16/04/2026
สื่อหลัก UK The Guardian วิเคราะห์
กำไรชั่วโมงละ 30 ล้านดอลลาร์❗😁
🛢 บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ กำลังกอบโกยผลประโยชน์จากสงครามอิหร่าน จากผู้บริโภค — podcast
🟩⛽📰 จากการวิเคราะห์พิเศษของ The พบว่า : บริษัทน้ำมันและก๊าซ 100 อันดับแรกของโลก ทำกำไรโดยไม่ต้องทำงานมากกว่า 🪙 30 ล้านดอลลาร์ต่อชั่วโมง ในเดือนแรกของสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ในอิหร่าน
____ โดยบริษัท Saudi Aramco, Gazprom และ ExxonMobil เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด จากผลกำไรมหาศาลนี้
🔲⛽ ความขัดแย้งผลักดันราคาน้ำมันดิบให้เฉลี่ยอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในเดือนมีนาคม 1 bbl = 42 แกลลอน gal = 158.987 Liters
___ น้ำมันดิบ 1 บาร์เรล สามารถผลิตน้ำมันเบนซินได้ประมาณ 72 ลิตร
💰💰 ส่งผลให้บริษัทต่างๆ คาดการณ์ว่า : จะมีกำไรจากสงครามในเดือนนั้นประมาณ 23,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 733,500 ล้านบาท
___ การจัดหาน้ำมันและก๊าซจะใช้เวลาหลายเดือน กว่าจะกลับสู่ระดับก่อนสงคราม และบริษัทต่างๆ จะทำกำไรได้ 234,000ล้านดอลลาร์ หรือ 7,460,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้ หากราคาน้ำมันยังคงเฉลี่ยอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อไป
▪◾การวิเคราะห์นี้ใช้ข้อมูลจาก Rystad Energy ผู้ให้บริการข้อมูลข่าวกรองชั้นนำ ซึ่งวิเคราะห์โดย Global Witness
💸💸 กำไรส่วนเกินมาจากกระเป๋าของประชาชนทั่วไป ที่ต้องจ่ายราคาสูงขึ้นเพื่อเติมน้ำมันรถ และใช้ไฟฟ้าในบ้าน รวมถึงธุรกิจที่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่สูงขึ้น ___ หลายสิบประเทศได้ลดภาษีน้ำมันเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค รวมถึง อิตาลี ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ บราซิล และแซมเบีย ซึ่งหมายความว่าประเทศเหล่านั้น จัดเก็บเงินสำหรับบริการสาธารณะน้อยลง
🇪🇺 รมว.การคลังของเยอรมนี สเปน อิตาลี โปรตุเกส และออสเตรีย : "ส่งข้อความที่ชัดเจนว่า ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์จากผลกระทบของสงคราม ต้องมีส่วนร่วมในการบรรเทาภาระของประชาชนทั่วไป" ___ แรงกดดันกำลังเพิ่มขึ้นสำหรับการเก็บภาษีส่วนเกินจากกำไรสงคราม ของบริษัทน้ำมันและก๊าซ
🇪🇺 มีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงฟอสซิล เพิ่มขึ้น 22,000 ล้านยูโร หรือ 829,000 ล้านบาท นับตั้งแต่เริ่มสงครามกับอิหร่าน
🛢🇸🇦 เป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุด โดยคาดว่าจะทำกำไรจากสงครามได้ถึง 25,500 ล้านดอลลาร์ หรือ 814,000 ล้านบาท ในปี 2026 หากราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 100 ดอลลาร์
◉ เป็นกำไรเพิ่มเติมจากกำไรมหาศาลที่บริษัทซาอุดีอาระเบียซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าของส่วนใหญ่ ทำได้เป็นประจำอยู่แล้ว คือ 250 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ระหว่างปี 2016 ถึง 2023
🛢🇷🇺 บริษัทรัสเซีย 3 แห่ง ได้แก่ – Gazprom, Rosneft และ Lukoil คาดว่าจะทำกำไรจากสงคราม ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านได้ประมาณ 23,900 ล้านดอลลาร์ หรือ 763,000 ล้านบาท ภายในสิ้นปี 2026
💰🇷🇺 #รัสเซีย ได้รับรายได้จากการส่งออกน้ำมัน ความขัดแย้งนี้เป็นประโยชน์ต่อคลังสมบัติของวลาดิมีร์ ปูตินสำหรับสงครามในยูเครน
___ โดยรายได้ 840 ล้านดอลลาร์ต่อวัน หรือ 26,800 ล้านบาท ในเดือนมีนาคม สูงกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 50% ตามการวิเคราะห์ของ ศูนย์วิจัยด้านพลังงานและอากาศสะอาด
🪙🪙🪙 หากในปี 2026 ราคาน้ำมันที่ 100 ดอลลาร์
◉ ExxonMobil จะได้รับกำไรจากสงคราม 11,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 351,000 ล้านบาท ___ ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้นในเดือนหลังจากที่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น : 118,000 ล้านดอลลาร์
◉ Chevron กำไร 9,200 ล้านดอลลาร์ หรือ 293,000 ล้านบาท ___ ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 104 ล้านดอลลาร์ ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม
◉ Shell กำไร 6,800 ล้านดอลลาร์ หรือ 217,000 ล้านบาท ___ ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 34,000 ล้านดอลลาร์
🔺 กำไรจากสงครามที่ประเมินไว้นั้น คำนวณโดยใช้ Rystad Energy’s UCube database ซึ่งบูรณาการข้อมูลแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซทั่วโลก
___⭕ กำไรจากสงคราม ที่ได้มานั้น คำนวณโดยการเปรียบเทียบกระแสเงินสดอิสระที่เกิดจากการผลิตน้ำมันและก๊าซในเดือนมีนาคม ซึ่งราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เทียบกับราคา 70 ดอลลาร์ก่อนสงครามอิหร่าน
🔲 ข้อมูลนี้เป็นกำไรต้นน้ำ ที่ประเมินไว้หลังหักภาษี และค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายด้านเงินทุน และการดำเนินงาน
❗ Saudi Aramco, Shell และ TotalEnergies ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น😁
❗ขณะที่ ExxonMobil, Chevron, Gazprom, Petrobras และ ADNOC ไม่ตอบสนองต่อคำขอแสดงความคิดเห็น😆
www.theguardian.com/environment/2026/apr/15/big-oil-huge-war-windfall-consumers