14/10/2026
บักปรอบนี่ล่ะต้นตอความฉิบหาย
ฉิบหายแล้ว! ที่แท้คำสั่ง คสช. ปี 59 เปิดทางโรงงานขยะเคมีอุตสาหกรรม ขยายตัวเกลื่อนเมืองมา 10 ปี
วิกฤตสารเคมีจากกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี กำลังทำให้สังคมต้องย้อนกลับไปตรวจสอบต้นตอเชิงนโยบาย หลังพบว่าเมื่อปี 2559 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 4/2559 ยกเว้นข้อกำหนดผังเมืองรวมสำหรับกิจการบางประเภท รวมถึงโรงงานจัดการกากอุตสาหกรรม เปิดทางให้กิจการเหล่านี้สามารถตั้งในพื้นที่ที่เดิมมีข้อจำกัดด้านผังเมืองได้
คำสั่งดังกล่าวออกเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2559 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 โดยมีสาระสำคัญคือการยกเว้นการบังคับใช้ข้อกำหนดผังเมืองรวมสำหรับกิจการที่กำหนด ซึ่งครอบคลุมโรงงานจัดการกากอุตสาหกรรมประเภท 101, 105 และ 106 อย่างไรก็ตาม การยกเว้นดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าโรงงานจะได้รับอนุญาตประกอบกิจการโดยอัตโนมัติ เพราะยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายโรงงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ตลอดระยะเวลาประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา จังหวัดปราจีนบุรีกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีโรงงานจัดการกากอุตสาหกรรมกระจุกตัว โดยมีรายงานข้อมูลโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตภายใต้คำสั่งดังกล่าวรวม 105 แห่ง ในจำนวนนี้อยู่ในอำเภอกบินทร์บุรี 47 แห่ง และอำเภอศรีมหาโพธิ 44 แห่ง รวมสองอำเภอถึง 91 แห่ง สะท้อนให้เห็นการขยายตัวของกิจการประเภทนี้ในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ
ประเด็นดังกล่าวกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังเกิดปัญหาสารเคมีจากกากอุตสาหกรรมรั่วไหลในอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ซ้ำเติมสถานการณ์น้ำท่วมและสร้างความกังวลให้ประชาชนเกี่ยวกับการปนเปื้อนของสารอันตรายในสิ่งแวดล้อม
ล่าสุดวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่าได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการตามมาตรา 39 กับโรงงานที่กระทำผิดกฎหมาย รวมถึงสั่งหยุดประกอบกิจการ ห้ามเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ และให้คลุมบ่อกักเก็บสารเคมี พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำผิดชัดเจนจะดำเนินการปิดโรงงานทันที
นอกจากนี้ ยังเตรียมประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายนำทรัพย์สินมาชดใช้ความเสียหายและเยียวยาประชาชนตามกระบวนการกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการสั่งปิดโรงงานอาจยังไม่เพียงพอ หากไม่มีการตรวจสอบย้อนหลังว่าโรงงานจัดการกากอุตสาหกรรมที่ตั้งขึ้นตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ได้รับใบอนุญาตภายใต้เงื่อนไขใด ผ่านการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไร และมีระบบกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดสารอันตรายที่มีประสิทธิภาพเพียงใด
โดยเฉพาะคำสั่ง คสช.ที่ 4/2559 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของข้อจำกัดด้านผังเมือง จำเป็นต้องตรวจสอบว่ามีส่วนทำให้โรงงานประเภทนี้ขยายตัวในจังหวัดปราจีนบุรีมากน้อยเพียงใด และโรงงานที่เกิดปัญหาในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อยกเว้นดังกล่าวหรือไม่
เพราะปัญหาสารเคมีอุตสาหกรรมไม่ได้จบลงเพียงการสั่งปิดโรงงานที่กระทำผิด แต่ต้องย้อนตรวจสอบไปถึงนโยบายที่เปิดทางให้โรงงานเหล่านี้ตั้งขึ้น การอนุญาตประกอบกิจการ และการกำกับดูแลตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเป็นผู้รับผลกระทบจากความบกพร่องของระบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
วิเคราะห์โดย #ตีลังกาคิด
สถานีข่าว