ติดต่อ ธุรกิจของเรา

Skyline Channel เพจท่องเที่ยววิถีธรรมชาติ ศึกษาชาติพันธุ์ ภาษา วิถีชีวิต วัฒนธรรมของผู้คนสองฝั่งโขง

ปานได๋สิตายบุซุมกินบ้านกินเมือง...ได้เป็นรัฐมนตรีทุกรัฐบาล
15/10/2026

ปานได๋สิตายบุซุมกินบ้านกินเมือง...ได้เป็นรัฐมนตรีทุกรัฐบาล

บักปรอบนี่ล่ะต้นตอความฉิบหาย
14/10/2026

บักปรอบนี่ล่ะต้นตอความฉิบหาย

ฉิบหายแล้ว! ที่แท้คำสั่ง คสช. ปี 59 เปิดทางโรงงานขยะเคมีอุตสาหกรรม ขยายตัวเกลื่อนเมืองมา 10 ปี

วิกฤตสารเคมีจากกากอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี กำลังทำให้สังคมต้องย้อนกลับไปตรวจสอบต้นตอเชิงนโยบาย หลังพบว่าเมื่อปี 2559 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 4/2559 ยกเว้นข้อกำหนดผังเมืองรวมสำหรับกิจการบางประเภท รวมถึงโรงงานจัดการกากอุตสาหกรรม เปิดทางให้กิจการเหล่านี้สามารถตั้งในพื้นที่ที่เดิมมีข้อจำกัดด้านผังเมืองได้

คำสั่งดังกล่าวออกเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2559 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 โดยมีสาระสำคัญคือการยกเว้นการบังคับใช้ข้อกำหนดผังเมืองรวมสำหรับกิจการที่กำหนด ซึ่งครอบคลุมโรงงานจัดการกากอุตสาหกรรมประเภท 101, 105 และ 106 อย่างไรก็ตาม การยกเว้นดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าโรงงานจะได้รับอนุญาตประกอบกิจการโดยอัตโนมัติ เพราะยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายโรงงานและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตลอดระยะเวลาประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา จังหวัดปราจีนบุรีกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีโรงงานจัดการกากอุตสาหกรรมกระจุกตัว โดยมีรายงานข้อมูลโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตภายใต้คำสั่งดังกล่าวรวม 105 แห่ง ในจำนวนนี้อยู่ในอำเภอกบินทร์บุรี 47 แห่ง และอำเภอศรีมหาโพธิ 44 แห่ง รวมสองอำเภอถึง 91 แห่ง สะท้อนให้เห็นการขยายตัวของกิจการประเภทนี้ในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ

ประเด็นดังกล่าวกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังเกิดปัญหาสารเคมีจากกากอุตสาหกรรมรั่วไหลในอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ซ้ำเติมสถานการณ์น้ำท่วมและสร้างความกังวลให้ประชาชนเกี่ยวกับการปนเปื้อนของสารอันตรายในสิ่งแวดล้อม

ล่าสุดวันที่ 12 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่าได้สั่งการให้ดำเนินมาตรการตามมาตรา 39 กับโรงงานที่กระทำผิดกฎหมาย รวมถึงสั่งหยุดประกอบกิจการ ห้ามเคลื่อนย้ายวัตถุดิบ และให้คลุมบ่อกักเก็บสารเคมี พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำผิดชัดเจนจะดำเนินการปิดโรงงานทันที

นอกจากนี้ ยังเตรียมประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายนำทรัพย์สินมาชดใช้ความเสียหายและเยียวยาประชาชนตามกระบวนการกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการสั่งปิดโรงงานอาจยังไม่เพียงพอ หากไม่มีการตรวจสอบย้อนหลังว่าโรงงานจัดการกากอุตสาหกรรมที่ตั้งขึ้นตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ได้รับใบอนุญาตภายใต้เงื่อนไขใด ผ่านการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไร และมีระบบกำกับดูแลการจัดเก็บและกำจัดสารอันตรายที่มีประสิทธิภาพเพียงใด

โดยเฉพาะคำสั่ง คสช.ที่ 4/2559 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของข้อจำกัดด้านผังเมือง จำเป็นต้องตรวจสอบว่ามีส่วนทำให้โรงงานประเภทนี้ขยายตัวในจังหวัดปราจีนบุรีมากน้อยเพียงใด และโรงงานที่เกิดปัญหาในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อยกเว้นดังกล่าวหรือไม่

เพราะปัญหาสารเคมีอุตสาหกรรมไม่ได้จบลงเพียงการสั่งปิดโรงงานที่กระทำผิด แต่ต้องย้อนตรวจสอบไปถึงนโยบายที่เปิดทางให้โรงงานเหล่านี้ตั้งขึ้น การอนุญาตประกอบกิจการ และการกำกับดูแลตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเป็นผู้รับผลกระทบจากความบกพร่องของระบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

วิเคราะห์โดย #ตีลังกาคิด
สถานีข่าว

14/10/2026

ฮ้องมวนทั้งสองเนาะ

อยากได้เฮือนแบบนี้อีกจักหลัง ยกสูงขึ้นอีกจักหน่อยพี่น้องว่างามบ่?
12/10/2026

อยากได้เฮือนแบบนี้อีกจักหลัง ยกสูงขึ้นอีกจักหน่อย
พี่น้องว่างามบ่?

11/10/2026

ลูกสาวหล่า เว่าไทยจ้อยๆ

11/10/2026

Mาย ย่อนติด Hee

ที่อยู่

บ้านผมเอง
Chiang Kham
56110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Skyline Channel โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Skyline Channel:

ทางลัด

แชร์