CHiC In เที่ยวต่อไม่รอแล้วน้าาาา

CHiC In เที่ยวต่อไม่รอแล้วน้าาาา Chic in เที่ยวต่อไม่รอแล้วน้าาา น้าๆสาย? There is no where to go but EVERYWHERE, fill your life with EXPERIENCES.

26/08/2019

น้าพาเที่ยวแบบวิถีเกษตรก็น่าสนุกนะคะ มีทั้งสาธิตทำนา มีบ้านจำลองจากทั้ง4ภาค มีคาเฟ่วิวทุ่งนา ไม่ไกลจากกรุงเทพค่ะ
แอดมิน น้าฝนเองงงค่า

วันนี้น้าอุ่นจะมาแชร์ประสบการณ์ แบกเป้พาแม่เที่ยวเดินทางข้าม 2 ทวีป 7 ประเทศ และ30 เมือง ด้วยการนั่งรถไฟสายทรานไซบีเรีย ...
03/02/2019

วันนี้น้าอุ่นจะมาแชร์ประสบการณ์ แบกเป้พาแม่เที่ยวเดินทางข้าม 2 ทวีป 7 ประเทศ และ30 เมือง ด้วยการนั่งรถไฟสายทรานไซบีเรีย และสายทรานมองโกเลียข้ามจากทวีปยุโรป มาทวีปเอเชีย กับสาววัย 70 ปี การเดินทางของพวกเราจะสนุกสนานแค่ไหนต้องลองอ่านกันดูนะ😉

การเดินทางครั้งนี้น้าอุ่นได้ใช้ยานพาหนะในการเดินทางครบมาก ทั้งเครื่องบิน เรือ รถไฟ หมาลากเลื่อน กวางเรนเดียลากเลื่อน ขี่อูฐ ขี่ม้า รถตู้ออฟโรด hovercraft และรถยนต์ เป็นการเดินทางที่ครบรสมากๆๆ เป็นหนึ่งในทริปที่น้าอุ่นประทับใจที่สุด

เมื่อปีที่แล้วน้าอุ่นได้มีโอกาสพาแม่เดินทางแบกเป้ไปเที่ยว 2 ทวีป (ยุโรป&เอเชีย) 7 ประเทศ (สวีเดน เดนมาร์ก ฟินแลนด์ เอสโตเนีย รัสเซีย มองโกเลีย และจีน) โดยการนั่งรถไฟสายทรานไซบีเรีย และทรานมองโกเลีย น้าอุ่นจะเล่าคร่าวๆแค่พอให้เห็นภาพ เพราะทริปนี้ดีเทลเยอะมาก น้าอุ่นกับแม่สิ้นสุดการเดินทางที่ประเทศจีน ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 28 วัน เป็นทริปที่ยาวนานที่สุดสำหรับแม่ของน้าอุ่น แต่ว่าแม่น้าอุ่นประทับใจมาก ต้องบอกก่อนว่าแม่ของน้าอุ่นอายุ 70 ปี แล้ว ตอนแรกน้าอุ่นก็กังวลว่าจะพาแม่ไปลำบากรึป่าว เพราะอากาศแต่ล่ะประเทศที่จะไปนี่อากาศติดลบทั้งนั้น ที่ที่หนาวที่สุดคือ -29 องศา (ในตอนกลางวัน) และ -34 องศา (ในตอนกลางคืน) อากาศอุ่นที่สุดคือ -1 องศา 😂😂 แต่แม่แม่ก็ยังอยากไปด้วย น้าอุ่นจึงช่วยแม่เตรียมอุปกรณ์กันหนาวไปเต็มที่

ปรกติน้าอุ่นเดินทางอยู่บ่อยครั้งแต่แม่ของน้าอุ่นไม่เคยสนใจว่าอยากจะไปด้วยเลย แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่แม่ของน้าอุ่นอยากร่วมเดินทางไปด้วยหลังจากที่พ่อน้าอุ่นเสียไปเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ตอนแรกน้าอุ่นก็กลัวว่าแม่จะลำบากก็พยายามทำแพลนให้ไม่โหดมาก แต่แม่น้าอุ่นกลับอยากทำกิจกรรมทุกอย่างที่น้าอุ่นแพลนไว้แล้ว น้าอุ่นก็เลยทำตามแพลนเดิมที่แพลนไว้ แค่ปรับเปลี่ยนการเดินทางให้เดินทางสะดวกขึ้นและพักโรงแรมที่สบายหน่อย ปรกติถ้าน้าอุ่นไปเอง น้าอุ่นจะพักแต่โฮสเทลห้องรวมเพราะกลัวผีไม่อยากนอนคนเดียว😂😂 นอกจากจะมีเพื่อนๆเดินทางไปด้วยกันก็พักห้องรวมเล็กสำหรับ 4 คน

แต่การเดินทางครั้งนี้น้าอุ่นพักโรงแรม และAirbnb ซ่ะส่วนใหญ่ เพราะน้าอุ่นเดินทางไปกับแม่ และเราเช่ารถขับกันบางช่วง ซึ่งส่วนใหญ่โฮสเทลจะไม่มีที่จอดรถให้ แล้วสิ่งเดียวที่แม่ของน้าอุ่นขอในการเดินทางครั้งนี้คือที่พักที่มีห้องน้ำส่วนตัว พวกเราพักโรงแรมทั้งหมด 16 คืน นอนที่พักในเกอของชาวบ้านที่ประเทศมองโกเลีย 3 คืน และที่เหลือคือนอนบนรถไฟสายทรานไซบีเรีย และทรานมองโกเลีย ระหว่างการเดินทางจากเมืองเซ็นปีเตอร์เบริค ประเทศรัสเซีย ไปถึงเมืองปักกิ่ง ประเทศจีน เป็นเวลาทั้งหมดประมาณ 6 คืน

ความประทับใจของทริปนี้คือ ความสุขของแม่ที่ได้ทำอะไรใหม่ๆ และได้เดินทางไกลกับลูกสาว 2 คน เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน จึงทำให้น้าอุ่นรู้ว่าแม่คือเพื่อนร่วมทางที่ดีสุด ตอนนี้เลยเลิกเดินทางคนเดียวล่ะ แต่ไปเที่ยวกับแม่แทน😂😂

น้าอุ่นกับแม่เริ่มต้นการเดินทางของพวกเราโดยการนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพไปลงที่เมืองสต็อกโฮม ประเทศสวีเดน การเดินทางในครั้งนี้พวกเราเดินทางด้วยรถไฟเป็นส่วนใหญ่ เป็นการเดินทางที่ชิวที่สุดตั้งแต่น้าอุ่นเดินทางมา หลังจากที่พวกเราเดินทางถึงเมืองสต๊อกโฮม พวกเราเลือพักที่พักใจกลางGamla Stan Old townเพราะว่าสะดวกต่อการเดินทาง และอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยว พวกเราได้เดินทางไปที่เมืองSigtuna ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาปที่กลายเป็นน้ำแข็งในช่วงหน้าหนาวมียาวมากกว่า 60กม. ถ้าใครมีรองเท้าเล่นไอซ์สเก็ตสามารถเล่นไปได้ไกลถึงเมืองสต๊อกโฮม และเมืองUppsala ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองสต๊อกโฮม เมืองนี้เป็นเมืองมหาวิทยาลัย ซึ่งดูแล้วเหมือนเมืองเล็กๆในประเทศเนเธอร์แลนด์ คนเมืองนี้ชอบเดินทางด้วยจักรยาน หลังจากนั้นน้าอุ่นกับแม่ได้เดินทางไปเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์กด้วยรถไฟหัวกระสุน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

เมื่อเดินทางถึงเมืองโคเปนเฮเกน น้าอุ่นกับแม่เลือกที่พักที่อยู่ใกล้กับNyhavn waterfront และStroget เมืองสวยอย่างที่คิดไว้แต่น้าอุ่นไม่คิดเลยว่าจะมาโดนโจรขโมยของที่นี่ น้าอุ่นประมาทเกินไปที่ให้แม่เดินข้างหลัง ระหว่างที่น้าอุ่นเดินเข้าไปดูของในร้านTopShopกลางใจเมืองโคเปนเฮเกน จังหวะนั้นเป็นจังหวะเดียวในการเดินทางที่แม่น้าอุ่นเดินอยู่ข้างหลังน้าอุ่น ปรกติน้าอุ่นจะเดินจูงมือแม่แล้วเดินไปพร้อมกันตลอด แล้วแม่ก็โดนขโมยกระเป๋าที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ทั้งใบโดยที่แม่ไม่รู้ตัวเลย แม่รู้แต่ว่ามีคนมาเดินชนในร้าน 2 ครั้ง พอรู้ตัวอีกทีของได้หายไปแล้ว ในกระเป๋าใบนั้นมีเงินสดของแม่ทั้งหมดและของมีค่าอีกหลายอย่างซึ่งมีมูลค่ามาก แต่ในความโชคร้ายเราก็ยังมีความโชคดีเพราะน้าอุ่นเก็บพาสปอร์ตของแม่ไว้กับของน้าอุ่นก่อนที่กระเป๋าแม่จะโดนขโมยได้ไม่นาน น้าอุ่นแจ้งพนักงานที่ร้านที่เราโดนขโมยของ ขอดูกล้องวงจรปิดย้อนหลังแต่พนักงานในร้านบอกว่ากล้องเสีย แล้วก็มีนักท่องเที่ยวโดนแบบนี้บ่อยครั้ง แต่ว่าตำรวจทำอะไรไม่ได้เพราะว่าไม่มีหลักฐาน น้าอุ่นกับแม่ก็เลยช่างมัน เพราะถึงจะแจ้งความหรือทำเรื่องเคลมกับบริษัทประกันก็เป็นเรื่องยากถ้าเราไม่มีหลักฐานอะไร เราจึงเลือกที่จะเดินหน้าต่อไป แล้วถือว่าเป็นการฟาดเคราะห์ไปจะได้ไม่ต้องคิดมาก เราจะไม่เอาปัญหาใดๆที่เกิดขึ้นมาทำให้เราหมดสนุกระหว่างการเดินทาง เราไม่ควรยึดติดกับปัญหานั้นๆที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ควรหาทางออกมากกว่า

หลังจากนั้นน้าอุ่นกับแม่นั่งเครื่องบินจากเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ไปเมืองRovaniemi ประเทศฟินแลนด์ จริงๆทริปนี้น้าอุ่นตั้งใจจะไปพักที่พักที่เป็นโดมกระจกและสามารถมองเห็นแสงเหนือได้ในตอนกลางคืนโดยที่ไม่ต้องออกไปรอดูข้างนอก แต่น้าอุ่นกับแม่โชคร้ายเพราะว่าที่พักนั้นเต็ม น้าอุ่นเลยเลือกพักที่บ้านพักริมทะสาปของAirbnbแทนเพราะว่าน้าอุ่นไม่อยากอยู่ในเมืองเพราะมีแสงไฟเยอะจะทำให้เห็นแสงเหนือได้ไม่ชัด อีกอย่างน้าอุ่นเช่ารถขับจึงไม่มีปัญหาเรื่องการเดินทาง ถึงหิมะจะเยอะมาก มองแทบไม่เห็นถนนแต่ถนนไม่ลื่นเลย วิวสวยและบรรยากาศดีมาก แต่พวกเราก็โชคร้ายไม่ได้เห็นแสงเหนือเพราะว่าหิมะตกทุกวัน แต่ข้อดีคือหิมะทำให้อากาศอุ่นขึ้น จาก -22 องศา เหลือ -10 องศา น้าอุ่นกับแม่จึงสามารถทำกิจกรรมในช่วงกลางวันได้เยอะขึ้น น้าอุ่นพาแม่นั่งสโนว์โมบิว นั่งรถลากสุนัขพันธุ์ไซบีเรีย และนั่งรถลากกวางเรนเดียร์ ในArctic Circle ได้ไปเยี่ยมชมหมู่บ้านซานต้าและเล่นสโนว์บอร์ด แค่นี้ก็ฟินมากกกกก สมชื่อฟินแลนด์จริงๆๆ🥰🥰

จากนั้นน้าอุ่นกับแม่นั่งเครื่องบินจากเมืองRovaniemi ไปเมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ และเลือกที่พักใกล้กับท่าเรือ เพราะเช้าวันรุ่งขึ้นพวกเราจะนั่งเรือเฟอรี่ข้ามไปเมืองTallinn ประเทศเอสโตเนีย ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึงแม้ว่าประเทศเอสโตเนียจะมีพรมแดนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศรัสเซีย แต่น้าอุ่นกับแม่เลือกที่จะเดินทางกลับไปเมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เพื่อเดินทางเข้าเมืองเซ็นปีเตอร์เบริค ประเทศรัสเซีย เพราะว่าใช้ระยะเวลาในการเดินทางน้อยกว่า และสะดวกกว่า ซึ่งใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง

น้าอุ่นกับแม่เริ่มเดินทางด้วยรถไฟสายทรานไซบีเรียจากเมืองเซ็นปีเตอร์เบริค ประเทศรัสเซียไปถึงเมืองIrkutsk ประเทศรัสเซีย ระหว่างทางเราได้พักเที่ยวที่เมืองต่างๆ เช่น เมืองเซ็นปีเตอร์เบริค มอสโคว์ Irkutsk และเมืองListvyankaซึ่งเป็นที่จุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ทะเลสาปไบคาล

น้าอุ่นกับแม่ไม่ประทับใจเมืองเซ็นปีเตอร์เบริคมากนัก เพราะเจอแท็กซี่โกงค่ามิเตอร์ และใช้แบงค์ปลอม ทำให้อรรถรสในการเดินทางลดน้อยลง แต่ก็สะใจที่ได้สอนแท็กซี่คันนั้นโดยการได้รับบทเรียนที่นักท่องเที่ยวคนอื่นอาจจะไม่ทำ เพราะไม่ว่ามันจะใช้วิธีโกงอะไรแต่น้าอุ่นจับมันได้หมดจนมันยอมแพ้😂😂 เมืองเซ็นปีเตอร์เบริคเป็นเมืองที่สวย แต่ถ้าใครที่ไม่มีประสบการณ์ในการเดินทางมากนัก ไม่ควรเดินทางไปคนเดียว ควรเดินทางไปกับเพื่อนๆ หรือว่าควรเดินทางด้วยUberแทนแท็กซี่ หรือนั่งรถไฟ (น้าอุ่นจำเป็นต้องนั่งแท็กซี่เพราะว่าเดินทางไปกับแม่ ซึ่งมันสะดวกกว่า)

จากนั้นน้าอุ่นกับแม่ได้นั่งรถไฟจากเมืองเซ็นปีเตอร์เบริคไปที่เมืองมอสโคว์ ซึ่งใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟประมาณ 4 ชั่วโมง มอสโคว์เป็นเมืองหลวงของประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่สวยมากที่สุดในประเทศรัสเซีย เป็นเมืองที่สมควรไปสักครั้งถ้ามีโอกาสได้เดินทางไปประเทศรัสเซีย ผู้คนเป็นมิตรและดูปลอดภัยกว่าเมืองเซ็นปีเตอร์เบริค ซึ่งในตอนแรกน้าอุ่นคิดว่าเมืองมอสโคว์น่าจะวุ่นวายมากกว่า แต่กลับดูปลอดภัยมากกว่าทั้งๆที่เมืองเซ็นปีเตอร์เบริคอยู่ใกล้ฟินแลนด์มากกว่า น้าอุ่นกับแม่โชคดีที่ไปช่วงที่เค้ามีWinter festival ที่ Red Square พอดี บรรยากาศเลยสวยกว่าปรกติ และมีกิจกรรมต่างๆให้ทำ ถึงแม้ว่าอากาศจะหนาวประมาณ -8 องศา แต่ก็ยังมีแรงเดินชมสถานที่ต่างๆได้อย่างเพลิดเพลิน

จากนั้นน้าอุ่นกับแม่ได้เดินทางขึ้นรถไฟสายทรานไซบีเรีย เพื่อเดินทางต่อไปที่เมืองIrkutsk ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 วัน 3 คืน น้าอุ่นเลือกที่นั่งรถไฟชั้น 1 เพราะว่าเราได้ห้องส่วนตัว และมีเตียงนอน 2 เตียง ถ้าเป็นชั้น 2 จะเป็นที่นอน 4 เตียง ซึ่งจะเหมาะสำหรับเดินทางไปกับเพื่อน 4 คน หรือว่าถ้าอยากประหยัดก็สามารถเลือกนั่งชั้น 3 ได้ แต่จะเป็นเตียงรวมทั้งโบกี้ ระหว่างทางรถไฟจะแวะตามเมืองต่างๆเพื่อพักรถไฟ เราสามารถออกไปเที่ยวเล่นได้ แต่ต้องเช็คตารางเวลาให้ดีเพื่อที่จะกลับมาขึ้นรถให้ได้ทันเวลา บนรถไฟไม่มีห้องอาบน้ำแต่ว่ามีห้องน้ำ มีห้องอาหาร และมีน้ำร้อนบริการตลอด 24 ชั่วโมง

น้าอุ่นอยากให้ทุกคนได้ลองนั่งรถไฟสายนี้ดูสักครั้งในชีวิต เพื่อได้ลองและได้เห็นสิ่งใหม่ๆ ได้อยู่ในที่ช้าๆสักพักเพื่อชาร์จพลัง และได้ชมความสวยงามของธรรมชาติตลอดเส้นทาง ถ้าน้าอุ่นมีเวลามากกว่านี้จะแวะเมืองระหว่างทางมากกว่านี้ แต่เมืองที่น้าอุ่นแวะก็คือเมืองที่ควรไปในการเดินทางด้วยรถไฟสายนี้ เมืองที่พลาดไม่ได้ที่สุดคือ Irkutsk เพื่อเดินทางไปทะเลสาปไบคาล ซึ่งเป็นหนึ่งในทะเลสาปน้ำจืดที่ใหญ่และลึกที่สุดในโลก ช่วงเวลาเดินทางที่ดีที่สุดถ้าอยากไปชมความสวยงามของทะเลสาปน้ำแข็งคือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพราะทะเลสาปจะมีความหนามาก จนสามารถขับรถบนทะเลสาปได้ น้าอุ่นกับแม่เลือกที่จะนั่งhovercraftเพราะช่วงที่น้าอุ่นกับแม่ไปคือช่วงปลายเดือนกุมภา น้ำแข็งบางช่วงเริ่มละลายแล้ว เพื่อความปลอดภัยน้าอุ่นจึงเลือกเดินทางด้วยhovercraft แทน เพราะสามารถเดินทางได้เร็วและระยะทางไกลกว่า น้าอุ่นไม่เคยเห็นทะเลสาปน้ำแข็งที่ไหนสวยเท่าทะเลสาปไบคาลมาก่อน น้าอุ่นอยากมีเวลาเดินถ่ายรูปมากกว่านี้ แต่แม่น้าอุ่นเดินบนพื้นน้ำแข็งไม่ได้เพราะว่าลื่นมาก น้าอุ่นเลยเลือกที่จะอยู่กับแม่ เพราะตราบใดที่เรายังมีแรงเราจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เรามีแม่คนเดียว มันไม่คุ้มถ้าแม่ต้องมาบาดเจ็บเพราะความอยากของเรา

หลังจากนั้นพวกเราเดินทางกลับมาที่เมืองIrkutskเพื่อขึ้นรถไฟสายทรานมองโกเลีย เพื่อเดินทางต่อไปที่เมืองUlannbator ประเทศมองโกเลีย น้าอุ่นกับแม่ชอบประเทศมองโกเลียมาก น้าอุ่นซื้อทัวร์ท้องถิ่นเป็นเวลา 4 วัน 3 คืน ทัวร์ท้องถิ่นนี้ชื่อว่า Gobi Attraction เป็นบริษัทที่ทำตั้งขึ้นมาจากสามีและภรรยาคู่หนึ่งที่รักการเดินทาง และอยากจะพานักท่องเที่ยวไปสัมผัสประเทศที่เค้าหลงใหลด้วยตัวเอง จึงเกิดเป็นบริษัทนี้ขึ้นมา สามีเป็นคนขับรถ ภรรยาเป็นไกด์นำทางที่พูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก พวกเราเดินทางด้วยรถตู้ออฟโรดยกสูงตลอดการเดินทาง เพราะถนนที่ประเทศมองโกเลียบางช่วงยังเป็นถนนลูกรัง หรือสถานที่ที่พวกเราจะเดินทางไปไม่มีถนนไปถึง ดังนั้นรถตู้โฟรวิวและออฟโรดจึงเหมาะกับการเดินทางของเราที่สุด พวกเราได้ขี่อูฐของชาวบ้านท่องเที่ยวในทะเลทรายโกบี (mini gobi) และขี่ม้าชมธรรมชาติในอากาศ -20 องศา มองโกเลียคือประเทศที่หนาวที่สุดเท่าที่น้าอุ่นเคยเดินทางมา อากาศเย็นสุดในทริปนี้ที่เจอคือ -29 องศา ในประเทศมองโกเลีย แต่น้าอุ่นกับแม่ก็ไม่ทรมานกลับรู้สึกว่ามันสนุกมากๆๆ ห้องน้ำในมองโกเลียส่วนมากเป็นส้วมหลุม แต่กลิ่นกลับไม่แรงเท่าห้องน้ำในประเทศจีน😂😂

มองโกเลียเป็นประเทศเดียวที่น้าอุ่นถือผ้าเปียกเพื่อไปเข้าห้องน้ำ แต่พอไปถึงผ้าเปียกแห้งและแข็งจนใช้ไม่ได้ จึงเข้าใจแล้วว่าทำไมชาวบ้านถึงใช้ส้วมหลุมเพราะอากาศมันเย็นเกินไปจึงทำให้ระบบน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ถ้าอยากมีห้องน้ำปรกติก็ต้องจ่ายค่าระบบซึ่งราคาแพงมาก อีกอย่างชาวมองโกเลียยังย้ายถิ่นฐานอยู่บ่อยๆ ไปตามแหล่งที่มีอาหารที่สมบูรณ์สำหรับสัตว์ที่พวกเค้าเลี้ยง คนมองโกเลียยังใช้ชีวิตแบบ nomads และเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับสู่ธรรมชาติ ดังนั้นเค้าจึงไม่มีการเผาศพ แต่จะเอาไปให้อีแล้งกิน เพราะถือว่าเป็นการทำประโยชน์ เพราะอีแล้งจะได้มีอาหารกิน และจะได้ไม่เป็นการทำลายธรรมชาติด้วย

น้าอุ่นกับแม่ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างในประเทศมองโกเลีย น้าอุ่นกับแม่มีโอกาสได้คลุกคลีอยู่กับคนท้องถิ่น กินอาหารที่ชาวบ้านทำให้เกือบทุกมื้อ และได้พักในเกอของชาวบ้านจริงๆซึ่งไม่มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำ ไม่ได้อาบน้ำกัน4-5วัน แต่ประสบการณ์ที่ได้มามันคุ้มค่ามาก คนที่นี่มีแนวความคิดหลายๆอย่างที่แตกต่าง และเป็นหนึ่งในประเทศที่น้าอุ่นตั้งใจว่าจะกลับไปอีกครั้งอย่างแน่นอน น้าอุ่นกับแม่เลือกพักที่โรงแรมในคืนวันสุดท้ายก่อนที่พวกเราจะเดินทางขึ้นรถไฟสายทรานมองโกเลียเดินทางต่อไปเมืองปักกิ่ง ประเทศจีน เพราะว่าจะได้อาบน้ำก่อนที่จะเดินทางต่อ

เช้าวันรุ่งขึ้นพวกเราเดินทางขึ้นรถไฟต่อเพื่อไปเมืองปักกิ่ง ประเทศจีน โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 วัน 1 คืน รางรถไฟที่วิ่งในประเทศรัสเซียกับประเทศมองโกเลียเป็นรางรถไฟแบบเดียวกัน แต่รางรถไฟที่ใช้ในประเทศจีนเป็นรางคนล่ะแบบ จึงทำให้พวกเราต้องเสียเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อเปลี่ยนล้อรถไฟที่โรงเปลี่ยนล้อรถไฟระหว่างทางก่อนที่เราจะเดินทางเข้าประเทศจีน

น้าอุ่นกับแม่เดินทางถึงปักกิ่งในตอนเช้า น้าอุ่นจึงจ้าง ไกด์ท้องถิ่นพร้อมคนขับพาเที่ยวที่ต่างๆในเมืองปักกิ่งก่อนที่จะไปส่งที่โรงแรม น้าอุ่นพาแม่ไปเดินเล่นที่ตลาดกลางคืนใกล้ๆกับ Wangfujing แล้วน้าอุ่นก็พาแม่ไปเดินที่กำแพงเมืองจีนในตอนเช้าก่อนที่พวกเราจะเดินทางกลับเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ

รอติดตามกันต่อไปนะว่าทริปต่อไปน้าอุ่นจะพาแม่ไปเที่ยวที่ไหน😁😁

ี่ยวต่อไม่รอแล้วน้าาาา #แอดมินน้าอุ่น

ออกเดินทางไปชาร์จจิตวิญญาณกันเถอะ!
03/02/2019

ออกเดินทางไปชาร์จจิตวิญญาณกันเถอะ!

“คนเราให้ความสำคัญในชีวิตกันคนล่ะแบบเพราะว่าเราเป็นคนล่ะคน..” น้าอุ่นชอบเดินทางดังนั้นน้าอุ่นก็จะเดินทางต่อไป ถึงแม้ว่าใ...
31/01/2019

“คนเราให้ความสำคัญในชีวิตกันคนล่ะแบบเพราะว่าเราเป็นคนล่ะคน..”

น้าอุ่นชอบเดินทางดังนั้นน้าอุ่นก็จะเดินทางต่อไป ถึงแม้ว่าใครจะมองว่าเป็นการสิ้นเปลือง เอาแต่เที่ยว (เราใช้เงินของตัวเองไม่เดือดร้อนใคร) น้าอุ่นมองว่าการเดินทางมันเป็นการเสียเงินที่คุ้มค่าที่สุด เพราะประสบการณ์เป็นสิ่งเดียวที่เราต้องทำมันด้วยตัวเอง ไม่มีใครสามารถมาทำให้เราได้ การเดินทางสอนให้เราไม่ยึดติดกับสิ่งใดๆ ไม่ตื่นตระหนกเวลาที่เกิดปัญหาและสามารถแก้ปัญหานั้นๆได้ด้วยความเข้าใจ การได้เห็นอะไรเยอะๆมันจะทำให้เรารู้ว่า เราไม่สามารถรู้อะไรได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ ยังมีคนอีกมากมายที่เค้ารู้เยอะกว่าเรา ดังนั้นเราจึงควรเอาความรู้ที่เรามีมาแชร์กันเราถึงจะได้รับความรู้ที่มากขึ้น ไม่ใช่มานั่งแข่งกันว่าใครรู้มากกว่ากัน ทำอย่างนั้นยิ่งทำให้ตัวเองไม่ได้พัฒนา ยิ่งเห็นอะไรมากขึ้นจะยิ่งทำให้อัตตาทิฏฐิลดน้อยลง แล้วจะทำให้เราเรียนรู้อะไรได้มากขึ้น

การเดินทางรอบโลกเป็นความฝันของน้าอุ่นตั้งแต่เด็กๆ น้าอุ่นก็จะเดินทางตามความฝันของตัวเองต่อไปตามอัตภาพที่มี เราไม่จำเป็นต้องไปทำตามใคร ทุกคนสามารถเลือกทางเดินของตัวเองได้ถ้ามันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร

การผจญภัยครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นค่ะ อาจเป็นการเดินทางแบบที่คนอาจคิดว่า

'มีเงินอย่างเดียวไม่ได้ ต้องโง่ด้วย!'
'ไม่เก็บเงินไปทำอย่างอื่นวะ!' 5555

คำพวกนี้เป็นคำที่คนชอบพูดกัน มิ้นท์ก็เคยพูด เวลารู้สึกว่าสิ่งที่อีกฝ่ายทำมันไม่มีเหตุผล(ตามแบบของเรา) และเป็นความสิ้นเปลืองเอามากๆ(ในความคิดของเรา) เช่น การซื้อของใน Ragnarok ราคาหลายล้านบาท และอาจจะรวมถึงการเดินทางในทริปนี้ของมิ้นท์ด้วย 555

เพราะมิ้นท์กำลังจะนั่งเครื่อง 25 ชั่วโมง! ข้ามน้ำข้ามทะเลไปอีกฝั่งโลกเพื่อว่ายน้ำกับวัวทะเลหรือพะยูน (manatee) ในแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นเวลา 3 ชั่วโมงค่ะ แอร๊ยยยยยยส

จริงๆเราทุกคนต้องเคยทำอะไรแบบนี้นะ สิ่งที่คนมองว่า 'โง่ป่ะเนี่ย! เปลือง' เช่น สะสมตุ๊กตาบลาย กินอาหารมิชชิลินแพงๆ ซื้อรถหรูๆ ไปทริปดำน้ำแพงๆ ซื้อกล้อง ซื้อกระเป๋าแบรนเนม เอาตังค์ไปซื้อของในเกมส์ ซื้อทริปไปว่ายน้ำกับวาฬสีน้ำเงินหรือไป Antarctica ด้วยจำนวนเงินที่ซื้อรถได้สบายๆ(เก๊าเอง) และอื่นๆอีกเยอะเลย

มานั่งคิดดูสุดท้ายมันไม่มีใคร 'โง่' ในเรื่องเหล่านี้เลย มันก็แค่เราให้ความสำคัญในชีวิตกันคนละอย่าง ชอบคนละแบบ บ้ากันคนละเรื่อง เพราะเราเป็นคนละคนเท่านั้นเอง

โลกนี้มันสนุกเพราะมันมีความบ้าหลากหลายนี่ล่ะ

ไม่อยากให้คนอื่นเอาตรรกะมาให้เราแบก เราก็ต้องไม่เอาตรรกะของเราไปให้เขาแบกเหมือนกัน

นอกจากพะยูน 3 ชั่วโมง(บินไปกลับรวมๆ 50 ชั่วโมง!) ก็จะแวะไปดิสนีย์นิดนึง และแวะดูไบไปเที่ยวพักก้นด้วย

เอาเป็นว่ารอติดตามนะคะ จุ๊บๆ

 #ซากุระเมืองไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก 🌸ใครเบื่อ PM 2.5 แอดแนะนำหนีไปสูดอากาศบนภูลมโลช่วงนี้ได้นะคะ กางเต๊นท์นอนดูดาวกินหมูกะ...
30/01/2019

#ซากุระเมืองไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก 🌸

ใครเบื่อ PM 2.5 แอดแนะนำหนีไปสูดอากาศบนภูลมโลช่วงนี้ได้นะคะ กางเต๊นท์นอนดูดาวกินหมูกะทะท่ามกลางอากาศเย็นๆ ตื่นเช้ามาชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่กำลังบานสวยงาม แอดเพิ่งไปมาเมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ดอกยังบานไม่เต็มที่เท่าไหร่แต่ก็สวยและสดชื่นมาก

ซึ่งจากที่เช็คกับคนพื้นที่คาดว่าน่าจะบานเต็มที่ช่วงเข้าสู่อาทิตย์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์

การเดินทางก็ไม่ยาก จากกรุงเทพไปที่ภูหินร่องกล้า สามารถจอดรถไว้ที่อุทยานและเหมารถกระบะขึ้นไปบนภูได้เลย ค่าใช้จ่าย 1000 บาทต่อคัน สามารถเหมาหรือหาคนแชร์ค่าใช้จ่ายที่ตรงจุดขึ้นรถได้ค่ะ

สำหรับรถส่วนตัวทางอุทยานได้ยกเลิกให้นำขึ้นไปเพราะทางค่อนข้างอันตรายและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และอยากให้ชาวบ้านได้มีรายได้จากการนำเที่ยวด้วยค่ะ

# แอดมินน้านุ่น

เห็นค่าAQIที่กรุงเทพแล้วแสบจมูกขึ้นมาทันที เลยทำให้นึกถึงBordeaux เมืองทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ที่นี่ธรรมชาติกับความศ...
17/01/2019

เห็นค่าAQIที่กรุงเทพแล้วแสบจมูกขึ้นมาทันที เลยทำให้นึกถึงBordeaux เมืองทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส ที่นี่ธรรมชาติกับความศิวิไลซ์ไปด้วยกันได้ น้าเลยลองเช็คค่าAQIที่Bordeaux ดูสิ ผลออกมาคือ41สีเขียวสบายปอดมาก

ที่นี่เป็นเมืองที่น้าชอบมาก เมื่อฤดูร้อนที่แล้วน้ามีโอกาสได้มาเที่ยวแบบทัศนศึกษาเป็นเวลา1เดือน ได้มาอยู่กับครอบครัวชาวฝรั่งเศสลูกครึ่งสเปน(พื้นเพครอบครัวนี้คืออยู่สเปนค่ะ) ก็จะไม่ฝรั่งเศสจ๋าาาซักทีเดียว ซึ่งทำให้เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมได้หลากหลายโดยเฉพาะวัฒนธรรมการกิน บางวันกินแบบฝรั่งเศส บางวันกินแบบสเปน บางวันกินแบบอินเดียก็มี คือคุ้มค่าที่จะเรียนรู้มากค่ะ

ภาพที่น้าจะเล่าในวันนี้คือวันที่ครอบครัวพามาเที่ยวงานเทศกาลดนตรี ส่วนใหญ่ในฤดูร้อนจะมีงานแบบนี้จัดขึ้นบ่อยๆที่สำคัญคือฟรีค่ะ

ช่วงนี้พวกเราชาวกรุงเทพคงต้องงดกิจกรรมกลางแจ้งไปก่อน ก็มาดูกิจกรรมกลางแจ้งที่แสนจะสดใสที่Bordeaux ไปก่อนนะคะ ที่สำคัญในงานแทบจะไม่มีขยะทิ้งตามพื้นเลยค่ะ ในชุมชนมีต้นไม้ใหญ่ มีอากาศที่บริสุทธิ์ พอฟ้ามืดก็ฟังดนตรีจังหวะเร้าใจจากวงดนตรีจากแถบแอฟริกาใต้ ลองดูภาพบรรยากาศกันค่ะ
Bon Voyage!!
แอดมิน น้านันกา

ก่อนจะพิมพ์ข้อความท่องเที่ยวนี้ น้าได้ฟังThe Standard Podcast ที่คุณ เคนได้สรุป10สิ่งที่Warren Buffett แนะนำให้ลงทุน ที่...
08/01/2019

ก่อนจะพิมพ์ข้อความท่องเที่ยวนี้ น้าได้ฟังThe Standard Podcast ที่คุณ เคนได้สรุป10สิ่งที่Warren Buffett แนะนำให้ลงทุน ที่ไม่ใช่เรื่องเงินหรือหุ้นใดใด ข้อแรกเลย คือการลงทุนในชีวิตของคุณเอง เพราะชีวิตคือสิ่งที่มีค่าที่สุด โดยเราควรหาสิ่งที่เรารักให้เจอ เพราะสิ่งนั้นจะทำให้คุณพร้อมตื่นจากเตียงนอนด้วยความตื่นเต้น เพื่อทำสิ่งที่คุณรัก แหมๆๆๆ แค่ข้อแรกก็กระแทกใจแล้วค่ะ😄
น้าว่า...น้าหาเจอนะ ว่าอะไรคือสิ่งที่น้ารัก และมีความสุขไปกับมัน.....การท่องเที่ยวและการเล่าสู่กันฟังไง

วันนี้น้าตั้งใจตั้งแต่เช้าละ ว่าจะเลือกที่ไหนพาเที่ยวดี น้าขอเลือกที่นี่ เป็นย่านนึงในปารีสที่น้ารักมาก และรู้สึกหัวใจพองโตทุกครั้งที่นึกถึงย่านนี้
ย่านMontmartre ค่ะ 💖
Bon Voyage!!
แอดมิน น้านันกา

เรามาสะสางความทรงจำกันต่อค่ะเมื่อวานนี้เราเริ่มจาก Point zéro des routes de France หรือกิโลเมตรที่0กันไปแล้ว คราวนี้เราข...
07/01/2019

เรามาสะสางความทรงจำกันต่อค่ะ

เมื่อวานนี้เราเริ่มจาก Point zéro des routes de France หรือกิโลเมตรที่0กันไปแล้ว คราวนี้เราขยับไปรอบๆแค่ไม่กี่ก้าว เรียกว่าแค่มองไปข้างหน้าก็เจอแล้วค่ะ Notre-Dame de Paris นั่นเอง
ที่นี่นอกจากเป็นเป้าหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวที่จะมาชมความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบ French Gothic แล้ว การประดับประดาด้วยกระจกสีก็งดงามยิ่งนัก
ที่สำคัญวิหารแห่งนี้ยังเป็นฉากหลังของนวนิยายชื่อก้องโลก ของ คุณ Victor Hugo เรื่องคนค่อมแห่งNotre-Dame อีกด้วยค่ะ

Bon Voyage!!
แอดมิน น้านันกา

ปีใหม่แล้ว เรามาเริ่มต้นตั้งเป้าหมายหรือทำอะไรใหม่ๆ สนุกๆกันเถอะค่ะ เพื่อชีวิตจะได้มีชีวามากขึ้น เช่น...ใครชอบเที่ยวก็เร...
06/01/2019

ปีใหม่แล้ว เรามาเริ่มต้นตั้งเป้าหมายหรือทำอะไรใหม่ๆ สนุกๆกันเถอะค่ะ เพื่อชีวิตจะได้มีชีวามากขึ้น

เช่น...ใครชอบเที่ยวก็เริ่มแพลนทริปใหม่ๆสำหรับปีนี้จะได้มีแรงใจในการทำงานเพื่อหาทุนทรัพย์มาหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของพวกเรากันเถอะ

สำหรับน้า ทริปในฝันของปีนี้ก็คงไม่พ้นสถานที่เดิมๆแต่ก่อนจะเริ่มใหม่ น้าขอสะสางความทรงจำเก่าๆจากปีที่แล้วก่อนนะคะ มีอีกหลายที่ ที่ยังไม่ได้เล่าให้ฟังเลยค่ะ

เอาเป็นว่า...น้าขอเริ่มต้นจาก 0 ก่อนนะคะ เหมือนกับภาพนี้ ถ้าจะเล่าถึงปารีส น้าขอเริ่มจาก กิโลเมตรที่0 หรือ Point Zéro Des Routes De France หรือบางคนจะเรียกว่าสะดือเมืองก็ได้นะคะ
ฝรั่งเค้ามีความเชื่อค่ะ ถ้าได้มาเหยียบตรงนี้แล้วอธิษฐาน จะได้กลับมาเยือนปารีสอีกค่ะ เอ้าาา!! มาสิคะรออะไร Point Zéro จะอยู่หน้าโบสถ์Notre-Dame de Paris เลยค่ะ ก่อนจะเข้าไปชมด้านในโบสถ์ แวะมาถ่ายรูปกับจุดนี้ก่อนก็ได้นะคะ เพราะคิวเข้าโบสถ์ยาวมากจริงๆ วันที่น้าไปตรงนี้ไม่มีคนเข้าคิวเลยค่ะ

Bon Voyage!!
แอทมิน น้านันกา ⭐️

สวัสดีปีใหม่ชาวเที่ยว วันนี้แอดพามาเดินตลาดลาวริมโขงอ.ธาตุพนม ตลาดมีความน่ารัก มีความสดทั้งของและบรรยากาศ ของที่มาวางขาย...
01/01/2019

สวัสดีปีใหม่ชาวเที่ยว

วันนี้แอดพามาเดินตลาดลาวริมโขงอ.ธาตุพนม ตลาดมีความน่ารัก มีความสดทั้งของและบรรยากาศ ของที่มาวางขายและแม่ค้าส่วนใหญ่ข้ามมาจากฝั่งลาว ส่วนคนที่มาเดินเลือกซื้อก็มีทั้งคนลาวที่ข้ามมาและคนในเมืองนครพนมและจังหวัดใกล้เคียง

หากใครมีโอกาสผ่านมาจ.นครพนม แนะนำลองแวะมาเดิน มาเสพความสดของบรรยากาศ ซื้อของสดติดไม้ติดมือ ผักเอย หอมกระเทียมเอย เนื้อสัตว์เอย สดและถูกมาก

ตลาดอยู่ใกล้กับวัดพระธาตุพนม เปิดทุกวันจันทร์และพฤหัสช่วงเช้ามืด-สิบโมงเช้าโดยประมาณ

ขอให้ปี 2019 ทุกคนได้เที่ยวตามใจฝัน ได้ทำสิ่งที่รัก สุขภาพแข็งแรง สุขขีสโมสรนะฮะ

ี่ยวต่อไม่รอแล้วน้าาาา

คาเฟ่เปิดใหม่ที่เขาใหญ่ บรรยากาศริมน้ำ เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม ใครผ่านไปเขาใหญ่แวะไปเสพความชิวกันได้ ทางเข้าอาจไม่ราบเ...
12/12/2018

คาเฟ่เปิดใหม่ที่เขาใหญ่ บรรยากาศริมน้ำ เสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม ใครผ่านไปเขาใหญ่แวะไปเสพความชิวกันได้

ทางเข้าอาจไม่ราบเรียบเท่าไหร่แต่ความเย็นสบายของสายน้ำและต้นไม้ทำให้สดชื่นได้ไม่น้อย

#หลังพายุผ่านไปฟ้าย่อมสดใสเสมอ
/// น้านุ่น

วันนี้น้าพาไปเที่ยวChâteau wine ที่บอร์โดซ์กันค่ะ นี่คืออ Château Montlau ตั้งอยู่ใกล้ๆกับSaint-Emilion (เดี๋ยววันหลังจะ...
21/11/2018

วันนี้น้าพาไปเที่ยวChâteau wine ที่บอร์โดซ์กันค่ะ
นี่คืออ Château Montlau ตั้งอยู่ใกล้ๆกับSaint-Emilion (เดี๋ยววันหลังจะพาไปนะที่Saint-Emilion ติดไว้ก่อน)
อย่างที่เราๆได้รู้กันว่าที่เมืองBordeaux เค้ามีชื่อเสียงเรื่องไวน์ ถ้าพูดถึงเมืองนี้ก็จะนึกถึงไวน์มาก่อนอันดับแรก Château ที่นี่จึงเยอะมาก และไวน์รสชาติดีก็ราคาน่ารักมากกกก ทุกคนดื่มไวน์กันเป็นเรื่องปกติค่ะ
การผลิตไวน์มีประวัติความเป็นมายาวนานเรียกว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องศึกษากันเลยสำหรับผู้ที่สนใจด้านนี้ ไวน์คือศิลปะทั้งผู้ผลิตและผู้ดื่ม แต่สำหรับเราก็รู้แค่ว่า แก้วไหนอร่อยพอ
พื้นที่ที่ฝรั่งเศสมีหลายที่ที่ผลิตไวน์ แต่ละที่มีรสชาติและจุดเด่นแตกต่างกันออกไปเพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยของพันธุ์องุ่น ดิน น้ำ อากาศ เรื่องไวน์เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก เค้าใส่ใจทุกรายละเอียด การมาเยี่ยมชมChâteau wine ก็เหมือนเป็นการศึกษาประวัติศาสตร์ไปในตัวค่ะ และเมื่อเริ่มดื่มแล้วก็จะกลายเป็นห้องเรียนที่มีอรรถรสมากๆค่ะ 🙂

//แอดมินน้านันกา

ที่อยู่

ธาราคาเฟ่ เขาใหญ่ 1 ต.ขนงพระ อ.
Amphoe Pak Chong
30130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CHiC In เที่ยวต่อไม่รอแล้วน้าาาาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์