24/08/2026
ลองเอา ขบวน 9/10 กรุงเทพอภิวัฒน์–เชียงใหม่ มาคิดดูครับ
สมมติให้จ่ายค่าใช้ราง 50 บาท/คัน/กม. แบบเดียวกับเอกชน บวกต้นทุนเดินรถทุกอย่าง และยังต้องเก็บค่าโดยสารภายใต้ ราคาเพดานที่รัฐควบคุม
อยากรู้เหมือนกันว่า ขบวน 9/10 เอารายได้หักต้นทุนทางตรงทางอ้อมทั้งหมด แล้วจะอยู่รอดไหม?
เพราะเอกชนคือธุรกิจ
ขาดทุนคือล้ม ไม่มีรัฐบาลคอย Subsidize ให้
ถ้าขบวนระดับนี้ยังอยู่ยาก แล้วคิดว่าเอกชนจะเข้ามาเพราะอะไร? #ลองไปถามที่ปรึกษาดูครับ
ยังไม่มีเอกชนยื่นขอเช่าใช้รางเดินรถโดยสาร-ขนสินค้า
*ทนใช้รถไฟเก่า-รฟท.ทบทวนแผนหารถใหม่ไม่เสร็จ
*479 คันงบ 5.7หมื่นล้านเน้นเติมรถส่วนที่ขาดแคลน
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า การประกาศเอกสารโครงข่ายราง หรือทางเฉพาะ (Network Statement) ประจำปี 2569 บนเว็บไซต์ www.railway.co.th ของ รฟท. ตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย.2569
เพื่อเปิดทางให้ผู้ประกอบการที่สนใจขอใช้ทางได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านกรมการขนส่งทางราง(ขร.) ช่วงแรก ตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางราง ที่ ให้เอกชนร่วมเดินรถเช่าใช้ทาง (Open Access)
จนถึงปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบรายใดติดต่อเช่าใช้ทางเดินรถโดยสารและขนส่งสินค้า จากการหารือกับ ขร. เบื้องต้น หากมีผู้ประกอบสนใจเช่าใช้ทาง ให้ทำสัญญากับ รฟท. ก่อน จากนั้นจึงรายงานขร. ให้ผู้ประกอบการที่ทำสัญญา ไปจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการขนส่งทางรางกับ ขร.ต่อไป
(*** สำหรับอัตราค่าใช้ประโยชน์จากรางสำหรับรถโดยสารกำหนดไว้ที่ 50 บาทต่อคันต่อกม.คูณด้วยระยะทาง ตัวอย่างขบวนรถ 12 คัน เส้นทางกรุงเทพอภิวัฒน์-ชุมพร ระยะทาง 468 กม. มีค่าใช้ราง 280,800 บาทต่อเที่ยว หรือ 561,600 บาทสำหรับการเดินรถไป-กลับ
ส่วนรถท่องเที่ยวคิดอัตรา 77 บาทต่อคันต่อกม. ขณะที่รถไฟขนส่งสินค้าคิดอัตรา 0.2065 บาทต่อตัน-กม.... ติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/articles/5984996/)
ขณะเดียวกันรฟท.ยังทบทวนแผนการจัดหาขบวนรถโดยสารใหม่ เพื่อให้สอดรับกับพ.ร.บ.การขนส่งทางราง ซึ่งในหลักการจะจัดหาชดเชยเฉพาะรถที่กำลังจะหมดอายุใช้งานเพื่อเติมให้ครบ
ส่วนที่เหลือจากนั้น อาทิ โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ จะเปิดให้เอกชนร่วมเดินรถเช่าใช้ทาง เพื่อลดภาระการกู้เงินของ รฟท. และการค้ำประกันเงินกู้ของกระทรวงการคลัง แต่หากเอกชนไม่สนใจ หรือไม่สามารถดำเนินการได้ รฟท. ก็ต้องมาดำเนินการต่อเอง
นายอนันต์ กล่าวต่อว่า รฟท. ยังผลักดันทั้ง 3 โครงการเดิม รวม 479 คัน วงเงินรวม 5.7 หมื่นล้านบาท ได้แก่
-โครงการจัดหารถดีเซลรางปรับอากาศ บริการเชิงพาณิชย์ พร้อมอะไหล่ 184 คัน วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท
-โครงการจัดหารถโดยสารทดแทนรถด่วนพิเศษ และรถด่วน 182 คัน วงเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท
-โครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า พร้อมอะไหล่ ขนาดกดเพลา 20 ตันต่อเพลา 113 คัน วงเงิน 2.3 หมื่นล้านบาท
แต่บางโครงการอาจต้องปรับลดจำนวน อยู่ระหว่างหาข้อสรุปจำนวน คาดว่าจะเสนอคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. พิจารณาภายในปี 2569 ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคม และคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาต่อไป
การจัดหาขบวนรถโดยสารใหม่ มีความจำเป็นมาก เพราะรถโดยสารที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน มีสภาพเก่า ทรุดโทรม บางคันมีอายุการใช้งานมานานกว่า 50 ปี ขณะที่ตั๋วโดยสารก็เต็มทุกที่นั่ง
การจัดหาขบวนรถใหม่ เป็นส่วนหนึ่งในแผนวิสาหกิจการรถไฟฯ (แผนฟื้นฟู) ที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และรองรับความต้องการของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนสร้างรายได้ให้กับ รฟท.
__________
#ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์
#เปิดเช่าใช้ราง