Diary to My Family

Diary to My Family my life in vancouver kinda diary. from Thailand to Canada

05/02/2025

02.05.25 | updates?

ไม่ได้อัพเดทนานมากก เกือบ 3 ปีเห็นจะได้
วันนี้กลับมาย้อนอ่านโพสเก่าๆตัวเอง แล้วสนุกอะ
ตอนแรกตั้งใจทำเพจนี้เพื่อเป็นไดอารี่ให้ที่บ้านอ่าน
แต่เอาจริงนี่ก้เหมือนเป็นไดอารี่ให้ตัวเองอ่านด้วยเหมือนกัน
เลยคิดว่า จะกลับมาโพสละ!
มีหลายเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย เหมือนโรลเลอโคสเตอร์ตลอดสามปีที่ผ่านมา
ไว้เดี๋ยวมาเล่าโพสหน้านะ!

26.06.22 | wreck beachวันนี้เพื่อนชวนไปหาดแถว UBCด้วยความที่ไม่เคยไปแถวนั้นมาก่อน และก้อยากไปมานานแล้วด้วย เลยตกลงไปแต่ง...
06/27/2022

26.06.22 | wreck beach

วันนี้เพื่อนชวนไปหาดแถว UBC
ด้วยความที่ไม่เคยไปแถวนั้นมาก่อน และก้อยากไปมานานแล้วด้วย เลยตกลงไป
แต่งตัวด้วยเสื้อยืด เกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ใส่ถุงเท้าจัดเต็ม
เพราะหาดก่อนๆที่เคยไป ยังเคยใส่บู้ทไปมาแล้ว รองเท้าผ้าใบน่าจะไม่เปนไรมาก เพราะต้องเตรียมตัวไปทำงานต่อตอนเย็นด้วย

พอไปถึง เริ่มจากงงๆก่อนว่า ทำไมหาดนี้คนเค้าดูแต่งตัวมาเล่นทะเลกันจังวะ (คือหาดอื่นๆ แต่งตัวธรรมดากัน) พกร่ม (อันใหญ่ๆ) พกน้ำ อารมณ์จะมาปิคนิคกันด้วย เลยเอ้อ ดีๆ เป็นอีก vibe นึงสินะ

แต่เรื่องราวสุดช็อกมันเริ่มจากตรงนี้

ช็อกแรก คือทางเดินลงไปหาดก่อนเลย
เป็นบันไดไม้ยาวๆๆๆๆ อารมณ์เหมือนไปภูเก็ต ที่ต้องเดินลงไกลๆ ฝ่าป่าฝ่าอะไรไปกว่าจะถึงหาด
เดินลงมันก้ไม่เท่าไหร่หรอก ปุ้บปั้บถึง
แต่ตอนขึ้นคือเหนื่อยเอาการ เหงื่อแตกซก!

ช็อกสองคือ พอเดินลงไปถึงแล้ว กลายเป็นว่าคนเยอะมากกกกกกกกกกๆๆๆ เพราะวันนี้แดดดีจัดๆมั้ง คนเลยออกมากันเต็ม กางร่ม นอนอาบแดดกันตรึม

แต่ช็อกสามนี่ช็อกสุด กำลังเดินชมบรรยากาศอยู่ สายตาก้ไปสะดุดกับอะไรบางอย่างเข้า
เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี (ที่หุ่นดีอีก) กำลังเดินชิวไปลงหาด แต่มันสะดุดตรงที่ "เค้าไม่ได้ใส่อะไรเลย!" แบบ completely naked อ่ะ!
ตอนเห็นคือช็อก! ช็อกแบบช็อก! หันไปถามเพื่อน นี่มันคือหาดอะไรวะเนี่ยยย
ไม่ทันไร สายตาก้ไปสะดุดกับอีกคนที่กำลังเดินเตงไปเตงมาอยู่อีก
คือทั้งชาย หญิง เด็ก ผู้ใหญ่ เปลือยกันหมด!
คือเป็นครั้งแรกที่มาหาดแล้วรู้สึกตัวเองแต่งตัวไม่ถูกกาละเทศะที่สุด แบบสุดๆ
เลยโอเค ถอดรองเท้า ถุงเท้า พับขาเกงหน่อยก้ได้วะ
พยายามตั้งจุดโฟกัสสายตาเป็นภูเขาลูกใหญ่ข้างหลังเอา คือคนที่นี่เค้าไม่เขินหรอก มีแต่กุเนี่ยที่เขิน เขินจนเกร็งว่ากุจะเขินอะไร เค้ายังไม่เขินกันเลยโว้ย

เลยไปหามุมสงบๆ นั่งปล่อยใจ ไม่วาย มีฝรั่งแก่ๆหน่อย เดินถือน้ำมา ขยิบตาให้หนึ่งที กุงอง สักพัก พี่แกก้จัดแจงถอดเสื้อผ้าออก แต่มันงงตรงที่พอถอดแล้ว พยายามเดินไปเดินมาข้างหน้าเราอยู่ได้ สุดท้ายเลยอพยพ ย้ายที่หนีดีกว่า

สุดท้ายคือกำลังจะกลับ เลยนั่งแวะใส่ถุงเท้า รองเท้าให้เรียบร้อยก่อน แต่มันกลายเปนว่าจุดนี้คือเขินนนนนไม่ไหววว คือเงยหน้ามาก้จะเห็นคนกำลังถอดเสื้อ ถอดเกง แต่กุคือกำลังใส่ ละใส่ไร ถุงเท้า รองเท้าผ้าใบ (แบบเต็มยศด้วย) คือใส่ไปเขินไปเลย เหมือนมันผิดที่ผิดทางไปหมด

แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือ เปิดประสบการณ์ชีวิตมากกกก (แบบไม่ทันตั้งตัวด้วย)
ทำให้มานั่งคิดว่า จริงๆแล้ว คนเรามันก้ไม่ได้มีใครมาแคร์ชีวิตใครกันมากนักหรอก
อยากทำไรก้ทำ ทำแล้วมีความสุขก้พอ เนอะ..

ปล. ถ่ายรูปมาแค่นี้ เป็นภาพบรรยากาศตอนที่ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่

15.06.22 l cinema first timeวันนี้ได้ไปดูหนังโรงครั้งแรก (ที่นี่)เรื่องมันเริ่มจากที่อยู่ดีๆรูมเมทก็ชวนไปดูหนัง เพราะมีโ...
06/16/2022

15.06.22 l cinema first time

วันนี้ได้ไปดูหนังโรงครั้งแรก (ที่นี่)
เรื่องมันเริ่มจากที่อยู่ดีๆรูมเมทก็ชวนไปดูหนัง เพราะมีโรงอยู่แถวบ้านพอดี (เดินถึง) เลยตกลงไป แถมเมทยังชวนดูแบบโรง vip อีก เค้าว่าเบาะมันจะสบายมาก สามารถกินอาหารได้ด้วย เลยเอาก้เอาวะ ลองดูสักครั้งซิมันจะเป็นยังไง

เลยตกลงดูเรื่อง top gun กัน เพราะมันไม่ค่อยมีหนังอะไรเลยช่วงนี้ doctor strange เมทก้ดูไปแล้ว และอยากนั่งแบบ vip อีก มันเลยเหลือแค่เรื่องนี้กับจูราสิค (แต่เราไม่ชอบไดโนเสาาาาร์) เลยแกมๆบอกเมทว่าเห็นรีวิวเรื่อง top gun เค้าว่าดีนะ เมทบอกได้ เค้าก้ชอบทอมครูซเหมือนกัน 55555 เลยจองตั๋ว (เมื่อคืน) ที่นั่งตรงกลางคือเต็มหมด! เหลือแต่ริมๆ แต่เป็นริมๆที่ส่วนตัวดี (โรงมันไม่ได้ใหญ่เท่าที่ไทย) เลยกดจอง

พอมาถึงวันนี้ นัดกันว่า ทุ่ม50จะออก เพราะดูรอบ 2ทุ่ม15 แต่เมทดันชวนไปทิ้งขยะก่อน เลยไปถึงพอดี 2ทุ่ม15 เด๊ะ ทำให้ตอนไปถึงโรง ไม่ค่อยมีเวลานัก แต่ด้วยความงงๆ เราก้ถามเมทว่ายูจะซื้อไรกินก่อนไหม (พร้อมผายมือไปยังเค้าเตอร์ป็อปคอร์น) เมทบอก กินๆ แต่มันสั่งจากในโรงได้ จุดนี้คืองง มันหรูหราขนาดนั้นเลยหรอวะ เลยเดินเข้าไป (ในโซน vip) และค้นพบว่าแม่งหรูหราจริง มี loungeในนั้นเลย มีโต๊ะแบบนั่งกินข้าวได้ พนักงานเยอะไปหมด จนแทบจะหาโรงหนังไม่เจอ 5555 แต่พอถึงหน้าโรงคือมีพนักงานมายืนรับออเดอร์อยู่ด้านหน้าเลยอีก เพราะหนังจะเริ่มแล้ว ซึ่งตรงนี้เพิ่งเกทที่เมทบอกว่ากินอาหารได้ คือมันได้แบบได้! เมนูอาหารจัดเต็ม เบอร์เกอร์ พิซซ่า ไก่ทอด ของหวาน แอลกอฮอล อยากกินไรสั่ง! (แต่ไม่รวมในค่าตั๋วนะ TT) ละคือก่อนหน้านี้คิดแค่ว่ามันจะสั่งได้ก้คงแค่ป็อปคอร์นอะ เลยกินข้าวมาก่อนแล้ว เลยเกิดอาการงงว่าจะกินไรดี และสุดท้ายก้เลยสั่งป็อปคอร์น.. รู้สึกเสียดายมาก เพราะป็อบคอร์นคือบ่าได้เลยย ไม่มีรสให้เลือกแบบไทยอีกกก อยากกินรสหวานผสมเค็ม แต่อันนี้คือรสจืด.. ไม่สิ รสเนย(ที่จืด)ต่างหาก

พอเดินเข้าไปในโรงก้คือเสียงเจ๊าะแจ๊ะ จอแจกันมาก ทุกที่นั่งสั่งอาหารกันหมด พนักงานเดินกันวุ่น แต่ข้อดีคือ ไปตอนหนังใกล้เริ่ม เลยทนแค่แปบเดียว ส่วนเก้าอี้คือโซฟานุ่มมมมๆ ปรับเบาะเอนได้ แต่เปิดที่วางขาออกมาไม่ได้ ละคือมันทำเก้าอี้สำหรับฝรั่งไง ฉันเอเชียขาสั้นคนนี้ นั่งละขาเกือบไม่ถึงพื้น (แงง) เลยเมื่อยๆหน่อย แต่มีโต๊ะที่วางอาหารได้อะไรได้ เอาจริงๆ ภาพรวมมันก้ดีแหละ สบายดี ถึงนั่งริมก้ไม่ได้รู้สึกริมเกินไป หนังจะเริ่มก้ไม่ต้องยืนเคารพอะไรก่อนด้วย

อีกประสบการณ์คือ การดูหนังแบบไม่มีซับ คือลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย จนเมทถามว่าปกติยูดูหนังภาษาอังกฤษรู้เรื่องไหม ถ้าไม่มีซับ ก้คิดมาตลอดว่าพอรู้เรื่องนะ แต่พอมาดูจริง คือลืมไปอีกว่าทุกทีที่ดูคือไม่ได้เปิดซับไทยก้จริง แต่เปิดซับอิ้งไง พอมาดูหนังโรง ซับอิ้งก้ไม่มี เลย lost ไปบ้าง ละยิ่งหนังเรื่องนี้ เปิดมาไม่กี่นาทีแรก คือเค้าเล่นมุกไรสักอย่าง คนอื่นขำกันดังมาก ฉันกับเมทคือ... เงียบ ไม่เกท 55555 ใจแป้วไปนิด แต่ข้อดีคือมันเปนหนังแอคชั่นอะ ไม่ต้องเข้าใจมากหรอก ดูเอามันส์พอ ละมันส์จริง เหมือนดูแบบ 4D เครื่องบินบินทีเก้าอี้สั่นไปหมด กุงอง คือเสียงเซอราวมันคงดีมากจนทำพื้นสั่นไปเลยมั้ง

สรุปวันนี้คือ ดี! เพิ่งเคยแฮงค์เอ้าท์กับเมท ได้พูดภาษาอังกฤษเยอะมาก หนังก้โอเค รอยยิ้มทอมครูซคือดี แต่คราวหน้าถ้ามา vip อีก ฉันจะมาก่อนเวลา และลองสั่งจากในโรงให้ได้! และจะสั่งแบบ main course ด้วย อยากได้ฟีลกิน the real อาหารในโรงบ้าง แต่กว่าจะถึงตอนนั้น ต้องขอพักยาวๆก่อน ช็อต! 55555

07.06.22 | Language Barrierผ่านเวลามาเดือนกว่าแล้ว ก็ได้ค้นพบปัญหานึงที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นปัญหาขนาดนั้นมาก่อน นั่นก้คือ ...
06/08/2022

07.06.22 | Language Barrier

ผ่านเวลามาเดือนกว่าแล้ว ก็ได้ค้นพบปัญหานึงที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นปัญหาขนาดนั้นมาก่อน นั่นก้คือ language barrier

เนื่องด้วยแวนคูเวอร์เป็นเมืองที่มีความ diversity สูงมากกกกกกๆๆๆ (มากขนาดที่ว่าตั้งแต่มายังไม่เจอ the real canadian เลย มากสุดก้คือ asian ที่เกิดที่นี่) (มากขนาดที่ว่าถ้าเห็นใครผมบลอนด์คือต้องตกใจแทน) ละยิ่งด้วยบริบทที่อยู่ตอนนี้ ยิ่งทำให้เราได้เจอคนหลายเชื้อชาติมากขึ้นไปอีก ซึ่งปัญหามันเกิดตรงนี้ ด้วยความที่เราเคยชินกับการฝึกฟังภาษาอังกฤษจากการดูหนังเอยอะไรเอย เราคุ้นเคยแต่กับ accent ของ native speaker พอมาใช้ชีวิตจริงๆ มันมีมากกว่านั้น มีอีกหลาย accent ที่ไม่เคยได้ยิน ซึ่งวันนี้จะมาเล่าเหล่าบรรดา accent ที่เจอวันนี้ให้ฟัง (นี่แค่วันนี้นะ!!)

เริ่มที่ accent แรกเลย indian english.
สำเนียงที่ขึ้นชื่อลือชาว่าฟังยาก การันตีติ้กถูกตรงนี้เลยว่า ยากจริง! และมันยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะบทสนทนามัน specific ขึ้น in details มากขึ้น เดาจากบริบทได้ยากว่ากำลังคุยเรื่องอะไรอยู่ และความที่คนอินเดียเค้ากระดกลิ้นเยอะ แถมพูดเร็วอีก ตอนเรียนออนไลน์คือบอกเลย หายนะ! เพราะพออาจารย์ถาม ไอ่คนอินเดียมันก็เก่งไง ขยันตอบ ขยันคุย ซึ่งปัญหาจะมาตกที่ใครไม่ได้เลย นอกจากกุนี่! เรียนฟังอาจารย์สอน กว่าจะประมวลผล กว่าจะเข้าใจเนื้อหา ก้คือยากแล้ว เจอเพื่อนขยันคุย ขยันตอบในสิ่งที่อาจารย์ถามอีก หัวมันประมวลผลไม่ทันจริงๆ จับใจความไม่ได้เลยว่าเค้าคุยเรื่องอะไรกันอยู่ สุดท้ายคือเท! ยอมแพ้ ไว้ค่อยดูย้อนหลังเอา

สำเนียงต่อมาคือ สำเนียงบราซิล (แต่อันนี้รายบุคคลมาก เพราะบราซิลเลี่ยนหลายคนก็พูดอย่างชัด!)
อันนี้จะไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ ถ้าคนที่ติดสำเนียงไม่ใช่อาจารย์! จำได้เลยว่าคลาสวันแรกๆคือกุมขมับ ฟังไม่ออกว่ากำลังสอนอะไรอยู่ แต่โชคดีที่เป็นวิชาที่พอมีพื้นฐานอยู่บ้าง เลยแถๆไปได้ คำที่จำแม่นเลยคือ โฟกัส เค้าพูดเป็น โฟกุส แต่คำนี้ไม่เท่าไหร่ วันนี้ที่เจอคือคำว่า product charter แต่ด้วยสำเนียงเค้า เราฟังเป็น ปลาดุกชาเจอร์ ซึ่งได้ยินครั้งแรกคือหยุดขำไม่ได้ แล้วพอมันได้ยินครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อๆไป ฟังยังไงมันก้ปลาดุกตลอดเวลา ทำให้เสียสมาธินิดหน่อยระหว่างเรียน แต่ถือว่าเป็นการสร้างรอยยิ้มได้ดีประมาณนึงเหมือนกัน

สำเนียงต่อมาคือ ญี่ปุ่น
โอ้โห ยากกว่าที่คิ้ดดดด อันนี้คือนั่งข้างกัน เจอตัวเป็นๆ คุยกันยังฟังไม่รู้เรื่อง ถามให้เค้าพูดใหม่หลายรอบมากกก แล้วคิดสภาพ วันนี้มีงานกลุ่มที่ต้องทำ ซึ่งต้องใช้ซูมในการรวมกลุ่ม(กับคนอื่นๆด้วย) ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น บวกกับระยะเวลาที่ให้ทำที่น้อยมาก! และบวกไปอีกเรื่อง background noises, speaker problems, audio issues โอ้โห สารพัด! ยังไม่รวมกับการที่ไม่มีใครพยายามจะทำงาน หรือเริ่ม conversation ด้วยนะ บอกเลยเสียเวลาในการนั่งเงียบๆกันไปเกือบสิบนาที แต่พอมีคน initiate idea แล้วไมค์คนนั้นดันเป็นอะไรไม่รู้ ฟังไม่ค่อยได้ยิน แล้วเค้าพยายามอธิบายนานมากกกก ตอนแรกก้คิดหรือจะเป็นที่เราคนเดียวที่ฟังไม่รู้เรื่อง แต่พอคนนั้นอธิบายเสร็จ ทุกคนเงียบ.. แบบเงียบนานมากก จนน่าอึดอัด คิดว่าถ้าไม่มีใครพูด งานต้องไม่เสร็จแน่ๆ สุดท้ายเลยเป็นเราที่ต้องบอกเค้าว่า ขอโทษนะ แต่ฟังไม่รู้เรื่องโว้ยยย ซึ่งบอกเลยว่าการทำงานกลุ่มแบบออนไลน์มันคือ disaster ชัดๆ! เรียนเสร็จคือถอนหายใจยาววววววววๆ energy bar ติดลบทะลุปรอทไปอีกด้านเลย

*side story - แต่เพื่อนญี่ปุ่นคนนี้รีแอคได้ฟีลลิ่งญี่ปุ่นมากๆ แบบรีแอคใหญ่!! เห็นเราพิมแชทไลน์อยู่ ถึงกับร้อง เอ๊ะะะะะ!!!! (ใส่สำเนียงญี่ปุ่นเวลาอ่านลงไปด้วย) เสียงดังมากในห้องสมุด ว่ายูเล่นไลน์ด้วยหรอ เค้าเพิ่งเคยเห็นคนต่างชาติใช้ไลน์ และอีกสารพัดรีแอคชั่นความใหญ่สไตล์ญี่ปุ่น ที่เห็นแล้วตลกดี เหมือนนั่งดูการ์ตูนอยู่เลย

และมาสำเนียงสุดท้ายที่วันนี้เจอ อียิปต์!
(อันนี้ไม่แน่ใจว่าเป็นทุกคนไหม ไม่เคยไปอียิปต์ ไม่เคยรู้จักคนอียิปต์มาก่อน แต่ specify ถึงคนๆนี้ละกันนะ)
เนื่องด้วยวันนี้ใช้หัวในการแปลประมวลผลภาษามาเยอะมากๆตั้งแต่เช้า ประชุมคลับตอนสามทุ่มครึ่งเลยเป็นอะไรที่ สมองมันล้าไปหมดแล้ว ละดันมาเจอสำเนียงนี้อีก ถ้าคิดว่าคนอินเดียพูดเร็วแล้วละก็ คนนี้คือเหยียบคันเร่งมิดไปเลยจ้าาาา จับใจความได้ = 0 ความเข้าใจได้ = 0 แถมต้องเปิดกล้องเวลาซูมอีก ต้องแอคหน้าทำเป็นเข้าใจ (เพราะเผลอเห็นตัวเองขมวดคิ้วหนักมากอยู่) เค้าถามมีคำถามอะไรไหม ถึงกับคิดคำถามไม่ออก เพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่เค้าพูดเลย..
ถ้าถามว่าช่วยพูดทั้งหมดใหม่อีกทีจะได้ไหม เค้าจะสาปกุกี่ปีวะ เครี้ยดดด!

แถมท้ายอีกนิด ด้วยสำเนียงของรูมเมทชาวอิตาเลี่ยน ที่มีความคล้ายกับอาจารย์ชาวบราซิล as i mentioned before คือ เสียงอัส จะออกเปนอุส เช่น ออกัส จะเป็น ออกุส แต่สำเนียงเมทคนนี้ถือว่ารรมดาไปเลย ถ้าเทียบกับอีกหลายสำเนียงที่ว่าไปข้างบนทั้งหมด

สุดท้ายละ คิดไปคิดมาก้สนุกดี ไม่คิดว่าตัวเองจะได้เจอคนจากหลายประเทศขนาดนี้มาก่อน บางประเทศก้แปลกใหม่ดีเหมือนกัน เช่นเปรู เอลซาวาดอร์ ที่พอพูดชื่อประเทศมาแล้วเราแบล้งไปเลย ว่ามันเป็นยังไง (โง่สังคมด้วย บอกตรงนี้) หาเรื่องชวนคุยต่อไม่ถูก เพราะเราไม่เคยเรียนรู้ หรือรู้จักที่นั่นมาก่อน แต่มันก็เหมือนเราได้ไปเที่ยวประเทศนั้นๆทางอ้อมยังไงไม่รู้ด้วยเหมือนกัน เหมือนได้ติ้กเช็คลิสต์แผนที่โลกไปในตัว
อยากรู้เหมือนกันนะว่าคนประเทศอื่นๆเค้าจะคิดว่าสำเนียงไทยของเรามันเป็นยังไง จะฟังยากไหม หรือเป็นที่ลือชาที่ไหนรึป่าว น่าสนใจ.

19.05.22 | college life + part-timeมาอัพเดทชีวิตสักหน่อยหลังจากหายไปนานเพราะมัวแต่ช็อคกับเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นตลอด ...
05/20/2022

19.05.22 | college life + part-time

มาอัพเดทชีวิตสักหน่อยหลังจากหายไปนาน
เพราะมัวแต่ช็อคกับเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นตลอด 2 สัปดาห์กว่าๆ ที่ผ่านมา

เริ่มจากเริ่มทำงาน part-time แล้ว และแน่นอน รู้สึก overwhelmed สุดๆ งานละเอียดมากกกกกกกกกก
จำเท่าไหร่ก้จำได้ไม่หมด บวกกับอื่นๆอีก รู้สึกกระอัก
แต่ไม่ทันไร ก็เปิดเทอมอีก โอ้โห! ช็อคน้ำสอง!
ต้องปรับตัวเยอะมากๆ ทั้งปรับสมอง (ที่ไม่ได้เรียนมานานเกือบๆ 6 ปี) ปรับมนุษยสัมพันธ์
ลดกำแพงความ introvert ในชีวิต(ลงเยอะมาก) ทำความรู้จักเพื่อนคนอื่นๆ ที่แต่ละคนก็จะมี accent ที่ต่างกัน
ต่างแม้กระทั่งอาจารย์เอง คือเรียนออนไลน์ด้วย มันเลยแอบยากนิดหน่อยในการฟัง และแปล message เพื่อทำความเข้าใจ
บวกกับเนื้อหาเรียนที่ทั้งยากและเยอะ! และความจุกจิกของแต่ละวิชาอีก

แต่ยังดีที่มีนัดเพื่อนๆไปนั่งเรียนด้วยกันที่มหาลัยบ้าง ซึ่งก้ดี อย่างน้อยๆ ก้ได้รู้ว่ามีคนกำลัง suffer ในสิ่งเดียวกันอยู่ 55555
แต่อาทิตย์แรกก็มีเสียน้ำตาไปนิดหน่อย เพราะความรายละเอียดยุกยิก ที่เมื่อก่อนก้มั่นใจนะว่าเป็นคนใส่ใจรายละเอียดพอสมควร
แต่พอมานี่แล้วรู้สึกทำผิด หลงลืมบ่อยมาก (well, everyone make mistakes you know?) อีกทั้งยังจัดการเวลาตัวเองไม่ค่อยลงตัวด้วย
เลยทำให้เกิดการกดดันตัวเองที่มากเกินไป คิดว่าทำเท่าไหร่ก็ไม่ได้ดี ทั้งๆที่เราก็ทุ่มสุดตัวมากๆ ไม่ได้พักเลย
ตื่นเช้า นอนเช้า เรียนเสร็จ อ่านสือ ทำการบ้าน วนๆๆๆ ตลอดทั้งวัน ตลอดอาทิตย์ พอทำเสร็จก็พอดีได้เวลาไปทำงาน! วนลูป บอกเลย เหนื่อย! มาก!

แต่พออาทิตย์ที่สอง ความยมจากอาทิตย์แรก ก็ทำให้เราปลงไปได้นิดนึง ปล่อยตามมีตามเกิดมากขึ้น
อะไรจะเกิดก้เกิด ผิดก้ผิด ถูกก้ถูก (แต่ก้ยังทำทุกอย่างสุดความสามารถอยู่นะ) ทำให้อาทิตย์นี้ชิวมากขึ้น งาน part-time ก้ไม่ปสดเท่าอาทิตย์แรก
เรียนก้อาจจะยังมีไม่เข้าใจบ้าง ตามไม่ทันบ้าง แต่ข้อดีของการเรียนออนไลน์คือ เค้าจะอัดคลิปไว้ ทำให้เรากลับมาดูมันซ้ำใหม่ได้
เราก้เรียนจนกว่ามันจะเข้าใจ (ไม่เข้าใจก้ถามเฮียแมก 55555) ทุกอย่างเลยค่อยๆดีขึ้น อีกทั้งเรายังรู้สึกว้าวกับการเรียนการสอนที่นี่มาก
เพราะมันเริ่มจากเบสิคมากๆๆ มากแบบเริ่มสอนตั้งแต่ fundamental วิธีคิดเลย ซึ่งเราชอบ เพราะเราไม่ได้มีพื้นฐานที่ดีมาก่อน
ไม่เคยมีใครสอนให้เราคิด เหมือนทุกอย่างที่ผ่านมา เราใช้ sense ในการทำมาโดยตลอด แต่พอเราได้มารู้พื้นฐานของมันแล้ว
ทุกอย่างที่เราทำมันสามารถอธิบายเป็นเหตุผลได้หมดเลย ว่าทำไมทำแบบนี้ถึงดี แบบนี้ไม่ดียังไง
ซึ่ง somehow inspired me a lot! ทำให้อาทิตย์นี้เรารู้สึก productive สุดๆ

หวังว่าอาทิตย์ต่อๆไป จะดีขึ้นไปอีกนะ (หรือแค่ไม่แย่ลงก็พอ)
และนอกจากนี้ เราแพลนไว้ว่า เราจะกดดันตัวเองให้น้อยลงกว่านี้อีกนิด ด้วยการหาวันพักและออกไปเที่ยว เติมสีสันให้ชีวิตบ้าง!
เริ่มจาก จะกลับไปนั่งโง่ริมทะเลก่อนเลย! absorb กลิ่นทะเล และความลมพัดปากสั่นสักหน่อย
เอาให้มันหนาว! 'cause you know! we only live once!

03.05.22 | real canadian superstore(จริงๆเมื่อวาน) ไปซื้อของที่ superstore มาเป็นซุปเปอร์ที่ใหญ่มากกกกก ได้ฟีลอารมณ์ tar...
05/04/2022

03.05.22 | real canadian superstore

(จริงๆเมื่อวาน) ไปซื้อของที่ superstore มา
เป็นซุปเปอร์ที่ใหญ่มากกกกก ได้ฟีลอารมณ์ target, walmart นั่นแหละ
แต่เป็นซุปเปอร์ของคนที่นี่เลย
ตั้งใจอย่างแรงกล้าว่าจะไปซื้อคุ้กกี้ให้ได้ เพราะเห็นเมทคนก่อนซื้อมาหลายรอบแล้ว
และดูน่ากินมาก (craving chocolate so hard)

ต้องเดินแบกตะกร้าช้อปปิ้งไปมา เพราะไม่มีเหรียญไปเสียบใช้รถเข็น
แค่ตะกร้าก้หนักแล้ว ยังไม่นับของที่ใส่ลงไปนะ
ยังไม่นับตอนขนกลับบ้านอีก (อยากมีรถโว้ยยย) (ล้อเล่น) (ไม่อยากมีจริงๆหรอก)
ตอนแรกกะจะซื้อข้าวสารด้วย แต่เดินไม่ถึงครึ่งห้างก็คือยอมแพ้
ไม่กินข้าวก็ได้วะ แบกไม่ไหวแล้วโว้ยย

แต่นี่คือขนาดถอดใจไปหลายอย่าง แต่ได้ของกินจิปาถะ อะไรก็ไม่รู้มาเต็ม
ที่ชอบบบบบบที่สุดคือ dip artichoke อร่อยมากกกกกกก อร่อยแบบถ้าหมด
ก็จะซื้อใหม่เรื่อยๆ (จุดนี้แม่อย่าเพิ่งบ่น 555555)
อีกอย่างที่อร่อยคือ โยเกิร์ต oikos ถูกดี แถมมีหลายรส
ทั้ง รสพีช รสเลม่อนเมอแรงก์ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รรี่ สตอเบอร์รี่ พีชแมงโก้
แต่ชอบสุดก็น่าจะเป็นรสพีช

โซนซีเรียล ก็มีแต่ของหน้าตื่นตา
ที่สอยมาจะมี tim hortons รส timbits ที่เอาจริงรสชาติเหมือนโก้โก้ ครั้นช์
กับ cheerios ที่เป็น whole grains อันนี้ยังไม่ได้ลอง แต่น่าจะอร่อย

อีกโซนที่ว้าวววสุดแล้วคือ โซนขนมปัง
ใหญ่มากกกกกกกกกก ใหญ่โคตรรรรร ใหญ่แบบงง
ว่ามีขนมปังหลายแบบอะไรขนาดนั้นวะ สุดท้ายเลือกอะไร
เลือกขนมปังขาวธรรมดา เพราะอันอื่นมันกินยังไงบ้างก็ไม่รู้ 55555

แต่ทั้งหมดทั้งมวลต้องยกความดีให้เจ้ากระเป๋า
แกช่วยชีวิตชั้นได้เยอะมาก! คุ้มแล้วที่ซื้อมา!

04/30/2022

28.04.22 | granville island and more!

วันนี้ตั้งใจจะไป granville island public market เพราะเคยเห็นรีวิวมาว่าน่าไปมาก แต่ด้วยความที่รีวิวส่วนใหญ่เค้าไปกันทางเรือ แต่เราอยู่คนละฝั่งกัน และไอ่ google map ก้แนะนำให้ไปแต่รถบัสอยู่นั่นแหละ เลยเอ้อ! งั้นลองนั่งรถไฟเข้าไปแถวๆที่เค้าขึ้นเรือดูสิ แล้วค่อยต่อรถบัส เผื่อหลงจะได้ไปทางเรือตามเค้าได้ (คิดซับซ้อนไปป่าววะ)
แต่เอาจริง ตั้งแต่ตอนลองดูแมพจากที่บ้านแล้วก้ยัง งง แบบลอง live view แล้วด้วยนะ (งงหรือโง่ก้เริ่มแยกไม่ออกแล้ว 5555) ละพอไปถึง ออกจากรถไฟก้คือหลงจริง! เพราะใช้ทฤษฎีเดินตามคนหมู่มากข้างหน้าเอา เค้าเลี้ยวซ้าย เราก้เลี้ยวตามไปอย่างมั่นใจ เปิดแมพดูอีกที ทำไมมันผิดทางวะ ละประเด็นเลยยยคือ แมพมันบอกพิกัดเราไม่ตรง เพี้ยนไปเพี้ยน ภาพขึ้นว่า ป้ายรถอยู่เกาะกลางถนน แต่พอมองถนนแล้ว เกาะกลางมันไม่มีป้ายรถ เลยเดินวนๆๆๆ ข้ามถนนไปข้ามถนนมา วนๆๆๆๆ จนงง! สุดท้ายคือต้องกลับไปตั้งหลักสถานีรถไฟฟ้าใหม่ ก่อนที่จะค้นพบว่า ป้ายรถเมล์ที่ตามหามันอยู่ขวามือ หน้าสถานีนั่นแหละ! อ้อหออออ ลมจะจับ! เสียเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมง

แต่พอไปถึงแล้ว สถานที่คือฟีลดีมากกกกก อารมณ์คล้ายๆเอเชียทีค (แต่ดีกว่าหลายยยยยเท่า) มีโซนของจิปาถะ (ร้าน paper~ya คือแนะนำ!) โซนอาหารสด โซนของกิน โซนของเล่นเด็ก ดนตรีสด คือใหญ่ประมาณนึงเลย แถมแถวๆนั้นมันมี wharf อยู่ด้วย โอ้โหหห บอกเลยย ดีสุดๆ! น่าอิจฉาคนอยู่แถวนั้นมากก บรรยากาศโคตรดี vibes ทุกอย่างคือได้! ใช้คำว่าสวยได้สิ้นเปลืองมากๆ

เดินไปเดินมา เพิ่งบ่ายสอง เลยตัดสินใจจะไป kitsilano beach ต่ออีก (เป็นอีกสถานที่ๆอยากไปมากๆ) ตอนจะออกจาก granville ก็คือ เดินวนไปวนมาอยู่พักนึงเหมือนกัน เกือบจะหลง แต่ไม่หลง 5555 (ถึงตรงนี้คือ ปรบมือให้ตัวเองในใจอยู่) พอไปถึง kitsilano ก็คือ สวย! สวยตั้งแต่เดินลงเขาเห็นวิวไกลๆ ไปจนลงไปใกล้ๆเลย จริงๆข้างๆ beach มันจะมี public pool น้ำเกลือที่ใหญ่มากๆๆๆอยู่ด้วย แต่ตอนนี้มันปิด! เศร้า เลยไม่ได้ถ่ายมา ที่นี่ก้จะคล้ายๆ english bay ที่เคยไปมาเหมือนกัน แต่ชอบ vibes ที่นี่มากกว่า มันมี park กับที่เล่นวอลเล่ด้วย แต่งงตัวเองมาก เป็นการมา "ทะเล" ที่ใส่บู้ทมาและเท้าไม่ได้เหยียบแม้กระทั่งทรายด้วยซ้ำ

เสร็จแล้ว ยังไม่ห้าโมง เลยคิดว่าจะไป canada place แถว downtown ต่ออีก อยากไปดู seaplane ให้เห็นกับตา เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย (จนกระทั่งมาดู blippi กับไออุ่น) ของจริงคือ เสียงดังมากกก และใช้เวลาไปอ้อมน้ำนานมากกว่าจะขึ้นบิน เสียดายตรงที่มันบินเข้าหาภูเขา ไม่เข้าหาเรา เลยอดได้ภาพมุมใกล้ๆ สวยๆเลย แต่แค่นี้ก้โอเคแล้วแหละ

จบทริปประมาณนี้ เป็นอีกวันที่เดินเยอะมากๆ และนั่งรถเยอะมากๆด้วยเช่นกัน (หมดค่ารถไปหลายอยู่ 5555 TT) แต่ก้สนุกดี เป็นการก้าวข้ามขีดความกลัวของตัวเองได้ประมาณนึงเลย เพราะตอนแรกเกือบถอดใจจะไม่ไปแล้ว (เพราะอ่านแมพไม่รู้เรื่อง) แต่สุดท้ายก้ทำมัน! เที่ยวคนเดียวก้เหงาแต่สนุกไปอีกแบบ ถึงจะต้องใช้พลังในการตัดสินใจสูงหน่อย แต่มันก็เป็นการตัดสินใจที่มาจากเรา ไม่มีใครว่า (แต่ด่าตัวเองในใจเอาแทน) อยากทำไรก็ทำ ผิดถูกก้ไม่รู้ เพราะบางทีทำอะไรอยู่ กูก้ไม่รู้เหมือนกัน 5555

24.04.22 | stanley parkวันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ลองทำอะไรใหม่ๆตั้งหลายอย่างเริ่มด้วยการลองไปเที่ยวกับคนที่เพิ่งรู้จักกัน ...
04/25/2022

24.04.22 | stanley park

วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ลองทำอะไรใหม่ๆตั้งหลายอย่าง
เริ่มด้วยการลองไปเที่ยวกับคนที่เพิ่งรู้จักกัน (ไม่ถึงวัน)
ไป stanley park แบบใช้แมพกระดาษ ที่อ่านกันไม่ค่อยจะถูก 5555
ตั้งใจจะเก็บ attractions ตามในแมพ แต่หาอะไรไม่เจอเลย
กะเดินชิวๆริมน้ำ สุดท้ายได้เดินเทรล กับรองเท้าที่กัดตีน
แต่สนุกดี วิวดีมากกกกก เดินจากหนาวจนร้อน จนเหงื่อชุ่มหลัง

ปิดท้ายด้วยการไปหาอะไรกินกัน
และก็เป็นครั้งแรกที่ได้ลองกินอาหารในร้าน หลังจากทำกินเองมาหลายวัน
แวะคาเฟ่ ซื้อเค้กมาหนึ่ง! แต่คนเยอะมาก เขินๆถ่ายรูป
กลับมาบ้านว่าจะสแนปไว้หน่อย แต่เค้กเละไปแล้ว เดินแกว่งไปมาเกิน

ทั้งหมดประจำวันก็รู้สึกสนุกดี และภูมิใจในตัวเองมาก ที่สามารถขุดเอาความกล้า
สมัย 20 ต้น กลับมาใช้ได้ ลองทำอะไรใหม่ๆที่ไม่เคยทำ กินร้านที่ไม่เคยกิน
ไปที่ๆไม่เคยไปกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และรองเท้ากัด พร้อมเท้าพองไปพร้อมๆกัน
ถึงบ้านก็คือ หมดสภาพ น็อคตั้งแต่สามทุ่ม!

04/24/2022

23.04.22 | finding a job + bonus

วันนี้ไปหางานพาร์ทไทม์แถวๆเกือบในดาวน์ทาวน์ดู
เป็นอีกโซนที่ไม่เคยไปมาก่อน รู้สึก lively ดี
แปลก ที่ทั้งๆแวนคูเวอร์ก้ไม่ได้เปนเมืองใหญ่มากนัก (หรอ)
แต่แต่ละที่ แต่ละโซน ได้ฟีลที่แตกต่างกันมาาาาาก
โซนนี้ดูสนุก สีสันเต็มไปหมด
ทาสีทางม้าลายเป็นสีรุ้ง (น่าจะ support pride)
ที่จอดจักรยานเป็นรูปหัวใจ คือน่ารักมาก

แต่วันนี้หลังยื่นเรซูเม่สมัครงานเสร็จ
ไม่รู้จะทำอะไรดี เพราะยังไม่เที่ยง
เลยลองใช้ชีวิตแบบ ปิดแมพดู ลองมา enjoy the moment
ละเดิน (ตรง) ไปเรื่อยๆ (กันหลง5555) ดู

เดินไปเดินมา มาโผล่ english bay เฉย
บรรยากาศดีมากกกกกกก คนมาวิ่งออกกำลังกาย
พาหมามาเดินเล่น ซึ่งแปลกมาก หมาแต่ละตัวคือแทบจะไม่ซ้ำสายพันธุ์เลย
diversity แม้กระทั่งหมา 55555
ส่วนเราคือไปหาเก้าอี้นั่ง มองฟ้า มองน้ำ นั่งไปนั่งมา หน้าชา ลมเย็นเกิ้นน

แต่ถือว่า complete bucket list ที่เคยอยากทำอยู่นะ
คือการไปเที่ยวทะเลคนเดียว แต่เอาจริง ก็แอบเหงานิดหน่อย
แต่เหงาได้ไม่นาน ก็ค้นพบว่า ที่เดินมามันก็ไกลอยู่
แล้วต้องเดินกลับทางเดิม แต่เป็นการเดินขึ้นเขา!
อ้อหอ หายซึมแล้วเศร้าแทนเลยยยยย

04/22/2022

21.04.22 | first time going to Langara college

วันนี้ลองมามหาลัยดู เผื่อต้องเข้ามาเรียน (แต่จริงๆเทอมนี้เรียนออนไลน์)
นั่งรสบัสจากตรงข้ามหอเลย ง่าย สะดวกมาก
แค่ 4 ป้ายก้ถึงแล้ว เดินมาอีกนิดหน่อย วิวดีมากกกก
ความเขียวเอย ซากุระเอย ไม่ต้องไปญี่ปุ่นที่นี่ก้มี
มหาลัยก้ใหญ่พอสมควร เดินหาห้องสมุด เพราะไม่รู้จะไปไหน
ห้องสมุดมีหลายชั้น มีมุมเงียบๆ ส่วนตัวเยอะมาก ซึ่งชอบ!
อยากให้กลับมาเรียน on-site แล้วว้อยย อยากมีเพื่อนนน

Address

Vancouver, BC

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Diary to My Family posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Share