25/01/2026
[ Sony α7 V + Sony FE 50-150mm f/2.0 GM ]
ตอนที่เห็น Sony เปิดตัว Sony α7 V....ไอ้เราดูสเปคแล้วก็คิดว่า เฮ้ย นี่มันก็ mini Sony α1 เลยนี่หว่า....ความคันอยากรู้อยากลองมันก็มาทันที เพราะช่วงนี้ได้หยิบกล้องไปถ่ายลูกเล่นบาสเกตบอลอยู่บ้าง ก็ใช้กล้องที่เรามีอยู่ตอนนี้ ซึ่งก็คือ Sony α7CR นั่นแหละ มันก็ใช้ได้อยู่นะ แต่เราก็อยากรู้ว่า ถ้าเอา Sony α7 V ที่อัพเกรดในหลาย ๆ ด้าน (เช่น autofocus, electronic shutter burst, readout speed, precapture) ไปถ่าย มันจะประมาณไหน ยิ่งถ้าประกบกับสุดยอดเลนส์อย่าง Sony FE 50-150mm f/2.0 GM มันจะเป็นยังไง
ก่อนจะไปอ่านความเห็นของผม ขอออกตัวไว้ก่อนว่า
❎ โพสนี้ไม่ได้รับการว่าจ้างแต่อย่างใด เป็นการหยิบยืมอุปกรณ์มาเพื่อป้ายยาตัวเองล้วน ๆ 😂 (ซึ่งต้องขอขอบคุณ Sony Thai มา ณ ที่นี้ด้วยครับ)
❎ โพสนี้ไม่ใช่การรีวิวจริงจัง แค่เป็นการบอกเล่าความรู้สึกของการใช้งานในด้านที่ผมสนใจ 😁
❎ ผมไม่ใช่ช่างภาพกีฬา คิดซะว่านี่เป็นโพสของพ่อคนนึงที่แบกอุปกรณ์ไปเก็บภาพลูกเล่นกีฬาก็แล้วกันครับ อย่าคาดหวังในความสวยงามของภาพเหมือนช่างภาพกีฬาเลย 😅
❎ นอกจากนี้ด้วยความที่ไม่ใช่ช่างภาพกีฬา ผมจึงไม่อาจเปรียบเทียบความรู้สึกให้ได้ว่า ใช้กล้องตัวนี้แล้วถ่ายง่ายหรือยากต่างจากกล้องเรือธงอื่นอย่างไร และผมเองก็ไม่ได้มีกล้องอื่นมาทำการเปรียบเทียบแบบ side-by-side จึงไม่สามารถให้ความเห็นในเชิงเปรียบเทียบได้ครับ
อะ เกริ่นมาพอละ มาลองอ่านความคิดเห็นผมละกันครับ
📷 เอามาจับคู่กับ 50-150mm ถ่ายสนุกเลย แต่ก็ผิดจากที่คาดคิด เนื่องจากผมเองไม่ได้ถ่ายกีฬาบ่อย ๆ ก็กะไม่ถูกเหมือนกันว่า 150mm จะได้ประมาณไหน ทีแรกคิดว่า 150mm จะถ่ายเจาะได้สวย ๆ (เพราะคิดว่าสนามบาสเกตบอลไม่ค่อยใหญ่ และเราเองก็อยู่ข้างสนามเลย)...เอาเข้าจริงก็เลยเริ่มเข้าใจ ทำไมช่างภาพกีฬาถึงต้องแบก supertele กัน 😂
📷 Sony FE 50-150mm f/2.0 GM ใหญ่และค่อนข้างหนัก แต่ก็ใช้ถ่ายสนุกดี คมกริบ รูรับแสงกว้าง ยืดหยุ่นสูง ไม่ได้เปลี่ยนเลนส์เลย (แหงล่ะ เอาไปตัวเดียวนี่หว่า 😂) ถึงมันจะไม่มี OSS แต่เอามาถ่ายจริงก็ไม่ได้มีปัญหานะ ถือถ่ายตลอดไม่ได้ใช้ monopod เลย ก็ยังโอเค
📷 AF ไวเลย กดแป๊บ ๆ เข้า เกาะหนึบ แต่พอถ่ายกีฬาที่มีคนวิ่งตัดไปตัดมา มันก็ยากอยู่ดี ขนาดลอง register face priority ไว้แล้วนะ (อันนี้อาจจะเป็น user error ที่ปรับ setting สำหรับการใช้งานแนวนี้ไม่เก่งเองก็ได้ 😂)
📷 30 fps กดรัวกันได้ยับ ๆ เปลือง mem สุด ๆ แล้วเวลาเลือกรูปก็เหนื่อยไปอีก 😅
📷 Blackout-free เหมือนลูกพี่แล้ว เวลารัวไม่มีจอดำมากวนใจอีกต่อไป
📷 ตั้งปุ่ม nitrous boost ได้ 🤩...กดปุ๊บจะเข้า drive mode แบบ continous shooting speed ได้เลยทันที (แล้วแต่เราจะตั้งว่าจะถ่ายกี่ fps) ➡️ แต่จากที่ลองถ่ายดูพบว่า ถ้าเรากด half shutter อยู่ แล้วค่อยกดปุ่มนี้ มันจะไม่เข้า continuous shooting speed นะ
📷 ตั้ง precapture ได้ ว่าจะให้กล้องบันทึกภาพระหว่างที่เรากด half shutter เอาไว้ล่วงหน้านานเท่าไหร่ (สูงสุด 1 วินาที) แต่เวลาเปิดดูภาพเนี่ย เราก็ไม่รู้หรอกว่าอันไหนคือรูปจาก precapture 😅
📷 ถ่ายสนามในร่ม มีแสงไฟส่องสว่างดี ใช้ ISO auto กับ f/2.0 ตลอด ภาพที่ออกมาก็โอเคเลย เอาไปใช้งานได้สบาย (เท่าที่ลองเปิดดู สูงสุดน่าจะถูกดันไปที่ ISO 8000)
📷 ตั้ง JPEG color profile เป็น vivid แต่สีไม่แสบเท่าที่คิด
📷 หยิบมาถ่ายตั้งแต่เช้า ถ่าย ๆ หยุด ๆ ใช้ electronic shutter ตลอด จนถึงช่วงบ่าย ถ่ายไปราว ๆ 1,000 รูป 70 gb (Lossless compressed RAW + extra fine JPEG) แบตยังเหลือราว ๆ 50%
📷 จอ flip 4 แกน...มีให้ในรุ่นน้อง (เกือบ) เล็กแล้ว อย่างแจ่ม
📷 มี power save ด้วยแฮะ คือจอ LCD มันจะลดความสว่างและ frame rate ลงหลังจากไม่ได้ใช้งานแป๊บนึง (ไม่รู้ว่าเริ่มมีตั้งแต่กล้องรุ่นไหนนะ)
ชักยาว พอแค่นี้ก็แล้วกันครับ
✅ Final thoughts : เป็นคู่ที่น่าใช้มากกกกกก...พ่อบ้าน แม่บ้านท่านใด ถ้าไม่มีปัญหาด้านทุนทรัพย์ และปัญหาด้านคอบ่าไหล่ จัดหามาไว้ใช้ถ่ายบุตรหลานเล่นกีฬา ก็น่าจะฟินดีนักแล 😁