บันทึกเรื่องราวเก็บไว้ด้วยภาพ

บันทึกเรื่องราวเก็บไว้ด้วยภาพ รับสร้างภาพ เน้นงานสร้างภาพนิ่ง ด้วยกล้องดิจิตอล ด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ

ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาวไฮไลท์ศักดิ์สิทธิ์และสถาปัตยกรรมล้ำค่าศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามเพื่อเฉลิมพระเ...
26/05/2026

ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว

ไฮไลท์ศักดิ์สิทธิ์และสถาปัตยกรรมล้ำค่า
ศาลเจ้าแห่งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา ภายในประดิษฐานองค์พระรูปจำลององค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ที่แกะสลักจาก "หินหยกขาว" ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย พร้อมด้วยพระโพธิสัตว์และเทพเจ้าสำคัญของจีนรวม 8 องค์

วัดชิโนรสารามวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สังกัดมหานิกาย ในแขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ต...
10/05/2026

วัดชิโนรสารามวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สังกัดมหานิกาย ในแขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ริมคลองมอญ ติดถนนอิสรภาพ ตรงข้ามกับกรมอู่ทหารเรือ

ผู้สร้างวัดคือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นกรมหมื่นนุชิตชิโนรส สร้างเมื่อ พ.ศ. 2379 ด้วยพระประสงค์จะใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม เจริญวิปัสสนากรรมฐาน สำราญพระอิริยาบถในบางโอกาส โดยได้สร้างพระอุโบสถ พระวิหาร 4 ทิศ พระเจดีย์ยอดปรางค์ พระเจดีย์ใหญ่ ชาวบ้านเรียกวัดว่า วัดใหม่วาสุกรี ตามพระนามเดิมของพระองค์คือ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าวาสุกรี

ต่อมาท่านได้น้อมถวายวัดเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ 4 แต่วัดยังสร้างไม่เสร็จก็ทรงสิ้นพระชนม์เสียก่อน ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ช่างปั้นและเขียนรูปนาคไว้ทั่วไปเพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งพระนามเดิม และให้ปั้นรูปพระมหามงกุฎ ลงรักปิดทองไว้เหนือเรือนแก้วหลังพระประธานในพระอุโบสถ

พระอุโบสถมีศิลปะผสมแบบสมัยรัชกาลที่ 3 กว้าง 13.60 เมตร ยาว 26.30 เมตร เป็นลักษณะทรงไทย หลังคาลด 2 ชั้น หน้าบันประดับปูนปั้นเป็นรูปกิ่งไม้ ดอกไม้ มีเทพพนมครึ่งองค์อยู่ตรงกลาง ปิดทองประดับกระจก บานประตูหน้าต่างภายในเขียนลายฮ่อ หรือลายโต๊ะจีน หลังคามุงกระเบื้องประดับช่อฟ้า ใบระกา ภายนอกอาคารเขียนลายรดน้ำรูปนาคดั้นเมฆ บานประตูกลางด้านนอกเขียนรูปเซี่ยวกางเหยียบนาคถือพัดแฉก เพดานสีแดงเขียนรูปนาคลายฉลุปิดทอง ภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง ช่วงหน้าพระประธานระดับหน้าต่างเขียนภาพแผนที่วัดชิโนรส แผนที่คลอง แม่น้ำ และแผนที่พระบรมมหาราชวัง

มีพระประธานคือ พระพุทธชินสีห์วรมงคลมุนี ซึ่งได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระพุทธรูปหล่อ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 ศอก 4 นิ้ว สูงตลอดยอดพระรัศมี 1 วา 5 นิ้ว มีพระอัครสาวกซ้ายขวาข้างละองค์ สูง 2 ศอก 1 คืบ 9 นิ้ว เท่ากันทั้งสององค์ รัชกาลที่ 9 ยังโปรดให้ปั้นพระมหาพิชัยมงกุฎ ลงรักปิดทองไว้เหนือซุ้มเรือนแก้ว หลังพระประธาน เพื่อเป็นการรำลึกถึงสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

พระวิหาร 4 ทิศ หรือวิหารคด ทิศละ 2 หลัง รวม 8 หลัง เป็นอาคารทรงไทย ก่ออิฐถือปูน ไม่มีช่อฟ้าใบระกา ปัจจุบันเหลือเพียง 2 หลัง มีพระเจดีย์คู่องค์ใหญ่ ก่ออิฐถือปูน ฐานล่างย่อ 6 เหลี่ยม สูง 14 วา ฐานกว้าง 13 วา องค์พระเจดีย์ย่อมุม 5 เหลี่ยม เป็นพระเจดีย์ไม้สิบสอง มียักษ์แบก 18 ตน

ในวัดยังมีพระตำหนักสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส กว้าง 11.40 เมตร ยาว 24.90 เมตร พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างถวาย

* เสียดายที่ทางวัดไม่ได้เปิดให้เข้าไปกราบพระในโบสถ์ แต่ก็ยังมี วิหาร หลวงปู่ทวดที่เปิดให้กราบครับ เลยเก็บบรรยากาศภายในวัดมาให้ชม แต่ไม่ได้เข้ากราบองค์พระประธานในโบสถ์ *

วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร (เดิมชื่อว่า วัดใหม่) เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่บริเวณริมถนนบวรนิเวศและถนนพระ...
30/04/2026

วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร (เดิมชื่อว่า วัดใหม่) เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่บริเวณริมถนนบวรนิเวศและถนนพระสุเมรุ ในแขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย สถาปนาขึ้นโดยสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระอารามแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกถึง 4 พระองค์ และเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาของสงฆ์สายฝ่ายธรรมยุติกนิกายแห่งแรกในประเทศไทย นอกจากนี้ วัดบวรนิเวศวิหารยังเป็นวัดประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อีกด้วย

พระประธานในพระอารามนี้มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากวัดอื่นทั่วไป โดยมีพระประธานทั้งหมด 2 องค์ ซึ่งล้วนเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ พระพุทธชินสีห์ อัญเชิญมาจากวิหารทิศเหนือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก โดยอัญเชิญมาทั้งองค์เมื่อราว พ.ศ. 2373 ส่วนพระสุวรรณเขต หรือที่รู้จักกันในนาม "พระโต" หรือ "หลวงพ่อเพชร" เป็นพระประธานองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่เบื้องหลังพระพุทธชินสีห์ ซึ่งสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพได้อัญเชิญมาจากวัดสระตะพาน จังหวัดเพชรบุรี

ระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงผนวชและประทับที่วัดบวรนิเวศวิหาร โปรดเกล้าฯ ให้ประติมากรของกรมศิลปากรปั้นหุ่นและสร้างพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร โดยเสด็จพระราชดำเนินหล่อพระพุทธรูปเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2499 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ได้ถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า "พระพุทธนราวันตบพิตร"

วัดพระธาตุลำปางหลวง ตั้งอยู่ใน อ.เกาะคา จ.ลำปาง เป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย มีประวัติเก่าแก่ย้อน...
22/04/2026

วัดพระธาตุลำปางหลวง ตั้งอยู่ใน อ.เกาะคา จ.ลำปาง เป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย มีประวัติเก่าแก่ย้อนไปถึงสมัยพระนางจามเทวี ราวพุทธศตวรรษที่ 20 ตามตำนานเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าที่เสด็จมายังลำปางหลวง เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีฉลู โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมล้านนา และปรากฏการณ์ "เงาพระธาตุหัวกลับ"

ประวัติและความสำคัญ
ตำนานพระพุทธเจ้าเสด็จมา: ตำนานกล่าวว่าในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าพร้อมพระเถระได้เสด็จมาถึงบ้านลัมภะการีวัน (บ้านลำปางหลวงปัจจุบัน) และประทับบนดอยม่อนน้อย ลัวะอ้ายกอนได้ถวายน้ำผึ้งและพระพุทธองค์ได้ประทานพระเกศาให้บรรจุไว้ในอุโมงค์
ประวัติการสร้าง: วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระนางจามเทวี ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 20 โดยมีพระธาตุลำปางหลวงเป็นเจดีย์ศิลปะล้านนาผสมเจดีย์ทรงลังกา หุ้มด้วยทองจังโก สันนิษฐานว่าเป็นต้นแบบของพระธาตุหริภุญไชย
วัดคู่เมืองลำปาง: เป็นโบราณสถานสำคัญและเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองลำปางมาอย่างยาวนาน
ตำนานนางจามเทวี: วัดนี้ถือเป็นสถานที่ที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับตำนานนางจามเทวี ซึ่งเป็นกษัตริย์ในอาณาจักรหริภุญชัย

ไฮไลท์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด
พระธาตุลำปางหลวง: พระธาตุประจำปีเกิดคนปีฉลู
วิหารหลวง: สร้างเมื่อ พ.ศ. 2019 ประดิษฐานพระเจ้าล้านทอง
วิหารน้ำแต้ม: วิหารเปิดโล่งเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคเหนือ มีจิตรกรรมบนแผงไม้คอสองที่เก่าแก่
ซุ้มพระบาท: ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท และเป็นจุดเกิดภาพเงาพระธาตุหัวกลับจากแสงหักเห
หอพระไตรปิฎก: หอหอไตรไม้เก่าแก่ที่งดงาม

วัดพระธาตุลำปางหลวงยังเป็นสถานที่ประดิษฐานพระแก้วดอนเต้า ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองลำปางอีกองค์หนึ่ง

วัดทิพยวารีวิหาร สร้างในสมัยกรุงธนบุรีโดยชาวญวนอพยพที่ติดตาม องเชียงชุน ราชบุตรเจ้าเมืองเว้ ที่หนีภัยสงครามเข้ามาพึ่งพระ...
18/04/2026

วัดทิพยวารีวิหาร สร้างในสมัยกรุงธนบุรีโดยชาวญวนอพยพที่ติดตาม องเชียงชุน ราชบุตรเจ้าเมืองเว้ ที่หนีภัยสงครามเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในปีพ.ศ.2319 ตรงกับแผ่นดินสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พระองค์จึงทรงพระราชทานที่ดินฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นที่อาศัยเรียกว่าบ้านญวนและมีวัดฝ่ายมหายานขึ้นเป็นครั้งแรก

ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ องเชียงสือ นัดดาเจ้าเมืองเว้ ได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ต่อมาได้ลักลอบหนีกลับเมืองเว้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงแคลงพระทัยชาวญวน จึงได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มีย้ายชุมชนญวนออกไปอยู่ที่อื่น เพื่อให้ห่างจากพระนคร ชุมชนบริเวณนี้จึงเป็นที่อาศัยของคนไทยและจีนแทน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ วัดทิพยวารีวิหาร มีสภาพรกร้างไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่หลายปี

ปี พ.ศ. 2439 พระอาจารย์ไหซัน พระภิกษุจีนชาวมณฑลหูหนาน ได้จาริกมาจำพรรษาที่วัดทิพยวารีวิหาร ท่านจึงได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ โดยความร่วมมือของพุทธบริษัทไทย-จีน นำโดยนายเช็งเต็ก แซ่เจี่ยและนางซิ่วออม แซ่ตัน สองสามีภรรยาคหบดีชาวจีน ผู้ค้าขายในย่านตลาดมิ่งเมือง ครั้งนั้นได้บูรณปฏิสังขรณ์ใหม่จนเสร็จสมบูรณ์

วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม พระอารามหลวงคู่เมืองลำปาง เกิดจากการรวม 2 วัดเก่าแก่ (วัดพระแก้วดอนเต้าและวัดสุชาดาราม) เมื่อ...
02/04/2026

วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม พระอารามหลวงคู่เมืองลำปาง เกิดจากการรวม 2 วัดเก่าแก่ (วัดพระแก้วดอนเต้าและวัดสุชาดาราม) เมื่อ พ.ศ. 2527 มีตำนานนางสุชาดาผู้พบแก้วมรกตในแตงโม (หมากเต้า) นำมาแกะสลักพระพุทธรูป และเคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตนาน 32 ปี มีโบราณสถานสำคัญคือพระบรมธาตุดอนเต้า ศิลปะผสมล้านนา-พม่า

ประวัติและความสำคัญ
ตำนานพระแก้วดอนเต้า: นางสุชาดา (หรือสุชาตา) อุบาสิกาผู้มีศรัทธา ได้พบแก้วมรกตภายในแตงโม (ภาษาเหนือเรียก "หมากเต้า") จึงนำไปให้พระเถระแกะสลักเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เรียกว่า "พระแก้วดอนเต้า"
ที่มาชื่อวัด: เดิมชื่อวัดพระแก้วดอนเต้า ตั้งอยู่บนเนินดินที่เคยเป็นสวนหมากเต้า (แตงโม)
ตำนานนางสุชาดา: นางสุชาดาถูกใส่ร้ายว่ามีความสัมพันธ์ชู้สาวกับพระเถระ เจ้าเมืองสั่งประหารชีวิต ก่อนประหารนางได้อธิษฐานว่าหากบริสุทธิ์จริง ขอให้เลือดไหลขึ้นฟ้า เมื่อประหารแล้วเลือดไหลขึ้นฟ้าจริง เจ้าเมืองจึงรู้สึกผิดและสร้างวัดสุชาดารามเพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงคุณงามความดี
ประวัติศาสตร์การประดิษฐานพระแก้วมรกต: วัดแห่งนี้เคยประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ตั้งแต่ พ.ศ. 1979 นานถึง 32 ปี ในสมัยพระเจ้าสามฝั่งแกน ก่อนจะอัญเชิญไปเชียงใหม่
การรวมวัด: เดิมเป็นวัดแยกกัน คือ วัดพระแก้วดอนเต้า และ วัดสุชาดาราม ต่อมาได้ประกาศรวมกันเป็นวัดเดียวชื่อ "วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม" เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2527

สิ่งศักดิ์สิทธิ์และโบราณสถาน
พระบรมธาตุดอนเต้า: เจดีย์ทรงลังกาสุโขทัยผสมล้านนา บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า
มณฑปศิลปะพม่า: สร้างในสมัยเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต สถาปัตยกรรมสวยงาม ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง
วิหารลายคำสุชาดาราม: สถาปัตยกรรมแบบพื้นเมืองเชียงแสน ฝีมือช่างสกุลล้านนา
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติล้านนา: รวบรวมศิลปวัตถุโบราณ ศิลปะล้านนา

วัดตั้งอยู่ที่ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง เป็นศูนย์รวมศรัทธาที่ผสมผสานศิลปะล้านนาและพม่าได้อย่างงดงาม

วัดพระธาตุดอยพระฌาน ตั้งอยู่ใน ต.ป่าตัน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เป็นวัดเก่าแก่บนยอดเขาที่มีซากอิฐปรักหักพังมานาน เริ่มสร้างองค์พ...
02/04/2026

วัดพระธาตุดอยพระฌาน ตั้งอยู่ใน ต.ป่าตัน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง เป็นวัดเก่าแก่บนยอดเขาที่มีซากอิฐปรักหักพังมานาน เริ่มสร้างองค์พระธาตุใหม่เมื่อ พ.ศ. 2445 และบูรณะครั้งใหญ่ พ.ศ. 2551 โดยพระพรชัย อัคควังโส ปัจจุบันโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมล้านนาและจำลองพระใหญ่ไดบุตสึจากญี่ปุ่นมาไว้บนดอย

ประวัติและความสำคัญโดยย่อ
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์: แต่เดิมชาวบ้านเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และลี้ลับบนยอดดอย
การก่อสร้าง: เริ่มสร้างพระธาตุขึ้นบนยอดดอยในปี พ.ศ. 2445
การบูรณะครั้งสำคัญ: ปี พ.ศ. 2496 หลวงพ่อปัญญา วัดนาคตหลวง ได้นำชุมชนบูรณะและเริ่มมีประเพณีขึ้นดอยบูชาพระธาตุปีละครั้ง
เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน: พระพรชัย อัคควังโส ได้เข้ามาบูรณะครั้งใหญ่เมื่อ พ.ศ. 2551 เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างเดิมทรุดโทรมลงมาก
จุดไฮไลท์: มีการสร้าง "พระพุทธรูปไดบุตสึ" สีเขียวขนาดใหญ่จำลองจากเมืองคามาคุระ ประเทศญี่ปุ่น ทำให้วัดมีความสวยงามแปลกตาและเป็นที่ท่องเที่ยวหลัก

วัดพระธาตุดอยพระฌานยังเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงามและสามารถชมวิวทิวทัศน์ของอำเภอแม่ทะได้แบบ 360 องศา

มอเตอร์โชว์ปี69 มาเก็บบรรยากาศ  🚶📷
26/03/2026

มอเตอร์โชว์ปี69 มาเก็บบรรยากาศ 🚶📷

วัดปราสาท นนทบุรี เป็นวัดโบราณอายุกว่า 400 ปี ตั้งอยู่ริมคลองบางกร่าง ต.บางกร่าง อ.เมือง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอ...
13/03/2026

วัดปราสาท นนทบุรี เป็นวัดโบราณอายุกว่า 400 ปี ตั้งอยู่ริมคลองบางกร่าง ต.บางกร่าง อ.เมือง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยาตอนกลาง-ตอนปลาย (ประมาณสมัยพระเจ้าปราสาททอง) โดดเด่นด้วย โบสถ์มหาอุด ทรงท้องเรือสำเภาสมัยอยุธยาที่ไม่มีหน้าต่าง ประดิษฐาน "หลวงพ่อใหญ่" พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และมีต้นตะเคียนยักษ์เก่าแก่

ประวัติและความสำคัญของวัดปราสาท

ที่ตั้ง: หมู่ 4 ซอยวัดปราสาท ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางกร่าง อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี
การก่อสร้าง: สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงสมัยอยุธยาตอนกลาง ราวสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม หรือ พระเจ้าปราสาททอง โดยเจ้าพระยากลาโหม (องค์ไล)
ศิลปะสมัยอยุธยา: ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ จุดเด่นคือโบสถ์มหาอุด (ผนังไม่มีหน้าต่าง) ประตูทางเข้า 3 บาน ผนังอุโบสถเขียนด้วยสีฝุ่นเรื่องทศชาติ และลักษณะฐานอุโบสถโค้งแอ่นแบบท้องเรือสำเภา
หลวงพ่อใหญ่ (พระพุทธรูปปราสาททอง): เป็นพระประธานปูนปั้นปางสมาธิ ศิลปะอู่ทอง ประดิษฐานพร้อมพระสาวกและพระพุทธรูปปูนปั้นรอบองค์รวมกว่า 25 องค์
ตะเคียนยักษ์: วัดปราสาทมีต้นตะเคียนยักษ์อายุพันปีที่ยาวที่สุดในไทย ความยาวกว่า
เมตร
ตำนานความเชื่อ: มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของโบสถ์มหาอุดและต้นตะเคียน ในเรื่องของการขอพรและโชคลาภ

วัดปราสาทเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยยังคงสภาพความเก่าแก่และสวยงามของสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาไว้อย่างดี

"วัดไทรน้อย" เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2430 โดยกลุ่มชาวมอญจากมหาชัย บ้านบางกระเจ้า บ้านไร่ และบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เข้ามาจับจ...
13/03/2026

"วัดไทรน้อย" เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2430 โดยกลุ่มชาวมอญจากมหาชัย บ้านบางกระเจ้า บ้านไร่ และบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร เข้ามาจับจองที่ดินด้วยการหักร้างถางพงเพื่อทำนา นานวันเข้าจึงกลายเป็นชุมชนคนมอญ ต่อมาจึงได้สร้างวัดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน เดิมชื่อวัดสาลีมุนีภิรมย์ อันหมายถึงบริเวณที่ตั้งวัดอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร กระทั่ง พ.ศ. 2495 ได้เปลี่ยนเป็นชื่อวัดไทรน้อย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2526 ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 59 นิ้ว สูง 72 นิ้ว เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น.

ตามข้อมูลที่ได้มา แต่วันนี้ที่มา อุโบสถไม่เปิด 🙏

ที่อยู่

434/7 Soi Charoenkung85 Charoenkungroad Watphrayakrai
Bangkok
10120

เบอร์โทรศัพท์

+66961522926

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บันทึกเรื่องราวเก็บไว้ด้วยภาพผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง บันทึกเรื่องราวเก็บไว้ด้วยภาพ:

แชร์

ประเภท