07/08/2026
วัดป่ายางสบยาบ หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดป่ายางวังนาค สถานที่อันเป็นแดนสุขาวดี เมืองคน ร่มรื่น งดงาม สงบ ร่มเย็นด้วยธรรมชาติ ป่าไม้ และแม่น้ำโขง ตั้งอยู่ เลขที่ 35 หมู่ที่ 2 บ้านสบยาบ ตำบลแม่เงิน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย รหัสไปรษณีย์ 57150 เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย สร้างวัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2482 บริเวณปากแม่น้ำยาบที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของวัดในปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2523 เกิดอุทกภัยน้ำโขงท่วม คณะศรัทธาจึงได้ทำการย้ายวัดมาตั้งอยู่ที่ดอยป่ายาง และเป็นที่ตั้งของวัดป่ายางสบยาบ ในปัจจุบัน วัดป่ายางสบยาบได้รับวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ปัจจุบัน มี พระใบฎีกา กษิพัฑฒิ สิริภทฺโท (พระครูบากษิพัฑฒิ) ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัด
ประวัติศาสตร์และการสันนิษฐาน
วัดป่ายางสบยาบ (มาจากคำว่า ป่ายาง : หมายถึงป่าต้นยางนา / สบยาบ : หมายถึง บริเวณปากแม่น้ำยาบไหลลงมาประสบกับแม่น้ำโขง (ยาบ เป็นต้นไม้ชนิดหนึ่งของชาวล้านนา เรียกอีกอย่างว่าปอยาบ เปลือกไม้ใช้สำหรับทำเชือก) ) วัดตั้งอยู่บนดอยน้อย ๆ ริมแม่น้ำโขง เรียกว่าม่อนป่ายาง เพราะมีต้นยางนาหลวงจำนวนมากขึ้นอยู่ ปัจจุบันเหลือเพียงจำนวน 7 ต้น อันมีรุกขเทวดารักษาอยู่ มีอายุกว่า 200 - 300 ปี ซึ่งขณะทำการปรับพื้นที่สร้างอโบสถเจ้ามังรายและปรับดินบริเวณภายในวัด ได้ขุดพบ หม้อโบราณสมัยเชียงแสน และอาวุธ โดยเฉพาะดาบโบราณและดาบจีน ยุค ราชวงศ์หมิง เป็นจำนวนมาก จึงมีการสันนิษฐานว่า พื้นที่วัด ป่ายางสบยาบ ในอดีต อาจเป็นที่ตั้งค่ายของกองทัพเชียงแสน ในช่วง 300 - 500 ปีก่อน ในสมัยที่อาณาจักรล้านนา เชียงแสน ต้องทำสงครามกับกองทัพต้าหมิง ในต้นรัชสมัย พญากือนา ถึง พญาสามฝั่งแกน อีกทั้งบริเวณที่วัดยังพบต้นยางนาหลวงที่ถูกปลูกขึ้นเป็นแนวเดียวกัน ซึ่งในคติของชาวล้านนา ต้นยางนามักถูกปลูกขึ้นให้เป็นสัญลักษณ์ของไม้หมายเมืองเพื่อบ่งบอกสถานที่สำคัญในระยะไกล เพราะด้วยความสูงใหญ่ของต้นไม้ที่สามารถเห็นได้ชัดเจน ทำให้วัดป่ายางสบยาบในอดีตอาจเป็นที่ตั้งค่ายของกองทัพเมืองเชียงแสน เพื่อใช้ในการควบคุมเส้นทางของแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นทางสัญจร ค้าขายและเดินทัพ ไปยังเขตเมืองเชียงของ และหัวเมืองต่าง ๆ ในลุ่มแม่น้ำโขง
วัดป่ายางสบยาบยังเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ มีพระพุทธรูปสำคัญและ อุโบสถ พระธาตุ ศิลปะล้านนาที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม การจัดงานประเพณี และงานพิธีต่าง ๆ ทางพระพุทธศาสนาและคติความเชื่อของชาวล้านนา เช่น กิจกรรมการทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา งานประเพณี 5 เป็ง สรงน้ำพระธาตุศรีโขงคำ กิจกรรมแห่ไม้ค้ำศรี (ไม้ค้ำโพธิ์) ในประเพณีปี๋ใหม่เมือง พิธีทอดกฐินนาคราชสามัคคี ในทุก ๆ ปี หลังเทศกาลออกพรรษา งานประเพณียี่เป็ง (ลอยกระทง) เป็นต้น
สิ่งศักดิ์สิทธิ์และสำคัญภายในวัดป่ายางสบยาบ
อุโบสถเจ้ามังราย อุโบสถไม้สัก วิจิตรงดงามด้วยศิลปะล้านนา สกุลช่างเชียงใหม่ เป็นที่อันควรค่าแก่การทำศาสนกิจและอุปสมบทกุลบุตรให้เป็นสมณะศากยบุตรพุทธชิโนรส
พระธาตุศรีโขงคำ สถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุเจ้าและอรหันตธาตุเจ้า บนดอยป่ายางริมแม่น้ำโขง(ขรนที) ศิลปะล้านนายุคทอง ย่อมุมไม้สิบสอง ระฆังคว่ำ หุ้มด้วยทองจังโก๋ ลวงสูง ๖ วา ลวงกว้าง ๒ วา ยอดฉัตรประดับด้วยแก้วมณีและหินจุยเจีย(หินที่ใสเหมือนสายน้ำ) งดงามตั้งตระหง่านกลางลานกว้างรายล้อมด้วยต้นยางนาหลวงทั้ง ๗ ต้น เป็นที่สักการะของคน เทวดา และพญานาคทั้งหลาย "ศรีโขงคำ" ทองคำอันเป็นมงคลแห่งแม่น้ำโขง
พระพุทธสิงห์เจ้าแสนตื้อ พระพุทธรูปแกะสลักจากหินเขียวแม่น้ำโขง เพียงก้อนเดียว มีพุทธลักษณะปางมารวิชัย ศิลปะแบบเชียงแสนสิงห์ ๑ ขนาดหน้าตัก ๗๒ นิ้ว มีน้ำหนักมาก จึงถวายพระนามว่า พระเจ้าแสนตื้อ (ตื้อหน่วยน้ำหนักของชาวล้านนา เท่ากับ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม) หมายถึงพระพุทธรูปที่มีน้ำหนักถึง หนึ่งร้อยล้านกิโลกรัม (ค่าประมาณ) นั่งขัดสมาธิบนแท่นบัลลังก์ดอกบัวเหนือแท่นแก้วประดับลายปูนปั้น
พระเจ้าทันใจ และ พระเจ้าสมปรารถนา เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะพื้นบ้านแบบล้านนา ขอพรเรื่อง หน้าที่การงาน ความรัก ให้สำเร็จทันใจ สมปรารถนา
พระเจ้าทองทิพย์ป่ายาง พระพุทธรูปสำริด ทองแดง ศิลปะเชียงแสนสิงห์ ๓ พระครูบาและคณะศรัทธาสร้างขึ้นเพื่อจำลองพระพุทธรูปทองทิพย์องค์หลวงที่ขุดพบในเกาะดอนแท่นตรงข้ามเมืองเชียงแสน เป็นพระพุทธรูปสำหรับการแห่สรงน้ำและขอพรในเรื่องโภคทรัพย์
พระพุทธจักรพรรดิ เปิดโลก เหนือเศียร พระพุทธรูปทองเหลือง ศิลปะล้านนา ทรงเครื่องจักรพรรดิ อย่างกษัตริย์ล้านนา ปิดทองคำแท้ประดับแก้วอังวะ พระครูบาสร้างเพื่อประดิษฐานเป็นพระประธาน ณ บัลลังก์องค์พญาอนันตนาคราช เปิดโลก เปิดโชค เปิดทรัพย์ ปรับภพภูมิ
พระพุทธนาคปรกหินเขียวแม่น้ำโขง ประดิษฐาน ณ ลานพญาอนันตนาคราช หันพระพักต์สู่แม่น้ำโขง เป็นที่สักการะของคนและพญานาค ขอพรเรื่องความมั่นคงและคุ้มครองให้พ้นภัยทั้งหลาย
พญาอนันตนาคราช มหาราชาโชค โภคทรัพย์ล้านนา พญานาคปูนปั้นศิลปะเชียงแสนโบราณ มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงราย และเป็นที่สถิตองค์พญาอนันตนาคราชที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นผู้มีฤทธิ์มาก บันดาลโชคลาภ และบารมี ชอบผู้ปฏิบัติธรรมและถือศีล สร้างทาน และภาวนาเป็นนิตย์
ประตูนาคาเชียงแสน ประตูศิลปะผสมผสานแนวบาหลีกับศิลปะปูนปั้นอย่างเชียงแสน เป็นสถานที่เชื่อมระหว่างแม่น้ำโขง (ประตูสู่บาดาล) และลานพญาอนันตนาคราช (แดนมนุษย์) เป็นที่นิยมในการบันทึกภาพ โดยมีแม่น้ำโขงเป็นฉากหลัง
ตำนานและความเชื่อ
วัดป่ายางสบยาบ (วังนาค) มีความเชื่อและเรื่องเล่าเกี่ยวข้องกับพญานาค ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ และพลังของธรรมชาติ ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของผู้พิทักษ์รักษา พระพุทธศาสนาในล้านนา เป็นผู้ชี้นำพระเจ้าสิงหนวัติในการสร้างบ้านแปงเมืองโยนกนาคนคร อันเป็นเมืองต้นกำเนิดของชาวยวนล้านนา เชียงแสน ทั้งยังเป็นผู้ดูแลรักษาแม่น้ำโขง และตำนานการเกิดแม่น้ำต่าง ๆ ในดินแดนล้านนา รวมถึงในพื้นที่รอบ ๆ วัดมีลักษณะพิเศษที่ทิศเหนือมีห้วยป่ายางและทิศตะวันตกมีแม่น้ำโขงไหลขนาบข้างตลอดแนว เป็นคุ้งน้ำเปรียบดั่งท้องมังกร มีบ่อน้ำธรรมชาติในพื้นที่หาดของวัดที่ติดกับแม่น้ำโขง ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นปากถ้ำของเหล่าพญานาคและเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังบาดาลภพ มหาสมุทร และเส้นทางไปนมัสการพระอุลังคธาตุ พระธาตุพนม ของเหล่าพญานาคทั้งปวง ซึ่งจุดเริ่มต้นของการก่อสร้างองค์พญาอนันตนาคราช นี้เกิดจากพระครูบากษิพัฑฒิ สิริภทฺโท ได้นิมิตเห็นองค์ท้าววิรูปักโขนาคราช ปรากฏในสภาวะกรรมฐาน เป็นชายรูปงาม(รูปปั้นองค์กลางลาน) ได้มาขอให้พระครูบานำสร้างองค์พญาอนันตนาคราช 7 เศียร สูง 15 เมตร เพราะเป็นปฐมของพญานาคที่เกิดขึ้นองค์แรกในภพภูมิ อีกทั้งเป็นกษัตริย์แห่งพญานาคราชทั้งหลายในโลกแห่งนาค และองค์อนันตนาคราชยังมีหน้าที่ดูแลพิทักษ์รักษาพระพุทธศาสนาในแดนเหนือ เมื่อพระครูบารับสัจจะวาจาสร้างแล้วจะช่วยสร้างวัดให้เจริญรุ่งเรือง เป็นที่รู้จักไปทั่วทุกทิศ
เหตุของการสร้างองค์พญาอนันตนาคราช ทั้ง 7 เศียร นั้นมาจาก ธรรมที่เป็นองค์แห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ โพชฌงค์ ๗ ประกอบด้วย ๑.สติ (ความระลึกได้) 2.ธัมมวิจยะ (ความเฟ้นธรรม) 3.วิริยะ (ความเพียร) 4.ปีติ (ความอิ่มใจ) 5.ปัสสัทธิ (ความสงบกายใจ) 6.สมาธิ (ความมีใจตั้งมั่น) 7.อุเบกขา (ความมีใจเป็นกลาง) ธรรมทั้ง 7 นี้ เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อมากราบสักการะพระพุทธจักรพรรดิ เปิดโลก เหนือเศียร แล้วพึ่งรำลึกและให้จิตตั้งอยู่ ก่อนการขอพรองค์ท้าววิรูปักโขและองค์พญาอนันตนาคราช
ลำดับกำหนดการก่อสร้าง 1) พิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างในวันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เวลา 10.๒9 น. 2) พิธีลงเสาเข็มแรกในวันเสาร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566
“เมื่อพระครูบาได้ลงงานสร้างปรากฎพบว่าใต้ฐานองค์พญาอนันตนาคราชลึกลงไป 5 – ๘ เมตร ขณะทำการก่อสร้างลงเสาเข็มทั้ง 64 ต้น ได้ตอกเสาลงไปพบผนังหินขนาดใหญ่ใต้ดิน ขวางทางเสา ทำให้การตอกเสาเข็มไม่สามารถตอกลึกลงไปได้ตามกำหนดทั้งหมด ซึ่งอาจจะเป็นผนังถ้ำใต้ดินที่ต่อกับแม่น้ำโขง” 3) มหาพรหมบารมี พบกันครั้งแรก วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม 2566 คุณอติกานต์ หนุนภักดี (โค้ชจิ๊บ) เดินทางเข้ากราบนมัสการพระครูบา และปวารณาถวายเงินตั้งต้นในการสร้าง องค์พญาอนันตนาคราช จำนวน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) และถวายสร้างรวมเป็นเงินทั้งหมด จำนวน 6,000,000 บาท (หกล้านบาท)
4) พิธียกประกอบโครงเศียร วันจันทร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2567 5) พิธีบรรจุพระพุทธรูปพระเจ้า ๕ พระองค์ และบรรจุแก้วดวงใจ วันอังคาร ที่ 16 เมษายน 2567
6) พิธีสมโภชประกอบแก้วดวงตาทั้ง ๗ วัน วันเสาร์ ที่ 15 สิงหาคม 2567
7) พิธีทำบุญสมโภชฉลองการสร้างองค์พญาอนันตนาคราชสำเร็จ วันพฤหัสบดี ที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๘ (วันครบรอบวันคล้ายวันเกิดพระครูบา) ินวิดพาเที่ยว
#วัดป่ายางสบยาบ