• Champ Farm – 720,000 ตัว/ปี
• JJ Betta Farm – 700,000 ตัว/ปี
• Paitune Betta Thailand – 570,000 ตัว/ปี
• Sirinut Betta Farm / Yaovalug Farm – 200,000–180,000 ตัว/ปี
📘 ที่มา: Agriculture Ministry USA, 2025
⸻
⚙️ ความท้าทายของไทย
• แข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่ต้นทุนต่ำกว่า (อินโดนีเซีย–เวียดนาม)
• ต้นทุนโลจิสติกส์สูง และต้องรักษาสภาพน้ำระหว่างขนส่ง
• ขั้นตอนกักกันสัตว์น้ำและภาษีส่งออกซับซ้อน
• ต้องเร่งพัฒนานวัตกรรมการขนส่งและระบบมาตรฐานฟาร์ม
⸻
✅ สรุปภาพรวม
ไทยมี “ปลากัด” เป็นจุดแข็งระดับโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และ Soft Power
แต่ในด้านการแข่งขันเชิงปริมาณ ไทยยังเป็นรองอินโดนีเซียและเวียดนาม
การร่วมมือของ “ไปรษณีย์ไทย–กรมประมง” จึงเป็นก้าวสำคัญ ที่จะช่วยผลักดันปลาสวยงามไทยให้ขยายสู่ตลาดโลกอย่างมีระบบมากขึ้น
⸻
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
• Marketeer Online (2024–2025): https://marketeeronline.co/archives/436610, https://marketeeronline.co/archives/437202
• World Integrated Trade Solution (WITS), 2023
• ReportLinker, 2024
• Volza Export & Import Data, 2025
• กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 2024
• Agriculture Ministry USA, 2025