03/01/2024
ตำนานดินแดนช้างเผือก อำเภอพนมไพร
เคยเป็นดินแดนที่ได้ชื่อว่ามีช้างเผือกมาก จากคำบอกเล่านั้นกล่าวกันว่าอาชีพดั้งเดิมของบรรพบุรุษคือการทำนาและเลี้ยงช้าง โดยเสร็จจากฤดูการทำนา ชาวเมืองแสนจะข้ามโขงไปคล้องช้าง เพื่อนำมาใช้งานซึ่งใช้ทั้งไถ่นาและเป็นพาหนะ ในการคล้องช้างนั้นเคยคล้องได้ช้างเผือกหลายเชือก จนกล่าวกันว่าเมืองแสนคือดินแดนช้างเผือก หรือเมืองแสนล้านช้างเพราะมีช้างมาก คำบอดเล่าแห่งความเป็นดินแดนช้างเผือกนับเป็นความภาคภูมิใจของชาวอำเภอพนมไพรในปัจจุบันเป็นอย่างยิ่ง หลักฐานที่กล่าวถึงช้างเผือกของเมืองแสนล้านช้างนั้นมีดังนี้ พ.ศ. 2405 ในเดือน 4 พระรัตนวงศาอุปฮาดราชวงศ์เมืองสุวรรณภูมิ คล้องได้ช้างพังสีประหลาดช้าง 1 ที่กระแจป่าฉมาตฉะบา แขวงข่าลัดแด สูง 3 ศอก 1 คืบ 9 นิ้ว ฝึกหัดเชื่องราบแล้วเดินช้างมาถึงจันทรเกษมวันเสาร์เดือน 4 ขึ้น 11 ค่ำ พักช้างอยู่ที่วังจันทรเกษมแล้วเสด็จขึ้นไปสมโภช 3 วัน 3 คืนแล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับลงมารับคำสั่งว่า ช้างนี้จะจัดเอาเป็นช้างโทก็ได้ โปรดให้ปลูกโรงสมโภชหน้าพระที่นั่งสุทไธศวรรค์เหมือนอย่างพระศรีเศวตวิมลวรรณ และให้ปลูกโรงอยู่ต่อยืนโรงพระเศวตวิมลวรรณอีกหลังหนึ่ง เจ้าพนักงานได้เร่งรัดกันทำโรงสมโภชและโรงอยู่ ลุศักราช 1225 ปีกุน เบญจศก ปีที่ 13 โรงช้างทำแล้วช้างได้ลงแพล่องลงมาถึงวัดเขียน ณ วันพฤหัสบดีเดือน 5 ขึ้น 15 ค่ำ ได้เสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปรับมาถึงท่าพระ ครั้น ณ วันศุกร์ เดือน 5 ขึ้น 15 ค่ำ ได้แต่งช้างสีประหลาดลงไปรับทุกๆช้าง แล้วเสด็จไปรับที่ท่าพระด้วย ตามถนนที่แห่ช้างมานั้นมีราชวัติฉัตรเบญจรงค์ปักรายขึ้นมาถึงโรงสมโภช ครั้นเวลาบ่ายพระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ มีการมหรสพทำขวัญ 3 วัน 3 คืน ช้างนั้นถ้าจะประสมสี ๆ เหลืองเป็นพื้น เจือแดงเจือฝุ่นน้อย จารึกนามในท่อนอ้อยว่า “ พระเศวตสุวรรณภาพรรณ สรรพางคพิบูลยลักษณ บรมราชรัตนราชกริณี ยิ่งอย่างดีศรีพระนคร สุนทรสุรโสภณมิ่งมงคลคชคุณ อดุลบกิริยามารยาท ช้าช้างชาติอุโบสถ ลักษณะปรากฏพร้อมมูล บริบูรณบัณฑรนับเนตร โลมเกศกายฉวีวรรณศรีทองผ่องแผ้ว เป็นกุชรีแก้วกำเนิดพรหมพงศ์ราชบารมี สมเด็จพระสยามาธิบดีปรเมนทรมหาราชวรวิลาสเลิศฟ้า” พระราชทานให้ช้างรับต่อพระหัตถ์ เสด็จการสมโภชตั้งชื่อแล้วก็แห่เข้ามาผูกยืนโรงไว้ที่ท่าใหม่ สวดมนต์ทำขวัญ 3 วัน แล้วพระราชทานเสื้อผ้าเครื่องอุปโภคบริโภคให้พระรัตนวงศาและหมอควานกับเงิน 10 ชั่ง (ส.พลายน้อย . 2515: 423-424) พ.ศ. 2414 ชาวเมืองแสนได้ไปต่อช้างที่ชะมาดชะบาบ้านพอกข่าระแด แขวงจำปาศักดิ์คล้องได้ช้างพลายสีประหลาด สูง 3 ศอกเศษ เพีนยมหาเสเนาและเพียขุนอาจหัวหน้ากองจึงมีใบไปบออกพระรัตนวงศา (คำผาย) เจ้าเมืองสุวรรณภูมิ พระรัตนวงศา (คำผาย) จึงมีใบไปบอกกรุงเทพฯต่อ จึงโปรดเกล้าฯ ให้รพยาเหมสมหารเจ้าเมืองราชสีมา มาตรวจดูเห็นถูกต้องตาราคชศาสตร์จึงโปรดเกล้าฯ ให้รับช้างไว้ มีมหากรรมสมโภชขึ้นระวางขนานนามว่าพระเศวตสุวรรณาภาพรรณ (ปรากฏนามช้างเผือก และแสดงหลักฐานการถวาย โดย พระรัตนวงษาเจ้าเมืองสุวรรณภูมิ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง) ตั้งให้หมอช้างเป็นขุนเศวตสารศรี (ต้นตระกูลจันทร์พิทักษ์) บริเวณที่นำช้างมาเลี้ยงไว้รอคำสั่งจากเมืองสุวรรณภูมินั้น คือบริเวณวัดป่าอัมพวัน หรือวัดประชาธรรมรักษ์ บริเวณโนนที่เลี้ยงช้างเผือกมีชื่อเรยกว่า โนนช้างเผือก หรือคุ้มโนนศิลาเลข หมู่ที่ 3 ตำบลพนมไพร ในปัจจุบัน (แก้ว ทิพย์อาสน์2523: 26-27 พิสมัย เติม วิภาคพจนกิจ. 2530: 196-197)
ภาพ📸 @สน สนธยา ลาพานิช
ข้อมูล 📍
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3